เมื่อกิจกรรมจบลง ฉู่ช่านก็เอนซบลงบนแผงอกของกู้อวิ๋นเฉิน
นิ้วเรียววาดเป็นรูปวงกลมบนแผงอกของชายหนุ่ม พลางหอบหายใจออกมาอย่างเย้ายวน
กู้อวิ๋นเฉินจับรวบมือที่กำลังซุกซนของเธอเอาไว้ น้ำเสียงของเขาพลันเย็นชาและจริงจังขึ้นมา “ฉู่ช่าน เราหย่ากันเถอะ”
ฉู่ช่านชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ขอบตาจะแดงระเรื่อ “ทำไมคะ?”
ตลอดสามปีที่แต่งงานกัน เขาบอกว่าไม่สะดวกที่จะเปิดเผยฐานะคุณนายกู้ของเธอ เธอก็ยอมตกลงที่จะแต่งงานกันอย่างลับ ๆ เขาบอกว่าต้องการคนมาช่วยดูแลบ้านเก่าของตระกูลกู้ เธอก็ยอมเป็นแม่บ้านฉู่ที่จัดการทุกอย่างให้เขาอย่างเรียบร้อยไร้ที่ติ
แม้แต่คนใช้ในตระกูลกู้ยังไม่มีใครรู้เลยว่า แม่บ้านฉู่ผู้เจ้าระเบียบและเข้มงวดคนนี้ แท้จริงแล้วคือภรรยาของคุณกู้
นานวันเข้า ฉู่ช่านรู้สึกว่าตัวเองเป็นภรรยาของเขาจริง ๆ ก็แค่ตอนอยู่ในห้วงเวลาที่ร่างกายพัวพันกันบนเตียงในยามค่ำคืนเท่านั้น
ในที่สุด ฉู่ช่านก็รอจนถึงวันที่เขาจะประกาศฐานะของเธอผ่านงานแต่งงาน แต่กลับคิดไม่ถึงว่ากู้อวิ๋นเฉินจะเปลี่ยนใจอย่างง่ายดายเช่นนี้
กู้อวิ๋นเฉินเอ่ยขึ้น “แม่เลี้ยงของซูหน่วนบังคับให้เธอแต่งงานกับตาแก่รุ่นราวคราวปู่ที่มีรสนิยมรุนแรงทางเพศ มีเพียงฐานะคุณนายกู้เท่านั้นที่จะช่วยเธอได้ ผมต้องช่วยเธอ”
น้ำเสียงของเขาไม่ใช่การปรึกษาหารือ แต่คือคำสั่ง “เวลาแค่สองปีเท่านั้น หลังสองปี เราค่อยกลับมาจดทะเบียนสมรสกันใหม่ ผมสัญญาว่าจะจัดงานแต่งงานชดเชยให้คุณแน่นอน”
เมื่อฉู่ช่านได้ยินสิ่งที่กู้อวิ๋นเฉินพูด หยาดน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมาทันที เธอเค้นคำพูดออกมาทีละคำ “กู้อวิ๋นเฉิน คุณจะช่วยเธอ แล้วคุณเคยนึกถึงความรู้สึกของฉันบ้างไหม?”
ฉู่ช่านหลับตาลงด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
ปีนั้นตระกูลฉู่ล้มละลาย จากคุณหนูผู้สูงส่ง เธอกลับร่วงหล่นลงสู่ปลักโคลน ใครต่อใครต่างก็พากันเหยียบย่ำ
เธอถึงขั้นต้องไปทำงานเป็นสาวนั่งดริ๊งค์ในบาร์
เป็นกู้อวิ๋นเฉินนี่แหละที่ช่วยใช้หนี้ก้อนสุดท้ายที่ตระกูลฉู่ติดค้างให้
และให้เธอทำงานเป็นนักออกแบบพุลในบริษัทของเขา
เขาคือคนที่มอบความหวังใหม่ในการใช้ชีวิตให้กับเธอ
เขาคือผู้มาโปรด และเป็นแสงสว่างในชีวิตของเธอ
เธอเป็นฝ่ายเสนอตัวและมีความสัมพันธ์กับกู้อวิ๋นเฉินก่อน
หลังจากนั้น ฉู่ช่านก็ได้แต่งงานกับชายผู้ที่เธอรักตามที่ปรารถนา โดยหวังมาตลอดว่าหัวใจของกู้อวิ๋นเฉินจะได้รับความอบอุ่นจากเธอเข้าสักวัน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอยังเอาพลุที่เธอออกแบบเพื่องานแต่งงานของพวกเขามาให้กู้อวิ๋นเฉินดูอยู่เลย
ทว่าในวันนี้ กู้อวิ๋นเฉินกลับขอหย่ากับเธอ
เพื่อซูหน่วน คุณหนูใหญ่ตระกูลซู น้องสาวที่กู้อวิ๋นเฉินบอกว่าเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้
กู้อวิ๋นเฉินเห็นน้ำตาของเธอเขาก็คิดว่าเธอกำลังงอแง จึงเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ “คุณเคยบอกไม่ใช่เหรอว่ารักผม ยอมสละชีวิตเพื่อผมได้ ความลำบากแค่นี้ คุณก็ทนไม่ได้แล้วเหรอ เสี่ยวหน่วนเคยช่วยชีวิตผมเอาไว้นะฉู่ช่าน คุณเป็นคนรู้ความมาโดยตลอด อย่าทำให้ผมผิดหวังสิ”
ดวงตาของฉู่ช่านพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตา
หัวใจของเธอเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มแหลมทิ่มแทงซ้ำ ๆ
“เพราะฉันเป็นคนรู้ความ ฉันเลยควรถูกทอดทิ้งอย่างนั้นเหรอ! แม่เลี้ยงซูหน่วนจะบังคับให้เธอแต่งงาน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ต่อให้คุณอยากจะช่วยเธอ คุณจะหาคนที่มีอำนาจคนอื่นมาแต่งงานหลอก ๆ กับเธอไม่ได้เชียวเหรอ?”
ฉู่ช่านแผดเสียงออกมาอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความรวดร้าว
คำพูดของกู้อวิ๋นเฉินกลับยิ่งทิ่มแทงลึกลงในใจเธอ “ผมไม่วางใจให้ซูหน่วนแต่งงานกับคนอื่น ผมกลัวว่าเธอจะถูกรังแก”
หัวใจของฉู่ช่านค่อย ๆ เย็นเยียบลง เธอหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา “กู้อวิ๋นเฉิน อะไรคือกลัวเธอถูกคนอื่นรังแก คุณเห็นเธอเป็นแค่น้องสาวจริง ๆ หรือเป็นอะไรกันแน่ มีแค่ใจคุณเท่านั้นแหละที่รู้ดีที่สุด!”
“คุณอยากหย่ากับฉันไม่ใช่เหรอ ได้สิ งั้นก็หย่าเลย!”
ฉู่ช่านยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาของตัวเอง
แต่กู้อวิ๋นเฉินกลับขมวดคิ้วจ้องมองเธอ “ฉู่ช่าน หลังหย่ากันแล้ว คุณห้ามไปป่าวประกาศเรื่องที่เราเคยแต่งงานกันเชียว ผมกลัวว่าคนภายนอกจะนินทาว่าเสี่ยวหน่วนเป็นมือที่สาม คุณก็รู้ว่าเธอไม่ใช่”
กู้อวิ๋นเฉินไม่ได้สนใจความโศกเศร้าและความเจ็บปวดของเธอเลยแม้แต่น้อย
เขาสนใจเพียงแค่ชื่อเสียงของผู้หญิงอีกคน
ฉู่ช่านยอมโอนอ่อนผ่อนตามและเจียมตัวต่อหน้ากู้อวิ๋นเฉินมานานหลายปี ทว่าในวินาทีนี้กลับไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป เธอยกมือขึ้นตบหน้ากู้อวิ๋นเฉินอย่างแรง
“กู้อวิ๋นเฉิน ถือเสียว่าที่ผ่านมาฉันมันตาถั่วเอง!”