“พวกแกจะยื่นเงื่อนไขอะไรก็ว่ามา! ขอแค่ปล่อยเหยาเหยาไป ส่วนยัยตัวปัญหาอย่างเย่ยวนนั่น พวกแกจะทำอะไรก็เชิญ!” เย่จือเจี๋ยผู้เป็นพี่ชายคนที่สามถึงกับตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น เขาอยากจะพุ่งเข้าไปจัดการพวกมันให้รู้แล้วรู้รอดเดี๋ยวนี้เลย
เย่ยวนที่ถูกมัดติดกับเสาอยู่หลับตาลง น้ำตาร่วงเผาะออกมาอย่างไร้เสียง
เธอรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าตัวเองไม่มีความสำคัญอะไรในตระกูลเย่เลย แต่การได้ยินพี่ชายทั้งสามคนผลักไสเธออย่างไม่ไยดีกับหูของตัวเองแบบนี้ มันก็ยังทำให้หน้าอกของเธอเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออกอยู่ดี
น้ำเสียงของพวกเขาเย็นชามาก ราวกับกำลังคุยกันเรื่องการทิ้งขยะชิ้นหนึ่งไม่มีผิด
แต่เธอคือน้องสาวแท้ๆ ของพวกเขานะ!
เป็นคนในครอบครัวที่กว่าจะพาตัวกลับมาได้นั้น มันไม่ใช่ง่ายๆ เลย!
เย่ยวนและเย่เหยาถูกโจรลักพาตัวมาพร้อมกัน เมื่อถึงเวลาจ่ายค่าไถ่ พวกโจรกลับยื่นข้อเสนอว่าช่วยได้แค่คนเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ พวกเขาทั้งสามเลยเลือกช่วยเย่เหยาผู้เป็นน้องสาวบุญธรรมอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย
“แม่สาวน้อยผู้น่าสงสาร ดูเหมือนว่าพวกพี่ชายของเธอจะไม่เป็นห่วงเธอสักนิดเลยนะ” หลังจากปล่อยตัวเย่เหยาแล้ว จู่ๆ พวกโจรก็บีบคางของเย่ยวนเอาไว้พลางพูดจาถากถางออกมา
“ปล่อยพี่สาวฉันนะ!” เย่เหยาตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอ่อนแรง แต่เย่ยวนกลับมองเห็นแววตาสะใจที่พาดผ่านดวงตาของอีกฝ่ายไปได้อย่างแจ่มชัด
ท้ายที่สุด เย่ยวนจึงฝากความหวังไว้ที่ลู่หยุนเซินผู้มีความสัมพันธ์ฉันคู่หมั้นกับเธอ
ลู่หยุนเซินมีหน้าตาหล่อเหลาเกินมนุษย์มนา แต่งกายเนี้ยบกริบไร้ที่ติ เวลานี้เขากำลังยืนอยู่ไม่ไกลนัก
“หยุนเซิน……” เย่ยวนร้องเรียกด้วยเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาเธอเอ่อคลออยู่ในเบ้าตา
เธอมองเขาตาปริบๆ หวังเพียงว่าเขาจะสามารถช่วยชีวิตเธอได้
ไม่นานนัก เสียงที่เยือกเย็นจนเกือบจะเรียกได้ว่าไร้ความรู้สึกของลู่หยุนเซินก็ดังขึ้นมาว่า “ในเมื่อตระกูลเย่เลือกแล้ว ผมย่อมต้องเคารพการตัดสินใจของพวกเขา ผมก็เลือกเหยาเหยาเหมือนกัน”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนมีดอันแหลมคมที่ทิ่มแทงลงตรงกลางหัวใจของเย่ยวนอย่างจัง
มันเจ็บมาก!
นี่เหรอผู้ชายที่เธอรักมาตลอดสามปี?
เลือดเย็น ไร้หัวใจ!
ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ทว่ากลับไม่อาจส่งเสียงใดๆ ออกมาได้เลย
เธอจ้องมองใบหน้าของลู่หยุนเซินที่ครั้งหนึ่งเคยอ่อนโยนดั่งสายน้ำ ทว่าเวลานี้กลับเย็นชาไม่ต่างจากคนแปลกหน้า
ครั้งหนึ่งเธอเคยช่วยเขาจนเกือบตาย
แต่ตอนนี้……
หึหึ!
ลู่หยุนเซินไม่แม้แต่จะเหลือบมองเย่ยวนเลยด้วยซ้ำ ความสนใจทั้งหมดของเขามุ่งตรงไปที่เย่เหยา เขาค่อยๆ แก้มัดให้เธออย่างทะนุถนอม
สิ่งที่ทำให้เย่ยวนรู้สึกเจ็บยิ่งกว่าการถูกหักหลังก็คือการที่เธอถูกหลอกลวงราวกับคนโง่มานานขนาดนี้
น่าขำชะมัด……
น่าขันสิ้นดี!
หลังจากที่เย่เหยาถูกแก้มัด พี่ชายทั้งสามและลู่หยุนเซินต่างก็เข้าไปรุมล้อมเธอ แล้วก็พากันถามไถ่ด้วยความห่วงใย
ไม่มีใครชายตามองเย่ยวนเลยแม้แต่นิดเดียว ราวกับเธอเป็นขยะที่ถูกลืมเลือน
เย่ยวนทำได้เพียงมองตามเย่เหยาที่ถูกคนตระกูลเย่พาตัวออกไปอย่างประคบประหงมต่อหน้าต่อตาเท่านั้น
เย่ยวนหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกจากหางตา
ทว่าเมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่รออยู่กลับเป็นพวกโจรใบหน้าเหี้ยมเกรียม ใบหน้าของพวกมันเผยรอยยิ้มหื่นกามออกมา แล้วก็ค่อยๆ เดินเข้ามาหาเธอทีละก้าว……
“แม่สาวน้อยผู้น่าสงสาร ถึงพวกเขาจะไม่ต้องการเธอ แต่พี่ชายจะดูแลเธอเองนะ ใครจะไปคิดว่าตระกูลเย่จะละทิ้งคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ตัวจริง เพื่อคุณหนูตัวปลอมแค่คนเดียวแบบนี้?”
“ฉันยอมบอกความจริงให้ก็ได้ การลักพาตัวครั้งนี้ ยัยนั่นที่เป็นคนจ่ายเงินจ้างให้พวกเราจัดฉากขึ้นมา เพื่อที่จะกำจัดเธอทิ้งยังไงล่ะ คนสวย“
“พวกเรา ไม่ต้องรีบนะ เรียงคิวกันเข้ามา……รับรองว่าได้กันทุกคนแน่นอน……”
รูม่านตาของเย่ยวนหดตัวลงอย่างฉับพลัน ความโกรธแค้นประดังประเดเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ที่ซัดสาดไปทั่วทั้งตัว
“ไสหัวไปซะ!” เธอพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต แต่กลับถูกตบหน้าจนหน้ามืดตาลายไปหมด
“ฤทธิ์เยอะนักเหรอวะ?” ไอ้หน้าบากที่เป็นหัวหน้าโจรแสยะยิ้มชั่วร้าย และเริ่มกระชากสาบเสื้อของเธอออก “กูชอบแบบนี้แหละ……”
ร่างกายของเย่ยวนแนบชิดติดกับกำแพงจนไร้ซึ่งทางหนี ลำคอของเธอแหบพร่าจนไม่เหลือชิ้นดี ภาพที่คนพวกนั้นค่อยๆ ต้อนเข้ามาใกล้ ในขณะที่ร่างกายของเธอยังคงถูกมัดจนขยับเขยื้อนไม่ได้ ทำให้เธอตกอยู่ในความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
เย่ยวนเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน เธอพุ่งตัวหมายจะกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรงราวกับคนที่สิ้นหวังเสียเต็มประดา
จังหวะนั้นเอง จู่ๆ ……
“ปัง!”
เสียงปืนที่ดังสนั่นทำลายความเงียบภายในโกดังร้างลงทันควัน!
พวกโจรต่างพากันตกใจจนหน้าถอดสี ต่างคนต่างพากันหันไปมองตามทิศทางของต้นเสียงด้วยความหวาดผวา!
ชายชุดดำนับสิบคนกรูเข้ามาในโกดัง ก่อนจะตั้งแถวแยกเป็นสองฝั่งอย่างเป็นระเบียบ เจตนาฆ่าแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในพริบตา
ท่ามกลางหมู่มวลพวกเขา ชายรูปร่างสูงโปร่งดูภูมิฐานคนหนึ่งก้าวเดินเข้ามาอย่างเนิบช้า
แสงไฟสลัวขับเน้นให้เห็นแนวกรามที่คมชัดและดวงตาที่ลุ่มลึกของเขา รอบกายแผ่รังสีโหดเหี้ยมและแรงกดดันที่ชวนให้คนขวัญผวาออกมา!
ในมือของเขาถือปืนพกรูปทรงประณีตกระบอกหนึ่งเอาไว้ ที่ปลายกระบอกปืนมีควันสีจางๆ ลอยออกมา
“ถ้าไม่อยากตายก็หยุดเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ทว่ากลับแฝงไปด้วยเจตนาฆ่าจนไม่อาจโต้แย้งได้
กู้เย่เฉินกำลังไล่ล่าพวกคนทรยศจนมาถึงที่นี่ ทว่ากลับไม่คาดคิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า
ตอนแรกเขาก็ไม่อยากจะยื่นมือเข้าไปสอดเรื่องของคนอื่นนักหรอก เพราะการหักหลังกันเองหรือการลักพาตัวเรียกค่าไถ่เป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไปในที่รกร้างแห่งนี้
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหันหลังเดินจากไปอย่างเย็นชา หางตากลับเหลือบไปเห็นใบหน้าด้านข้างของผู้หญิงคนนั้น ใบหน้าที่ขาวซีดและดูเจ็บใจนั้น กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาเข้าอย่างจัง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงลั่นไกปืนออกไป