กษิราดึงบานประตูไม้เปิดออก
ป้าแก้วถลันตัวเข้ามา มือเหี่ยวย่นเอื้อมจะกระชากแขนเธอเต็มแรง แต่กษิราเอี้ยวตัวหลบอย่างแนบเนียน ทำให้หญิงรับใช้ซวนเซเกือบหัวคะมำข้ามธรณีประตู
"ว้าย นังนี่ แกหลบทำไม" ป้าแก้วแหวลั่น หน้าดำหน้าแดงด้วยความโมโห "คุณนายให้มาตามแกไปที่เรือนใหญ่ คุณนรมนจะหมั้นกับตระกูลจิระโรจน์ แกต้องไปนั่งเป็นฉากหลัง เป็นตัวเปรียบเทียบความสง่างามของคุณหนู เข้าใจไหม"
"เข้าใจแล้วจ้ะป้า" กษิราก้มหน้างุด แกล้งทำเสียงสั่นเครือ สองมือกุมประสานไว้ที่หน้าท้องอย่างหวาดกลัว
แต่ใต้เงาผมเผ้ารุงรังนั้น มุมปากของเธอกลับยกยิ้มเยาะ
กษิราก้าวเท้าตามป้าแก้วออกจากกระท่อม ทางเดินดินชื้นแฉะเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ เธอเดินลัดเลาะผ่านสวนรกชัฏ มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์หรูหราของตระกูลเคหะฐานที่เปิดไฟสว่างไสว
เมื่อก้าวพ้นประตูหลังเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็ปะทะเข้ากับใบหน้าทันที แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับจนเธอต้องหรี่ตาลง
กลางห้องโถงนั้น นรมน เคหะฐาน ลูกสาวคนโปรดของแม่เลี้ยง กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เธอสวมชุดราตรีผ้าไหมสั่งตัดพิเศษมูลค่าหลายล้านบาท รอบกายเต็มไปด้วยเหล่าเพื่อนสาวไฮโซที่กำลังส่งเสียงเยินยอไม่ขาดปาก
"นรมน วันนี้แกสวยมากเลย ศรัณยู จิระโรจน์ ต้องตะลึงแน่ ๆ"
"นั่นสิ ได้แต่งงานกับผู้นำตระกูลอันดับหนึ่งของกรุงเทพฯ วาสนาแกดีจริง ๆ"
นรมนยิ้มหวานอย่างพึงพอใจ แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบมาเห็นกษิราที่ยืนหลบมุมอยู่
ปิยฉัตร แม่เลี้ยงใจร้ายที่ถือแก้วแชมเปญเดินเข้ามา รีบส่งสายตารังเกียจใส่กษิราทันที
"ใครใช้ให้แกใส่เสื้อผ้าซอมซ่อแบบนี้ออกมา น่าเกลียดจริง ๆ เสนียดบ้านแท้ ๆ"
กษิรากอดอกแน่น แกล้งตัวสั่นเทา "คุณน้า...ป้าแก้วบอกว่าคุณน้าเรียกฉันมาด่วนค่ะ"
นรมนเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ สร้อยเพชรเม็ดโตที่คอส่องประกายวิบวับ เธอทำทีเป็นยื่นมือมาจะจับมือกษิรา แต่แล้วก็ชักกลับไปกลางคันด้วยความขยะแขยง
"แม่คะ อย่าไปว่าพี่กษิราเลยค่ะ ให้พี่เขาได้มารับรู้ความสุขของหนูก็ดีแล้ว ถือว่ามาเปิดหูเปิดตา เพราะพี่ศรัณยูเป็นผู้ชายที่สูงส่งที่สุดในประเทศนี้ พี่กษิราคงไม่มีวันได้เจอคนแบบนี้หรอกค่ะ" นรมนยกมือไหว้ท่วมอก แสร้งทำเป็นสงสารจับใจ
ทันใดนั้น ประตูคฤหาสน์บานใหญ่ก็ถูกเปิดออกอย่างแรง
พ่อบ้านของตระกูลจิระโรจน์ก้าวเข้ามา พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำสนิทหลายคน บรรยากาศในห้องโถงเงียบกริบลงทันตาด้วยแรงกดดันมหาศาล
ปิยฉัตรยิ้มประจบ รีบยกมือไหว้ต้อนรับ "คุณพ่อบ้านคะ คุณศรัณยูยังไม่มาเหรอคะ ฤกษ์มงคลใกล้จะถึงแล้วนะคะ"
พ่อบ้านไม่แม้แต่จะรับไหว้ เขากล่าวเสียงเรียบ "นายน้อยกำลังประชุมสายด่วนข้ามประเทศอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตมาถึงแล้ว ให้ตรวจสอบข้อมูลในระบบก่อน"
เจ้าหน้าที่สองคนในเครื่องแบบก้าวเข้ามา เปิดแท็บเล็ตและเชื่อมต่อกับระบบทะเบียนราษฎร์ส่วนกลางของกรุงเทพฯ เพื่อลงบันทึกการสมรสของสองตระกูลใหญ่
กษิรายืนนิ่งในเงามืด เธอหยิบทอฟฟี่รสมะม่วงในกระเป๋าขึ้นมาแกะเปลือก แล้วส่งเข้าปากอย่างใจเย็น สายตามองตรงไปยังหน้าจอแท็บเล็ตนั้น
เจ้าหน้าที่กดแป้นพิมพ์ กรอกชื่อและเลขประจำตัวประชาชนของนรมนลงไป
ทันใดนั้น เสียงเตือนสีแดงก็ดังขึ้นจากตัวเครื่องอย่างกึกก้อง หน้าจอกะพริบเป็นตัวอักษรสีแดงเข้มแจ้งเตือนความผิดพลาด
นรมนหน้าถอดสี รีบก้าวเข้าไปดูจนส้นสูงสะดุดพรม "เกิดอะไรขึ้น ระบบมีปัญหาเหรอคะ"
เจ้าหน้าที่เหงื่อกาฬแตกพล่าน นิ้วมือสั่นระริกขณะพยายามกดแก้ไข "ระบบปฏิเสธการบันทึกครับ มีการล็อกรหัสผ่านระดับสูงสุด"
"หมายความว่ายังไง" ปิยฉัตรเริ่มเสียงสั่น
"ในระบบระบุว่า...สถานะสมรสของคุณศรัณยู ไม่ได้ว่างครับ มีคนจดทะเบียนสมรสกับท่านไปแล้ว"
ห้องโถงเงียบสนิทราวกับป่าช้า แก้วแชมเปญในมือของปิยฉัตรลื่นหลุดตกลงบนพื้นกระเบื้อง เสียงแตกกระจายดังสนั่น น้ำสีทองสาดกระเซ็นเปื้อนชายกระโปรงหรูหรา
"ไม่จริง ใคร มันเป็นใครที่กล้าแย่งตำแหน่งของฉัน" นรมนกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธแค้น
พ่อบ้านขมวดคิ้วแน่น เขาแย่งแท็บเล็ตมาจากมือเจ้าหน้าที่ กวาดสายตามองชื่อภาษาไทยที่ปรากฏชัดเจนบนหน้าจอ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"ชื่อคู่สมรส...นางสาวกษิรา เจริญสุขสมบัติ"
เสียงของพ่อบ้านดังก้องไปทั่วคฤหาสน์
สายตาทุกคู่หันขวับมามองหญิงสาวอัปลักษณ์ที่ยืนคุดคู้อยู่มุมห้องทันที
กษิราแกล้งทำเป็นตกใจจนลูกอมในปากแทบติดคอ เธอเบิกตากว้าง ส่ายหน้าไปมาอย่างตื่นตระหนก
"นังนี่เหรอ นังอัปลักษณ์หน้าผีนี่น่ะนะ เป็นไปได้ยังไง" ปิยฉัตรชี้หน้าด่ากษิราอย่างเหลืออด
นรมนพุ่งตัวเข้ามาหากษิรา ง้างมือขึ้นสูงหวังจะตบหน้าเธอให้หายแค้น "นังสารเลว แกใช้เวทมนตร์อะไรมาเปลี่ยนระบบ แย่งผู้ชายของฉัน"
ฝ่ามือของนรมนยังไม่ทันได้สัมผัสใบหน้าของกษิรา
ปัง
ประตูไม้สลักลายถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงบานประตูกระแทกผนังดังสนั่นหวั่นไหว
ร่างสูงตระหง่านในชุดสูทสีดำก้าวเข้ามา ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก ทว่าดวงตากลับดำสนิทและเย็นเยียบดั่งพญายม รอยย่นเล็ก ๆ ตรงหว่างคิ้วบอกถึงอารมณ์ที่คุกรุ่น สร้อยข้อมือหยกดำที่ข้อมือกระทบกันส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งชวนขนลุก
ศรัณยู จิระโรจน์ ปรากฏตัวขึ้น
มือของนรมนค้างอยู่กลางอากาศ ทันทีที่สบสายตากับศรัณยู ขาของเธอก็อ่อนแรงจนแทบทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
ศรัณยูก้าวขายาว ๆ ผ่านทุกคนไปอย่างไม่แยแส เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากษิรา ก้มลงมองใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นสีคล้ำของเธอ บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
กษิราแสร้งก้าวถอยหลังครึ่งก้าวด้วยความกลัว แต่นิ้วมือใต้แขนเสื้อกลับคีบเหรียญบาทไว้แน่น เตรียมพร้อมรับมือหากเกิดการปะทะ
ศรัณยูกระตุกยิ้มเย็นที่มุมปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้นช้า ๆ
"ในเมื่อระบบเลือกเธอ งั้นก็ไปกับฉัน...คุณนายจิระโรจน์"