ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งสติได้ โทรศัพท์ข้างหมอนก็แผดเสียงเรียกเข้าดังสนั่นจนแสบหู
บนหน้าจอมีคำว่าที่รักสว่างวาบขึ้นมา
มันคือหมายเลขเดียวกับที่เธอพยายามโทรหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะหมดสติเพราะไข้สูง แต่กลับไม่เคยโทรติดเลยสักครั้ง
เสิ่นเฉียวค่อย ๆ เอื้อมมือไปกดรับสายอย่างเนิบช้า น้ำเสียงของเธอแหบพร่าอย่างถึงที่สุด
“ทำไมผลงานของฉันถึงกลายเป็นของลู่ซือน่วนไปได้ล่ะ?”
น้ำเสียงที่ดังมาจากปลายสายเย็นยะเยือกไม่ต่างจากเจ้าตัว ดวงตาคมกริบสีดำขลับคู่นั้นมักจะแฝงไปด้วยความเย็นชาที่ไม่มีวันจางหายไป
“นี่คือสิ่งที่ผมชดเชยให้กับซือน่วนแทนคุณ”
คำตอบสั้น ๆ กลับทำให้อารมณ์ของเสิ่นเฉียวพุ่งพล่านขึ้นมาทันที “ฉันอธิบายกับคุณไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้วว่าคนที่ช่วยคุณไว้ในตอนนั้นคือฉัน”
“ผมเชื่อแค่สิ่งที่ตัวเองเห็นเท่านั้น”
น้ำเสียงของลี่จิ่งฮั่นราบเรียบและเย็นชา
เสิ่นเฉียวรู้สึกเหมือนตัวเองถูกราดน้ำเย็นจัดลงบนหัวจนเปียกโชกไปถึงเท้าในพริบตา เธอกระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา หน้าอกรู้สึกเหมือนถูกใครบางคนเจาะเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ พร้อมมีลมหนาวกรีดผ่านจนเย็นเยียบในทุก ๆ อณูของร่างกาย
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ลี่จิ่งฮั่น รูปถ่ายพวกนี้เป็นสิ่งที่ฉันเอาชีวิตเข้าแลกมา ทุกรูปต่างก็เปื้อนไปด้วยเลือดของฉัน ฉันไม่มีวันยอมให้คุณเอาของพวกนี้ไปประเคนให้ลู่ซือน่วนเด็ดขาด!”
ลี่จิ่งฮั่นพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนอย่างมากว่า “แล้วคุณมีปัญญาจ่ายค่ารักษาของแม่คุณด้วยตัวเองหรือไง?”
คำพูดที่มาอย่างกะทันหันและเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันสักนิด ทำให้เสิ่นเฉียวกำมือที่ถือโทรศัพท์แน่นโดยไม่รู้ตัว จนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา
เธอเค้นคำพูดออกมาว่า “เพื่อลู่ซือน่วน คุณถึงขั้นเอาเรื่องนี้มาขู่ฉันเลยเหรอ?”
ลี่จิ่งฮั่นเตือนด้วยน้ำเสียงเหลืออดว่า “ผมแค่กำลังบอกให้คุณรู้ว่าคุณไม่มีสิทธิ์จะมางี่เง่าใส่ผม”
เสิ่นเฉียวรู้สึกปวดแปลบที่กลางอก
ทั้งที่ก่อนที่ลู่ซือน่วนจะปรากฏตัว ลี่จิ่งฮั่นเคยอ่อนโยนและใส่ใจเธอสารพัดแท้ ๆ แต่ตอนนี้...…
เสิ่นเฉียวโพล่งออกมาทันทีว่า “พวกเราหย่ากันเถอะ”
น้ำเสียงของลี่จิ่งฮั่นเคร่งขรึมยิ่งขึ้นในทันที “เสิ่นเฉียว ผมไม่มีเวลามาเล่นไร้สาระกับคุณหรอกนะ”
“เปล่า ฉันพูดจริง...…”
ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบ ที่ข้างหูก็มีเสียงตัดสายดังขึ้นซะก่อน
เสิ่นเฉียวหันหน้าไปมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปแล้ว ก่อนจะกระตุกมุมปากฝืนยิ้มออกมา แต่ก็ยังไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ น้ำตาแห่งความขมขื่นไหลผ่านหางตา ก่อนจะหยดลงบนหลังมือของเธอในที่สุด
เรื่องหย่าน่ะ เธอหย่าแน่
แล้วเธอก็ไม่มีวันยอมให้ลู่ซือน่วนใช้ผลงานของเธอเป็นบันไดไปสู่ชื่อเสียงเด็ดขาด
เสิ่นเฉียวทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
สิ่งแรกที่เธอทำเมื่อกลับถึงบ้านคือการรวบรวมหลักฐานที่ลู่ซือน่วนแอบอ้างชื่อในผลงานของเธอ
ทั้งตั๋วเครื่องบินไป-กลับตลอดการเดินทาง รวมถึงบรรดาไฟล์ต้นฉบับที่เธอถ่ายเอาไว้ด้วย
สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด
เสิ่นเฉียวจัดการรวบรวมหลักฐานทั้งหมดแล้วก็โพสต์ลงบนโลกออนไลน์ทันที
เนื้อหาดังกล่าวกลายเป็นกระแสฮือฮาในชั่วพริบตา
ทว่าภายในไม่ถึงสิบนาที มันกลับถูกลบจนเกลี้ยง แม้กระทั่งไอดีของเธอก็ถูกแบนไปด้วยเช่นกัน
เสิ่นเฉียวพอเห็นตัวเลข 404 บนหน้าเว็บก็ถึงกับกำหมัดทั้งสองข้างแน่นโดยไม่รู้ตัว
