เพราะพ่อของเธอคิดใช้เล่ห์เหลี่ยมจับเขาให้แต่งงานกับลูกสาวของตัวเอง เขาจึงแก้แค้นคืนกลับไปอย่างสาสม ผู้หญิงที่เขาหลงรักกลับเป็นคนที่เขาเคยเกลียดและทำลายเขาควรทำเช่นไรให้ได้นางฟ้าอย่างเธอและลูกกลับคืนมา
เพราะพ่อของเธอคิดใช้เล่ห์เหลี่ยมจับเขาให้แต่งงานกับลูกสาวของตัวเอง เขาจึงแก้แค้นคืนกลับไปอย่างสาสม ผู้หญิงที่เขาหลงรักกลับเป็นคนที่เขาเคยเกลียดและทำลายเขาควรทำเช่นไรให้ได้นางฟ้าอย่างเธอและลูกกลับคืนมา
ณ กรุงเทพมหานคร
ตึกสูงสามสิบชั้นใจกลางเมืองของกรุงเทพ บริษัทนพดลการค้า จำกัด บริษัทด้านการส่งออกสินค้าอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ชั้นบนสุดของอาคารห้องท่านประธานบริษัทตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความไม่พอใจ และโกรธเคืองที่ลูกน้องทำงานไม่สำเร็จ
"ขอโทษครับนาย คุณชาร์ลปฎิเสธที่จะร่วมหุ้นกับเราครับ" สิงห์มือขวาและเลขาส่วนตัวของนพดลกล่าวด้วยใบหน้าสำนึกผิด
"ฉันไม่คิดเลย ว่ามันจะหยิ่งขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เพราะมันเป็นถึงอภิมหาเศรษฐีและนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ฉันคงไม่ง้อมันมาถึงขนาดนี้หรอก"
นพดลกล่าวด้วยความไม่พอใจปนผิดหวังตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเขาพยายามที่จะเชิญชวน ชาร์ล เวลล็อค มาร่วมหุ้นด้วยตลอดแต่ก็ต้องผิดหวัง
"นายไม่ลองชวนนักธุรกิจคนอื่นดูล่ะครับ" สิงห์กล่าวแนะด้วยใบหน้าที่เกรงกลัวนิด ๆ เผื่อนายท่านจะเปลี่ยนใจ
"แกคิดว่าดีแล้วหรือถึงกล้าแนะนำฉันแบบนี้ แกก็รู้ว่าฐานะการเงินของบริษัทเป็นยังไง ถ้าฉันได้ร่วมหุ้นกับไอ้หนุ่มนั่นชื่อเสียงและเงินร่วมหุ้นของมันก็จะทำให้บริษัทมั่นคงขึ้น นักธุรกิจคนอื่นก็ล้วนแล้วอยากจะร่วมหุ้นกับมัน เพราะมันจับต้องอะไรก็ประสบความสำเร็จหมด อีกอย่างฉันอยากให้ยัยหนูมีคนเก่ง ๆ แบบนี้เคียงข้างในวันข้างหน้าด้วย" นพดลกล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มย่องและเจ้าเล่ห์
"นายท่านคงไม่ได้คิดที่จะจับคู่ให้คุณหนูด้วยหรอกนะครับ" สิงห์กล่าวด้วยใบหน้าอยากรู้และตกใจ
"ฮึ ฮึ ฮึ แกคิดว่าฉันพยายามขนาดนี้เพื่ออะไรล่ะ ยัยอันอ่อนเกินไปคงสานต่อธุรกิจของฉันไม่ได้แน่ ว่างจากเรียนสนใจแต่ทำอาหารและขนมอย่างเดียว แล้วแบบนี้สิ่งที่ฉันสร้างมากับมือจะให้พังลงไปง่าย ๆ งั้นเหรอ"
