พณิชา หรี่ตาลงเล็กน้อย เธอมองกลุ่มสื่อมวลชนที่ถูกจัดฉากพามาอย่างรู้ทัน มุมปากยกยิ้มเย็นชา เธอไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
การ์ดร่างกำยำแหวกฝูงชนออก กรองแก้ว ผู้เป็นแม่บุญธรรมสวมชุดผ้าไหมราคาแพงเดินเข้ามา เธอถือผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ซับหางตา รีบก้าวเข้ามายืนตรงกลางเฟรมกล้อง
ลิลลี่ กรีธาพล ลูกสาวตัวจริงที่ตระกูลกรีธาพลรับกลับมาจากสลัมต่างจังหวัดเมื่อสี่ปีก่อน เดินตามหลังมาติด ๆ สองมือของเธอประคองช่อดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ ขอบตานวลแดงระเรื่อ แสร้งทำสีหน้าน่าสงสารอย่างแนบเนียน
กรองแก้ว ยื่นมือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตหมายจะจับแขนของ พณิชา น้ำเสียงสั่นเครือ
"ลูกที่น่าสงสารของแม่ สี่ปีในนั้นคงลำบากมากสินะ แม่มารับลูกกลับบ้านแล้ว"
แววตาของ พณิชา เย็นเยียบลง เธอเบี่ยงไหล่หลบอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้มือของ กรองแก้ว ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ
แสงแฟลชรัวเร็วขึ้นทันตา นักข่าวจับภาพความบาดหมางของแม่ลูกคู่นี้ได้อย่างแม่นยำ
ลิลลี่ เห็นดังนั้นจึงรีบก้าวขึ้นมาข้างหน้า เธอยกมือไหว้อย่างอ่อนช้อย ก่อนจะยื่นช่อดอกลิลลี่ให้ พณิชา
"พี่คะ เรื่องที่แล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะค่ะ คนในครอบครัวเราให้อภัยพี่หมดแล้ว รับดอกไม้ช่อนี้ไปนะคะ มันหมายถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่"
เสียงของ ลิลลี่ นุ่มนวล ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้ทุกคำพูด
นักข่าวรอบข้างพยักหน้าเห็นพ้อง ต่างพากันกระซิบชื่นชมความใจกว้างของตระกูลกรีธาพล และมอง พณิชา ด้วยสายตาดูแคลนที่ไม่รู้จักบุญคุณ
พณิชา หลุบตามองช่อดอกไม้สีขาว เธอไม่ยื่นมือไปรับ แต่กลับส่งเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ
"ให้อภัยงั้นเหรอ"
พณิชา เงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบมองทะลุความเสแสร้งของ ลิลลี่ เสียงของเธอไม่ดังมากแต่กังวานกลบความวุ่นวายรอบข้างจนหมดสิ้น
ลิลลี่ ชะงัก ลมหายใจสะดุด เธออยากจะถอยหลังแต่จำต้องยืนค้างในท่าส่งดอกไม้
พณิชา สะบัดหลังมือฟาดเข้าใส่ช่อดอกไม้อย่างแรง
ดอกลิลลี่สีขาวกระจายเกลื่อนพื้น กลีบดอกปลิวว่อนร่วงลงแทบรองเท้าส้นสูงราคาแพงของ กรองแก้ว
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม้แต่เสียงชัตเตอร์ยังหยุดชะงักไป ทุกคนต่างตกตะลึงกับการกระทำที่ไร้ความเกรงกลัวนี้
"เธอลืมไปแล้วหรือไง ว่าสี่ปีที่แล้วใครเป็นคนไปรับเธอมาจากสลัม และใครเป็นคนแอบยัดเอกสารลับชิ้นนั้นใส่กระเป๋าฉันตรงมุมอับกล้องวงจรปิด" พณิชา ก้าวประชิดตัว
ใบหน้าของ ลิลลี่ ซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก หน้ากากสาวน้อยผู้แสนดีแตกร้าวลงทันตา
กรองแก้ว กรีดร้องพลางชี้นิ้วด่า พณิชา
"แกมันนังคนเนรคุณ กล้าพูดจาเหลวไหลต่อหน้าสื่อได้ยังไง"
พณิชา ปรายตามองหญิงวัยกลางคนที่เคยเรียกว่าแม่
"พวกคุณพาคนพวกนี้มา ก็เพื่อจะเหยียบย่ำคนคุกอย่างฉัน แล้วเชิดชูความเป็นไฮโซของตระกูลกรีธาพลไม่ใช่เหรอ"
บรรดานักข่าวหันมองหน้ากัน ก่อนจะเบนเลนส์กล้องไปจับใบหน้าบูดเบี้ยวของ กรองแก้ว ทันที
ประยุทธ พี่ชายคนโตของบ้าน ทนดูต่อไปไม่ไหว เขาก้าวลงมาจากรถตู้สีดำด้วยสีหน้ามืดมน
"หุบปาก ยังขายหน้าไม่พอใช่ไหม รีบขึ้นรถเดี๋ยวนี้"
ประยุทธ ยื่นมือหมายจะคว้าคอเสื้อของ พณิชา
พณิชา ตาไว เธอคว้าข้อมือของ ประยุทธ ไว้มั่น แล้วออกแรงกดลงตรงจุดชีพจรอย่างแม่นยำ
ประยุทธ ร้องครางด้วยความเจ็บปวด ตัวเขางอลงทันที เหงื่อกาฬผุดเต็มหน้าผาก
"อย่าเอามือสกปรกมาแตะต้องตัวฉัน"
พณิชา สะบัดมือเขาออกเหมือนทิ้งขยะเปียก
กรองแก้ว เห็นลูกชายคนโตเจ็บตัวก็โกรธจนตัวสั่น เธอรีบหยิบยาดมขึ้นมาสูดฟุดฟิด ทำท่าจะเป็นลม
พณิชา ไม่สนใจการแสดงละคร เธอหันหน้าเข้าหากล้องทุกตัว พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉัน พณิชา กับตระกูลกรีธาพล ตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง"
เธอหยิบหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ที่เตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋า แล้วปาใส่หน้า ลิลลี่ อย่างแรง
ขอบกระดาษคมกริบบาดแก้มของ ลิลลี่ จนเกิดรอยแดงบาง ๆ แผ่นกระดาษร่วงกระจายเต็มพื้น
นักข่าวต่างรัวชัตเตอร์เก็บภาพหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์และสภาพอันน่าอับอายของครอบครัวมหาเศรษฐี
พณิชา ไม่หันกลับไปมอง เธอเดินตรงไปยังรถเก๋งสีดำคันเรียบที่จอดรออยู่ริมถนน แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่ง
รถยนต์แล่นออกไป ทิ้งไว้เพียงเศษซากดอกไม้และความอัปยศของตระกูลกรีธาพลท่ามกลางแสงแฟลช