ดาวน์โหลดแอป ฮิต

พิมพ์พิรดา

หนังสือที่ตีพิมพ์ 5 เล่ม

หนังสือและนิยายทั้งหมดของพิมพ์พิรดา

หยั่งรากฝากรัก

หยั่งรากฝากรัก

5.0

โปรยปราย ครั้งหนึ่งเขาเคยไล่ส่งเธอให้ออกไปจากชีวิตไม่ต้องมาให้เห็นหน้า แล้วเธอก็หายไปสมใจเขาจริงๆ ทำให้เขารู้ว่ามันเหงาแค่ไหนที่ไม่มีเธออยู่ ครั้งนี้เธอกลับมาเป็นคนใหม่ที่ไม่สนใจไม่คอยวิ่งไล่ตามกวนใจเขาอีกต่อไป กลับเป็นเขาเองที่อยากเข้ามาวุ่นวายวอแว และทวงคืนเธอกลับมาอยู่ข้างกายอีกครั้ง แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงเล่า เมื่อวันนี้ข้างกายเธอไม่ได้มีแค่เขาแต่มีหนุ่มอีกหลายคนที่อยากเข้ามาท้าชิงหัวใจเธอเช่นกัน แถมเจ้าตัวแสบก็ทำเหมือนไม่อยากใกล้พี่ชายตัวร้ายอย่างเขาอีกแล้ว แม้ต้องอยู่บ้านเดียวกันก็ตาม แต่เธอก็เอาแต่หลบหน้าชนิดที่ว่าหากเขาเข้าประตู เธอก็จะปีนหน้าต่างหนีออกไปไม่ให้เขาได้พบง่ายๆ เหมือนวันเก่า แถมมีกองหนุนคือพ่อแม่ของเขาที่ในอดีตเคยอยากจับเขาคลุมถุงชนแต่งกับลูกเพื่อนรักใจจะขาด แต่มาวันนี้ กองเชียร์กลับแปรพักตร์มารับบทเป็นกองห้าม “แกจะรักใครก็รักไปพ่อกับแม่ไม่ว่า ไม่ขัดขวาง เพียงบอกมาคำเดียวว่ารักพวกเราจะไปสู่ขอให้” จิรายุยิ้มกริ่มสมใจ แต่ทว่ารอยยิ้มนั้นอยู่เพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีก็หายไปเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของแม่ “ยกเว้นคนเดียวที่แกห้ามแตะต้องเด็ดขาดคือหนูดรีมของฉัน คนนั้นฉันจะเก็บไว้ให้ผู้ชายดีๆ ที่ไม่ใช่แก!” อ้าวแม่! แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ล่ะที่เขาจะได้หัวใจเธอกลับมาครองอีกครั้งกันเล่า... เรามาลุ้นกันว่ารากรักที่มันหยั่งลึกในใจสองหนุ่มสาวคู่นี้ มันจะเหนียวแน่นแข็งแรงพอให้เขาทั้งสองได้ลงเอยกันได้ไหมนะ มาเอาใจช่วยกันค่า

อ่านเลย
ลูกเลี้ยงยอดรัก (My Lovely Stepdaughter)

ลูกเลี้ยงยอดรัก (My Lovely Stepdaughter)

5.0

“น้าภพของพริวไม่เห็นแก่ตรงไหนเลย” “ตอนนี้ยังไม่แก่ แต่อีกสักสิบปีข้างหน้าก็อายุนำพริวไปตั้งโยชน์แล้ว ถึงตอนนั้นพริวจะยังรักคนแก่คนนี้หรือเปล่า หืม...” ดวงตาคมกริบทอดมองแม่สาวน้อยวัยทีนคนสวยของเขาอย่างลึกซึ้ง “ไม่รู้สิคะ พริวขอดูความประพฤติก่อน ถ้าน้าภพนอกลู่นอกทางก็ไม่แน่” ดวงตาซุกซนสบตาเขาอย่างยั่วเย้า “แก่ป่านนั้น แค่พริวคนเดียวน้าก็คงหมดแรงตายคาอกแล้วมั้ง” “คำก็แก่สองคำก็แก่ เห็นพริวรักคนที่หน้าตาหรืออายุเหรอคะ นี่ต่างหาก...” เด็กสาวใช้นิ้วชี้จิ้มลงที่หน้าอกข้างซ้ายของเขา “พริวรักน้าภพที่ตรงนี้ที่...หัวใจ” ชายหนุ่มยิ้มอบอุ่น ลูกเลี้ยงสาวของเขาช่างน่ารักเหลือเกิน โอ้ย...เขาอยากรักเด็กขึ้นมาอีกแล้ว “แล้วพริวอยากรู้ไหมว่านอกจากหัวใจแล้วน้าอยากรักพริวที่ตรงไหนอีก” ดวงตาเจ้าเล่ห์ลุกวาว ***************************************** ‘ธนภพ’ พระเอกเรื่องนี้มีดีที่ดีกรีความหื่น และแซ่บเว่อร์ไม่แพ้ใคร ส่วน ‘ภาวิดา’ นางเอกของเราถึงจะอายุยังน้อยแต่นางก็ไม่ได้ไร้เดียงสาหน่อมแน้มจนน่าหมั่นไส้เสียทีเดียว ฉะนั้นใครที่ไม่นิยมแนวประมาณนี้จะผ่านไปก็ไม่ว่ากันนะคะ แต่ก่อนผ่านแนะนำว่าให้ลองอ่านตัวอย่างก่อนสักนิด และโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจตีจากกันไปทั้งที่ยังไม่รู้จักกันนะคะ น้าภพขอร้อง (แอบกัดผ้าเช็ดหน้าตาปรอย)

อ่านเลย
ของขวัญที่ทำหล่นหาย

ของขวัญที่ทำหล่นหาย

5.0

เธอแค่อยากลองใจโดยการให้ของขวัญสุดพิเศษกับคนรัก แต่...เขาดันไม่ดีใจ แล้วมาบอกให้เราอยู่ห่างกันสักพัก ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอท้องลูกของเขา ผัวเฮงซวยเอ๊ย!!! อยากไปก็ไป ฉันจะหาพ่อใหม่ให้ลูก ไปแล้วอย่ามาหอนทีหลังนะ ชิ! "นี่พี่จะโทษว่ามี่ตั้งใจปล่อยท้องงั้นเหรอ" "เปล่า พี่ไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ว่า...พี่ยังไม่พร้อมจะแต่งงานหรือมีลูกตอนนี้ มี่เข้าใจพี่หน่อยได้ไหม" มิรันดาสะอึกเมื่อได้ฟังเหตุผลห่วยแตกของเขา คำว่าไม่พร้อมนั่นคืออะไร "พี่ไม่พร้อมแต่งงาน ไม่พร้อมมีลูก แต่พร้อมจะไปจากมี่ นี่หรือเปล่าที่พี่อยากให้มี่เข้าใจ" หญิงสาวเอ่ยทั้งน้ำตาที่ไหลรินกลบภาพคนรักตรงหน้าจนมองไม่เห็นความรักในดวงตาคู่นั้นอีกแล้ว คนหนึ่งหมดรัก หมดใจ แต่อีกคนกลับยังรักหมดใจ ใครควรเจ็บกว่าถ้าไม่ใช่เธอ "พูดกันให้รู้เรื่องตอนนี้เลยดีกว่า ในเมื่อพี่รู้ว่ามี่กำลังจะมีลูก พี่ก็ยังอยากไปอยู่ใช่ไหม" คำถามนั้นแทงใจดำของเขาอย่างจัง จนปฏิเสธไม่ได้ มิรันดาเหยียดยิ้มทั้งน้ำตา เพียงแค่มองตาเธอก็ได้คำตอบจากเขา อยู่กันมาสี่ปีไม่นับที่คบกันมาตอนสมัยเรียนอีก เธอรู้ใจเขาทุกอย่าง แค่มองตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร รู้สึกยังไง ไม่ต้องพูดออกมาด้วยซ้ำ "งั้นพี่ก็ไปเถอะ อยากจะอยู่ห่างแค่ไหน เอาที่พี่สบายใจเลย ไม่ต้องห่วงมี่ ของขวัญชิ้นนี้ในเมื่อพี่ไม่ต้องการงั้นก็ทิ้งไปเถอะ"