ลี่จิ่งฮั่นถึงขั้นลงมือจัดการกับเธอเพียงเพื่อผู้หญิงอีกคนได้ลงคอ
เธอจ้องเขม็งไปยังบัญชีที่ถูกแบนด้วยหัวสมองที่ว่างเปล่า
แต่ไม่นานนักเธอก็ตระหนักได้ว่า วันนี้เป็นวันฉลองที่ลู่ซือน่วนได้รับรางวัลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการถ่ายภาพ ลี่จิ่งฮั่นจะยอมปล่อยให้เธอมีโอกาสก่อกวนได้ยังไง
วินาทีต่อมา เสียงเครื่องยนต์รถก็ดังแว่วมาจากนอกบ้าน ก่อนที่ประตูใหญ่จะถูกเปิดออกอย่างแรง
เสิ่นเฉียวหันขวับไปมองทันที
ลี่จิ่งฮั่นเดินสาวเท้าเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ
รังสีกดดันรอบตัวเขาแผ่ซ่านออกมาปกคลุมเธอไว้ ราวกับผิวน้ำกลางทะเลอันเงียบสงบก่อนที่พายุใหญ่จะมาเยือน
“ดูท่าคุณจะลืมสิ่งที่ผมเคยบอกคุณไปแล้วสินะ”
เมื่อกี้นี้ถ้าผู้ช่วยของเขาไม่แจ้งข่าวอย่างทันท่วงที จนปล่อยให้กระแสสังคมลุกลามใหญ่โต หน้าที่การงานของซือน่วนที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นมีหวังได้พังพินาศย่อยยับแน่นอน
แต่เสิ่นเฉียวที่เผชิญหน้ากับความโกรธของเขากลับไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย “ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าฉันจะไม่มีวันยอมให้คุณเอาผลงานที่ฉันอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตแลกมาไปประเคนให้คนอื่นเด็ดขาด!”
นี่คือการโต้กลับครั้งแรกของเธอ
ลี่จิ่งฮั่นถึงกับอึ้งไปเลย
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในความทรงจำที่มักจะอ่อนโยนและคอยแคร์ความรู้สึกของเขาอยู่เสมอ ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ไปได้
เสิ่นเฉียวถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลนับไม่ถ้วน รวมถึงรอยเข็มที่ยังไม่หายสนิท
“คุณเห็นไหม? เพื่อถ่ายภาพผลงานชุดนี้ ฉันต้องเสียสละขนาดไหน”
“ลี่จิ่งฮั่น ฉันไม่เคยคิดจะเรียกร้องความรักที่เท่าเทียมจากคุณ แต่คุณจะไม่ให้เกียรติฉันเลยสักนิดแบบนี้ไม่ได้!”
ในวินาทีนี้ ทั้งความเคียดแค้นและความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งหมดที่สั่งสมมานานก็พรั่งพรูออกมา ราวกับเขื่อนแตกไม่มีผิด
หางตาของเสิ่นเฉียวแดงก่ำ แต่เธอกลับไม่มีท่าทีว่าจะร้องไห้ มีเพียงความโกรธแค้นอย่างสุดหัวใจเท่านั้น
สายตาของลี่จิ่งฮั่นเคร่งขรึมยิ่งขึ้นไปอีก เขามองเธอด้วยท่าทีนิ่งเฉย ในดวงตาแฝงไปด้วยการเย้ยหยัน “ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะคุณหาเรื่องใส่ตัวเองไม่ใช่หรือไง การแต่งงานที่เริ่มต้นด้วยคำลวง คุณยังเพ้อฝันว่าจะมีจุดจบที่ดีอีกงั้นเหรอ?”
ในวินาทีนี้เสิ่นเฉียวราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น
เธอหลับตาลงอย่างแรง “แล้วแต่คุณจะพูดเถอะ ตอนนี้ฉันมีแค่จุดประสงค์เดียวคือการหย่าเท่านั้น!”
ลี่จิ่งฮั่นมองลงมาที่เธอจากมุมสูงด้วยสายตาเย้ยหยัน
“คุณแน่ใจเหรอ?”
เสิ่นเฉียวกำหมัดทั้งสองข้างแน่นโดยไม่รู้ตัว จนเล็บที่แหลมคมจิกลึกลงไปในฝ่ามือตั้งนานแล้ว
หลังจากที่ครอบครัวของเธอล้มละลาย ลี่จิ่งฮั่นก็ได้ยื่นมือเข้ามาจัดการภาระอันยุ่งเหยิงเหล่านั้น แล้วเขาก็เป็นคนจ่ายค่ารักษาที่แพงหูฉี่ให้กับแม่ของเธอด้วย
สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอทั้งรักและรู้สึกซาบซึ้งใจต่อลี่จิ่งฮั่นอยู่ไม่น้อย
ด้วยเหตุนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เธอจึงพยายามทำตามคำขอของลี่จิ่งฮั่นอย่างสุดความสามารถเสมอมา
แต่ครั้งนี้เขาทำเกินไปจริง ๆ จะให้เธอยกผลงานของตัวเองให้คนอื่นเนี่ยนะ
ลี่จิ่งฮั่นโทรไปหาใครคนหนึ่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “หยุดใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกชนิดของแม่เสิ่นเฉียวซะ”