เธอเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่รัก ถูกส่งไปแต่งงานกับชายแก่ แต่โชคชะตาเล่นตลกกลับให้เธอได้แต่งงานกับชายหนุ่มหน้าตาดี ร่ำรวย แถมยังรักเธอมาก และความลับในอดีตที่ถูกกลบฝังก็ถูกเปิดเผยให้เธอได้รู้ความจริงที่ซุกซ่อนเอาไว้
เธอเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่รัก ถูกส่งไปแต่งงานกับชายแก่ แต่โชคชะตาเล่นตลกกลับให้เธอได้แต่งงานกับชายหนุ่มหน้าตาดี ร่ำรวย แถมยังรักเธอมาก และความลับในอดีตที่ถูกกลบฝังก็ถูกเปิดเผยให้เธอได้รู้ความจริงที่ซุกซ่อนเอาไว้
“นังไหม นังไหม อยู่ไหนของมึงวะ มึงไปมุดหัวอยู่ที่ไหน” รำเพยตะโกนลั่นบ้านด้วยความโมโห
“อยู่นี่จ้ะแม่”
“มึงมามุดหัวอยู่ที่นี่เอง ปล่อยให้กูเรียกตั้งนาน นี่มึงทำอะไรของมึงอยู่ห้ะ”
“กำลังจะเตรียมกับข้าวจ้ะแม่” ใยไหมปาดเหงื่อที่ไหลหยดไปตามใบหน้าด้วยความเหนื่อยล้า ทุกวันนี้เธอต้องทำงานสายตัวแทบขาด ตั้งแต่ตีสี่ยันเที่ยงคืน หัวไม่ได้วางหางไม่ได้เว้น บางทีก็เคยคิดว่าเธอเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยงหรือเปล่านะ ทำไมพ่อแม่ถึงไม่รักแบบนี้
“มึงนี่มันชักช้าอืดอาดยืดยาดเสียจริง นี่มันกี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว มึงจะให้กูแดกข้าวตอนไหน”
“หนูรีบอยู่จ้ะแม่”
“เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ มึงไม่น่ามาเป็นลูกกูเลย” รำเพยทำท่าจะตบ ใยไหมก็รีบพาใบหน้าหนีอย่างหวาดกลัว แต่ยังไม่ทันตบ เสียงของพีระกับกานดาก็ดังเข้ามาในบ้าน ทำให้รำเพยต้องออกไปต้อนรับสามีกับลูกสาวคนเล็ก
“พี่กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ”
“จ้ะ วันนี้ซื้อเป็ดอบน้ำผึ้งเจ้าดังมาให้ด้วยนะ” พีระชูเป็ดอบน้ำผึ้งแสนอร่อยให้ภรรยาดู
“ดีจังเลยจ้ะพี่”
“หนูเรียนจบม.หกแล้วนะจ๊ะแม่ นี่เกรดของหนู หนูสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังได้ด้วยนะจ๊ะ” กานดายื่นใบเกรดให้มารดาดู รำเพยรับไปเปิดดูก็ตาโตยิ้มกว้างออกมาในทันที
“ลูกสาวคนสวยของแม่ทำไมเก่งแบบนี้ นี่หนูได้เกรดสี่จุดศูนย์ศูนย์เลยเหรอจ๊ะ อภิชาตบุตรจริงๆ” รำเพยโอบกอดลูกสาวเอาไว้แนบอก หัวเราะออกมาด้วยความยินดี
ใยไหมยืนดูครอบครัวที่โอบกอดกันอย่างมีความสุขแล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอก เธอก้มมองสภาพเสื้อผ้าเก่าๆ ขาด ๆ ของตัวเองแล้วรู้สึกเศร้าใจ ทุกวันนี้ไม่มีสิทธิ์ซื้อเสื้อผ้าใหม่ ต้องเอาตัวเก่าที่ขาดมาเย็บปะใหม่ ชีวิตของเธอกับกานดาต่างกันราวฟ้ากับเหว กานดาได้เรียนหนังสือโรงเรียนดี ๆ ในขณะที่เธอไม่ได้เรียนต่อ จบแค่ม.สามก็ต้องออกมาทำงานบ้านรับใช้ทุกคน ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องเรียนหนังสือ และน้องหัวดีกว่า ไม่เหมือนเธอที่สมองขี้เลื่อย เรียนไปก็เปลืองเงินเปล่า ๆ
บิดาของเธอรับจ้างทำงานทั่วไป ส่วนมารดาของเธอนั้นอยู่บ้านสบาย ๆ เพราะบิดารักมารดามากไม่อยากให้ภรรยาลำบาก จึงไม่ให้ทำงานอะไร
“นังไหม! มึงมายืนปั้นจิ้มปั้นเจ่ออะไรอยู่ตรงนี้ ไปเอาน้ำมาให้พ่อกับน้องสิ คนกลับมาเหนื่อยๆ แทนที่จะได้กินน้ำเย็นๆ โง่เสียจริง นังโง่เอ๊ย!” รำเพยที่ยิ้มร่าอยู่ดีๆ พอหันไปเห็นลูกสาวคนโตก็หน้าบูดบึ้งในทันที ใยไหมรีบลนลานไปนำน้ำเย็น ๆ มาให้บิดาและน้องสาวในทันที
กานดายิ้มร้ายก่อนจะขัดขาของพี่สาวจนล้ม แก้วน้ำแตกกระจัดกระจายไปทั่วพื้น
“นังโง่! มึงนี่ชอบทำลายข้าวของเสียจริง ๆ หาเงินก็ไม่ได้ เกาะคนอื่นกิน ยังจะทำลายข้าวของอีก” รำเพยหันขวับไปเห็นไม้กวาดก็นำมาทุบตีด้วยความโมโหในทันที
“แม่จ๋า อย่าตีหนู หนูเจ็บ อย่าตีหนู”
“นังสารเลว อารมณ์กูดีๆ มาทำให้กูอารมณ์เสีย มึงนี่มันตัวซวยจริง ๆ เรียนก็โง่ สอบก็ตก เกิดมาก็เป็นตัวซวย มึงจะไสหัวไปไหนก็ไสหัวไปเลยนังโง่”
“หนูยังทำกับข้าวอยู่นะจ๊ะแม่”
“กับข้าวที่มึงทำ มึงก็เอาไปกินเองแล้วกัน ใครจะอยากกินกับข้าวของมึงกัน ไปเลยนะ ไสหัวไปเลย” รำเพยไล่ลูกสาวคนโตด้วยความโมโห ใยไหมก็รีบวิ่งหนีไปหลังบ้านในทันที
“อย่าไปสนใจคนไร้ค่าแบบนั้นเลยลูก เดี๋ยวแม่เอาเป็ดอบน้ำผึ้งจัดใส่จานให้นะจ๊ะ หนูกับพ่อไปอาบน้ำให้ตัวเย็นแล้วเดี๋ยวมากินข้าวกัน” รำเพยพูดจบก็เดินไปทางหลังบ้าน พอเห็นกับข้าวหอมกรุ่นในครัวที่ใยไหมทำเอาไว้ก็ตักใส่จานเอาออกไปจัดโต๊ะข้างนอกทั้งหมด มีผัดผักไข่เจียวแล้วก็ผัดเผ็ดอีกอย่างนึง
ใยไหมกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิว เธอมองสามคนพ่อแม่ลูกนั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย น้องสาวอาบน้ำแล้วแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านหอมกรุ่น ในขณะที่เธอไม่เคยมีเสื้อผ้าดีๆ ใส่เลย น้องสาวใช้แล้วทิ้งจนย้วยหรือขาด เสื้อผ้าพวก
นั้นจึงได้ตกมาถึงมือเธอ ด้วยประโยคเดิม ๆ ของมารดาที่ว่าเธอเป็นพี่ต้องเสียสละให้น้อง
เธอเดินเข้าไปในห้องครัวของตัวบ้าน พบว่ามีข้าวเหลืออยู่ก้นหม้อ กับน้ำผัดผักและเศษผักอีกไม่กี่ชิ้นในกระทะ ใยไหมตักข้าวที่เหลือก้นหม้อใส่ถ้วย ก่อนจะเทน้ำผัดผักกับเศษผักในกระทะใส่ถ้วยแล้วเดินไปทางหลังบ้าน
“ย่าจ๊ะ หิวหรือยังจ๊ะ” นิชาภาเป็นย่าของเธอ เป็นย่าที่บิดาไม่เคยเหลียวแล จะบอกว่าบิดารักเมียหลงเมียจนลืมแม่ก็ย่อมได้ ในบ้านหลังบ้านนี้นอกจากเธอแล้ว ก็มีย่านี่แหละที่ถูกลืม
“ไหมเหรอลูก” หญิงชราสายตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็น ท่านเดินเหินก็ไม่ค่อยสะดวกเพราะอายุมากแล้ว ต้องกระถดไปมาอยู่ในกระท่อมหลังน้อยคนเดียว ตอนหลังเธอจึงย้ายมานอนเฝ้าท่าน คอยเช็ดทำความสะอาดให้เวลาท่านขับถ่าย
มารดาตายอย่างอนาถ สินเดิมถูกยึด ตนเองถูกส่งไปทรมานจนตายในชนบท เซียวเยว่หลันที่ทุกคนคิดว่าอ่อนแอ กลับลุกขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมวิญญาณของหัวหน้าแก๊งมาเฟียจากโลกอนาคต เมื่อคนชั่วต้องการให้นางตาย นางก็จะส่งพวกมันไปลงนรกก่อน! จากคุณหนูบ้านนอกที่ผู้คนดูถูก สู่สตรีที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังทรงยกย่อง จากคู่หมั้นที่ทรยศ สู่ชายาท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการผู้ยอมก้มหัวให้นางเพียงผู้เดียว เส้นทางแก้แค้นครั้งนี้ จะเต็มไปด้วยเลือด น้ำตา การเมือง และความรัก และเมื่อถึงวันที่นางยืนอยู่บนจุดสูงสุด ทุกคนที่เคยรังแกนาง จะต้องชดใช้ทั้งหมด!
