จะเกิดอะไรขึ้นหากสาวจากยุคอนาคตอย่างขวัญยิกา ต้องย้อนเวลามาอยู่ในร่างเด็ก ในยุคจีนโบราณแถมจะมาทั้งที มาดีๆแบบคนอื่นเค้าก็ไม่ได้ เธอดันมาตอนเจ้าของร่างกำลังถูกโบย คุณพระ! แล้วสาวจากยุคอนาคตอย่างเธอจะสามารถเอาชีวิตรอดได้รึไม่?
จะเกิดอะไรขึ้นหากสาวจากยุคอนาคตอย่างขวัญยิกา ต้องย้อนเวลามาอยู่ในร่างเด็ก ในยุคจีนโบราณแถมจะมาทั้งที มาดีๆแบบคนอื่นเค้าก็ไม่ได้ เธอดันมาตอนเจ้าของร่างกำลังถูกโบย คุณพระ! แล้วสาวจากยุคอนาคตอย่างเธอจะสามารถเอาชีวิตรอดได้รึไม่?
เพล้ง!!!
เสียงของแจกันเคลือบลายคราวอย่างดี ตกกระแทกพื้นก่อนจะแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี ก่อนมีสาวใช้คนหนึ่งรีบวิ่งไปแจ้งแก่นายท่านของบ้าน
อี้ชุนสาวใช้ของอนุเซียง รีบวิ่งมายังห้องของนายท่านต้วน ก่อนจะรีบรายงาน "เรียนนายท่านเจ้าค่ะ คุณหนูสามทำแจกันลายครามในห้องโถงแตกเจ้าค่ะ"
ตุ๊บ!!!
นายท่านต้วน รึต้วน อู๋เอิ๋น ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ทันที่เมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้รายงาน นังลูกสารเลววันๆก่อแต่เรื่อง แจกันลายครามใบนั้นเขาเพิ่งได้มามิกี่วันก่อน เขาตั้งใจจะเอาไปมอบแกขุนนางท่านหนึ่ง แล้วเช่นนี้จะทำเยี่ยงไรต่อ
"ไปลากนังเด็กสารเลวนั้นมา"
"เจ้าค่ะนายท่าน"
อนุเซียงที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างกับนายท่านต้วน นางถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนการ ก่อนจะรีบตีหน้าเศร้า "ท่านพี่ใจเย็นๆก่อน อย่าได้ทำอันใดรุนแรงนักนะเจ้าค่ะ นางยังเด็กมิค่อยรู้ความเท่าใด"
"ฮึ!! เจ้าอย่าเข้าข้างนังตัวซวยนั้นเลย ครานี้ข้าจะเฆียนนางให้ตาย ตัวกาละกิณี"
มินานคุณหนูสามก็ถูกลากและนำตัวมายังลานกลางบ้าน นางตัวสั่นไปหมด วันนี้อยู่ดีๆคนของอนุเซียงก็เข้ามาหานาง บอกว่าท่านย่าเรียกหา ระหว่างทางนางเห็นแจกันอันใหม่ที่ท่านพ่อเพิ่งได้มา มันถูกตั้งวางไว้ที่ห้องโถงใหญ่ นางเห็นว่ามีกระดาษบางอย่างตกอยู่ข้างๆ ไม่คิดเลยว่าตอนที่กำลังจะหยิบกระดาษชิ้นนั้นขึ้นมาดู
นางกลับถูกสาวใช้ของอนุเซียงพลักจากด้านหลัง ทำให้ร่างนางเซเล็กน้อย แต่แจกันที่อยู่เบื้องหน้ากลับถูกกระแทกและตกหล่นลงพื้น พอนางหันมาอีกทีสาวใช้คนนั้นก็มิได้อยู่ตรงนั้นแล้ว กลายเป็นบ่าวที่เห็นเหตุกราณ์ เห็นว่านางเป็นคนทำแจกันตกลงมาแตก
"ทะ ท่านพ่อให้คนไปตามข้ารึเจ้าค่ะ"
เพี๊ยะ!!!
ต้วน อู๋เอิ๋นยั้งมือไว้ไม่ทัน เขาเข้ามาตบหน้าบุตรสาวตัวน้อยทันที ก่อนจะชี้หน้านางอย่างโมโห "นางสารเลว วันนี้ถ้าข้ามิตีเจ้าให้ตายคามือ ข้าคงอกแตกตาย เด็กๆไปเอาหวายมาให้ข้า"
"ท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้ามิได้ทำนะเจ้าค่ะฮื่อๆๆ มีคนผลักข้าท่านต้องเชื่อข้านะ"
"ทำผิดมิยอมรับผิด มารดาเจ้าสั่งสอนมาเยี่ยงไรกัน "
ระหว่างนั้นฮูหยินหลันฮวามารดาของคุณหนูสาม และบุตรสาวอีกสองคน ก็พากันมาถึงยังลานกลางบ้าน ที่ตอนนี้สามีของนางต้วน อู๋เอิ่นใช้เป็นที่ลงโทษบุตรสาวคนเล็กของนาง ไม่รู้กรรมอันใดของเด็กคนนี้มิว่านางทำอันใดล้วนแต่ผิดตาสามีไปเสียทุกอย่าง
"ท่านพี่เกิดเรื่องอันใดขึ้นเจ้าค่ะ ท่านถึงกับลงไม้ลงมือกับบุตรสาวตัวน้อยเพียงนี้"
"เป็นเพราะเจ้าสั่งสอนนางมิดี พวกเจ้าแม่ลูกล้วนแต่ไร้ค่า วันนี้ข้าจะตีนางให้ตาย"
เมื่อนายท่านต้วนได้หวายมาอยู่ในมือแล้ว เขาก็สั่งให้บ่าวไพร่จับลูกสาวคนเล็กไว้ ก่อนจะลงมือเฆียนด้วยความโมโห โดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามของฮูหยินใหญ่เลย
"กรี๊ด!!!โอ๊ย!!! ท่านพ่อข้าเจ็บ ข้าผิดไปแล้ว ท่านย่าเจ้าขาขอโทษฮื่อๆๆๆ อย่าตีข้าเลย" เสียงร้องโหยหวนของคุณหนูร้องดังลั้นแต่ก็มิมีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้าไปยุ่ง
ฮูหยินผู้เฒ่านั่งดูบุตรชายตนเองลงโทษหลานสาว ตั้งแต่ก่อนเด็กคนนี้จะคลอดออกมา อนุเซียงได้พบกับหมอดูเทวดาท่านหนึ่ง ก่อนจะเชิญมาตรวจดูดวงชะตาของตระกลูต้วน หมอดูท่านนั้นบอกว่าต่อไปตระกลูต้วนจะล้มสลาย เพราะมีตัวอัปโชคอาศัยอยู่ในจวน ต่อมาพอหลานคนนี้คลอดออกมาล้วนแต่มีเรื่องมิดีเกิดขึ้นตลอดเวลา ตายๆไปได้เสียก็ดีนางคิดอยู่ในใจ
"ท่านแม่โปรดห้ามท่านพี่ด้วยเจ้าค่ะ ลีลี่นางยังเล็กนัก" ฮูหยินใหญ่รีบถลาไปกอดขาแม่สามี หวังให้ท่านช่วยเมตตาหลานสาวบ้าง
"ฮึ ตัวซวยตายไปก็มิเห็นเป็นอันใด"
"ท่านพ่อเจ้าอย่าตีน้องเลย"
"ฮื่อๆๆท่านพ่ออย่าทำน้องสามเลย"
บุตรสาวทั้งสองรีบสะบัดตัวออกจากการจับกุมของบ่าวไพร่ ก่อนจะมากอดขาบิดาไว้ หากบิดายังคงเฆียนต่อน้องสาวคนเล็กคงมิรอด ตอนนี้นางเจ็บจนสลบไปแล้วด้วย
ระหว่างที่กำลังชุลมุนกันอยู่นั้น จู่ๆร่างของคุณหนูสามที่ถูกเฆียนไปสิบกว่าครั้งก็ว่าได้ ที่สลบอยู่ในตอนนี้นางกลับรู้สึกตัวขึ้นมา "เจ็บ ทำไมเจ็บจังเลย"
ขวัญยิกาครางได้เพียงเท่านั้น เธอจำได้ว่ากำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเด้งอยู่ แล้วเกิดอะไรขึ้น รึเธอจะถูกรถชน เพราะร้านที่นั่งกินอยู่ข้างทางริมฟุตบาท ห่างออกไปก็ถนนใหญ่มีรถวิ่งพลุกพล่าน แต่ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ อยู่ๆก็มีบางอย่างวิ่งเข้ามาในหัวของเธอ มันคือความทรงจำของเจ้าของร่างที่เธออยู่ในตอนนี้ "บ้าไปแล้วนี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน"
เธอย้อนเวลามาอยู่ในร่างใคร แล้วที่นี้ที่ไหนเธอมาได้ยังไง เธอตายแล้วเหรอ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก แต่เธอมิมีเวลามาใคร่ครวญในตอนนี้ สถานกราณ์ตอนนี้ร้ายแรงเกินไปแล้ว
"ฮื่อๆๆ ท่านพี่ข้ากับลูกผิดไปแล้ว ท่านอย่าได้เฆียนนางอีกเลย ต่อไปข้าจะมิให้นางมาเพ่นพ่านให้รกหูรกตาท่าน"
อนุเซียงเข้าไปกระซิบบางอย่างกับแม่สามี "อู๋เอิ๋นมาหาแม่ประเดี๋ยว" เสียงมารดาของนายท่านต้วนดังขึ้น เมื่อนายท่านเดินเข้าไปหามารดา นางก็กระซิบอะไรบางอย่าง ก่อนจะลุกเดินจากไปโดยมีอนุเซียงคอยพยุงอยู่มิห่างกาย
นายท่านต้วนคิดอะไรสักอย่าง ก่อนจะหันกลับมาที่สี่คนแม่ลูก "พวกเจ้าจงไปเสีย"
"ข้าจะพานางกลับจวนเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะท่านพี่ ข้าจะมิให้นางมาสร้างความรำคาญให้ท่านอีก" ฮูหยินใหญ่เอ่ยทั้งน้ำตา
"ข้าหมายถึงพวกเจ้าแม่ลูกจงไปจากจวนของข้าเสีย ข้าทนเห็นหน้าพวกเจ้าแม่ลูกมิไหวแล้ว"
"ท่านพี่ ท่านหมายความเยี่ยงไรกันแน่ ท่านจะให้พวกเราแม่ลูกไปไหน"
"แล้วแต่พวกเจ้า พวกเจ้าจะไปกันเองรึรอให้คนจับโยนออกไปเลือกเอา"
"อู๋เอิ๋น ท่านยังเป็นคนอยู่รึไม่"
"สารเลว พวกเจ้าแม่ลูกล้วนแต่เป็นตัวอับปรีย์ มีพวกอยู่ในจวนต่อไป มิแคล้วพวกข้าคงต้องตายกันหมดจงไปเสีย พ่อบ้านเฟิงคอยดูพวกนางไว อย่าให้พวกนางหยิบจับสิ่งของมีค่าอันใดไปได้"
"ท่านพี่เหตุใดถึงใจร้ายนัก ข้ากับบุตรสาวทำผิดอันใด" หลันฮวาภรรยาของต้วน อู๋เอิ๋น กล่าวถามสามีของนาง
อี๋นั่วรีบคลานเข่าเข้าไปกอดบิดา ก่อนจะร้องอ้อนวอนขอความเมตตาแก่พวกนาง "ท่านพ่อเมตตาพวกข้าด้วย ท่านมิรักพวกข้าแล้วหรือ?"
แต่ก่อนที่ร่างของนาท่านต้วนจะจากไป อยู่ๆร่างเล็กที่โชกไปด้วยเลือด นางกัดฟันลุกขึ้นยืน ก่อนจะชี้ไปที่หน้าของชายใจดำตรงหน้า "ท่านมันมิใช่คน ท่านทำกับบุตรกับภรรยาของท่านเยี่ยงนี้หรือ ถุย! ข้ามิน่ามีท่านเป็นบิดาเลย"
เพี๊ยะ!!!
"ถุย!! ตบเลยตบอีกซิ"
ฮูหยินหลันมารดาจองนางรีบเข้ามากอดร่างของนาง ก่อนที่สามีจะลงมือทุบตีบุตรสาวเพิ่มหนักเข้าไปอีก "ลีลี่ลูกแม่เจ้ามิควรพูดกับท่านพ่อเยี่ยงนี้ ฮื่อๆ ขอโทษท่านพ่อเร็วเข้า"
"ท่านแม่ท่านมิได้ยินรึเยี่ยงไร เขามิต้องการพวกเราแล้ว ท่านได้ยินรึไม่" ลีลี่พูดทั้งน้ำตา นางตะโกนลั่นด้วยความโกรธ นางมิใช่ลีลี่บตรสาวของคนเบื้องหน้า เหตุใดต้องรู้สึกผิดนางอยากจะด่าเสียให้เข็ด พวกผูชายหน้าตัวเมีย รังแกแม้แต่บุตรภรรยาของตน
"นังสารเลว เด็กๆมาลากพวกนางออกไปให้พ้นจวนข้าเดี๋ยวนี้"
"มิต้อง พวกข้าไปกันเองได้ ท่านจำไว้ในวันนี้ท่านทอดทิ้งมารดาข้า พี่สาวข้าและตัวข้า ต่อไปพวกข้ามิใช่คนตระกลูต้วนอีกต่อไป ถุย!! ไปเถอะเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านพี่อย่าได้อยู่ในจวนที่น่ารังเกียจนี่เลย"
ซีฮันพี่สาวคนโต อี๋นั่วพี่สาวคนรอง พวกนางทำได้แค่ค่อยๆประคองร่างน้องสาวคนเล็กขึ้นมา น้ำตาที่ไหลอาบเต็มแก้ม หัวใจที่แตกสลาย พวกนางมองดูมารดาที่ตอนนี้แทบจะมิมีแรงเดิน พวกนางเจ็บเข้าไปที่ใจถึงเพียงนี้ แล้วมารดาของพวกนางเล่า จะเจ็บเพียงใด
เหตุผลน้ำเน่าของยุคก็ว่าได้ เพียงแค่มารดาพวกนางให้กำเนิดแต่เพียงบุตรสาว ความซวยความอัปมงคลทั้งหลายจึงถูกประเคนให้แบบอัตโนมัติ นี้คือความคิดของคนจีนโบราณของแท้ มีบุตรสาวคือพวกไร้ค่า ยิ่งมีบิดาโง่เง่าเบาสมองเยี่ยงนี้มิมีเสียดีกว่า
"น้องเล็กเจ้าเจ็บมารึไม่ อดทนหน่อยนะ" ซีฮั่นเอ่ยถามทั้งน้ำตา
"เจ็บมากเจ้าค่ะ" คำตอบสั้นๆ
นางหลันฮวานางมองดูสามีที่อยู่ร่วมกันมาหลายสิบปีครั้งสุดท้าย ช่างน่าเวทนาวาสนาตัวเองยิ่งนักได้สามีก็สามีโง่เขลา รักเพียงแค่ตัวเอง บุตรสาวของนางหาได้กระทำผิดอันใดไม่ หากดันทุรันอยู่ต่อคงไม่แคล้วเป็นทาสในเรือนรึไม่ก็คงถูกตีจนตายเข้าสักวัน
ปัง!!!
เสียงปิดประตูจวนเสียงดัง สี่คนแม่ลูกประคองกันเดินออกจากจวน ลีลี่เลียวมองดูมารดาที่เอาแต่ร้องไห้ตลอดทาง เป็นใครบ้างจะไม่เสียใจหากถูกคนที่รักและไวใจหักหลัง คนตระกลูต้วนช่างใจดำเสียเหลือเกิน "ท่านแม่อย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะเลี้ยงดูพวกท่านเอง" นางเจ็บทั่วแผ่นหลังแต่ยังกัดฟันพูดและเดินต่อไป
ซีฮัน อี๋นั่ว ก็เข้ามาล้อมและกอดมารดา ก่อนจะพาร้องไห้โฮ ชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาต่างยืนมอง เหตุใดพวกนางถึงร้องไห้ปาดจะขาดใจตายให้ได้เพียงนั้น แต่ก็มิได้มีใครยื่นมาเข้าไปยุ่ง
"ท่านแม่ ท่านต้องเข้มแข็งนะเจ้าค่ะ พวกข้ายังต้องพึ่งพิงท่าน" ซีฮั่นเอ่ยปลอบมารดา
หลันฮวาหันมามองหน้าบุตรสาวคนเล็กที่ซีดขาว ตอนนี้มีเลือดไหลอาบเต็มแผ่นหลังเล็กๆ "เจ็บมากรึไม่ อดทนหน่อยนะ" ว่าพลางเอามือลูบหัวนางเบาๆ
"เจ็บเจ้าค่ะ แต่ข้าทนได้ แล้วเราจะไปไหนกันต่อเจ้าค่ะ"
สามพี่น้องมองหน้ามารดา พวกนางไม่มีแม้แต่เงินทองติดตัว "แม่ว่าพวกเราคงต้องไปยังหมู่บ้านซานตง มันเคยเป็นบ้านเก่าท่านตาท่านยาย แต่ก็นานหลายปีแล้วหลังจากที่ท่านตาท่านยายเสีย แม่ก็มิเคยได้ไปดูแลมันเลย แต่คงพอให้พวกเราแม่ลูกได้พักพิง"
สี่คนแม่ลูกเดินออกมาจากจวนตระกลูต้วนได้สักพัก ก่อนจะพากันนั่งพักตอนนี้เสื้อของลูกสาวคนเล็กอาบไปด้วยเลือด "แม่ว่าเราไปโรงหมอกันก่อนเถอะ"
"แต่เรามิมีแม้แต่เงินอีแปะเดียวนะเจ้าค่ะ"
นางหลันฮวาเอามือลูกหัวบุตรสาวคนโต ก่อนจะยิ้มเบาๆ นางจะร้องไห้อีกไม่ได้นางยังมีลูกๆที่ต้องดูแล "แม่จะเอาปิ่นปักผมกับแหวนหยกไปขาย พวกเจ้านั่งรอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ "
สามพี่น้องพยักหน้าตอบรับ ตอนนี้ลีลี่นางไม่มีแรงตอบโต้อันใดแล้ว นางเจ็บเหลือเกินไม่นานนางก็หมดสติไปอีกรอบ สองพี่น้องได้แต่กอดน้องสาวคนเล็กและร้องไห้ รอจนมารดาพวกนางกลับมา นางหลันรีบอุ้มบุตรสาวที่หมดสติขึ้นมา ก่อนจะรีบไปตรงไปที่โรงหมอใกล้ๆ
"แม่ขายปิ่นกับแหวนหยกได้มาเพียงห้าตำเงินเงิน ซีฮั่นอี๋นั่วเจ้าสองคนไปหาซื้อชุดมาให้น้องได้เปลียนสักชุด กับแวะซื้อหมั่นโถวมาด้วยนะ"
"เจ้าค่ะ"
นางหลันหยิบเงินให้บุตรสาวไป ส่วนตัวนางตอนนี้อยู่รอดูบุตรสาวคนเล็กที่โรงหมอต่อ "นางเป็นเช่นไรบ้างท่านหมอ"
"ข้าใส่ยาให้แล้ว ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ สักสิบวันก็น่าจะดีขึ้น แผลมิได้ลึกมาก ว่าแต่นางโดนใครเฆียนมาล่ะ แรงไม่เบาเลย เด็กตัวแค่นี้ช่างโหดเหี้ยมเกินคน"
นางหลันฮวามิได้ตอบ ทำเพียงแค่จ่ายค่ารักษา เมื่อบุตรสาวคนโตกับคนรองกลับมาถีง นางก็อุ้มบุตรสาวคนเล็กขึ้น ก่อนจะเอ่ยลาท่านหมอและจากไป
"เห็นทีเราคงต้องจ้างรถม้า"
เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็ตรงไปยังจุดจอดรถม้ารับจ้าง "น้องชายท่านนี้ ข้ากับบุตรต้องการเดินทางไปยังหมู่บ้านซานตงเจ้าคิดราคาเท่าใดหรือ?"
"เรียนฮูหยินท่านนี้ หมู่บ้านซานตงห่างออกไปหลายสิบลี้ ข้าคิดเพียงหนึ่งตำลึงเงิน ท่านตบลงรึไม่ขอรับ"
"รบกวนน้องชายแล้ว"
เมื่อตกลงราคากันได้นางก็พาบุตรสาวขึ้นรถม้าทันที จะว่าแพงก็ไม่จะว่าถูกก็มิเชิง คนขับรถม้าเห็นว่ามีเด็กบาดเจ็บมาด้วยจึงสงสารคิดราคากึ่งกลางมิมากและมิได้น้อยจนเกินไป นางต้องยอมเสียเงินเพราะจะให้พวกนางเดินเท้าไปคงไปมิถึงง่ายๆ
"น้องชายวิ่งตรงไปทางนั้นเมื่อเจอแยกให้เลี้ยวซ้ายมือ"
"ขอรับ"
เมื่อรถม้ามาถึงก็เกือบเลยยามซวีไปแล้ว รถม้าที่วิ่งเข้ามาชาวบ้านบางคนก็สังเกตุเห็น คนที่เห็นต่างสงสัยใครกันมาที่บ้านเก่าของตระกลูมู่ "ขอบคุณน้องชายที่มาส่งนี้เงินหนึ่งตำลึงตามที่ตกลงกันไว้"
"ฮูหยินท่านนี้บ้านหลังนี้คงมิมีคนอยู่ท่านแน่ใจนะว่ามาถูก"
"ขอบคุณน้องชายที่เป็นห่วง ข้ากับบุตรสาวขอตัวก่อน"
นางหลันฮวาอุ้มบุตรสาวคนเล็กลงรถม้า ตอนนี้บุตรสาวของนางเริ่มมีอาการไข้ขึ้นมาแล้ว คงต้องรีบเข้าไปในบ้านก่อน
"เข้าไปในบ้านกันก่อนเถอะ ระวังกันด้วยล่ะ"
"เจ้าค่ะ"
บ้านเก่าของนางหลันฮวา เป็นบ้านก่อด้วยอิฐโคลน มีสองห้องนอน มีครัวเล็กๆด้านหลัง แต่สภาพค่อนข้างผุพัง "ช่วยกันปัดกวาดที่นอนกันก่อน แม่จะไปหาดูหลังบ้านยังพอมีน้ำหลงเหลืออยู่รึไม่ "
"เจ้าค่ะ//เจ้าค่ะ"
สองพี่น้องช่วยกันปัดกวาดที่เตียงเบาๆ หยากใยแมงมุมที่เต็มไปหมด ความมืดที่แทบจะมองมิค่อยเห็น พวกนางทำเพียงแค่คลำๆเอา อาศัยแสงสว่างจากแสงจันทร์ จากด้านนอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"โชคดีที่หลังบ้านยังพอมีน้ำอยู่บ้าง พวกเจ้าสองพี่น้องไปล้างหน้าล้างตากันก่อน เดินไปทางนั้นนะระวังกันด้วย"
เมื่อได้น้ำกับอ่างน้ำมา นางก็เข้าไปอีกห้องหนึ่งลองค้นหาเทียนมาจุดให้แสงสว่างภายในห้อง ดีที่นางรู้ว่าท่านแม่ของนางชอบเก็บของใช้ไว้ตรงไหน มิเช่นนั้นพวกนางแม่ลูกคงต้องยุในความมืดทั้งคืนแน่
สางหลันค่อยๆเช็ดตัวให้บุตรสาวคนเล็กอย่างเบามือ ก่อนจะค่อยๆป้อนยาสมุนไพรต้มให้นาง ดีที่บ้านท่านแม่ยังคงมีเครื่องครัวอยู่ครบ ขาดแต่เพียงข้าวสารอาหารแห้ง ดีที่นางให้บุตรสาวคนโตไปซื้อหมั่นโถวมาไว้กินประทังหิวไปก่อน มิเช่นนั้นพวกนางคงเป็นลมล้มไปกันหมดนี้
คืนนั้นทั้งสี่ชีวิตนอนเบียดกันในห้องเดียวกัน เพราะอากาศที่หนาวเย็นในช่วงกลางคืน ทำให้พวกนางแทบจะนอนไม่หลับ ดีที่ในบ้านยังมีผ้าห่มเก่าๆของท่านยายอยู่ มิเช่นนั้นพวกนางทั้งห้าคงหนาวตายกันหมดแน่ แต่นางหลันก็นอนมิค่อยหลับเท่าใด เหตุด้วยต้องตื่มาคอยดูอาการของบุตรสาวคนเล็กอยู่ตลอดเวลานั้นเอง
เช้าวันต่อมานางหลันตื่นนอนแต่เช้ามืด นางออกมายังลานหน้าบ้านก่อนจำสำรวจดูความรกร้าง ระหว่างที่นางกำลังก้มๆเงยยกของลากไม้ออกจากหน้าลานบ้านอยู่นั้น ก็มีเพื่อนบ้านแวะเข้ามาทักทาย
"อ้าว!! นั้นใช่ มู่หลันฮวารึไม่"
"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านป้าฟาง ข้าหลันฮวาเองเจ้าค่ะ"
"เจ้ามาเมื่อใดป้ามิเห็น แล้วนี้บุตรกับสามีเจ้าล่ะมาด้วยรึไม่"
หลันฮวาได้แต่ยิ้มอย่างฝืดๆ "ข้ามากับลูกๆเจ้าค่ะ มาถึงเมื่อคืน"
นางฟางมองออกทันที นี้คงถูกขับไล่ออกมาเป็นแน่ ช่างน่าสงสารเสียจริงๆ แต่นางฟางก็เลือกที่จะไม่ถามต่อ นางอยู่มาจนปูนนี้แล้วรู้ว่าอันใดควรพูดมิควรพูด "ข้าต้องไปก่อนแล้ว มีเรื่องอันใดไปหาป้าได้อย่าได้เกรงใจรู้รึไม่"
"ขอบคุณท่านป้านฟางเจ้าค่ะ"
นางหลันกำลังจะลากเศษไม้ไปกองรวมไว้อีกด้านต่อ แต่ก็มีเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น "นั้นใช่หลันฮวารึไม่"
หลันฮวาหันไม่มองตามเสียง ก็พบเข้ากับท่านพี่สวีข่าย นางรู้สึกอับอายยิ่งนัก นางยังไม่พร้อมสู้หน้าคนตรงหน้า แต่ก่อนพี่สวีข่ายเคยชอบพอกันกับนาง แต่ท่านพ่อท่านแม่ของนางกลับยกนางให้ตระกลูต้วนไปเสียก่อน ทำให้นางกับท่านพี่สวีข่ายไร้วาสนาต่อกัน แล้วตอนนี้กลับต้องมาอยู่และพบเจอกันเช่นนี้
"เจ้าค่ะข้าเอง ท่านพี่สวีสบายดีรึไม่เจ้าค่ะ"
"เจ้าย้ายกลับมารึ "
"เจ้าค่ะ"
"เจ้ามาแต่เพียงผู้เดียวรึอย่างไร สามีเจ้าเล่า?"
"ข้ามากับบุตรสาวอีกสามคนเท่านั้นเจ้าค่ะ" นางยิ้มอย่างเศร้าๆ ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ
"ให้พี่ช่วยเถอะ เจ้าตัวแค่นี้จะเอาแรงจากไหนมาถากถางได้"
"ข้าทำเองได้ เดี๋ยวลูกๆของข้าก็ออกมาช่วยอีกแรงเจ้าค่ะ" ยังไม่ทันที่นางจะพูดต่อบุตรสาวทั้งสองก็เดินออกมาพอดี
"ซีฮั่นอี๋นั่ว รีบคาราวะท่านลุงสวีก่อนซิลูก"
"คราวะท่านลุงสวีเจ้าค่ะ//เจ้าค่ะ" บุตรสาวของนางหลันรีบคำนับท่านลุง ตามคำแนะนำของมารดาร
"พวกนางคือบุตรสาวของข้าเจ้าค่ะ คนโตชื่อซีฮัน คนนี้อายุ12ปี คนรองชื่ออี๋นั่ว คนนี้อายุ10ปีส่วนคนที่สามนางชื่อลีลี่อายุ8ปี เจ้าค่ะท่านพี่สวี"
สวีข่ายพยักหน้าและคำนับตอบกลับเล็กน้อย ตอบรับการคาราวะของเด็กๆเบื้องหน้า ทำไมเขารู้สึกคันยุบยิบในหัวใจเยี่ยงนี้เล่า เขาเฝ้ามองสามแม่ลูกคุยกระซิบอะไรกันบางอย่าง
"ประเดี๋ยวแม่เข้าไป พวกเจ้าเข้าไปอยู่กับน้องก่อนเถอะ"
"เจ้าค่ะ"
เมื่อบุตรสาวทั้งสองเดินเข้าไปยังด้านใน นางก็รีบเอ่ยปากขอตัวกับท่านพี่สวีข่ายทันที "ขอตัวก่อนนะเจ้าค่ะ วันหลังข้าจะไปเยี่ยมเยียนท่านลุงท่านป้าสวีนะเจ้าค่ะ"
สวีข่ายได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะมองคนรักเก่า เดินเข้าไปในบ้านที่เกือบพังตรงหน้า เขาจะปล่อยให้พวกนางอยู่แบบนี้ได้เหรอ? ไม่ได้การต้องรีบหาคนมาช่วยจัดการโดยเร่งด่วน
ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมคนในหมู่บ้านสามสี่คน เมื่อชาวบ้านรู้ว่าบุตรสาวของตาเฒ่ามู่กลับมาอยู่ที่หมู่บ้าน และบ้านเดิมของตาเฒ่ามู่ก็ผุฟังไปมาก บางคนก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยถากถางหญ้าที่รกร้าง และช่วยซ่อมบ้านที่ผุฟังนั้นด้วยความเต็มใจ
เรื่องราวของสาวจากยุค2022 ที่ต้องหลงการเวลามายังยุคจีนโบราณ แล้วสาวสวยแถมยังโสดอย่างคุณหนูลูกปลา ที่ต้องย้ายมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีครอบครัวแล้ว คุณหนูลูกปลาจะสามารถรอดพ้นจากความหื่นของสามี และความจนที่ถูกมอบให้ได้รึไม่?
ลู่หมิงเยว่ถูกแฟนนอกใจ และยังโดนดูถูกว่าเธอแค่ดีแต่หน้าตา ด้วยความโกรธ ลู่หมิงเยว่ใช้เสน่ห์ของเธอไปมีความสัมพันธ์กับเยี่ยนเฉิงจือประธานบริษัท แต่เธอกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ หลังจากเสร็จธุระนั้นเธอก็หนีไปเงียบๆ และยังเข้าใจผิดว่าคนในคืนนั้นคือเพลย์บอย เสิ่นเว่ยตง ทำให้เยี่ยนเฉิงจือเข้าใจผิดว่าเธอชอบคนอื่น เขาเลยแอบอิจฉาและหึงหวงอยู่เงียบๆ มานาน
วายุ : นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้จมอยู่กับอดีต เขาเป็นชายหนุ่มผู้คลั่งรัก ทว่าทิฐิทำให้เผลอทำร้ายคนที่รักที่สุด อลิสา : ดาราสาวที่พลาดพลั้งอุ้มท้องลูกของนักธุรกิจหนุ่ม แต่เขากลับผลักไส ไม่รัก มิหนำซ้ำยังกลับไปหาคนรักเก่าอีกด้วย ..................... "นอนกับฉันแค่คืนเดียว กล้าดียังไงมาพูดว่าเป็นเมียฉัน! เพราะถ้าเเค่คืนเดียว ฉันคงมีเมียไปค่อนโลกแล้ว" "แล้วถ้าอลิซท้องล่ะคะ! ท้อง! หมายถึงกำลังมีเด็ก...ที่ตอนนี้กำลังเป็นก้อนเลือดนอนนิ่งอยู่ในนี้"มือบางลูบไล้หน้าท้องแบนราบอย่างยั่วเย้า ก่อนจะยกยิ้มอย่างเป็นต่อ "....." วายุ จ้องสบด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ฝ่าเท้าหนัก ค่อยๆ สาวเท้าเข้าหาเธออย่างคุกคาม "เหตุผลแค่นี้ พอที่จะเป็นเมียคุณได้หรือยัง! "เสียงหวานท้าทายเขา ใบหน้างามเชิดรั้นอย่างถือดี ก่อนที่ปากอิ่มจะเบ้ออกน้อยๆ ด้วยความเจ็บปวด เพราะปลายคางมนถูกบีบจนน้ำตาเล็ด "อย่าคิดจะใช้เด็กมาต่อรองกับฉัน! เพราะฉันไม่ใช่พระเอกที่จะยอมเเต่งงานกับเธอเพียงแค่ทำผู้หญิงท้อง...ฉันบอกเอาไว้ตรงนี้เลย ฉันจะรับผิดชอบแค่เด็ก..ที่อาศัยท้องเธอมาเกิดเท่านั้น! "เสียงเข้มกระซิบเหี้ยม ก่อนมือหนาอีกข้างจะยกขึ้นกดหน้าท้องแบนราบนั้นเบาๆ เพื่อเป็นการย้ำเตือน! "แต่ลูกของฉันต้องการมีทั้งพ่อและแม่! "มือบางสะบัดเขาออกอย่างถือดี ก่อนจะตะโกนลั่นใส่หน้าเขา "หึ...ถามจริงๆ อยากให้ลูกมีพ่อหรืออยากได้ผัวจนตัวสั่นกันแน่! " .................... "จำไว้นะคุณยุ! วันนี้คุณอาจจะยังไม่ต้องการพวกเรา...ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันไหนที่เราไม่ต้องการคุณบ้าง แม้แต่วิญญาณของพวกเราคุณก็จะไม่ได้เห็น! "อลิสาตะโกนลั่นใส่หน้าเขาอย่างสุดทน ใบหน้างามเต็มไปด้วยน้ำตาทั้งสองข้างแก้ม "ปากดี " "ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณ...พวกไร้ความรับผิดชอบ! " "อลิสา"เสียงเข้มกดต่ำ ใบหน้าคมขึงขัง อารมณ์ร้อนเริ่มเดือดพล่าน "เอากระโปรงไปใส่มั๊ยค่ะ บริจาคให้"เสียงหวานเอ่ยบอกเขา มือบางปาดน้ำตาก่อนจะยกยิ้มสมเพชส่งให้ "...." เพี๊ยะ! "หน้าตัวเมีย...คนสารเลว" "..." "อลิซเกลียดคุณที่สุด!"
... ในวันครบรอบแต่งงาน ฮั่วเยี่ยนสือ สามีผู้มั่งคั่งทิ้งเธอไป แล้วหาคนรักแรกของเขา ผู้ชายที่ไม่รักนวลสงวนตัวก็เหมือนสิ่งไร้ค่า ผู้ชายที่เธอเคยอ่อนข้อให้แต่ก็ไม่สนใจเธอ งั้นเธอไม่ต้องการแล้ว จึงขอหย่าทันที ฮั่วเยี่ยนสือไม่สนใจ ซูหว่านหนิงกลับเข้าสู่วงการบันเทิงและเฉิดฉาย รักแรกในอุดมคติชอบแกล้งอ่อนแองั้นเหรอ งั้นก็ให้เธอเผยธาตุแท้จริงให้ทุกคนได้เห็น อดีตสามีที่เป็นคนปากแข็งที่สุด "เมื่อเธอเบื่อแล้วเธอจะกลับมาหาฉัน" แต่ภรรยาที่เคยเต็มใจทำทุกอย่างให้เขานั้นไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพเท่านั้น แต่ยังมีคนมากมายมาตามจีบเธออีก ดาราระดับโลกแสดงความรักอย่างแรงกล้า ผู้บริหารบริษัทสื่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เธอยิ้ม แม้แต่ทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งก็ต้องการเธอเท่านั้น จากนั้นฮั่วเยี่ยนสือเริ่มตระหนก เปลี่ยนจากคนเย็นชากลายเป็นคนที่คอยติดตามไม่ห่าง ใช้ทุกวิถีทางเพื่อตามจีบภรรยา ซูหว่านหนิงไม่แม้แต่จะมอง "เมื่อก่อนคุณเฉยเมยกับฉัน ตอนนี้คุณไม่คู่ควรกับฉันแล้ว" ฮั่วเยี่ยนสือขอร้องเธออย่างบ้าคลั่ง "หนิงหนิง เราแต่งงานใหม่เถอะ" ซูหว่านหนิงแสดงท่าทางหยิ่ง "คุณฮั่ว ฉันไม่เคยกลับไปหาของที่ทิ้งไปแล้ว"
ความรักของฉันมันคงเหมือนนาฬิกาทราย.. .. เมื่อด้านหนึ่งถูกเติมเต็ม....อีกด้านกลับว่างเปล่า ..และสูญสิ้นไป..กับกาลเวลา........ "สำหรับฉันเธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า อยู่บนที่สูงแต่ทำตัวต่ำ" "หึ....ขอบคุณค่ะที่ชม จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย จะได้ไปอ่อยผู้ชายต่อ" "อ้อ...ถ้าสนใจ เชิญนะคะ พอดีชอบแบบ ทีเดียวหลายๆคนมันสนุกดี แต่คนดีๆอย่างพี่...."เธอมองเขาอย่างพิจารณา พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินจากไป หมับ!! "มีอะไรอีกคะ หรือว่าสนใจอยากไปร่วมเตียงด้วย" "......" ชายหนุ่มเงียบ มองหน้าเธออย่างเอาเรื่อง และออกแรงบีบข้อมือเล็กอย่างแรง แต่คนตรงหน้ากลับไม่แสดงท่าทีว่าเจ็บ ถึงเธอจะเจ็บเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกเป็นชิ้นๆ "ถ้าไม่ทำอะไรก็ปล่อย พี่ไม่อยากได้แต่คนอื่นเขาอยากได้!" พรึบ!! เธอสะบัดมือเขาอย่างแรงและเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หมับ! "ว้าย เป็นบ้าอะไรปล่อยนะ" แต่ไม่ทันจะเดินไปถึงไหนร่างบางก็ถูกกระชากจนตัวปลิว จนชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรง "ถ้าเธอยังหาเรื่องอุ่นอีก ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!" เขามองเธออย่างเกรี้ยวกราด "หึ...ทำไมค่ะ จะแกล้งแล้วจะทำไม" เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรง ยิ่งได้ยินเขาพูดแบบนี้แล้วมันยิ่งรู้สึกเจ็บ ทำไมนะทำไมต้องรักคนที่ไม่มีใจ "ปล่อย!" "ทำไม จะรีบไปเสนอตัวให้ไอ้บ้านั่นรึไง!"ใบหน้าหล่อคม ยื่นเข้าใกล้ พร้อมตะเบ็งเสียงแข็งใส่หน้าเธอ มือหนาออกแรงบีบท่อนแขนราวกับจะให้มันแหลกละเอียด "ใช่แล้วจะทำไม คืนนี้เรามีนัดกัน จะไปทำอะไรกันคนไม่ต้องให้บอกนะ หรือว่าอยากรู้จะได้ถ่ายคลิปมาให้ดู!" "หึ...ร่าน! ถ้ามันคันมากเดี๋ยวฉันจะสังเคราะห์ให้เธอเอง" "นะ...ฺฮื่อ" ร่างเล็กดิ้นพยายามให้หลุดจากพันธนาการเมื่อ เขาประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางสีแดงอย่างแรง เขาดูดเม้มมันอย่างหนักหน่วง มือหนาลูบบีบขย้ำหน้าอกอย่างแรงเหมือนจะให้มันแหละติดมือออกมา "ฮื่อ" เสียงหวานร้องท้วงในลำคอ เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มปาก จนแทบจะอ้วก -ญี่ปุ่น ณิชาภัทร โชติฐิติเมธานนท์ ดีไซเนอร์สาวสวย เก่งฉลาดไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเอง ลูกสาวคนโตของแด๊ดดี้กันต์ อายุ 24 -แบงค์ นิธิภัทร์ พัชรกานต์กุล วิศวกรหนุ่มไฟแรง หล่อเก่งมีความสามารถทั้งศึกษาวิเคราะห์ คำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลิต....วัย 27 ความผูกพันระหว่างคนเป็นสิ่งมีค่าและมีความหมาย เป็น เสมือนเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่คนทุก ๆ คนไขว่คว้า แต่กลับมีน้อยช่วงเวลา ที่สอนสิ่งดี ๆ ให้เราได้รับรู้ ที่มีค่าให้เรานึกถึง ทุกครั้งที่นึกถึงมัน จะคอยย้ำเตือนเราให้นึกถึงช่วงวันเก่าๆ ที่ดึงทุก ๆ คนไว้ให้อยู่ร่วมกัน สิ่ง ดี ๆ ที่ผ่านไปเป็นเสมือนเม็ดทรายในนาฬิกาที่ร่วงหล่น…… ทุกเม็ดทรายแทน ความหมายของ………………ความผูกพัน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความห่วงใย ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความชิดใกล้ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………การไขว่คว้า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความคิดถึง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความลึกซึ้ง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………วันเวลา ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………สิ่งมีค่า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………จิตใจ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ตัวตน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “รัก” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เรา” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “มิตรภาพ” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เพื่อน” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………” ทุกสิ่งที่เต็มใจ ให้เพื่อเธอ” เม็ดทรายเหล่านี้แม้จะ ร่วงหล่น แต่ก็ยังคงรวมกันในนาฬิกาทราย คอยย้ำเตือนเราถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมา เป็นนาฬิกาที่มีค่าและมีความหมาย อยู่ในความทรงจำของกันและกันตลอดไป … ช่วงเวลาแห่งความสุข อาจไม่เคย อยู่กับเรานานในโลกของความเป็นจริง เป็นเหมือนสิ่งที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านเข้าไป ให้เราได้สัมผัส ให้เราได้รู้สึกดี ๆ ให้เราได้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุข แต่ถึงแม้ช่วง เวลาเหล่านี้อาจจะไม่ยาวนาน แต่มันสร้างสิ่งดี ๆ ให้เรามากมาย มันมีค่าและยิ่งใหญ่ และจะเป็นกำลังใจให้เราตลอดไป มันจะแทนความหมายของความเป็น “เพื่อน” ตลอดไป…… “นาฬิกาทรายใบนี้ ขอให้แทนมิตรภาพของเราตลอดไป ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เราห่างไกล โดยไม่ผูกพัน” ขอบคุณบทความจาก คุณ นุชรัตน์ รักมาก คำเตือน ในทุกเรื่องทุกการกระทำของตัวละครเกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่เรื่องจริงไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำที่ไม่เหมาะสม อันจะนำไปสู่ความสูญเสียความผิดบาปทั้งปวง ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง หากอ่านแล้วไม่มั่นใจว่าหรือไม่เลียนแบบได้หรือไม่แนะนำให้ปรึกษาผู้ปกครองค่ะ นิยายเรื่องนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ หรือการใช้ภาษาโปรดใช้วิจารณญาณและเสพเนื้อหาอย่างมีสตินิยายเรื่องนี้เกิดจากความต้องการจะเขียนของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง รบกวนอ่านคำเตือนก่อนอ่านของนักเขียนแล้วค่อยตัดสินใจหากไม่ชอบไม่เป็นไรค่ะ ©ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่เพียงผู้เดียวการเผยแพร่ทำซ้ำดัดแปลงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายตาม พ. ร. บลิขสิทธิ์ 2537 มาตรา 1527 31 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ไม่อนุญาตให้คัดลอกทำซ้ำดัดแปลงตัดภาพหรือถ่ายภาพไปเผยแพร่ใด ๆ ทั้งสิ้นหากพบจะขอดำเนินคดีตามกฎหมาย❌❌❌ พึ่งหัดแต่งนิยายเป็นมือใหม่หัดแต่งคำบางคำอาจจะใช้ผิดไปต้องขออภัยด้วยนะ คำโปรยเนื้อหาการบรรยายอาจใช้คำได้ไม่สวยเท่ากับนักเขียนท่านอื่นๆ แต่ก็ตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 14 กุมภาฯ 13/01/2022 ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
สิบปีเต็มที่ฉันแอบรักภาคิน วงศ์วรานนท์ ผู้ปกครองของฉัน หลังจากครอบครัวของฉันล้มละลาย เขาก็รับฉันไปดูแลและเลี้ยงดูฉันจนโต เขาคือโลกทั้งใบของฉัน ในวันเกิดอายุสิบแปดปี ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อสารภาพรักกับเขา แต่ปฏิกิริยาของเขากลับเป็นความเกรี้ยวกราดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาปัดเค้กวันเกิดของฉันตกพื้นแล้วคำรามลั่น “สติแตกไปแล้วเหรอ? ฉันเป็นผู้ปกครองเธอนะ!” จากนั้นเขาก็ฉีกภาพวาดที่ฉันใช้เวลาวาดเป็นปีเพื่อเป็นคำสารภาพรักของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี เพียงไม่กี่วันต่อมา เขาก็พาโคลอี้ คู่หมั้นของเขากลับมาบ้าน ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะรอฉันโต ที่เคยเรียกฉันว่าดวงดาวที่สว่างไสวที่สุดของเขา ได้หายไปแล้ว ความรักที่ร้อนแรงและสิ้นหวังตลอดสิบปีของฉันทำได้เพียงแผดเผาตัวเอง คนที่ควรจะปกป้องฉันกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายฉันเจ็บปวดที่สุด ฉันก้มมองจดหมายตอบรับจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในมือ ฉันต้องไปจากที่นี่ ฉันต้องถอนรากถอนโคนเขาออกจากหัวใจ ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของพ่อ “พ่อคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เอวาตัดสินใจแล้ว เอวาอยากไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ ค่ะ”
ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY