ไม่รู้สองคนนี้ไม่ถูกกันหรือเปล่า สาวใหญ่แอบคิด เธอรู้มาว่าภรรยาของปีเตอร์เสียชีวิตไปเมื่อปีก่อนด้วยอุบัติเหตุ เพื่อนร่วมงานคุยกันว่าเด็กหนุ่มคนนั้นมาปรากฏตัวในวันงานศพ แต่ช่วงนั้นเธอติดธุระจนไม่ได้ไปร่วมงาน
ปีเตอร์ไม่เคยเอ่ยถึงอีกฝ่าย เพราะฉะนั้นเธอจึงเดาว่าความสัมพันธ์ของพ่อและลูกเลี้ยงคู่นี้จึงเรียกว่าน่าจะห่างเหินมาก ...แต่ไม่รู้ทำไม ปีเตอร์ถึงยอมฝากธุรกิจของตัวเองไว้กับลูกเลี้ยง
อาจจะไม่มีทางเลือก เพราะเขาเองแทบไม่มีญาติใกล้ชิดเลย กับภรรยาคนเก่า ก็ไม่มีลูกด้วยกัน
เลขาฯ สาวใหญ่มองนาฬิกาข้อมือ อีกสิบห้านาทีจะแปดโมงเช้า เธอคงพอมีเวลาเดินไปชงกาแฟ และกลับมาเตรียมเอกสารต้อนรับนายใหม่ ซึ่งเธอเองมีข้อมูลสั้นๆ จากข้อความในอีเมล ว่าเขาชื่อนิโคลัส เท่านั้น
ลินดากลับเข้ามาในห้องทำงานพร้อมกาแฟกรุ่นของตัวเอง เธอรู้สึกว่าห้องทำงานของเจ้านายเปิดอยู่ มองไปที่นาฬิกาข้อมือ ...หรือว่านายใหม่จะมาก่อนเวลา
ไวเท่าความคิด เธอวางแก้วกาแฟ เดินไปเปิดประตูออกกว้าง เพื่อที่จะได้เห็นว่าในห้องมีชายหนุ่มร่างสูงสวมสูทสีเข้มพับแขนไว้ถึงศอก กำลังยืนหันหลังอ่านเอกสารบนโต๊ะของเจ้านายของเธออยู่
"สวัสดีค่ะ คุณนิโคลัสใช่ไหมคะ"
ร่างสูงหันมา ตาสบตา...
นั่นทำให้ลินดาสะดุดลมหายใจ ชายหนุ่มตรงหน้าอายุยี่สิบต้นๆ ร่างสูง ไหล่กว้าง ตาคมเข้มแต่ใบหน้ากับมีผิวที่บางใสมาก ดูราวกับเด็กหนุ่มที่ยังไม่จบมหาวิทยาลัย หรือเพิ่งจบเสียด้วยซ้ำ เขามีแววตาคมกริบและใบหน้าคมคาย เรียกง่ายๆ ได้ว่า...หล่อบาดใจ
เจ้านายไม่เคยบอกว่าลูกเลี้ยงของเขาหุ่นเป็นนักกีฬา หน้าตาดี มีพลังดึงดูดทางเพศแบบนี้
"สวัสดีครับ ผมนิโคลัสครับ" เขาวางเอกสาร ยื่นมือออกมาให้อีกฝ่ายจับ
ฝ่ามืออุ่นๆ สัมผัสกับมือเย็นๆ ของเลขาฯ หน้าห้อง เธออายุสามสิบแปดแล้ว มีสามี มีลูกแล้ว แต่ทำไมยังรู้สึกหน้าร้อนตอนที่สบตากับพ่อหนุ่มหน้าใสหุ่นนักกีฬาคนนี้
...แค่ตานั่น โอย หัวใจป้าละลาย...เธอคิดในใจ แล้วอย่างนี้สาวน้อย สาวใหญ่ ที่ยังโสดทั้งหลายในบริษัทไม่หวั่นไหวกันแย่เหรอ
"ฉันลินดาค่ะ เป็นเลขาฯ ของคุณปีเตอร์"
"ครับ เขาบอกหรือเปล่าครับว่าผมจะเข้าออฟฟิศวันนี้"
"ค่ะ เขาอีเมลมาบอกเมื่อวาน" ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ เธอบอกต่อในใจ "คุณปีเตอร์เป็นอย่างไรบ้างคะ"
"ต้องรักษาตัวอีกพักเลยครับ" พ่อเลี้ยงของนิโคลัสทำบายพาส และเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบฉุกเฉิน เขาไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเป็นโรคนี้ อาจจะเพราะทำงานหนักตลอดเวลาจนไม่มีเวลาไปตรวจสุขภาพ ตอนพบว่าเป็นคือหมดสติ หายใจไม่ออก และต้องส่งโรงพยาบาลด่วน
"อย่างน้อยก็ยังดีที่ไม่เป็นอะไรมากค่ะ ถ้าอย่างนั้น คุณพักก่อนไหมคะ"
"ผมอยากอ่านเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจของท่านมากกว่า ถ้าคุณพอจะมีสรุปรายงานประจำปีหรืออะไรพวกนั้น เดี๋ยวสายๆ เรามาสรุปกันว่ามีอะไรด่วนๆ ที่ผมต้องทำแทนพีทช่วงที่เขายังต้องรักษาตัวบ้าง อ้อ...เรียกผมว่านิคก็ได้ครับคุณลินดา" เขาตอบพร้อมส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้
เลขาฯ สาวใหญ่พยักหน้า เดินออกมาหาเอกสารไปให้บอสคนใหม่ด้วยหัวใจหวั่นไหว
ดูท่าทางจะใจดีเสียด้วย...ทั้งหล่อ ทั้งนิสัยดี เห็นทีการทำงานทุกวันของเธอนับแต่นี้คงไม่น่าเบื่ออีกต่อไป....
"เอ่อคุณนิคคะ คุณทานอะไรมาหรือยัง เอากาแฟไหมคะ ฉันจะไปชงมาให้" เลขาหน้าห้องเยี่ยมหน้ามาถามเมื่อเวลาผ่านไปสักห้านาที และเธอส่งบันทึกรายงานประจำปีให้ขาอ่านแล้ว
"ดีเหมือนกันครับ"
"เอาแบบไหนดีคะ"
"น้ำตาลสอง ครีมหนึ่งก็ดีครับ" เขาตอบยิ้มๆ ตาคมๆ นั่นทำให้ลินดาแทบจะเดินไม่เป็น
"ฉันคิดว่าคุณจะชอบดื่มกาแฟดำเสียอีก"
นิโคลัสเลิกคิ้ว ก่อนจะยิ้มตอบ "ไม่ครับ ชีวิตผมขาดความหวานไม่ได้"
โอย หัวใจป้าจะละลาย เวลาเขาตอบแล้วทำตายิ้มๆ แบบนั้น
"เอาขนมปัง หรืออะไรด้วยไหมคะ ที่นี่มีขนมปังปิ้ง"
"ได้ด้วยเหรอครับ" เขาถาม
"ได้สิคะ คุณเป็นบอส สั่งได้ทุกอย่างค่ะ ถ้าอยากได้มากกว่าขนมปัง ฉันจะให้แม่บ้านออกไปซื้อมาให้"
นิโคลัสยิ้มอีก
"เอาแค่ขนมปังก็พอครับ ... ส่วนอย่างอื่น" เขาเว้นนิดหนึ่ง "เอาไวคราวหน้า" คำว่าอย่างอื่นของเขามันดูสองแง่สองง่ามยังไงก็ไม่รู้
ลินดาปิดประตูห้องของเจ้านาย...เดินไปที่ห้องครัวเล็กๆ ซึ่งอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างใจสั่นไม่เลิก
ถึงแม้มีสามีแล้ว แต่อารมณ์ความรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆ แบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับตัวเองมานานแล้ว
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยเห็นคนหล่อ นักธุรกิจหนุ่มๆ ที่มาประชุมกับคุณปีเตอร์หน้าตาดี หุ่นดี ก็มีหลายคน แต่ไม่มีใครทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ได้อย่างเจ้านายใหม่ของเธอ
.
.
.
แค่สบตา แค่รอยยิ้ม ก็อยากจะละลายอยู่ใต้วงแขนของเขาเสียแล้ว