หลังผ่านเคราะห์สวรรค์ไม่สำเร็จ หูหลี จิ้งจอกเก้าหางพันปีตื่นขึ้นมาในร่างพระชายาผู้อาภัพแห่งตำหนักเย็น ครอบครัวเจ้าของร่างถูกใส่ร้าย ถูกเนรเทศ และตายอย่างเดียวดาย ส่วนนางไม่ได้อยากแก้แค้น ไม่ได้อยากแย่งชิงความโปรดปราน ไม่ได้อยากเป็นฮองเฮา สิ่งเดียวที่นางอยากทำคือปลูกผัก เลี้ยงไก่ กินอิ่ม และนอนสบาย ๆ แต่เหตุใดคนในวังถึงพากันแห่มาดูดวงที่ตำหนักเย็น เหตุใดสนมทั้งวังถึงต่อแถวรอคำทำนาย แล้วเหตุใดฮ่องเต้ผู้เย็นชาที่ไม่เคยเหยียบตำหนักเย็น กลับมาปรากฏตัวที่นี่ทุกวัน หูหลีแค่อยากเป็นปลาเค็ม เหตุใดชีวิตถึงวุ่นวายเช่นนี้!
“เซียนปรุงยาปลายแถว” อย่างข้า แค่เฝ้าหม้อยายังทำระเบิดได้ ใครจะไปคิดว่า…พอลืมดูไฟเพราะมัวแต่อ่านนิยายอยู่ดีๆ ข้าจะทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องนั้นเสียเอง! แถมยังมาอยู่ในร่าง “มู่หรงซี” พระชายาจิ่นอ๋องผู้แสนอาภัพ ที่ถูกแม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างมารดารังแกสารพัด ถูกวางยา ส่งขึ้นเตียงท่านอ๋อง และสุดท้ายยังต้องตายอย่างอนาถในเนื้อเรื่องเดิมอีกต่างหาก เดิมทีข้าคิดเพียงเอาชีวิตรอด จัดการคนชั่ว กินอิ่ม นอนสบาย ใช้ชีวิตเป็นพระชายาปลาเค็มไปวันๆ ก็พอแล้ว แต่เหตุใดทุกอย่างถึงเริ่มแปลกไป สามีผู้เย็นชาที่ควรเกลียดข้า กลับคลั่งรักข้าหนักขึ้นทุกวัน ครอบครัวจวนอ๋องที่ควรแตกแยก กลับอบอุ่นจนเหมือนบ้านจริงๆ ส่วนเหล่าตัวร้ายก็ทยอยพังพินาศกันหมดอย่างน่าอนาถ
เลขาคนสวยที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตประธานหนุ่มผู้เย็นชา จากความใกล้ชิดในหน้าที่ กลายเป็นความสัมพันธ์ลับที่ยากจะห้ามใจ แต่เมื่อข่าวลือเรื่องรักแรกหวนกลับมา หัวใจของเธอก็เริ่มสั่นคลอน… ระหว่าง “หน้าที่” กับ “ความรัก” เขาจะเลือกอะไร
1. ทาสรักคุณชายมาเฟีย เธอ... ชมพูพริ้ง คุณหนูผู้เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์ ฐานะ และการศึกษา กลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าไปช่วยชายแปลกหน้าที่บาดเจ็บกลางตรอก ไม่รู้เลยว่าคืนนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการหัวใจ... เขา... คมน์ เคมินธาดา มาเฟียหนุ่มทายาทธุรกิจพันล้าน ผู้ไม่เคยศรัทธาในคำว่ารัก แต่หลังจากคืนที่เธอช่วยชีวิต เขากลับนอนไม่หลับถ้าไม่มีเธออยู่ข้างกาย หนึ่งคนหนีเพราะกลัวหัวใจตัวเองจะหวั่นไหว อีกคนกลับตามตื้ออย่างแนบเนียนในชื่อของ "การทำงาน" จากผู้ช่วยจำเป็น... กลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ เมื่อศัตรูทางธุรกิจกลายมาเป็นคู่ชีวิต และความรักครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกมมาเฟีย แต่คือ "ชีวิตทั้งชีวิต" ของเขา "ผมไม่ได้อยากได้คุณมาเป็นลูกน้อง ผมอยากได้คุณมาเป็นเมียต่างหาก คุณหนูชมพูพริ้ง" 2. เจ้าาสาวนิรนาม เธอ...หญิงสาวที่ยอมแต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มเพราะ โชคชะตาและหนี้สิน เขา...ทายาทหนุ่มผู้ไม่เชื่อในดวงชะตา มองว่าการแต่งงานนี้เป็นแค่เรื่องไร้สาระ แต่ใครจะรู้ว่า... เจ้าสาวที่ไร้ตัวตนในใจของเขา จะกลายเป็นคนเดียวที่เขารักหมดใจ ห้าปีแห่งสัญญาและความห่างเหิน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ทั้งคู่ต้องกลับมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันอีกครั้ง หัวใจที่เคยเย็นชาเริ่มละลายลงทีละน้อย จากเจ้าสาวจำเป็น... กลายเป็น "เจ้าสาวตัวจริง" ที่เขาอยากครอบครองตลอดไป แต่เมื่อถึงวันที่เธอขอ "หย่า" เขาจึงเพิ่งรู้ว่า สิ่งที่กลัวมาตลอดไม่ใช่การแต่งงาน...แต่คือการ "เสียเธอไป" 3. เจ้าสาวอนุรักษ์ เธอ… "ศิริลดา" หญิงสาวที่ต้องแต่งงานกับคู่หมั้นซึ่งไม่เคยเจอหน้า เขา… "อนุรักษ์" ชายหนุ่มผู้สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุ การแต่งงานที่เริ่มจาก "หน้าที่" กลับกลายเป็นเรื่องราวที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต เพราะในความมืดที่เขาเผชิญ มีเพียงเสียงหัวเราะและมืออบอุ่นของเธอที่คอยนำทาง และในวันที่เขา "มองเห็นอีกครั้ง" เขากลับเลือกจะ "แกล้งมองไม่เห็น" เพื่อจะพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้ รักเขาจากใจจริงหรือแค่สงสาร แต่สิ่งที่เขาได้เห็น ไม่ใช่เพียง "ใบหน้า" ของเธอ หากคือ "หัวใจ" ที่สว่างกว่าทุกแสงในโลก เรื่องราวของชายตาบอดปากแข็ง กับหญิงสาวฉลาดอบอุ่น ที่คอยปราบพยศกันด้วยเสียงหัวเราะ ความห่วงใย และความรัก จะทำให้คุณยิ้ม อมยิ้ม และอบอุ่นหัวใจ "ในวันที่มืดมิด...เธอคือแสงสว่างเดียวที่เขาเห็น" "ในวันที่มองเห็น เขาก็ยังอยากมองเห็นแค่เธอคนเดียว"
"นี่เหรอลูกสาวของแก" ทศเอ่ยถามเสียงกร้าวเมื่อลูกหนี้ของเขาส่งตัวลูกสาวมาปลดหนี้ด้วยท่าทีอิดออด "ฉันขอร้องเถอะนะ อย่าทำอะไรรุนแรงกับลูกสาวของฉันเลย" ธนัชเอ่ยขอร้อง "แล้วตอนที่แกทำกับฉันกับครอบครัวของฉันล่ะ" "หมายความว่ายังไง" ธนัชเอ่ยถามอย่างตกใจ "แกยังจำเพื่อนรักที่แกทรยศได้ไหม" ทศเอ่ยถาม เพราะเขาเปลี่ยนชื่อนามสกุล ธนัชเลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร "แก แกเป็นลูกของไอ้อัฐอย่างนั้นเหรอ" ธนัชยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ "ยังดีนะที่แกยังจำได้ว่าเคยทรยศเพื่อนของแก แสดงว่าแกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง แม้จะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตามที" "ทุกอย่างเป็นแผนการของแกอย่างนั้นเหรอ" ธนัชเอ่ยถาม "ใช่ ฉันรอวันนี้มายี่สิบกว่าปี รอเวลาที่จะได้แก้แค้นแก ฉันจะบดขยี้ลูกสาวของแกให้แหลกคามือ" ทศกระชากร่างบอบบางของน้ำรินมากอดรัดเอาไว้ หญิงสาวพยายามดิ้นรน "อย่าทำอะไรน้ำรินนะ ฉันขอร้อง" ธนัชยอมลงทุนคุกเข่าอ้อนวอน "อย่าทำอย่างนั้นเหรอ" ทศก้มลงบดจูบหญิงสาวอย่างป่าเถื่อน น้ำรินพยายามดิ้นรน แต่ไม่เป็นผล "อย่าทำอะไรลูกสาวของฉันนะ" "กระทืบมันให้ปางตายแล้วก็จับมันโยนออกไปนอกบ้าน ไม่ต้องให้มันตายหรอก แต่ให้มันไปเป็นขอทานข้างถนน" ทศสั่งเสียงกร้าว
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY