เสิ่นซือหนิงซ่อนตัวตนไว้ยอมทำทุกอย่างให้ แต่ความจริงใจของเธอกลับถูกสามีทำลายไปหมด และสิ่งที่เธอได้รับนั้นคือข้อตกลงการหย่า ด้วยความผิดหวังเธอจึงหันหลังจากไปและกลายเป็นตัวเองที่แท้จริงอีกครั้ง หลังจากได้เห็นความใกล้ชิดของสามีกับคนรักของเขา เธอก็จากไปด้วยความผิดหวัง จากนั้นเปิดเผยตัวตนที่เป็นนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะระดับนานาชาติ ผู้ก่อตั้งองค์กรข่าวกรองที่มีชื่อเสียง และผู้สืบทอดในโลกแฮ็กเกอร์ อดีตสามีของเธอเลยเสียใจมาก เมื่อเมิ่งซือเฉินรู้ว่าตัวเองทำผิด เขาก็เสียใจมาก หนิง ผมผิดไปแล้ว ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ ทว่าฮั่วจิ่งชวนขาพิการนั้นกลับลุกขึ้นยืนและจับมือกับเธอว่า "อยากคบกับเธอ นายยังไม่มีค่าพอ"
“หย่าเถอะ”
ชายหนุ่มพูดพลางผลักสัญญาการหย่าร้างมาตรงหน้าเธออย่างไม่แยแส
“ร้อยห้าสิบล้านนี้คงพอให้คุณใช้ไปทั้งชีวิต”
“วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานสามปีนะ” เสิ่นซือหนิงชะงักไปเล็กน้อย เล็บจิกแน่นจนฝ่ามือเป็นรอยเลือด “ทานข้าวมื้อนี้ให้เสร็จก่อนไม่ได้หรือไง?”
บนตัวเธอติดกลิ่นมันและควันจากการทำอาหาร ผมถูกผูกรวบไปด้านหลังด้วยกิ๊บสีดำแบบเรียบง่าย ทิ้งปอยผมลงบนหน้าผากเล็กน้อย ทำให้เธอดูเรียบร้อยและแข็งทื่อ
วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน เสิ่นซือหนิงจึงตั้งใจทำอาหารไว้ให้เขาเสียเต็มโต๊ะ
แต่สิ่งที่ได้กลับมากลายเป็นเอกสารหย่าหนึ่งฉบับ
เมิ่งซือเฉินหัวเราะเยาะ “ต่อให้กินข้าวมื้อนี้จบ ผมก็ไม่มีวันรักคุณ อีกอย่าง ชิงชิงกลับมาแล้ว เธอเป็นคนหัวรั้นเกินกว่าจะทนความอึดอัดใจได้”
เมื่อพูดถึงหรั่นชิงชิง แววตาเขาก็พลันอ่อนโยนลงครู่หนึ่ง
แววตานั้นเป็นแววตาที่ไม่ว่าเสิ่นซือหนิงจะรับใช้พ่อแม่เขาด้วยความอดทนแค่ไหน หรือเชื่อฟังเขาในทุกเรื่องขนาดไหนก็ไม่เคยได้รับเลย
หรั่นชิงชิงคือหญิงสาวที่เป็นรักแรกในดวงใจของเขา แต่สามปีก่อนเธอเลือกจะละทิ้งเขาและไปต่างประเทศ
ทว่าตอนนี้ แค่เธอโบกมือเพียงครั้งเดียว เขาก็ยอมสละทุกอย่างเพื่อเธอแล้ว
เสิ่นซือหนิงกำมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ก่อนจะเอ่ยถาม “คุณปู่รู้เรื่องนี้หรือยัง?”
“เฮอะ ๆ คุณอย่าเอาคุณปู่มาขู่ผมหน่อยเลย ท่านยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่ควรให้ท่านเครียด ส่วนพ่อกับแม่ของผมอนุญาตแล้ว ชิงชิงก็เพิ่งไปเจอพวกเขามา”
เสิ่นซือหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อน จากนั้นก็รู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แทรกซึมเข้าไปในหัวใจ
เดิมทีเธอเป็นนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะระดับนานาชาติ และยังเป็นแฮกเกอร์ฝีมือฉกาจที่ใคร ๆ ต่างรู้จัก แม้แต่ประธานาธิบดีประเทศเอ็มยังต้องตามหาตัวเพื่อขออาวุธฝีมือเธอ
ตลอดสามปีมานี้ เธอได้ทำการปกปิดตัวตนทั้งหมด รับบทเป็นแม่บ้านผู้อ่อนโยนที่มีความประพฤติแสนดี คอยดูแลพ่อแม่สามีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้กระทั่งเพื่อช่วยตระกูลเมิ่งตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวกับคู่ค้า เธอยังเพิ่งได้บัตรเชิญจาก “กลุ่มสิบทิศ” มาเพื่อพวกเขา ซึ่งเป็นทราบกันดีว่ากลุ่มสิบทิศเป็นองค์กรสายลับลับสุดยอด บัตรเชิญที่ว่านั่นใคร ๆ ต่างก็ใฝ่หาเพราะได้มายากยิ่ง
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างกลับดูเหมือนเรื่องตลกไปเสียแล้ว
“คุณหมายความว่าหรั่นชิงชิงอยู่ที่บ้านเก่างั้นเหรอ?”
“แน่นอนสิ” เมิ่งซือเฉินเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เขายกยิ้มอย่างอ่อนโยน “พวกเขาเพิ่งกินข้าวกันเสร็จเลย พ่อกับแม่ก็คุยกับชิงชิงถูกคอเสมอ ชื่นชมว่าเธอเป็นคนรู้ใจและเข้าอกเข้าใจผู้อื่น”
“แสดงว่าพวกคุณรู้กันหมดแล้วว่าเธอจะมา แต่มีแค่ฉันคนเดียวที่ถูกปิดบังสินะ” เสิ่นซือหนิงพอได้ยินดังนี้ก็ยิ้มเยาะราวกับเวทนาตัวเอง ดวงตาพลันเริ่มเปียกชื้นโดยไม่รู้ตัว
รู้ใจและเข้าอกเข้าใจผู้อื่น น่าขันจริง ๆ
แต่ก่อนพ่อแม่สามีก็เคยชมเธอแบบนี้เหมือนกัน
เมิ่งซือเฉินทำหน้าขรึมพลางเอ่ยเตือนเธอ “มันเป็นเพราะพ่อบ้านที่บ้านเก่าลืมบอกก็เท่านั้น อย่าก่อเรื่องขึ้นมา แล้วก็อย่าหาเรื่องอย่างไร้เหตุผล”
เขามองผู้หญิงตรงหน้าที่ดูจืดชืดไร้สีสัน
หากพูดตามตรง เสิ่นซือหนิงมีผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าก็สวยสะดุดตา โดยเฉพาะยามเธอมองเขาอย่างอ่อนโยนด้วยแววตาใสซื่อและสงบ
แต่การใช้ชีวิตกับคนอย่างเธอนั้นมันจืดชืดจนเกินไป
ทุกวันเธอทำแต่รีดเสื้อผ้าให้เรียบกริบ จัดเตรียมอาหารอย่างพิถีพิถัน จนแทบไม่ต้องเดากิจวัตรประจำวันในชีวิตเธอเลยสักนิด เพราะมันแสนจะเรียบง่าย ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์
เธอก็นับว่าเป็นภรรยา เป็นแม่คน และแม่บ้านที่สมบูรณ์แบบ
แต่ทว่า มันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
“แล้วก็นะ ไม่ว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็น คืนนี้คุณก็ต้องย้ายออกไปจากที่นี่”
เมิ่งซือเฉินเองก็รู้ว่ามันฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก เขาจึงหยุดพูดครู่หนึ่งแล้วค่อยกล่าวต่อ “แต่คุณสามารถย้ายไปพักที่วาฬฟ้าเบย์ได้นะ ผมจะยกบ้านนั้นให้เป็นของคุณ”
เขาเคยสืบประวัติเสิ่นซือหนิงมาก่อนแล้ว รู้ว่าเธอเป็นหญิงสาวจากชนบทที่เรียนไม่จบและไม่มีประสบการณ์ในสังคมเมือง
ถ้าไม่ได้ช่วยชีวิตคุณปู่ไว้ เธอก็คงไม่มีทางได้แต่งเข้าตระกูลเมิ่งแน่นอน บ้านหลังนั้นจึงเป็นค่าตอบแทนที่มากเกินพอสำหรับสาวบ้านนอกแสนยากจนอย่างเธอแล้ว
แต่ฝ่ายหญิงสาวกลับไม่ได้แสดงอาการยินดีแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่ยิ้มเย็นแล้วจ้องมองเขานิ่ง ๆ
“เธอจะเข้ามาอยู่ที่นี่เดี๋ยวนี้เลยงั้นเหรอ?”
เสิ่นซือหนิงไม่สนใจวาฬฟ้าเบย์ หรือเงินค่าชดเชยการหย่าร้างจำนวนร้อยห้าสิบล้านนั่นแม้แต่น้อย เพราะเธอสามารถหาเงินจำนวนนี้ได้ง่าย ๆ ในโลกแฮกเกอร์
สิ่งที่เธอใส่ใจ คือการทุ่มเทตลอดสามปีที่ผ่านมา แล้วผลลัพธ์กลับเป็นการถูกขับไล่ออกจากบ้าน
เมิ่งซือเฉินตอบ “ห้องบนชั้นสองนั้นเดิมทีก็เป็นห้องที่ชิงชิงเคยอยู่มาก่อน ตอนนี้เธอเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศและยังไม่มีที่พัก ผมเลยให้เธอกลับมาอยู่ที่นี่ ถ้าคุณยังอยู่ต่อ ชิงชิงจะต้องรู้สึกอึดอัดแน่”
เมื่อเห็นว่าเสิ่นซือหนิงยังนิ่งเงียบ เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายคงเห็นว่าค่าชดเชยไม่มากพอ เมิ่งซือเฉินจึงเริ่มไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ความโลภมันไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ สินะ คิดจะเรียกร้องอะไรให้มันพอดี ๆ หน่อย”
เมิ่งซือเฉินมองนาฬิกาข้อมือ ดูเหมือนกำลังคำนวณเวลา
“ถ้าเธอไม่ตั้งใจจะเซ็นสักที แล้วยังจะดึงดันต่อไป ผมไม่ลังเลที่จะให้ทนาย……”
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบก็ถูกขัดเสียก่อน
“ไม่จำเป็น”
เสิ่นซือหนิงรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
เธอหวนนึกถึงวัยเยาว์ เมื่อครั้งที่เธอตาบอดและต้องเผชิญอันตราย มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งแบกเธอหนีจากนรกขุมนั้นนานถึงสามวันสามคืนจนเกือบต้องสังเวยชีวิตในมือของคนร้าย
เขาบอกว่าเขาชื่อเมิ่งซือเฉิน
วันนี้เป็นวันครบรอบสามปีเช่นกัน แต่เขากลับสั่งให้เธอไสหัวไป
ที่แท้วันเวลาสามารถเปลี่ยนแปลงคนให้กลายเป็นอีกคนไปได้ขนาดนี้เชียว
“ฉันจะไป”
เสิ่นซือหนิงสลัดความทรงจำนั้นทิ้งไป แล้วหยิบปากกาขึ้นเซ็นชื่อลงบนเอกสาร
“จากวันนี้ไป เราสิ้นสุดกันแล้ว”
เมิ่งซือเฉินถอนหายใจด้วยความโล่งอก “แบบนั้นก็ดีแล้ว”
แต่เพิ่งจะพูดจบ เขาก็เห็นพ่อบ้านหญิง หลี่เนี่ยนเอ๋อร์ ยืนอยู่บนบันไดชั้นสอง พยายามลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลงมาอย่างยากเย็น
“คุณชายคะ ทางบ้านเก่าโทรมาบอกว่าให้คุณหนูเสิ่นรีบย้ายออก ฉันก็เลยช่วยเก็บของให้เธอล่วงหน้าแล้ว…… ว้าย!”
จู่ ๆ เธอก็สะดุดข้อเท้าแพลงจนต้องกรีดร้องเสียงดัง ทว่าการแสดงของเธอช่างดูเสแสร้งเหลือเกิน
กระเป๋าของเสิ่นซือหนิงแตกกระจายเกลื่อนออกเป็นชิ้น ๆ
เกิดใหม่ในชาตินี้ นางแค่ต้องการอยู่อย่างสงบสุขปกป้องครอบครัวจากเรื่องร้ายที่จะเกิดขึ้น นางไม่อยากตกอยู่ในบ่วงรักอันทำให้ครอบครัวต้องพบกับวิบัติอีกต่อไปแล้ว... คำเตือน นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักโรแมนติก ดราม่า มีฉากความรุนแรง ฉาก NC และมีฉากเศร้าสะเทือนใจ โปรดพิจารณาก่อนดาวโหลดนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
ซูมู่หยูคือลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลที่พลัดพรากจากกันไปนาน หลังจากกลับมาสู่ครอบครัว เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาใจญาติๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวตน เกียรติศักดิ์ หรือผลงานการออกแบบ เธอก็ถูกบังคับให้มอบสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกสาวบุญธรรม อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รับความรักและการดูแลจากครอบครัวแต่อย่างใด แต่กลับโดนเอาเปรียบตลอด นับแต่นั้นเป็นต้นมา มู่หยูไม่ยอมให้ใครอีกเลย และตัดความรู้สึกและความรักทั้งหมดออกไป ปัจจุบันเธอเป็นสายดำระดับเก้า เชี่ยวชาญภาษาถึงแปดภาษา เป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และนักออกแบบระดับโลก ซูมู่หยูกล่าวว่า "จากนี้ไป ฉันเป็นหนึ่งของตระกูลซู"
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
นาธัชชาถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจจากผู้เป็นพ่อ เพียงเพราะเธอมีส่วนทำให้แม่ต้องตาย ใครจะคิดว่าชีวิตเด็กเจ็ดขวบ จะถูกโชคชะตาเล่นตลกครั้งแล้วครั้งเล่า และพลิกผันจนกลายเป็น 18 มงกุฏ เพื่อความอยู่รอดของชีวิต ฟาเบียน (อายุ 35 ปี) ชายหนุ่มรูปหล่อทายาทคนโตแห่งมาร์ตินกรุ๊ป เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีธุรกิจโรงแรมทั้งที่ไทยและฝรั่งเศส ชีวิตของเขามีพร้อมทุกอย่างแต่กลับไร้เงาของสาวข้างกาย ใครๆ ก็พูดว่าเขาตั้งมาตรฐานผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่ชีวิตไว้สูง บางคนบอกว่าระดับเขาต้องได้ผู้หญิงระดับนางงามที่มีมงกุฏการันตีความสวย ซึ่งมันก็คงจะจริง เพราะสาวที่เข้ามาพัวพันเป็นสาวสวยที่มีมุงกุฏการันตี และไม่ได้มีแค่มงกุฏเดียว เพราะเธอเป็น 18 มงกุฏ นาธัชชา (อายุ 20 ปี) นาธัชชาหรือหนูนา เด็กหญิงผู้เผชิญกับชีวิตที่แสนรันทดตั้งแต่อายุแค่เจ็ดขวบ เธอถูกพ่อแท้ๆ ยัดเยียดให้เป็นตัวซวย เพียงเพราะมีส่วนทำให้แม่ต้องตาย ชีวิตของเธอต้องพลิกผันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นกราฟชีวิตที่มีแต่จะตกต่ำ จนถึงขั้นต้องเป็น 18 มงกุฏ เพียงเพราะความอยู่รอดของชีวิต ความแตกต่างและความห่างชั้นทางสังคม จะชักนำให้เขาและเธอมาเจอกันได้อย่างไร เรามาติดตามไปพร้อมๆ กันค่ะ - ฟาเบียน ลูกชายคนโตของ เซดริก และมาลารินทร์ จากเรื่อง Malalin of love ร้อยรักมาลารินทร์ - นาธัชชา หรือหนูนา ตัวละครใหม่ คำเตือน -นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำหรือเป็นตัวอย่างให้นำไปใช้ในชีวิตจริง -นิยายอาจมีเนื้อหาบางช่วงบางตอนที่ไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องเพศ และมีคำหยาบคาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน - นิยายเรื่องนี้เหมาะสมกับผู้อ่านที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป