ดาวน์โหลดแอป ฮิต
หน้าแรก / สมัยใหม่ / ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย
ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

5.0
1 บท/วัน

หลีย่างอยู่กับฟู่เฉิงโจวเป็นเวลาสี่ปี แต่เขาไม่เคยแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญ ทว่เขาแค่รู้จักกับเย่เซี่ยจูได้ไม่ถึงเดือน ก็ประกาศสถานะของเธอจากแฟนสาวไปเป็นคู่หมั้นอย่างเปิดเผย ฟู่เฉิงโจวให้ความรักและเกียรติทั้งหมดแก่เย่เซี่ยจู โดยบอกว่าเธอเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ ไม่เหมือนกับหลีย่าง หลีย่างไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวาย เธอเก็บของเงียบๆ เตรียมตัวที่จะออกจากชีวิตของเขา แต่เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นมา ฟู่เฉิงโจวกลับเสียสติ เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดและดิ้นรนสุดชีวิต “คิดจะกลับไปหาคนรักเก่าหรือ? ชาตินี้ก็อย่าหวังเลย! “หลีย่าง เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!”

สารบัญ

บทที่ 1 คุณไม่ควรมาที่นี่

“หนูเซี่ยจูของเราเพิ่งกลับจากเรียนเมืองนอก ยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร ฝากให้เฉิงโจวช่วยดูแล ฉันล่ะกลัวจริง ๆ ว่าเจ้าเด็กนี่จะทำให้แม่หนูที่ดีขนาดนี้ต้องน้อยใจ”

“คุณย่าครับ ผมรักและเอ็นดูเธอจะตายไป จะกล้าทำให้เธอน้อยใจได้ยังไงครับ?”

ฟู่เฉิงโจวหัวเราะเบา ๆ ดวงตาที่มักจะเย็นชาอยู่เสมอกลับฉายแววอ่อนโยนออกมาให้เห็น ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากนัก

หลีย่างที่เพิ่งถือเอกสารก้าวเข้ามาในห้อง รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเหยียบอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ

ตอนที่เพิ่งคบกันใหม่ ๆ ฟู่เฉิงโจวเคยบอกไว้ว่า การที่ไม่เปิดเผยความสัมพันธ์นั้นก็เพื่อให้เธอยืนหยัดในบริษัทได้อย่างมั่นคง และเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมากังขาในความสามารถด้านการทำงานของเธอ

ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลีย่างจึงทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับงาน ไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษใด ๆ ในฐานะแฟนสาวของฟู่เฉิงโจวแม้แต่น้อย ต่อให้ต้องทำงานล่วงเวลาจนหัวหมุน หรือต้องไปสังสรรค์รับรองลูกค้าจนเลือดออกในกระเพาะ เธอก็ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ

ทว่าในเวลานี้ ขณะที่ยืนอยู่ตรงนี้ เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองดูเหมือนตัวตลกที่ถูกเปิดโปงอย่างน่าอับอาย

พ่อของฟู่เฉิงโจวคือบุคคลระดับสูงที่สุดในแวดวงราชการของเมืองจิง ส่วนแม่ก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองหนาน ผู้ถือสิทธิ์ในการสืบทอดมรดกนับแสนล้านของท่านผู้เฒ่าหนาน

คู่สามีภรรยาที่สมบูรณ์แบบที่สุดซึ่งครองทั้งอำนาจและเงินตรา ทั้งชีวิตนี้มีทายาทชายหญิงเพียงคู่เดียวเท่านั้น

ลูกชายอย่างฟู่เฉิงโจวนั้นเปรียบเสมือนดวงจันทร์ที่มีหมู่ดาวคอยล้อมรอบ คนธรรมดาทั่วไปแค่อยากจะเห็นหน้าเขาสักครั้งยังเป็นเรื่องยาก

ปลายเล็บจิกแน่นเข้าที่กลางฝ่ามือ ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาถึงขั้วหัวใจทำให้หลีย่างได้สติขึ้นมาบ้าง เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังฝั่งตรงข้าม

เย่เซี่ยจูนั่งเอียงอายอยู่บนโซฟา และด้วยวัยเพียงยี่สิบต้น ๆ ผิวพรรณของเธอจึงดูอ่อนเยาว์เปล่งปลั่ง

ผมยาวดัดลอนทิ้งตัวสลวยลงบนบ่า หน้าม้าทรงปีกนกที่แสกข้างทิ้งตัวลงมาคลอเคลียใบหูทั้งสองข้างอย่างเป็นธรรมชาติ

ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเด็กสาวที่เงียบขรึมและว่านอนสอนง่าย

เป็นความสวยที่ดูบริสุทธิ์สะอาดตา ดูนิ่ง พูดน้อย

ฟู่เฉิงโจวนั่งอยู่ข้างกายเย่เซี่ยจู ทั้งสองนั่งชิดติดกันมาก แถมยังหันมาพูดคุยกระซิบกระซาบกันเป็นระยะ

ริ้วแดงระเรื่อบนพวงแก้มและรอยยิ้มของเย่เซี่ยจูไม่เคยจางหายไปเลย

หลีย่างคิ้วกระตุกขึ้นมาทันที

ก่อนหน้านี้ตระกูลฟู่ก็เคยจัดแจงให้ฟู่เฉิงโจวดูตัวกับผู้หญิงมาไม่น้อย แต่โดยปกติแล้วฟู่เฉิงโจวเพียงแค่ทำตามหน้าที่ไปอย่างนั้น ผ่านไปสามสี่วันก็เงียบหายไร้ความคืบหน้า

แต่ครั้งนี้ มันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะบนตักของฟู่เฉิงโจวในเวลานี้ มีลูกสุนัขขนหยิกสีขาวตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่

ฟู่เฉิงโจวเกลียดสัตว์ที่มีขนยาวทุกชนิด

ตอนที่คบกันเข้าปีที่สาม ในวันเกิดของฟู่เฉิงโจว หลีย่างตั้งใจคัดสรรแมวพันธุ์แร็กดอลที่แสนเชื่องและน่ารักมามอบให้เขาเป็นของขวัญวันเกิด

แต่เขากลับรังเกียจจนไม่แม้แต่จะปรายตามอง และสั่งให้หลีย่างรีบเอามันออกไปให้พ้นหน้าทันที

มิหนำซ้ำยังขู่ว่าถ้าวันหลังเธอยังกล้าพาตัวอะไรแบบนี้เข้าบ้านมาอีก ก็ให้ไสหัวออกไปพร้อมกันเลย

ทว่าตอนนี้ เจ้าลูกสุนัขตัวนั้นของเย่เซี่ยจูกำลังแลบลิ้นอย่างมีความสุขอยู่บนตักของฟู่เฉิงโจว มันหรี่ตาพริ้มอย่างเพลิดเพลินขณะที่นิ้วเรียวยาวเห็นข้อกระดูกชัดเจนของเขากำลังลูบไล้ไปมาบนหลังของมัน

แววตาของหลีย่างเข้มข้นขึ้น สายตาที่มองไปยังเย่เซี่ยจูเพิ่มความพินิจพิเคราะห์ขึ้นอีกหลายส่วน

เธออยู่กับฟู่เฉิงโจวมาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นฟู่เฉิงโจวยอมตามใจคนอื่น

พระอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตกจริง ๆ

ภายในใจของเธอรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ราวกับมีเข็มเล่มเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนทิ่มแทงหัวใจ แต่เธอก็ยังไม่ลืมจุดประสงค์ที่มาในครั้งนี้

เธอเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างกายฟู่เฉิงโจว ยื่นแฟ้มเอกสารให้เขาพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ แล้วกระซิบเสียงแผ่ว “ซัพพลายเออร์ต้องได้รับสัญญาถึงจะเริ่มสั่งของได้ค่ะ ถ้าช้ากว่านี้จะกระทบกับกำหนดการส่งสินค้า”

ฟู่เฉิงโจวขยับตัวถอยห่างออกไปเล็กน้อย ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณไม่ควรมาที่นี่”

มือของหลีย่างที่กำแฟ้มเอกสารกระชับแน่นขึ้น เธอข่มใจอธิบายอย่างอดทน “คุณไม่รับโทรศัพท์ แล้วก็ไม่ตอบข้อความด้วย ฉันถึงได้มาหาคุณที่นี่ค่ะ”

“เฉิงโจวคะ คุณคนนี้เป็นใครเหรอ?”

เย่เซี่ยจูชะโงกหน้าเข้ามา ดวงตาคู่สวยเป็นประกายจ้องมองหลีย่างอย่างพิจารณา

“หน้าตาสวยจังเลยค่ะ”

“ขอบคุณค่ะคุณเย่ ดิฉันคือหลีย่าง หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ของหนานซื่อค่ะ”

หลีย่างคลี่ยิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ฟู่เฉิงโจว แล้วรายงานเรื่องงานต่อ

“คืนวันสุดสัปดาห์นี้ ลูกชายคนเดียวของประธานหลินซื่อกรุ๊ปจะจัดงานแต่งงาน สถานที่คือ……”

ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ถูกฟู่เฉิงโจวพูดแทรกขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ “คุณไปแทนก็พอแล้ว วันนั้นผมไม่ว่าง”

คุณนายฟู่เองก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง “เฉิงโจว ต่อไปเรื่องงานอย่าเอาเข้ามาทำที่บ้านอีกนะ ให้คนนอกเข้าออกบ้านตระกูลฟู่ตามใจชอบแบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน ประเดี๋ยวพ่อแกรู้เข้า ก็จะดุแกอีก”

หญิงชราสวมชุดกี่เพ้าที่ปักด้วยฝีมือช่างชั้นอาวุโส เข้าชุดกับเครื่องประดับหยกจักรพรรดิสีเขียวมรกตครบเซ็ต น้ำเสียงยามเอื้อนเอ่ยแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม

ฟู่เฉิงโจวได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ

“ทราบแล้วครับคุณย่า เป็นเพราะลูกน้องไม่รู้ความเอง ครั้งหน้าผมจะไม่ให้เธอเข้ามาอีกแล้วครับ”

ร่างของหลีย่างเซวูบไปชั่วขณะ

ทั้งที่ฟู่เฉิงโจวเป็นคนพูดเองแท้ ๆ ว่าถ้าที่บริษัทมีเรื่องด่วน ให้มาหาเขาที่บ้านตระกูลฟู่ได้เลย

ผู้ชายที่เพิ่งจะหวานชื่นกับเธอก่อนไปดูงานต่างถิ่นคนนั้น มาในเวลานี้กลับยอมรับหน้าตาเฉยว่าเธอเป็น “คนนอก” ตามคำพูดของคุณนายผู้เฒ่า

ฟู่เฉิงโจวตวัดปากกาเซ็นชื่อลงบนหน้าสุดท้ายของสัญญาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารคืนให้หลีย่าง แล้วดึงทิชชูเปียกขึ้นมาเช็ดมือจนสะอาด

“วันหลังถ้าหาผมไม่เจอ ก็ฝากเอกสารไว้ที่ป้อมยามหน้าประตู”

หลีย่างถามอย่างไม่แน่ใจ “เอกสารสำคัญก็ด้วยเหรอคะ?”

ฟู่เฉิงโจวไม่ได้ตอบโต้ เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาเรียบเฉยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยตำหนิ “วันนี้คุณพูดมากไปหน่อยนะ”

คุณนายฟู่เคยเจอหลีย่างอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยจะชอบหน้าเธอนัก

เธอมักจะรู้สึกว่าแววตาของแม่สาวคนนี้มีอะไรแอบแฝงมากเกินไป ดูไม่น่าไว้ใจ

จึงยิ้มบาง ๆ แล้วเตือนฟู่เฉิงโจว “อย่ามัวแต่คุยเรื่องงานสิ หันมาดูแลหนูเซี่ยจูบ้าง”

ฟู่เฉิงโจวละสายตากลับมา ก่อนจะหยิบขนมชิ้นหนึ่งจากบนโต๊ะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของเย่เซี่ยจู

“ทานอะไรรองท้องหน่อย อีกเดี๋ยวก็ได้เวลาตั้งโต๊ะแล้ว”

หลีย่างมองดูการกระทำที่แสนสนิทสนมของฟู่เฉิงโจวด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ราวกับว่าเธอเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เข้าพวกในคฤหาสน์อันเคร่งขรึมและเก่าแก่แห่งนี้

อ่านต่อ
img ไปดูความคิดเห็นเพิ่มเติมที่แอป
ออกใหม่ล่าสุด: บทที่ 31 ลองทายดูสิ   วันนี้00:07
img
img
บทที่ 16 คำขู่
วันนี้09:32
ดาวน์โหลดแอป
icon APP STORE
icon GOOGLE PLAY