อ่านเลย
อุ้มรักเจ้านายใจร้าย

อุ้มรักเจ้านายใจร้าย

4.8

“ผมยังไม่อยากมีลูก...” นพรดาสะดุดลมหายใจ หัวใจหนาววูบจนชาไปทั้งตัวเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากเขา “บอสไม่อยากมีลูก หรือไม่อยากมีลูกกับเก้ากันแน่” “ก็ทั้งสองอย่าง ผมยังไม่พร้อมจะมีลูกหรือมีใครเข้ามาในชีวิตตอนนี้” นพรดาเม้มริมฝีปากแน่น ใจสั่นรัวๆ เมื่อได้ยินถ้อยคำแสลงหูจากปากคนไร้หัวใจ “เอาเถอะ ถ้าคุณมีลูกกับผมจริง เราค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน ถ้าคุณอยากเก็บเด็กไว้แต่เลี้ยงเองไม่ไหวหรือไม่อยากเลี้ยง ผมจะเอาเด็กมาเลี้ยงเอง” ถึงยังไงพ่อกับแม่ของเขาก็อยากมีหลานอยู่แล้วคงไม่ขัดข้องอะไร “แต่ถ้าคุณไม่ต้องการเก็บเด็กไว้ ผมก็ไม่ว่า และเคารพการตัดสินใจของคุณ แล้วก็จะให้เงินคุณก้อนหนึ่งเป็นค่าชดเชยในสิ่งที่คุณต้องเสียไป ถือว่าเป็นความรับผิดชอบจากผมแล้วกัน” นพรดาหันขวับไปมองเขาตาเขม็ง ในใจเริ่มเดือดปุดๆ “แล้วถ้าเก้าไม่ยอมเลือกสองทางนี้ล่ะคะ” “แล้วคุณต้องการอะไรกันล่ะ” “ถ้าเก้าบอกว่าต้องการคุณกับทะเบียนสมรสหนึ่งใบในฐานะเมียและแม่ของลูกคุณล่ะคะ บอสจะว่ายังไง” “ฝันไปเถอะ” “นั่นไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นประโยคบอกเล่า” “ผมขอเตือนคุณไว้สักอย่างนะนพรดา หากคุณโลภมากและเรียกร้องสถานะเกินตัว คุณก็จะไม่ได้อะไรจากผมเลย แม้แต่ความเป็นพ่อของเด็กถ้าหากว่าคุณท้องขึ้นมาจริงๆ” “ได้ค่ะ งั้นคุณก็จำคำพูดนี้ไว้ให้ดีแล้วกันนะคะ ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรจากคุณอีก และคุณเองก็ไม่มีสิทธิ์จะมาเรียกร้องอะไรจากฉันเหมือนกัน แล้วถ้าฉันเกิดมีลูกขึ้นมาจริงๆ ฉันก็จะบอกเขาว่าพ่อเขาตายไปแล้ว แต่ถ้าลูกอยากมีพ่อ ฉันก็จะหาพ่อใหม่ให้เขาสักคน อืม...แบบนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะ” อย่านะ...อย่ามาเสียดายทีหลังก็แล้วกันคนใจร้าย!

อ่านเลย
อุ้มรักซุปตาร์ตัวพ่อ

อุ้มรักซุปตาร์ตัวพ่อ

5.0

“ท้อง! อย่าบอกนะว่าลูกผม!” ราวกับถูกลากไปตบกลางสี่แยก จารุพัชรรู้สึกหน้าชาเห่อไปทั้งแถบแม้จะยังไม่โดนตบก็เถอะ เธอมีอะไรกับเขาตั้งหลายยกขนาดนั้นแล้วจะให้เป็นลูกใครล่ะ “ลูกแมวมั้งคะ” พอเห็นสายตาเขียวปั๊ดที่พร้อมจะขย้ำหัวเธอได้ทุกเมื่อ “อยู่ในท้องฉันก็ต้องเป็นลูกฉันสิคะ! ลูกฉันคนเดียว” “คุณเป็นปลากัดหรือไง ถึงได้จ้องตากันแล้วท้องเองได้” ก็ถ้ากัดได้ เธอก็อยากกัดหัวเขาเนี่ยแหละคนแรก กวนประสาทดีนัก “ก็คุณบอกฉันเองเมื่อกี้ว่า...อย่าบอกนะว่าท้องลูกผม ฉันก็ไม่บอกแล้วนี่ไงจะเอาอะไรอีกคะ” พูดมาขนาดนี้ เธอก็พอรู้แล้วล่ะว่าเขาไม่ได้ต้องการเธอกับลูก ยังดีที่เขาไม่ใจร้ายบอกให้เธอไปเอาเด็กออก แค่นี้ก็บุญแล้ว “เฮ้อ...ถ้าคุณห่วงว่าฉันกับลูกจะมาทำให้ชื่อเสียงพระเอกซุปเปอร์สตาร์ของคุณต้องพังพินาศล่ะก็ ขอให้คุณสบายใจได้ เพราะฉันไม่ทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้นแน่ ต่อไปฉันจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก คราวนี้ฉันรับรองได้ ส่วนลูกในท้อง ฉันจะเลี้ยงเขาเอง ไม่ไปรบกวนคุณหรือทำให้แฟนสาวไฮโซของคุณเข้าใจผิดแน่ๆ ไม่ต้องห่วงนะคะ” “พูดจบหรือยัง” ธิเบศเอ่ยด้วยเสียงเย็นเฉียบ ตาเหยี่ยวคมจัดของเขาจ้องหน้าเธอราวกับจ้องเหยื่อพร้อมขย้ำได้ทุกเมื่อ “จบก็ได้ค่ะ เป็นอันว่าคุณเข้าใจแล้วเนอะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” จ้องอะไรเบอร์นั้นนะ ตาดุชะมัด รีบชิ่งหนีก่อนจะโดนกินหัวดีกว่า “เดี๋ยว!” มือที่เตรียมเปิดประตูรถชะงักกึก “คะ...คุณมีอะไรอีกคะ” “ผมบอกคุณซักคำหรือยังว่าจะไม่รับผิดชอบลูก” “หา!” เธอหูฝาดไปใช่ไหม เขาจะรับผิดชอบลูกในท้องเธองั้นเหรอ เป็นไปได้หรือเนี่ย “ถ้าเขาเป็นลูกผมจริงๆ ผมจะรับผิดชอบเขาแน่” “หืม...” หมายความว่าไงวะเนี่ย ยิ่งฟังก็ยิ่งงง “เดี๋ยวนะคะ คุณบอกว่าถ้าเขาเป็นลูกคุณจริงๆ แปลว่าคุณไม่เชื่อว่าเด็กในท้องฉันเป็นลูกคุณงั้นสิ ฉันเข้าใจถูกไหม” “อืม...ก็ทำนองนั้น” คราวนี้ยิ่งกว่าโดนลากไปตบกลางสี่แยก แต่เหมือนโดนเขาสาดหน้าด้วยน้ำกรดซ้ำเข้าไปอีกถังใหญ่ จนหัวใจปวดแสบปวดร้อนไปหมด ตาบ้านี่คิดว่านอกจากเขา เธอยังไปนอนกับคนอื่นจนท้องแล้วมาโมเมว่าเป็นลูกเขาอย่างนั้นเหรอ… ++++++++++++++++++++++++++++

อ่านเลย

คุณอาจชอบ

มาเฟียร้ายพ่ายรัก

มาเฟียร้ายพ่ายรัก

5.0

เขาซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้เบื้องหลังรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและเป็นมิตรนั่น…

อ่านเลย
หนี้รักมาเฟียจอมคลั่ง

หนี้รักมาเฟียจอมคลั่ง

5.0

ถ้าไม่มีปัญญาใช้หนี้ก็เอาลูกสาวแกมาขัดดอกไปก่อนแล้วกัน พอดีฉันทำธุรกิจไม่ได้ทำการกุศล...

อ่านเลย
บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

4.8

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

อ่านเลย
ทายาทสาวตัวจริง ทวงคืนทุกสิ่งอย่าง

ทายาทสาวตัวจริง ทวงคืนทุกสิ่งอย่าง

5.0

วันที่ครอบครัวที่แท้จริงซึ่งเป็นมหาเศรษฐีมารับตัวฉันกลับ พ่อแม่บุญธรรมโยนเช็คสองแสนบาทใส่หน้าและไล่ฉันออกจากบ้าน แต่ก่อนที่ฉันจะก้าวพ้นประตู รัศมี น้องสาวบุญธรรมก็กรีดร้องขึ้นมา กล่าวหาว่าฉันขโมยสร้อยเพชรราคาห้าแสนและแบบร่างดีไซน์จบการศึกษาของเธอไป แม่บุญธรรมสั่งให้คนค้นกระเป๋าเดินทางของฉันอย่างหยาบคาย และค้นเจอสร้อยคอเส้นนั้นที่รัศมีแอบยัดไว้จริงๆ เพื่อนบ้านต่างพากันมามุงดูและชี้หน้าด่าทอฉัน "แกมันเนรคุณ ขี้ขโมย! ไปโรงพักกับฉันเดี๋ยวนี้!" รัศมีบีบน้ำตาร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าฉันอิจฉาที่ถูกไล่ออก เลยกะจะทำลายอนาคตของเธอด้วยการขโมยผลงาน ส่วนพ่อบุญธรรมก็มองฉันด้วยสายตาผิดหวังเสแสร้ง ปล่อยให้ทุกคนรุมประณามและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา แบบร่างดีไซน์ที่หล่อเลี้ยงโรงงานใกล้เจ๊งของพวกเขา รถหรูที่รัศมีขับ เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่พวกเธอใส่ ล้วนมาจากฝีมือการออกแบบของฉันทั้งสิ้น ทำไมพวกเขาถึงกล้าใช้การใส่ร้ายป้ายสีที่น่ารังเกียจมาตอบแทนความช่วยเหลือของฉัน ฉันมองดูละครปาหี่ของครอบครัวนี้ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะง้างมือขึ้นแล้วตบหน้ารัศมีอย่างแรงสองฉาด ถึงเวลาที่ฉันจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง และทำให้พวกเขารู้ว่าการสูญเสียฉันไปคือจุดจบที่แท้จริงของตระกูลนี้

อ่านเลย
เสียงในใจของพระชายาทำข้าหวั่นไหว

เสียงในใจของพระชายาทำข้าหวั่นไหว

5.0

“เซียนปรุงยาปลายแถว” อย่างข้า แค่เฝ้าหม้อยายังทำระเบิดได้ ใครจะไปคิดว่า…พอลืมดูไฟเพราะมัวแต่อ่านนิยายอยู่ดีๆ ข้าจะทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องนั้นเสียเอง! แถมยังมาอยู่ในร่าง “มู่หรงซี” พระชายาจิ่นอ๋องผู้แสนอาภัพ ที่ถูกแม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างมารดารังแกสารพัด ถูกวางยา ส่งขึ้นเตียงท่านอ๋อง และสุดท้ายยังต้องตายอย่างอนาถในเนื้อเรื่องเดิมอีกต่างหาก เดิมทีข้าคิดเพียงเอาชีวิตรอด จัดการคนชั่ว กินอิ่ม นอนสบาย ใช้ชีวิตเป็นพระชายาปลาเค็มไปวันๆ ก็พอแล้ว แต่เหตุใดทุกอย่างถึงเริ่มแปลกไป สามีผู้เย็นชาที่ควรเกลียดข้า กลับคลั่งรักข้าหนักขึ้นทุกวัน ครอบครัวจวนอ๋องที่ควรแตกแยก กลับอบอุ่นจนเหมือนบ้านจริงๆ ส่วนเหล่าตัวร้ายก็ทยอยพังพินาศกันหมดอย่างน่าอนาถ

อ่านเลย
สิ้นสุดรักร้าย: การเกิดใหม่ของหญิงที่ถูกลืม

สิ้นสุดรักร้าย: การเกิดใหม่ของหญิงที่ถูกลืม

5.0

ฉันยอมรับโทษจำคุกเจ็ดปีในเรือนจำลับใต้ดินเพื่อรับผิดแทน "เซราฟินา" พี่สาวบุญธรรมที่พ่อแม่รับมาเลี้ยง ในวันที่ฉันถูกปล่อยตัว ดันเต้ คู่หมั้นของฉันและดอนแห่งตระกูลมาเฟีย มารับฉันกลับไป แต่เขาไม่ได้มาเพื่อชดเชย เขาผลักฉันเข้าไปอยู่ในเพิงพักซอมซ่อ เพื่อซ่อนความอัปยศอย่างฉันไม่ให้ใครเห็น และเตรียมจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่กับเธอ ตลอดเจ็ดปีในนรก ฉันถูกผู้คุมรุมซ้อมจนกระดูกผิดรูปและถูกวางยาพิษจนไตวายเรื้อรัง แต่เมื่อกลับมา พ่อแม่แท้ๆ กลับมองฉันเป็นขยะ พวกเขาและดันเต้บังคับให้ฉันไปปรากฏตัวเพื่ออวยพรงานแต่งให้เซราฟินา พวกเขายืนหัวเราะเยาะและด่าทอฉันด้วยภาษาถิ่นโบราณ โดยคิดว่าฉันฟังไม่ออก "หล่อนนำความอับอายมาสู่ตระกูล เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เลวร้ายจริงๆ" คำพูดของแม่แท้ๆ ทำให้ฉันตาสว่าง ในที่สุดฉันก็เข้าใจว่า นรกเจ็ดปีของฉันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่พวกเขาทุกคนรู้เห็นเป็นใจ และจงใจส่งฉันไปตายอย่างทรมานเพื่อปกป้องชีวิตอันสมบูรณ์แบบของลูกสาวจอมปลอม ความรักและความผูกพันพังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี ฉันตัดสินใจทิ้งรายงานทางการแพทย์และสมุดบันทึกที่แฉความจริงทั้งหมดไว้บนเตียง ก่อนจะตอบรับข้อความช่วยเหลือจากกลุ่มอำนาจทางเหนือ อาเรียแห่งตระกูลวอลคอฟได้ตายไปแล้วตั้งแต่วันนี้ และฉันจะไม่มีวันหันหลังกลับไปมองพวกเขาร้องไห้คร่ำครวญอย่างเสียสติอีกเป็นอันขาด

อ่านเลย
ฉันขอเลี้ยงดูสามีตกอับ ที่แท้เขาคือมหาเศรษฐี

ฉันขอเลี้ยงดูสามีตกอับ ที่แท้เขาคือมหาเศรษฐี

5.0

ข้อความบอกเลิกจากแฟนหนุ่มที่คบกันมาสี่ปี ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของสุพิชญาอย่างไร้เยื่อใย ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งสติได้ เธอกลับเห็นเขาเดินลงจากรถมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง... ซึ่งก็คือเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ ทั้งสองเดินควงแขนแนบชิดเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ที่พวกเธอเคยสร้างอนาคตด้วยกัน ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง ระบบ "จับคู่สมรสภาคบังคับ" ของรัฐบาลตรวจพบสถานะโสดของเธอทันที เธอถูกบังคับให้จดทะเบียนสมรสกับผู้ชายแปลกหน้าที่ดูเหมือนคนขับรถรับจ้างหาเช้ากินค่ำ ความโชคร้ายยังไม่จบแค่นั้น แฟนเก่าและเพื่อนทรยศยังตามมาจองล้างจองผลาญ พวกเขาร่วมมือกันขโมยไฟล์งานสำคัญ ทำให้สุพิชญาถูกบริษัทไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรม เธอต้องอุ้มกล่องกระดาษออกมายืนร้องไห้อย่างหมดสภาพ ขณะที่พวกเขายังตามมาเยาะเย้ย และชี้หน้าดูถูกสามีป้ายแดงของเธอ "อะไรกัน? คนขับรถก็ใส่สูทด้วยเหรอ? เช่ามาล่ะสิ?" สุพิชญารู้สึกเจ็บปวดและสูญสิ้นทุกอย่าง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอรักและไว้ใจที่สุดถึงทำลายชีวิตเธอได้เลือดเย็นขนาดนี้ แต่ท่ามกลางสายตาดูถูกของทุกคน สุพิชญาตัดสินใจเช็ดน้ำตา เธอจับมือชายหนุ่มคนนั้นไว้แน่น แล้วประกาศก้องว่าเขาคือสามีของเธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า "คนขับรถจน ๆ" ที่เธอกำลังกางปีกปกป้อง แท้จริงแล้วคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ... และเขากำลังส่งข้อความสั่งให้บริษัทของพวกทรยศล้มละลายในทันที

อ่านเลย
ความลับของภรรยาที่ถูกเมิน เมื่อตัวจริงปรากฏ

ความลับของภรรยาที่ถูกเมิน เมื่อตัวจริงปรากฏ

5.0

ตลอดสามปีที่แต่งงานเข้าตระกูลเศรษฐี ฉันยอมทิ้งตัวตนเพื่อเป็นภรรยาและสะใภ้ที่แสนดีมาตลอด แต่จู่ๆ สามีกลับโยนหนังสือหย่าและเช็คห้าสิบล้านกระแทกใส่หน้าฉัน เขาบอกว่าผู้หญิงที่เขารักกลับมาแล้ว ไม่อยากให้เธอต้องลำบากใจ แม่ผัวกับน้องสะใภ้พากันรุมด่าทอ เหยียดหยามว่าฉันเป็นแค่อดีตคนรับใช้ที่หวังเกาะผู้ชายรวยกิน ส่วนเมียน้อยก็บีบน้ำตาแสร้งทำเป็นคนดีเยาะเย้ยฉัน พวกเขาคิดว่าฉันจะต้องคุกเข่าร้องไห้ฟูมฟาย อ้อนวอนไม่ให้ถูกทิ้งเหมือนหมาข้างถนน พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่า ภายใต้คราบผู้หญิงจืดชืดไร้ค่า ฉันคือ 'เทีย' ตำนานแชมป์โลกกีฬายิงปืน และผู้ถือหุ้นใหญ่ที่คอยช่วยธุรกิจของเขาอยู่เบื้องหลัง "สำหรับของที่คนอื่นใช้แล้ว ฉันไม่สนใจอยากจะเก็บไว้" ฉันจรดปากกาเซ็นหย่าอย่างไม่ลังเล ทิ้งเศษเงินห้าสิบล้าน สาดน้ำชาร้อนๆ ใส่หน้าพวกที่ดูถูกฉัน แล้วก้าวออกจากกรงทองเพื่อกลับไปทวงบัลลังก์ของฉันคืน

อ่านเลย
แพ้ทาง(รัก)คุณหมอลูคัส

แพ้ทาง(รัก)คุณหมอลูคัส

5.0

เมื่อพยาบาลสาวต้องโทษในคดีอาญา วันเวลาไม่อาจเยียวยา รอยแผลที่เขาฝากฝังเอาไว้ในหัวใจเธอได้ แก้วกานดาก้มหน้ายอมรับกับโชคชะตาที่แสนจะโหดร้าย เมื่อลูคัสเป็นผู้กำหนด ถึงแม้ว่าเธอไม่ใช่คนที่พรากชีวิตเฮเลนไปจากเขาก็ตามที แต่เมื่อคดีสิ้นสุดลงแล้ว เธอก็ไม่อยากรื้อฟื้นถึงมันอีก “ผมขอโทษที่มาช้า ขอโทษที่ไม่ตามหา ขอโทษที่ไม่พยายามให้มากกว่านี้ ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะครับแก้วกานดา” “เดี๋ยวก่อนนะ คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เราไม่เคยคบกัน เรื่องราวระหว่างเรา มันไม่เคยมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่แรก ฉันคงทำตามคำขอของคุณหมอไม่ได้หรอกค่ะ” “ถ้าไม่เห็นแก่ผม คุณก็เห็นแก่ลูกเถอะนะแก้วกานดา” “ลูกเหรอ ฉันว่าคุณพูดจาเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว” หญิงสาวถึงกับเบือนหน้าหนี เมื่อพูดถึงแก้วตาดวงใจของเธอ “ขอให้ผมได้เข้ามาเติมเต็ม เพื่อเพิ่มสีสันให้กับชีวิตของคุณกับลูกเถอะนะแก้วกานดา” "ชีวิตของฉันไร้สีสันตั้งแต่วันที่ก้าวเท้าเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วละค่ะ จวบจนกระทั่งลูอิสเข้ามาในชีวิต ลูกคือสิ่งเดียวที่เป็นแรงผลักดัน ทำให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้" แก้วกานดาปรายตามองนายแพทย์ลูคัสด้วยสายตาว่างเปล่า ความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับจากเขามันด้านชา เสียจนเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งอยู่ในภาวะอธิบายความรู้สึกไม่ได้ เธอไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายอันตรายอย่างเขาอีกแล้ว "เด็กคนนั้นเป็นลูกของใคร" เขาเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเข้ม ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ เมื่อดีเอ็นเออยู่บนใบหน้าลูอิสชัดเจนขนาดนั้น คงไม่ต้องถามหาบิดาผู้ให้กำเนิดหรอกมั้ง เพียงแค่หวังอยากได้คำตอบจากแก้วกานดาเท่านั้นเอง "ลูกของแม่ค้าขายขนมหวานยังไงละค่ะ ชีวิตของฉันอาจดูต่ำต้อย แต่ฉันก็ไม่เคยลดคุณค่าในตัวเอง คุณหมอกลับไปเถอะค่ะ" “ผมก็ไม่ได้มองว่าคุณต่ำต้อย เพราะคุณกับลูกคือชีวิตคือจิตวิญญาณของผม” เขาพูดพลางเดินสำรวจข้าวของในร้านของเธอ ก่อนจะชะเง้อชะแง้มองเข้าไปด้านใน ซึ่งกว้างพอสำหรับเป็นที่พักและร้านขายขนมไทยในตัว “อย่ามาใช้ถ้อยคำที่ฟังแล้วชวนอาเจียนหน่อยเลยค่ะ ฉันเป็นคนตรงไปตรงไปตรงมา ลูกของฉัน ฉันเลี้ยงเองได้ ไม่จำเป็นต้องอาศัยคนอย่างคุณ” “ผมรู้ว่าผมผิด ที่ไม่คิดจะตามหา เพราะผมคิดว่าตัวเองคือสาเหตุที่ทำให้คุณได้รับบาดเจ็บจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด” คราวนี้ลูกผู้ชายอกสามศอก นายแพทย์ที่มากด้วยบารมีและอิทธิพล เริ่มหลั่งน้ำตาให้กับความรู้สึกผิด เมื่อเขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ “เมื่อจิตใจของคนเรามืดบอด ก็มักจะมองข้ามทุกสิ่งอย่าง แม้แต่ความเป็นมนุษย์ในตัวเอง ฉันไม่อยากกลับไปสัมผัสกับความรู้สึกแบบนั้นอีก เรื่องราวระหว่างเรา มันไม่ได้เริ่มต้นตั้งแต่แรก แต่กลับมีตอนจบ คุณกลับไปเถอะค่ะ คุณหมอลูคัส ฉันหวังว่าเราคงไม่ได้พบกันอีกนะคะ” แก้วกานดายังคงยืนกรานคำเดิม เพิ่มเติมคือความหนักแน่น เมื่อหญิงสาวไม่อยากพาตัวเองกลับไปยืนในจุดที่เคยผ่านมาแล้ว เพราะความเจ็บปวดมันยังคงอัดแน่นลงไปในหัวใจของเธอ แผลเป็นที่เกิดขึ้นนั้นยากต่อการเยียวยาเหลือเกิน

อ่านเลย
เขาคือความฝันของโลกมนุษย์

เขาคือความฝันของโลกมนุษย์

5.0

นางเอกสาวพราวเสน่ห์ของโลกมนุษย์ VS พระเอกอ่อนโยนแสนร้ายกาจ สามปีต่อมา เธอกลับมาที่เมืองจินเฉิงอีกครั้ง ก็มีชาติตระกูลโด่งดัง มีคนรักที่รักใคร่กลมเกลียวกับลูกแฝดน่ารักคู่หนึ่ง เดินถือแก้วไวน์ไปในงานเลี้ยง เธอยิ้มสดใสเหมือนดอกไม้แรกแย้ม แต่เมื่อหันหลังกลับ กลับถูกเขาจับตัวกดไว้กับด้านหลังเสาที่ไม่มีคน เขาคือดวงดาวริบหรี่บนท้องฟ้ายามราตรี เป็นความฝันที่เคยไกลเกินเอื้อมของเธอในอดีต แต่ตอนนี้กลับพูดเสียงเข้มข้นข้างหูว่า “ในที่สุดเธอก็กลับมาแล้ว! ” ริมฝีปากของเธอถูกกัดจนเป็นแผล แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ “คุณเว่ย ต้องให้ฉันเตือนคุณไหม? เราหย่ากันไปนานแล้วนะคะ”

อ่านเลย