"แต่คุณหนูอายุห่างจากคุณชาร์ลเป็นรอบเลยนะครับ อีกอย่างคุณหนูก็อ้วนมากด้วย ผู้หญิงที่รายล้อมรอบคุณชาร์ลก็ล้วนแล้วแต่สวยๆทั้งนั้น คุณชาร์ลจะสนใจและยอมให้จับง่าย ๆ เหรอครับ" สิงห์กล่าวด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล
"ถ้าพูดถึงความสวยฉันคิดว่า ถ้ายัยอันผอมขึ้นมาก็ต้องสวยไม่แพ้ใครแน่นอน " นพดลกล่าวถึงบุตรสาวด้วยความภาคภูมิใจ
คฤหาสน์อมรพิพัฒน์รัตนกุล
"คุณหนูยังไม่กลับมาอีกเหรอคุณนมสาย" นพดลถามด้วยความสงสัย
"คุณหนูกลับมาแล้วค่ะ สงสัยคงอาบน้ำอยู่ค่ะคุณท่าน เดี๋ยวนมให้มะลิไปตามให้ค่ะ" แม่นมสายตอบด้วยความนอบน้อม
"ไม่ต้องไปตามหนูอันหรอกค่ะ หนูอันมาแล้วคิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ” สาวน้อยทรงอวบอ้วนตอบบิดาและวิ่งเข้ามากอดด้วยใบหน้าที่มีความสุข
เมื่อสิบห้าปีก่อน
สาวน้อยต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าแม่เพราะโรคหัวใจ ทำให้นมสายสาวใช้คนสนิทของคุณญาดาผู้เป็นภรรยาของคุณนพดล ต้องผันตัวเองมาเป็นคนเลี้ยงคุณหนูอันในวัยสามขวบแทน นมสายเก่งด้านทำอาหารกับขนมมาก ดังนั้นคุณหนูอันจึงติดนิสัยชอบเข้าครัวทำอาหารและชอบชิมชอบทานไปด้วย จึงเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณหนูอันอวบอ้วนอย่างทุกวันนี้
"ปีนี้หนูอายุสิบแปดแล้วนะหนูอัน ตอนนี้หนูน้ำหนักเท่าไรแล้ว พ่อว่าปิดเทอมนี้หนูควรเข้าคอร์สลดน้ำหนักอย่างจริง ๆ จัง ๆ ซะที ไม่งั้นพ่อคงอดได้ลูกเขยกับคนอื่นเค้าแน่"นพดลกล่าวด้วยสีหน้าล้อเลียนลูกสาว
"โถ...คุณพ่อขาไม่อยากเลี้ยงหนูอันแล้วหรือคะ หนูอันยังเรียนไม่จบเลยนะคะ แถมอายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยไม่มีผู้ชายมาจีบหนูอันก็ดีแล้วนี่คะหนูอันจะได้อยู่กับคุณพ่อไปนาน ๆ ไงคะ หรือคุณพ่อเบื่อหนูอันแล้วคะถึงอยากให้หนูอันไปอยู่กับคนอื่นค่ะ" สาวน้อยแต่ร่างอวบอ้วนกล่าวด้วยใบหน้าแสนงอนบิดานิด ๆ
"ไม่ใช่ยังงั้น หนูก็รู้นี่ว่าพ่อรักหนูแค่ไหนแถมพ่อก็มีโรคประจำตัวอีกไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน พ่อก็แค่อยากให้หนูและธุรกิจของเรามีคนดูแลต่อจากพ่อ ถ้าพ่อเป็นอะไรไปและพ่อเชื่อว่าถ้าหนูผอมได้หนูต้องสวยมากแน่เพราะทุกวันนี้ถึงจะอวบอ้วนแต่ผิวพรรณขาวเนียนราวผิวเด็กทารก และโครงหน้ากลับสวยหวานอ่อนโยน ดวงตากลมโตแพขนตายาวงอนเรียกได้ว่าแทบไม่ต้องใส่ขนตาปลอมเลยทีเดียว" นายนพดลพยายามพูดให้กำลังใจบุตรสาว
"คุณพ่ออย่าพูดอย่างงี้สิคะ หนูอันเชื่อว่าคุณพ่อต้องได้อยู่กับหนูอันอีกนานค่ะ รอปิดเทอมแล้วหนูอันจะไปเข้าคอร์สอย่างที่คุณพ่อบอกก็ได้ค่ะ ตอนนี้หนูอันก็ลดเรื่องกินไปเยอะแล้วนะคะ แต่ไม่รู้ทำไมไม่ผอมลงสักทีค่ะ เฮ่อ..." อันนาดากล่าวและถอนหายใจอย่างเริ่มปลง
เพื่อนที่มหาลัยของเธอแต่ละคนก็หุ่นดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่อยากได้หุ่นที่ดีผอมบางหุ่นเพรียว ที่ผ่านมาทั้งออกกำลังกายลดอาหารแต่สุดท้ายก็ลงแค่นิดเดียวเอง จนบางครั้งเธอยังรู้สึกว่าตัวเองพยายามน้อยเกินไปหรือเปล่า
"พ่อว่าเราไปทานอาหารเย็นกันเถอะ"
"ค่ะคุณพ่อ"
หนึ่งเดือนต่อมา
ก๊อก... เสียงเคาะประตูเพื่อขออนุญาตเข้าห้องหน้าห้องท่านประธานบริษัท
"เข้ามา"
"นายครับ ผมได้ข่าวมาว่าคุณชาร์ลมาที่เมืองไทยได้สามวันแล้วครับ"
"แล้วทำไมแกพึ่งมาบอกฉันตอนนี้ห้ะ" นพดลพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจปนหงุดหงิดเล็กน้อย
"ขอโทษครับนาย" สิงห์ตอบอย่างสำนึกผิด
ณ กรุงเทพมหานคร
ตึกสูงสามสิบชั้นใจกลางเมืองของกรุงเทพ บริษัทนพดลการค้า จำกัด บริษัทด้านการส่งออกสินค้าอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ชั้นบนสุดของอาคารห้องท่านประธานบริษัทตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความไม่พอใจ และโกรธเคืองที่ลูกน้องทำงานไม่สำเร็จ
"ขอโทษครับนาย คุณชาร์ลปฎิเสธที่จะร่วมหุ้นกับเราครับ" สิงห์มือขวาและเลขาส่วนตัวของนพดลกล่าวด้วยใบหน้าสำนึกผิด
"ฉันไม่คิดเลย ว่ามันจะหยิ่งขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เพราะมันเป็นถึงอภิมหาเศรษฐีและนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ฉันคงไม่ง้อมันมาถึงขนาดนี้หรอก"
นพดลกล่าวด้วยความไม่พอใจปนผิดหวังตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเขาพยายามที่จะเชิญชวน ชาร์ล เวลล็อค มาร่วมหุ้นด้วยตลอดแต่ก็ต้องผิดหวัง
"นายไม่ลองชวนนักธุรกิจคนอื่นดูล่ะครับ" สิงห์กล่าวแนะด้วยใบหน้าที่เกรงกลัวนิด ๆ เผื่อนายท่านจะเปลี่ยนใจ
"แกคิดว่าดีแล้วหรือถึงกล้าแนะนำฉันแบบนี้ แกก็รู้ว่าฐานะการเงินของบริษัทเป็นยังไง ถ้าฉันได้ร่วมหุ้นกับไอ้หนุ่มนั่นชื่อเสียงและเงินร่วมหุ้นของมันก็จะทำให้บริษัทมั่นคงขึ้น นักธุรกิจคนอื่นก็ล้วนแล้วอยากจะร่วมหุ้นกับมัน เพราะมันจับต้องอะไรก็ประสบความสำเร็จหมด อีกอย่างฉันอยากให้ยัยหนูมีคนเก่ง ๆ แบบนี้เคียงข้างในวันข้างหน้าด้วย" นพดลกล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มย่องและเจ้าเล่ห์
"นายท่านคงไม่ได้คิดที่จะจับคู่ให้คุณหนูด้วยหรอกนะครับ" สิงห์กล่าวด้วยใบหน้าอยากรู้และตกใจ
"ฮึ ฮึ ฮึ แกคิดว่าฉันพยายามขนาดนี้เพื่ออะไรล่ะ ยัยอันอ่อนเกินไปคงสานต่อธุรกิจของฉันไม่ได้แน่ ว่างจากเรียนสนใจแต่ทำอาหารและขนมอย่างเดียว แล้วแบบนี้สิ่งที่ฉันสร้างมากับมือจะให้พังลงไปง่าย ๆ งั้นเหรอ"
"แต่คุณหนูอายุห่างจากคุณชาร์ลเป็นรอบเลยนะครับ อีกอย่างคุณหนูก็อ้วนมากด้วย ผู้หญิงที่รายล้อมรอบคุณชาร์ลก็ล้วนแล้วแต่สวยๆทั้งนั้น คุณชาร์ลจะสนใจและยอมให้จับง่าย ๆ เหรอครับ" สิงห์กล่าวด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล
"ถ้าพูดถึงความสวยฉันคิดว่า ถ้ายัยอันผอมขึ้นมาก็ต้องสวยไม่แพ้ใครแน่นอน " นพดลกล่าวถึงบุตรสาวด้วยความภาคภูมิใจ
คฤหาสน์อมรพิพัฒน์รัตนกุล
"คุณหนูยังไม่กลับมาอีกเหรอคุณนมสาย" นพดลถามด้วยความสงสัย
"คุณหนูกลับมาแล้วค่ะ สงสัยคงอาบน้ำอยู่ค่ะคุณท่าน เดี๋ยวนมให้มะลิไปตามให้ค่ะ" แม่นมสายตอบด้วยความนอบน้อม
"ไม่ต้องไปตามหนูอันหรอกค่ะ หนูอันมาแล้วคิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ” สาวน้อยทรงอวบอ้วนตอบบิดาและวิ่งเข้ามากอดด้วยใบหน้าที่มีความสุข
เมื่อสิบห้าปีก่อน
สาวน้อยต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าแม่เพราะโรคหัวใจ ทำให้นมสายสาวใช้คนสนิทของคุณญาดาผู้เป็นภรรยาของคุณนพดล ต้องผันตัวเองมาเป็นคนเลี้ยงคุณหนูอันในวัยสามขวบแทน นมสายเก่งด้านทำอาหารกับขนมมาก ดังนั้นคุณหนูอันจึงติดนิสัยชอบเข้าครัวทำอาหารและชอบชิมชอบทานไปด้วย จึงเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณหนูอันอวบอ้วนอย่างทุกวันนี้
"ปีนี้หนูอายุสิบแปดแล้วนะหนูอัน ตอนนี้หนูน้ำหนักเท่าไรแล้ว พ่อว่าปิดเทอมนี้หนูควรเข้าคอร์สลดน้ำหนักอย่างจริง ๆ จัง ๆ ซะที ไม่งั้นพ่อคงอดได้ลูกเขยกับคนอื่นเค้าแน่"นพดลกล่าวด้วยสีหน้าล้อเลียนลูกสาว
"โถ...คุณพ่อขาไม่อยากเลี้ยงหนูอันแล้วหรือคะ หนูอันยังเรียนไม่จบเลยนะคะ แถมอายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยไม่มีผู้ชายมาจีบหนูอันก็ดีแล้วนี่คะหนูอันจะได้อยู่กับคุณพ่อไปนาน ๆ ไงคะ หรือคุณพ่อเบื่อหนูอันแล้วคะถึงอยากให้หนูอันไปอยู่กับคนอื่นค่ะ" สาวน้อยแต่ร่างอวบอ้วนกล่าวด้วยใบหน้าแสนงอนบิดานิด ๆ
"ไม่ใช่ยังงั้น หนูก็รู้นี่ว่าพ่อรักหนูแค่ไหนแถมพ่อก็มีโรคประจำตัวอีกไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน พ่อก็แค่อยากให้หนูและธุรกิจของเรามีคนดูแลต่อจากพ่อ ถ้าพ่อเป็นอะไรไปและพ่อเชื่อว่าถ้าหนูผอมได้หนูต้องสวยมากแน่เพราะทุกวันนี้ถึงจะอวบอ้วนแต่ผิวพรรณขาวเนียนราวผิวเด็กทารก และโครงหน้ากลับสวยหวานอ่อนโยน ดวงตากลมโตแพขนตายาวงอนเรียกได้ว่าแทบไม่ต้องใส่ขนตาปลอมเลยทีเดียว" นายนพดลพยายามพูดให้กำลังใจบุตรสาว
"คุณพ่ออย่าพูดอย่างงี้สิคะ หนูอันเชื่อว่าคุณพ่อต้องได้อยู่กับหนูอันอีกนานค่ะ รอปิดเทอมแล้วหนูอันจะไปเข้าคอร์สอย่างที่คุณพ่อบอกก็ได้ค่ะ ตอนนี้หนูอันก็ลดเรื่องกินไปเยอะแล้วนะคะ แต่ไม่รู้ทำไมไม่ผอมลงสักทีค่ะ เฮ่อ..." อันนาดากล่าวและถอนหายใจอย่างเริ่มปลง
เพื่อนที่มหาลัยของเธอแต่ละคนก็หุ่นดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่อยากได้หุ่นที่ดีผอมบางหุ่นเพรียว ที่ผ่านมาทั้งออกกำลังกายลดอาหารแต่สุดท้ายก็ลงแค่นิดเดียวเอง จนบางครั้งเธอยังรู้สึกว่าตัวเองพยายามน้อยเกินไปหรือเปล่า
"พ่อว่าเราไปทานอาหารเย็นกันเถอะ"
"ค่ะคุณพ่อ"
หนึ่งเดือนต่อมา
ก๊อก... เสียงเคาะประตูเพื่อขออนุญาตเข้าห้องหน้าห้องท่านประธานบริษัท
"เข้ามา"
"นายครับ ผมได้ข่าวมาว่าคุณชาร์ลมาที่เมืองไทยได้สามวันแล้วครับ"
"แล้วทำไมแกพึ่งมาบอกฉันตอนนี้ห้ะ" นพดลพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจปนหงุดหงิดเล็กน้อย
"ขอโทษครับนาย" สิงห์ตอบอย่างสำนึกผิด
"แด๊ดดี้ตกเครื่องบินตายไปแล้วล่ะ อย่าถามถึงอีกเลยนะคะเด็กดี" "ถ้าแด๊ดดี้ตายไปแล้ว แด๊ดดี้นิสัยดีหรือเปล่าคะคุณครูบอกว่านิสัยดีได้ขึ้นสวรรค์ นิสัยไม่ดีตกนรกค่ะ สรุปแล้วแด๊ดดี้หนูอยู่สวรรค์หรือนรกคะ"
อยากแต่งงานกับฉันเธอต้องทนทุกอย่างได้แพรลตา ต่อให้เธอทำงานจนล้มตายไปต่อหน้าฉันก็จะไม่สน เพราะเธอก็เหมือนต้นหญ้าเล็กๆคอยรองเท้าเวลาที่ฉันเหยียบย่ำเท่านั้น
ยัยเด็กขาดสารอาหารคนนี้หรอ คือลูกสาวคนใหม่ของแม่.. เด็กอะไร ขวางหูขวางตาชะมัด เจอหน้ากันเอาแต่ก้มหน้าหลบตา แต่ทำไมยัยเด็กนี่ถึงสวยวันสวยคืน..ถ้าเขาจะแอบกินเด็กของแม่..จะผิดไหม
ต่อหน้าทุกคน เธอเป็นเลขานุการส่วนตัวของท่านประธาน โดยส่วนตัวแล้ว เธอเป็นภรรยาของเขา กู้เวยยีรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อเธอทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ ทว่าเธอกลับเห็นฟู่จิงเฉินกับรักแรกของเขาสิทสนมกัน... เธอจากไปอย่างเศร้าใจและตัดสินใจที่จะให้พวกเขาสมหวัง ต่อมา เมื่อฟู่จิงเฉินมองดูท้องที่ยื่นออกมาของเธอ และถามอย่างตื่นเต้นว่า "้กู้เวยยี นี่คือลูกของใคร!" เธอตอบอย่างหัวเราะเยาะ "มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณด้วย อดีตสามี!"
ในคืนแต่งงาน ฟู่ฮันจุนบีบคอของเธอ “เจียงอี้หาน ยินดีกับเธอด้วยนะ ตั้งแต่วันนี้ไปชีวิตของเธอจะตกนรก! ” เขาเชื่อว่าเธอเป็นคนทำให้พี่ชายของเขาตาย แต่งงานกับเธอแต่ไม่แตะต้องเธอ ปล่อยให้เธอใช้ชีวิตโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิต! แต่น่าเสียดายที่เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น เจียงอี้หานถูกบีบบังคับให้ใช้ร่างกายของเธอช่วยชีวิตฟู่ฮันจุน และตั้งท้องลูกของเขา เจียงอี้หานปกปิดท้องของเธอ ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังภายใต้สายตาของฟู่ฮันจุน ฟู่ฮันจุนเกลียดเธอ ตั้งใจทำให้เธออับอายทรมาน แต่กลับไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ—— “คุณฟู่ คุณนายตบตีกับคนอื่นแล้วครับ! ” เขาแอบไปจัดการคนพวกนั้นจนสิ้นซาก “คุณฟู่ คุณนายบอกว่าทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลฟู่เป็นของเธอครับ! ” เขาแอบโอนหุ้นทั้งหมดให้เป็นชื่อของเธอ เจียงอี้หานไม่รู้เรื่องอะไรด้วยซ้ำ คิดแค่จะหนีให้พ้นอย่างเดียว ฟู่ฮันจุนใช้กำลังกอดเธอเข้ามาในอ้อมแขน “คุณนายฟู่ คุณจะพาลูกของเราไปไหนหรือ? ”
จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น
ซ่งจื่อเหยียนถูกน้องสาววางแผนร้าย ในงานวันเกิดองค์หญิงหกกลับพบว่านอนกอดก่ายอยู่กับเว่ยเซียวหยาง แต่เขารังเกียจสตรี แต่งกับนางหรือฝันเฟื่องหรือไง นางจึงถูกไล่ไปอยู่จวนร้างไกลเมืองหลวงถึงห้าสิบลี้ หลี่จื่อเหยียนมาถึงทั้งทีก็สวมบทคุณแม่เลย ซ่งจื่อเหยียนเจ้าของร่างเดิมจากไปขณะคลอดลูก แล้วฉันทำไมต้องมาเบ่งแทนวะ ให้ไปแม่น้ำเหลืองเลยไม่ได้หรือไง มันเจ็บนะโว้ย ฮือๆๆๆ สาวใช้ของนางพยายามช่วย ป้าหูอายุห้าสิบแล้ว เป็นชาวบ้านครอบครัวเดียวที่อยู่แถวนั้น "คุณหนูเบ่งอีกนิดเจ้าค่ะ ฮือๆที่นี่อยู่ไกลนักไม่มีหมอตำแยสักคน" "เอาน่าแม่นางเย่วเล่อ ข้าไม่เคยทำคลอดแต่ข้าก็เคยคลอดลูกแหละน่า นี่ๆอาซ้อซ่งเจ้าเบ่งอีกหน่อย แล้วอย่าสลบไปแบบเมื่อกี้เล่า อดทนหน่อย "อ๊ายย โอ๊ยเจ็บโอ๊ยเวรกรรมฉิบหายยังไม่ทันมีผัว ไม่ทันได้รู้รสชาติการป๊าบๆกับผู้ชายเลย ก็ต้องมาเบ่งลูก อื้อเจ็บ อ๊ะ อ๊ายยย" "คุณหนู ท่านเบ่งอีกนิด น้ำร้อนเตรียมแล้ว เย่วหลีกำลังไปเอาเจ้าค่ะ เหตุใดท่านอ๋องพระทัยร้ายนักฮือๆๆ" "พอแล้ว ไอ้อ๋องสุนัขนั่นสมควรไปตายซะ อ๊าย ข้าเจ็บจะตายเจ้าจะมารำพึงรำพันอะไรเย่วเล่อ ออกแล้วข้าคลอดแล้ว อ๊ะ อ๊ายยย" หลี่จื่อเหยียนคลอดบุตรชายของร่างเดิมออกมาหนึ่งคน จากนั้นนางก็เพลียจนหลับไป
รูรักอันบริสุทธิ์เมื่อถูกปลายลิ้นร้อนของชายหนุ่มเป็นครั้งแรกดูเหมือนว่าจะตอบสนองได้เป็นอย่างดี ร่องของนางขมิบรัว สะโพกของนางยกขึ้นยังเด้งเข้าไปหาปากร้อน ฝ่าบาทเก่งกาจยังสามารถแยงลิ้นเข้าไปในรู อันซูเซี่ยถูกทาขี้ผึ้งหอมรอบปากทาง ขี้ผึ้งนี้นอกจากจะมีรสชาติดีส่งเสริมรสน้ำรักของนางแล้วยังมีคุณสมบัติอันวิเศษ แม้จะเป็นหญิงพรหมจรรย์ก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวด และเผลอทำร้ายฝ่าบาทจนบาดเจ็บ อี้หลงดูดแบะขาของนางให้กว้างขึ้นแล้วรวบขึ้นไปให้ขาชี้ฟ้า จากนั้นมุดใบหน้าลงมาอย่างหลงใหล “หอมอร่อยเหลือเกิน รู้สึกเหมือนดื่มสุราไม่เมามาย อ้า ข้าชอบยิ่ง หอยของฮองเฮาช่างใหญ่โต ดูโคกเนื้อโยนีแทบจะล้นริมฝีปากของข้า สีแดงเช่นนี้คงไม่เคยผ่านสิ่งใดมาก่อน บริสุทธิ์ยิ่งนัก ซี้ด” นางดิ้นเร่าอยู่ในปาก ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรนอกจากเชื่อฟังในคำของฝ่าบาท “อืม อร่อยยิ่งนัก อ้า ข้าไม่ไหวแล้วขอดูหน้าฮองเฮาของข้าหน่อยเถิด” ดูเหมือนว่าร่องรักของนางยังขมิบ นางไม่อยากให้เขาเงยหน้าขึ้นจากตรงนั้นด้วยซ้ำ อยากถูกปลายลิ้นเลียเช่นนั้นจนกว่านางจะได้รับการปลดปล่อย “อ้า ฝ่าบาทเพคะ อย่าหยุดเพคะ อื้อ” นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ มี 2 เล่มจบ เป็นนิยายแบบพล็อตอ่อน เน้นฉากรักบนเตียงของตัวละครเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่เหมาะสำหรับสายคลีนใส ๆ นะคะ หากใครไม่ชอบอ่าน NC เยอะ ๆ กรุณาเลื่อนผ่าน เพราะเรื่องนี้เน้น NC เป็นหลักค่ะ ซีไซต์ นักเขียน
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY