ซีรีส์แซ่บ ประกอบด้วย 1. สาวใข้วัยละอ่อน 2. เจ้าหญิงแมวเหมียว 3. เพื่อนสวาท 4. คืนนั้น 5. พิศวาส 6. คุณหมอซ่านรัก 7. สวยมากๆ ท่ายากหนูก็เยอะ 8. ความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง ไปที่ระเบียงบ้างก็ได้
ซีรีส์แซ่บ ประกอบด้วย 1. สาวใข้วัยละอ่อน 2. เจ้าหญิงแมวเหมียว 3. เพื่อนสวาท 4. คืนนั้น 5. พิศวาส 6. คุณหมอซ่านรัก 7. สวยมากๆ ท่ายากหนูก็เยอะ 8. ความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง ไปที่ระเบียงบ้างก็ได้
ซีรีส์แซ่บ
เล่ม 1 สาวใช้วัยละอ่อน
มะลิมองสภาพเจ้านายหนุ่มแล้วต้องเบือนหน้าหนี เธอเป็นหลานสาวป้าทองแท้ ซึ่งเป็นแม่บ้านเก่าแก่ของคุณหญิงขจิต ซึ่งเป็นมารดาของขจร
ขจรเป็นลูกชายคนเล็กของคุณหญิงขจิต เขาแยกบ้านออกมาอยู่ต่างหาก เพราะมีโปรแกรมว่าจะแต่งงานกับแฟนสาวที่คบหาดูใจกันมานาน แต่ฤดีกลับสลัดรักไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ทำให้ขจรเสียใจเป็นอันมาก เขาเมามายมาหลายวันแล้ว และไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง นอนหลับไม่ได้สติอยู่ที่เรือนหอร้างรักแห่งนี้
คุณหญิงขจิตกับป้าของเธอจึงส่งเธอมาช่วยดูแลเขา
มะลิ เธอเป็นหญิงสาววัย 20 ปี ซึ่งเพิ่งเรียนจบการบัญชีจากวิทยาลัยแห่งหนึ่งในระดับ ปวส. เธอเป็นเด็กกำพร้า ป้าทองแท้รับมาเลี้ยงดูในบ้านของคุณหญิงขจิตตั้งแต่เด็ก
เธอเดินไปเก็บขวดเหล้ามากมายที่กองเกลื่อนอยู่กับพื้น เห็นใจเขาอยู่ ไม่น้อยที่ต้องโดนสลัดรัก ทั้งๆ ที่เขากับแฟนสาวอย่างฤดีรักกันมาก ใครๆ ก็รู้ เธอเองยังงุนงงว่าเหตุใดฤดีถึงหนีไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น
พอเก็บกวาดเรียบร้อยก็รีบจัดการนำผ้าขนหนูใส่กะละมังใส่น้ำ ก่อนจะบิดหมาดๆ แล้วเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขา
เธอต้องเบือนหน้าหนีจากกลิ่นเหล้าคละคลุ้งที่อยู่บนตัวเขา
“ตกลงกินหรืออาบกันแน่นี่” มะลิบ่นอุบ จัดการเช็ดหน้าเช็ดตาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อีกฝ่าย เขาค่อยๆ ปรือตาขึ้นเพราะความเย็นของผ้าที่ลากไปตามใบหน้าและเนื้อตัว
“ใคร” เขาปัดมือของอีกฝ่ายออก ก่อนตื่นเต็มตา
“ออกไป อย่ามายุ่ง” พอเห็นว่าเป็นใครเขาก็ตวาดลั่น ยายเด็กมะลิหลานของป้าทองแท้นั่นเอง ที่บ้านคงส่งยายเด็กนี่มาดูแลเขา เขาไม่อยากให้ใครมาคอยสมเพชเวทนา
ร่างสูงโงนเงนยืนขึ้นก่อนจะเซ มะลิรีบเข้าไปประคองเอาไว้ แต่เขาปัดมือของเธอออกห่าง
“บอกว่าอย่ามายุ่งไง”
“อุ๊ย! ว้าย!” เขาผลักจนเธอเซ ก่อนจะพาร่างสูงเดินขึ้นชั้นบนของตัวบ้าน
มะลิเม้มปากเข้าหากันแน่น ถ้าไม่เพราะผู้ใหญ่ไหว้วานให้เธอมาคอยดูแลล่ะก็ เธอไม่มาให้เสียเวลาหรอก แต่อีกใจเพราะแอบชอบเขามานาน ยังไงก็ต้องถ่อสังขารมาอยู่ดีนั่นแหละ
ในเมื่อเขารำคาญ เธอก็ควรจะถอยมาตั้งหลักก่อน มะลิจัดการทำความสะอาดบ้านของเขาอีกครั้ง เธอปาดเหงื่อไปมา ก่อนจะจัดการเก็บเสื้อผ้าของเขาไปซัก พอเอาเสื้อผ้าลงเครื่องซักหมดแล้ว ก็เข้าครัวทำอาหาร พอทุกอย่างเสร็จสิ้นเธอจึงไปอาบน้ำ ร่างน้อยทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหลับไปในเวลาต่อมา
สะดุ้งตื่นอีกทีเพราะได้ยินเสียงฟ้าคำราม มะลิดีดตัวขึ้นจากโซฟาวิ่งไปเก็บผ้าด้วยอาการกระหืดกระหอบ พอเธอเข้าบ้านมาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ ฝนก็เทลงมาห่าใหญ่ เด็กสาวผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เสียงฝนและฟ้าทำให้เธอหน้ายุ่งเล็กน้อย เด็กสาวเงยหน้ามองบันไดบ้าน คนที่หนีเธอไปเมื่อครู่จะเป็นยังไงบ้างนะ เม้มปากเล็กน้อย
ขึ้นไปดูเขาเสียหน่อยก็คงดี...
เปิดประตูเข้าไปเห็นเขานอนคว่ำอยู่บนที่นอน สภาพยังอยู่ในชุดเก่า เธอเห็นแล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนจะไปจัดการหาชุดมาเปลี่ยนให้เขา
คงไม่เป็นไรมั้ง เขาหลับ...
เปลี่ยนชุดคือต้องจับเขาแก้ผ้านี่แหละ ปัญหาใหญ่ แต่จะให้เขานอนสภาพนี้ก็ไม่ได้ มันดูเวทนายังไงไม่รู้
เธอจัดการพลิกร่างสูงของเขาให้นอนหงาย เขาปัดมือเธอออก ทำท่ารำคาญ มะลิจัดการถอดเสื้อผ้าของเขาออก ในขณะที่เขาลืมตามองอย่างรำคาญสุดๆ
“อุ๊ย! ว้าย!” ร้องอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ ร่างของเขาพลิกขึ้นคร่อมทับร่าง ของเธอ หลังจากกระตุกร่างเธอให้ล้มลงไปบนเตียงกว้าง
“จะทำอะไร”เขาถามเสียงดุดวงตาของเขาแดงก่ำเพราะผ่านการดื่มมาเยอะ
“จะปลดเสื้อผ้าของคุณค่ะ”
“ปลดเสื้อผ้า เธอคิดจะทำอะไร ฉันเป็นผู้ชายนะ”
“คุณจอนปล่อยก่อนค่ะ หนูแค่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณก็เท่านั้นเอง”
“ฉันไม่เชื่อ” เขากดร่างเธอทับเอาไว้กับที่นอน มะลิดิ้นหนี แต่เขายิ่งกดทับร่างของเธอหนักขึ้นไปอีก
“เธอคิดจะทำอะไร บอกมา...”
“มะลิเปล่าคิดอะไร”
“ลอกคราบฉันแล้วจะเรียกร้องให้ฉันรับผิดชอบ อยากถีบตัวเองขึ้นมาจากคนใช้เป็นคุณนายหรือไง”
“คุณจอน” มะลิตกใจเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
“ตกใจที่ฉันรู้ทันผู้หญิงอย่างเธอใช่ไหมล่ะ”
“มะลิเปล่าคิดแบบนั้นนะคะ”
“เธอน่ะเหรอไม่คิด เวลาฉันอยู่บ้านเธอมองฉันตาเป็นมัน”
“คุณจอน!” เธออุทานอย่างตกใจอีกครั้ง
“หรือฉันจะสงเคราะห์ให้เธอดี” เขาเหยียดปากใส่คนใต้ร่าง ตอนนี้นึกพาลไปหมด จริงๆ เขาเคยเอ็นดูมะลิมาก แต่ตอนนี้ผู้หญิงทุกคนดูขวางหูขวางตาไปหมด
“ปล่อยนะคะ”
“ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด” เขาเยาะเย้ยเหยียดปากน่าเกลียด
“คุณจอนปล่อยมะลินะคะ มะลิเจ็บ” เธอดิ้นเพราะเขายิ่งกดมือเธอทับกับพื้นเตียงจนแทบหัก
“อื้อ... คุณจอน” มะลิตกใจเมื่อเขาซุกใบหน้าลงมาหา ก่อนจะขบเม้มซอกคอของเธอแล้วดูดแรงๆ
“คุณจอน ปล่อยมะลินะคะ” ยิ่งเธอดิ้นเขายิ่งกอดรัดแน่นขึ้น ลมหายใจฟืดฟาดของเขารุนแรง เรือนร่างแข็งแกร่งรัดเธอเหมือนงูเหลือมตัวใหญ่ ท่าทีของเขาเหมือนโกรธ
“คุณโกรธคุณฤดีก็อย่ามาระบายอารมณ์ใส่มะลิสิคะ” เด็กสาวโพล่งออกไปอย่างเหลืออด เขาชะงักก่อนดวงตาจะลุกเป็นไฟ แล้วไม่มีคำพูดอะไรจากเขาอีก เขาบดจูบริมฝีปากของเธอหนักหน่วงรุนแรง เธอถึงกับหอบเมื่อเขาปล่อยริมฝีปากเป็นอิสระ
“คุณจอน” เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเขาเริ่มปลดเสื้อผ้าของเธอ
“ฉันอยากได้เธอ ตอนนี้เลย ได้ไหม” เขาคลุกเคล้าร่างสาว ในเวลานี้เขาต้องการใครสักคน เธอมองเขานิ่ง สายตาเว้าวอนทำให้เธอใจอ่อนอย่างไม่น่าให้อภัย เพียงแค่เธอพยักหน้าให้เขา ริมฝีปากร้อนรุ่มก็ทาบทับลงมาหนักหน่วง ดูดกลืนเรียกร้องเร่าร้อน ลิ้นของเธอถูกเขาดูดเม้มจนมึนงง
เธอผวาเมื่อร่างหนาหนักเปลือยเปล่าแนบชิดเสียดสีกับนวลเนื้อของเธอ ไม่รู้ว่าเขาถอดเสื้อผ้าของเธอออกไปตอนไหน รู้ตัวอีกที เขาก็เสียดสีท่อนเนื้อที่ส่วนปลายฉ่ำเยิ้มเข้ามากับร่องรักของเธอเสียแล้ว
“คุณจอน... อย่าค่ะ”
“เธอบอกว่าจะให้ฉัน” เขาเสียดสีร่องรักของเธอด้วยส่วนปลายของความเป็นชาย เธอซี้ดปาก หลับตาครางด้วยความเสียว ในจังหวะที่เธอกำลังเคลิ้มเขาก็ค่อยๆ กดมันเข้ามาอย่างเชื่องช้า
“คุณจอน... เจ็บค่ะ!” เธอสะดุ้งอุทาน ถอนสะโพกหนี เขากอดรัดเอาไว้แน่น ก่อนจะกดกายเข้าไปจนสุดโคน
ร่างน้อยกระตุกกรีดร้องอย่างรุนแรง เขารัดเธอแน่นขึ้นฝังกายเข้าไป รุกล้ำในร่องเยิ้มจนหมดสิ้น ปากหนาร้องครางสุดเสียงด้วยความเสียวซ่านสุดใจ
“อา... แน่นเหลือเกินมะลิ” ขจรครางหนักๆ เขาแช่กายเอาไว้ในร่างของเธอ เพื่อให้เธอปรับตัว เธอสะอื้นน้อยๆ เจ็บแปลบในสัดส่วนที่เขาฝังเข้ามาหา
“ให้ฉันขยับนะ เธอพร้อมแล้วใช่ไหม” เขาเอ่ยถามสีหน้าเหมือนเจ็บปวด ใบหน้าของเขากระตุกน้อยๆ ขณะยกสะโพกสอบให้แก่นกายเสียดสีกับร่องเยิ้ม
เธอครางซี้ด นิ่วหน้าด้วยความเสียวซ่าน ในจังหวะที่ผ่อนคลายเขาก็กดกระแทกเข้ามาจนมิดเม้น
“อา...” เธอร้องครางเด้งสะโพกรับด้วยความเจ็บเสียว เขาเริ่มซอยกายเข้าออกเร็วขึ้นเมื่อหยาดน้ำรักเริ่มฉ่ำเยิ้ม
กายสาวของเธอเริ่มตอบรับและผลิตน้ำหวานออกมาต้อนรับการขยับกายของเขา ร่างสูงใหญ่กระแทกกระทั้นเข้าหากายสาวหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ ท่อนกายของเขาสอดเสียบแนบชิดสนิทในร่องเนื้อแสนคับแคบ คนใต้ร่างกัดฟันด้วยความเสียดเสียวปนเปกับความอึดอัดเจ็บแปลบ
เธอรู้สึกกระสันซ่านจากแรงเสียดสีของเนื้อกายชายหนุ่ม เขาโหมกายเข้าใส่ไม่ออมแรง คนใต้ร่างสั่นคลอนไปตามแรงโยก มือหนาเลื่อนมากอบกุมเต้านมเคร่งครัดพอดีมือ นวดเฟ้นแล้วก้มลงดูดจนหัวนมแข็งเป็นไต ลำกาย โหมกระหน่ำ สาวน้อยไม่เคยพานพบบทรักมาก่อนถึงกับทำตัวไม่ถูก ได้แต่ร้องครางอยู่ใต้ร่างหนุ่ม เสียงกระแทกของเนื้อกาย ตับ ตับ ตับ
1. ทาสรักคุณชายมาเฟีย เธอ... ชมพูพริ้ง คุณหนูผู้เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์ ฐานะ และการศึกษา กลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าไปช่วยชายแปลกหน้าที่บาดเจ็บกลางตรอก ไม่รู้เลยว่าคืนนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการหัวใจ... เขา... คมน์ เคมินธาดา มาเฟียหนุ่มทายาทธุรกิจพันล้าน ผู้ไม่เคยศรัทธาในคำว่ารัก แต่หลังจากคืนที่เธอช่วยชีวิต เขากลับนอนไม่หลับถ้าไม่มีเธออยู่ข้างกาย หนึ่งคนหนีเพราะกลัวหัวใจตัวเองจะหวั่นไหว อีกคนกลับตามตื้ออย่างแนบเนียนในชื่อของ "การทำงาน" จากผู้ช่วยจำเป็น... กลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ เมื่อศัตรูทางธุรกิจกลายมาเป็นคู่ชีวิต และความรักครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกมมาเฟีย แต่คือ "ชีวิตทั้งชีวิต" ของเขา "ผมไม่ได้อยากได้คุณมาเป็นลูกน้อง ผมอยากได้คุณมาเป็นเมียต่างหาก คุณหนูชมพูพริ้ง" 2. เจ้าาสาวนิรนาม เธอ...หญิงสาวที่ยอมแต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มเพราะ โชคชะตาและหนี้สิน เขา...ทายาทหนุ่มผู้ไม่เชื่อในดวงชะตา มองว่าการแต่งงานนี้เป็นแค่เรื่องไร้สาระ แต่ใครจะรู้ว่า... เจ้าสาวที่ไร้ตัวตนในใจของเขา จะกลายเป็นคนเดียวที่เขารักหมดใจ ห้าปีแห่งสัญญาและความห่างเหิน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ทั้งคู่ต้องกลับมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันอีกครั้ง หัวใจที่เคยเย็นชาเริ่มละลายลงทีละน้อย จากเจ้าสาวจำเป็น... กลายเป็น "เจ้าสาวตัวจริง" ที่เขาอยากครอบครองตลอดไป แต่เมื่อถึงวันที่เธอขอ "หย่า" เขาจึงเพิ่งรู้ว่า สิ่งที่กลัวมาตลอดไม่ใช่การแต่งงาน...แต่คือการ "เสียเธอไป" 3. เจ้าสาวอนุรักษ์ เธอ… "ศิริลดา" หญิงสาวที่ต้องแต่งงานกับคู่หมั้นซึ่งไม่เคยเจอหน้า เขา… "อนุรักษ์" ชายหนุ่มผู้สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุ การแต่งงานที่เริ่มจาก "หน้าที่" กลับกลายเป็นเรื่องราวที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต เพราะในความมืดที่เขาเผชิญ มีเพียงเสียงหัวเราะและมืออบอุ่นของเธอที่คอยนำทาง และในวันที่เขา "มองเห็นอีกครั้ง" เขากลับเลือกจะ "แกล้งมองไม่เห็น" เพื่อจะพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้ รักเขาจากใจจริงหรือแค่สงสาร แต่สิ่งที่เขาได้เห็น ไม่ใช่เพียง "ใบหน้า" ของเธอ หากคือ "หัวใจ" ที่สว่างกว่าทุกแสงในโลก เรื่องราวของชายตาบอดปากแข็ง กับหญิงสาวฉลาดอบอุ่น ที่คอยปราบพยศกันด้วยเสียงหัวเราะ ความห่วงใย และความรัก จะทำให้คุณยิ้ม อมยิ้ม และอบอุ่นหัวใจ "ในวันที่มืดมิด...เธอคือแสงสว่างเดียวที่เขาเห็น" "ในวันที่มองเห็น เขาก็ยังอยากมองเห็นแค่เธอคนเดียว"
"นี่เหรอลูกสาวของแก" ทศเอ่ยถามเสียงกร้าวเมื่อลูกหนี้ของเขาส่งตัวลูกสาวมาปลดหนี้ด้วยท่าทีอิดออด "ฉันขอร้องเถอะนะ อย่าทำอะไรรุนแรงกับลูกสาวของฉันเลย" ธนัชเอ่ยขอร้อง "แล้วตอนที่แกทำกับฉันกับครอบครัวของฉันล่ะ" "หมายความว่ายังไง" ธนัชเอ่ยถามอย่างตกใจ "แกยังจำเพื่อนรักที่แกทรยศได้ไหม" ทศเอ่ยถาม เพราะเขาเปลี่ยนชื่อนามสกุล ธนัชเลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร "แก แกเป็นลูกของไอ้อัฐอย่างนั้นเหรอ" ธนัชยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ "ยังดีนะที่แกยังจำได้ว่าเคยทรยศเพื่อนของแก แสดงว่าแกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง แม้จะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตามที" "ทุกอย่างเป็นแผนการของแกอย่างนั้นเหรอ" ธนัชเอ่ยถาม "ใช่ ฉันรอวันนี้มายี่สิบกว่าปี รอเวลาที่จะได้แก้แค้นแก ฉันจะบดขยี้ลูกสาวของแกให้แหลกคามือ" ทศกระชากร่างบอบบางของน้ำรินมากอดรัดเอาไว้ หญิงสาวพยายามดิ้นรน "อย่าทำอะไรน้ำรินนะ ฉันขอร้อง" ธนัชยอมลงทุนคุกเข่าอ้อนวอน "อย่าทำอย่างนั้นเหรอ" ทศก้มลงบดจูบหญิงสาวอย่างป่าเถื่อน น้ำรินพยายามดิ้นรน แต่ไม่เป็นผล "อย่าทำอะไรลูกสาวของฉันนะ" "กระทืบมันให้ปางตายแล้วก็จับมันโยนออกไปนอกบ้าน ไม่ต้องให้มันตายหรอก แต่ให้มันไปเป็นขอทานข้างถนน" ทศสั่งเสียงกร้าว
อุบัติเหตุรถชนทำให้พี่สาวต้องตายจาก เธอจำต้องอยู่ในคราบพี่สาวฝาแฝดเพื่อให้เป็นที่รักของบิดามารดา บิดามารดาที่รักแต่พี่สาวของเธอ แต่เกลียดเธอสุดหัวใจ เพราะเธอเกิดมาแล้วทำให้พวกท่านหุ้นตก ธุรกิจย่ำแย่ แต่นั่นคงไม่เท่ากับว่า เธอไปหลงรักผู้ชายที่เคยโดนพี่สาวสลัดรัก เธอรักเขาคือเรื่องจริง แต่เขาเพียงแค่อยากแก้แค้นเธอเพียงแค่นั้น ***** ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "พี่กรคะ ขอคุยด้วยหน่อยสิคะ" เสียงสั่นระริกเอ่ยขึ้นทางด้านหลัง กรการณ์รอเวลานี้มานานแล้ว จึงเอ่ยขอตัวจากแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดี "พี่กร มันหมายความว่ายังไงคะ" รุ้งรวิดาเอ่ยถามเสียงสั่น "ก็อย่างที่เห็น" "พี่รักเธอเหรอคะ" "มันสำคัญด้วยเหรอ" "สำคัญค่ะ เพราะระหว่างเรา ไม่สิต้องถามว่าเรื่องของเราพี่จริงจังแค่ไหน" "เราก็แค่ลองคบหากันไม่ใช่เหรอ ไปต่อไม่ได้ก็แค่ถอยห่างกันไป" "คนที่ไม่อยากไปต่อคือพี่กรฝ่ายเดียวหรือเปล่าคะ ไม่ใช่เรา" รุ้งรวิดาเอ่ยถามเสียงสั่น "แล้วแต่จะคิด" เขาตอบอย่างไม่แยแส ท่าทีรู้สึกสะใจของเขาทำให้เธอเพิ่งได้สติว่าที่แล้วๆ มา มันคือความรักจอมปลอม เต็มไปด้วยความหลอกลวงทั้งเพ "พี่มีเธออยู่แล้วเหรอคะ มีเธออยู่อีกคนทั้ง ๆ ที่เราคบกัน" "ไม่นะ เมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่พี่เพิ่งรู้ว่าเธอมีค่ามากที่สุด เลยอยากพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนเป็นคนรัก" "แล้วทำไมตอนนั้นพี่ไม่บอกกันตรง ๆ ล่ะคะ" เสียงของรุ้งรวิดาสั่นระริกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก "ตอนนั้นพี่ยังไม่ได้คิดกับนภาแบบนั้น แต่ตอนนี้พี่เริ่มคิด กับเธอพี่คิดว่าเราก็เป็นแบบนี้ไปตลอดได้นะ เราต่างมีความสุขกันทั้งคู่" "เป็นแบบนี้ต่อไป หมายความว่าจะให้รินเป็นคนในความลับต่อไปเหรอคะ" "ถ้าเธอไม่ขัดเราก็มีกันสามคนได้นะ" เขาพูดอย่างใจร้าย ทำเอารุ้งรวิดาอึ้งไป "ทำไมพี่ใจร้ายแบบนี้" เธอเอ่ยถามเขาทั้งน้ำตา พยายามไม่ให้น้ำตารินไหลให้อับอายและโดนดูถูก แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งทำให้น้ำตาไหลมากยิ่งขึ้น "..." เขานิ่งไม่ตอบอะไร แต่เธอเห็นแค่ความสะใจในแววตาของเขา "พี่ทำไปเพราะอยากแก้แค้นเหรอคะ" เพิ่งสำนึกได้ก็ตอนนี้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงเพียงนี้ "ไม่ใช่ พี่ก็แค่ทำเหมือนที่เธอทำ คบกับพี่ แต่เธอก็ยังคบกับคนอื่นได้ทีละหลายๆ คน ถึงพี่จะมีนภา พี่ก็มีเธอได้ เราอยู่กันแบบนี้ได้นะ ไม่เห็นแปลก เอาเป็นว่าเธอมีปัญหาเรื่องเงินเหมือนเมื่อก่อนก็ขอพี่ได้นะ แค่ว่าเมื่อก่อนไม่ได้นอนด้วยกัน แต่ตอนนี้อาจจะต้องนอนด้วยกันบ้างเพื่อแลกกับเงินที่เสียไป พี่ก็โอเคนะ เป็นการหาความสุขใส่ตัวในรูปแบบหนึ่ง" "พี่กรคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ" รุ้งรวิดาถึงกับน้ำตาซึม เธอตกใจ เสียใจ ผิดหวัง และรู้สึกเศร้าจนหัวใจเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด ที่ยังยืนอยู่เพราะไม่อยากล้มลงไปให้เขาเหยียบย่ำให้จมดินไปมากกว่านี้ "ใช่ ถ้าเธอไม่ติด พี่ก็ไม่ติด" เพียะ!!! เสียงฝ่ามือดังขึ้น ใบหน้าของกรการณ์หันไปตามแรงตบ "ตบนี้สำหรับที่พี่หลอกกัน รุ้งคงไม่ทำตัวแบบนั้นหรอกค่ะ รุ้งเป็นคนรักใครรักจริง ไม่มีทางใช้ผู้ชายร่วมกับใครแน่นอน" "ก็ดี คบทีละหลายๆ คน เลือกได้หรือยังล่ะว่าจะเอาคนไหน แต่อย่าให้มันรู้นะว่าเสียจิ้นให้พี่แล้ว แต่เอ๊ะ! น่าจะไม่ใช่ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ทันสมัย บางทีที่เห็นคับๆ แน่นๆ อาจจะไม่ใช่จิ้น แต่เป็นรีแพร์ยกกระชับช่วงล่างที่หลวมโพรกไปแล้ว" แม้จะสะดุดหูกับคำว่ารุ้ง แต่จำได้ ที่เธอบอกว่าเคยใช้ชื่อนี้และมาเปลี่ยนชื่อในภายหลัง เขาจึงปล่อยผ่านไม่คิดจะสนใจ ปากคอเราะรายของเขาทำให้รุ้งรวิดาหายใจแทบไม่ออก "ทำไมพี่เลวแบบนี้" เธอสะอื้นจนตัวโยน เขาไม่ปลอบโยน ไม่รู้สึกผิดสีหน้าแลดูสะใจ ยืนดูเงียบๆ อย่างพึงพอใจ จนเธอรู้สึกโหวงในอก นี่น่ะเหรอผู้ชายที่เธอรักหมดใจ "ลาก่อนนะคะ" เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอควรพอแค่นี้ จะอยู่ให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไปทำไมกัน เธอหมุนกายเดินจากมา น้ำตาร่วงพรูอีกรอบ แรกเริ่มเดิมทีเพื่อที่จะมาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ในตอนนี้เธอหมดหนทางแล้วนั่นเอง นอกจากเขายังจะไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังมีแต่จะสมน้ำหน้าให้อีก
เธอแอบรักคุณอาข้างบ้าน รอคอยเขามานานหลายปี เขาบอกว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน เธอเชื่อแบบนั้นสนิทใจ
เพราะเขาคิดว่าน้องสาวของเขาหนีตามน้องชายของเธอไป เขาจึงมาจับตัวเธอไปเพื่อกดดันให้น้องชายของเธอพาน้องสาวของกลับมา แถมยังบังคับให้เธอเลี้ยงหลานคนเดียวของเขาอีก แต่คนอย่างเธอหรือจะยอมให้ใครกดขี่ข่มเหงได้ง่าย ๆ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "นี่คุณปล่อยฉันนะ" "เธอว่าน้องสาวของฉันใจง่ายใช่ไหม" "ก็มันเรื่องจริง น้องคุณใจง่ายท้องกับใครก็ไม่รู้ มากล่าวหาน้องชายของฉัน" เธอโต้ตอบกับเขาปากคอสั่นระริก "เธอนี่มันปากดีไม่เลิก" "ฉันต้องพูด ไม่อย่างนั้นคุณก็จะเอาความผิดทั้งหมดมาโยนให้ฉันแบบนี้ น้องคุณไปนอนกับใครจนท้อง ก็ไม่รู้ แล้วคุณก็มาด่าฉัน โกรธฉัน เกลียดฉัน มันใช่เหรอ น้องคุณไปนอนกับใครฉันไม่ได้ตามไปดูใต้เตียงนะ คุณเองล่ะตามดูน้องคุณไหม ก็ไม่ได้ตาม ถ้าตามไปจริง ๆ ก็คงห้ามไม่ให้ไปเอากับใครจนท้อง" "นี่เธอ!" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ฉันพูดเรื่องจริง" "หุบปาก!" "ทำไมถึงทำเป็นรับไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงล้วน ๆ ฉันทำงานอยู่ดี ๆ ทำมาหากินสุจริต เลี้ยงน้องมาด้วยลำแข้ง ลำบากก็ไม่เคยบ่นเพราะพ่อแม่ตายหมด จู่ ๆ คุณก็สั่งคนไปจับตัวฉันมา จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง ถ้าเขาไปทำอะไรกันจนท้องจริง แล้วฉันจะทำอะไรได้ ฉันไม่ใช่เหาฉลามนะ จะได้ว่ายน้ำตามไปส่องดูเขาอยู่ตลอดเวลา" "อยากตายมากนักใช่ไหม" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ทำไม ฉันพูดเรื่องจริงทำเป็นรับไม่ได้" "เธออยากตายใช่ไหม มานี่เลย" เวคินโกรธจนตัวสั่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเคยด่าว่าเขาแบบนี้มาก่อน "นี่คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ" เธอกรีดร้องอย่างตกใจ!!!
เธอยอมเป็นคู่หมั้นลับ ๆ ไม่เปิดเผยสถานะตลอดระยะเวลาสามปี เธอยอมเขาทุกอย่างเพราะความรัก แม้ปู่ของเขาจะไม่ชอบเธอก็ตามที จนกระทั่งเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปดี เมื่อสถานะจากคู่หมั้นกลายเป็นคู่หมั้นไร้ค่าไร้ราคา ยอมทอดกายให้เขาเชยชมง่ายดาย แล้วพร้อมที่จะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนของตาย อีกทั้งอนาคตสถานะของเธอก็คือเมียน้อยของผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "อรกลับไปก่อนได้ไหม" ปกมีสีหน้ายุ่งยากใจ ทุกอย่างกำลังจะดีอยู่แล้ว แต่อรอินกำลังจะทำให้มันแย่ลงไปอีก ทำไมนะเมื่อก่อนเธอเข้าใจอะไรง่าย ยอมเขาทุกอย่าง เขาชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ เหตุใดวันนี้เธอถึงได้ดื้อด้านพูดไม่ฟังแบบนี้ "แกตอบมันไปสิตาปกว่าแกรักมันไหม ตอบให้มันตาสว่างว่าแกรักใคร" ปกรณ์กดดันหลานชาย "พี่ยังรักอรอยู่ไหม ไม่สิ พี่เคยรักอรบ้างหรือเปล่า" เมื่อโดนคาดคั้นปกก็สติหลุด บอกให้อยู่เงียบ ๆ กลับเรียกร้องเขาจึงจำต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ "ฉันหรือจะรักเธอ โวยวายเรียกร้องอะไรไม่ทราบ ก็เห็นอยู่ว่าฉันกำลังจะแต่งงานกับน่านฟ้า" "พี่ปก!" อรอินแทบสติหลุด วูบไปทั้งอก มือเท้าเย็นเยียบไปหมด ความจริงเจ็บปวดกว่าที่จินตนาการเอาไว้เสียอีก "เธอได้ยินแล้วใช่ไหมว่าหลานชายของฉันไม่ได้รักเธอ เธอมันง่าย เขาก็คงนอนด้วยเล่น ๆ ผู้หญิงง่าย ๆ แบบเธอน่ะฉันเห็นมาเยอะแล้ว" "พี่ปกไม่เคยรักอรแล้วมานอนกับอรทำไม" อรอินร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้นจนตัวโยน แววตาปวดร้าวเสียใจ 000 "ขอถามคำนึง" อรอินมองหน้าปก ไม่มีเสียงสะอื้นออกมาจากเธออีก เธอรวบรวมสติที่จะไม่ร้องไห้ออกมาให้ใครสมเพชเวทนาอีก "ถามอะไร" ปกมองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ แววตาเจ็บปวดนั้นทำให้เขาปวดใจไปด้วย น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนเขาสัมผัสได้ "ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันพี่ปกเคยรักกันจริงบ้างไหมคะ" อรอินถามเสียงสั่น "เธออยากรู้จริงๆ น่ะเหรอ" เขาถามกลับ "ค่ะ อรจะได้ตาสว่างสักที" "มั่นใจใช่ไหมว่าทนฟังได้" เขาอยากให้เธอรีบกลับไป ดีกว่ามาทนฟังคำโกหกแสนเจ็บปวดที่เธอจะได้รับจากเขา "พูดมาเถอะค่ะ คงไม่มีอะไรจริงไปกว่านี้อีกแล้ว" "ไม่เคยรัก" ว่าจะไม่ร้องไห้ พอเขาพูดแบบนั้นออกไป เธอก็ร้องไห้โฮออกมา "แล้วพี่ทำดีกับอรทำไม ดูแลอรทำไม" "ฉันหวังในตัวเธอไง ถึงจะได้ยากหน่อยตั้งเกือบสองปี แต่พอได้แล้วเธอก็ยอมฉันมาตลอด ไม่ยากอย่างที่คิดนี่" "นี่คือสิ่งที่พี่คิดเหรอ ฮึก ๆ ฮือ ๆ" อรอินกลับมาสะอื้นอีกครั้ง เธอเหมือนคนบ้า ทั้งหัวเราะ ทั้งร้องไห้ สะอึกสะอื้น ตัวกระตุก ดวงตาแดงก่ำไปหมด
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY