นิยามความรักของเขาคือ "เธอต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น"
นิยามความรักของเขาคือ "เธอต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น"
จิรภัทรกรอกเหล้าเข้าปากขณะจับตามองน้องสาวเพื่อนที่เขาหมายตามานานหลายปี
เขาเฝ้าตามจีบเธอมานานตั้งแต่แตกเนื้อสาว แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือความว่างเปล่า รังรองใจแข็งมาก และเธอก็ทำท่าเหมือนกับว่าจะโปรยเสน่ห์ไปทั่ว ให้ผู้ชายมารุมล้อม
เพื่อนสนิทของเขากับเจ้าสาวขึ้นไปพูดกับแขกบนเวที จิรภัทรจึงเดินเข้าไปหาน้องสาวเพื่อนในทันทีที่ได้โอกาส
แค่รังรองเห็นเขาก็ทำหน้าเบื่อหน่าย จิรภัทรหน้าตึง แล้วความรู้สึกว่าตัวเองโดนวางยาก็ทำให้เขาต้องดึงเธอออกมาจากงาน
เขาไม่ได้คิดที่จะล่วงเกินเธอเลย แต่เพราะทุกอย่างมันเป็นสถานการณ์บังคับ
จิรภัทรอยากได้รังรองแบบที่เธอเต็มใจ ไม่ใช่รวบหัวรวบหางเธอแบบนี้ แต่เขาก็ทานทนต่อฤทธิ์ยาไม่ไหว
รังรองร้องไห้ในความใจร้ายของเขา แต่ก็สู้แรงชายไม่ได้ เธอตื่นมาอีกครั้งจึงรีบหนีออกมาจากจุดเกิดเหตุ ในขณะที่เขากำลังหลับอยู่
พี่ชายโทร. มาหา เธอก็กลับถึงบ้านพอดี เรื่องราวของพี่ชายยังไม่ทันเรียบร้อย เธอก็ต้องมาปวดหัวกับเรื่องของตัวเองอีก
รังรองบีบขมับตัวเองเบา ๆ มองโทรศัพท์มือถือที่ดังไม่หยุดเพราะมีสายเรียกเข้าจากจิรภัทร และข้อความจากเขาอีกเป็นร้อยข้อความ
รังรองเก็บตัวเงียบไม่ออกไปไหน เธอพยายามช่วยให้พี่ชายได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกเป็นครอบครัวสุขสันต์ เพื่อชดเชยในสิ่งที่มารดาทำไม่ดีเอาไว้ในอดีต
ในที่สุดครอบครัวของพี่ชายก็กลับมาอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง หลังจากที่พี่ชายเลิกรากับเมียแต่งที่ไม่ได้รัก และเขี่ยหล่อนออกไปจากชีวิตได้เป็นผลสำเร็จ
“แกเป็นอะไรรึเปล่าไม่เห็นออกจากบ้านเลย” เริงฤทธิ์เอ่ยถามน้องสาวที่กำลังนั่งจิบเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอยู่ในสวนหลังบ้าน
“เริงไม่ออกจากบ้านแล้วทำให้พี่ฤทธิ์ขวางหูขวางตาเหรอคะ”
“แกนี่มัน” เริงฤทธิ์ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงตรงหน้าของน้องสาว
“แล้วพี่ไม่ออกไปไหนเหรอคะ”
“กำลังจะออกไปข้างนอก ฉันจะมาบอกแกว่ามีคนมาหา”
“ใครกันเหรอคะ”
“มาโน่นแล้ว คุยกันเอาเองนะ เขาบอกว่าแกโกรธเขาเลยมาง้อ” เริงฤทธิ์พูดจบก็ลุกขึ้น ทำให้รังรองหันไปมองตามสายตาพี่ชาย
“พี่ฤทธิ์อย่าเพิ่งไป” ดูเหมือนว่าประโยคของเธอจะไม่เป็นผล เริงฤทธิ์เปิดโอกาสให้เพื่อนของเขาเหมือนเคย
“มีอะไรก็คุยกัน อย่างอนให้มาก เดี๋ยวขายไม่ออก” เริงฤทธิ์โยกศีรษะน้องสาวไปมาจนผมยุ่ง ทำให้รังรองต้องค้อนพี่ชายเสียวงใหญ่
“เดี๋ยวก่อนครับน้องเริง คุยกับพี่ก่อน” จิรภัทรรีบเข้ามาดักหน้าของเธอเอาไว้ ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้า พร้อมยื่นช่อดอกไม้ให้หญิงสาว
“พี่จอมทำอะไรคะนี่” รังรองตกใจ แต่ก็เข้าใจได้
จิรภัทรมักทำแบบนี้ เขาเคยขอเธอเป็นแฟน เคยขอความรัก เคยตามจีบ แล้วก็ชอบเอาดอกไม้มาคุกเข่าตรงหน้าเธอแบบนี้ แต่เธอไม่เคยรับไมตรีจากเขา ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอยังไม่อยากมีครอบครัวตอนนี้ เธอยังอยากใช้ชีวิตโสดไปอีกหลายปี
เธอรู้จักกับจิรภัทรตั้งแต่เด็ก นับถือเขาเป็นพี่ชาย แต่ไม่คิดว่าเขาจะคิดกับเธอมากว่าน้องสาวเช่นนี้
“พี่ขอโทษ คืนนั้นพี่โดนวางยา” เขาไม่รู้ว่าใคร เพราะรับเครื่องดื่มมาจากผู้หญิงหลายคน ตอนดื่มก็เอาแต่มองรังรอง เลยไม่ได้สนใจว่าใครยื่นเครื่องดื่มอะไรให้บ้าง
แค่เห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่น เขาก็แทบคลั่ง เขาตามจีบเธอมานานหลายปี เธอยังไม่ยอมใจอ่อนกับเขาอีก
“พี่จอมจะพูดกับเริงเท่านี้ใช่ไหมคะ เอาเป็นว่าเริงรับรู้และเข้าใจ ว่าพี่จอมโดนวางยาค่ะ” รังรองทำท่าจะเดินหนี แต่เขาก็รีบวิ่งมาดักหน้าเธอเอาไว้
“พี่รักเริง แต่งงานกับพี่นะ”
“เริงเคยบอกพี่จอมไปแล้วว่าเริงยังไม่อยากมีครอบครัว เริงยังไม่อยากรับผิดชอบชีวิตใคร”
“ถ้ามีลูกพี่เลี้ยงให้เอง” ประโยคของเขาทำให้รังรองกะพริบตาปริบ ๆ
“พี่จอมไม่หาคนอื่นที่เขาพร้อมจะเป็นแม่ของลูกให้พี่ล่ะคะ”
“หยุดไล่พี่ให้ไปหาคนอื่นสักที ถ้าชาตินี้พี่ไม่ได้แต่งงานกับเริง พี่ก็จะไม่มีเมียอีกเด็ดขาด”
“งั้นก็แล้วแต่พี่จอมเถอะค่ะ”
“แต่เธอเสียตัวให้พี่แล้วนะ”
“การที่ผู้หญิงเสียตัว หมายความว่าผู้หญิงคนนั้นต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นหรือคะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นโดนข่มขืนล่ะคะ ก็ต้องยอมรับผู้ชายคนนั้นมาเป็นผัวหรือคะ” รังรองเอ่ยถาม ก่อนจะเดินหนี แต่จิรภัทรไม่ยินยอม
“ที่โยกโย้ไม่อยากแต่งงานกับพี่เพราะอยากให้ผู้ชายมารุมจีบทีละหลาย ๆ คนอย่างนั้นใช่ไหม” เขาจำประโยคของขวัญภิรมย์ เพื่อนของเธอเมื่อหลายวันก่อนได้ดี รังรองชอบเล่นตัวเพื่อหลอกล่อให้ผู้ชายคนอื่นมารุมจีบ และเขาก็เห็นว่ามีผู้ชายมารุมจีบเธอตั้งหลายคน
ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศก็มีลูกท่านฑูต ลูกนักธุรกิจนักการเมือง และฝรั่งตาน้ำข้าวรุมจีบเธอมากมาย เรียกว่าเธอเป็นสาวฮอตก็ย่อมได้ แต่หนุ่ม ๆ พวกนั้นก็ต้องกินแห้ว ขนาดเซอร์ไพร้ส์เอาแหวนเพชรไปขอแต่งงาน เธอยังปฏิเสธจนเป็นที่โจษจันกันไปทั่วว่าเธอใจแข็งมาก และพยายามทำให้ตัวเองยิ่งเป็นที่หมายปองของผู้ชายมากขึ้น
“ถ้าพี่จอมคิดแบบนั้น เริงก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วค่ะ” เธอบิดแขนออกจากข้อมือของเขา
“พี่ตามจีบเริงมาตั้งเก้าปี เก้าเดือน เก้าวันแล้วนะ ใจอ่อนกับพี่เสียทีเถิด” จิรภัทรเอ่ยขึ้น ทำให้รังรองต้องกะพริบตา มองหน้าเขาอย่างเหลือเชื่อ
“พี่จอมนับด้วยเหรอคะ” เธอไม่คิดว่าเขาจะนับวันเวลาที่จีบเธอด้วย จำได้ว่าเขาจีบเธอตั้งแต่อายุสิบห้าย่างสิบหก ตามจีบ ตามหึง ตามหวง วันวาเลนไทน์ก็เอาดอกไม้กับช็อกโกแลตมาให้ทุกปี ทุกเทศกาลไม่ว่าวันปีใหม่ วันเกิดเขาก็ไม่เคยลืมที่จะมอบของขวัญให้เธอ
แต่ตอนนั้นเธอยังเด็ก ยังอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง จึงไม่ได้รับรักเขา และคิดว่าในอนาคตเขาก็คงเจอผู้หญิงที่ดีกว่า
“นับสิ พี่ตามจีบเธอครั้งแรกตอนอยู่ม.สี่เทอมหนึ่ง” เขาบอกวันเวลาจีบ จนรังรองต้องอึ้งอีกรอบ
“เริงขอโทษพี่จริง ๆ นะคะ” รังรองรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องมาเสียเวลากับเธอแบบนี้
“เริงขอโทษพี่ทำไมครับ”
“ขอโทษที่เริงทำให้พี่เสียเวลากับเริงขนาดนี้น่ะค่ะ คือเริงยังไม่พร้อมมีครอบครัว เริงอายุยังน้อย เริงมีความฝันที่อยากทำอีกตั้งหลายอย่าง”
“แต่งงานแล้วทำตามฝันได้นะเริง พี่ไม่กีดกัน พี่จะให้อิสระเริง”
“ขอเริงคิดก่อนได้ไหมคะ” รังรองยังไม่ตบปากรับคำ เพราะจิรภัทรไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้น เขาขี้หึงมาก และมีเรื่องผู้หญิงรายล้อมรอบกายเขาไม่เว้นแต่ละวัน เขาต้องเคลียร์ตัวเองก่อน
1. ทาสรักคุณชายมาเฟีย เธอ... ชมพูพริ้ง คุณหนูผู้เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์ ฐานะ และการศึกษา กลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าไปช่วยชายแปลกหน้าที่บาดเจ็บกลางตรอก ไม่รู้เลยว่าคืนนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการหัวใจ... เขา... คมน์ เคมินธาดา มาเฟียหนุ่มทายาทธุรกิจพันล้าน ผู้ไม่เคยศรัทธาในคำว่ารัก แต่หลังจากคืนที่เธอช่วยชีวิต เขากลับนอนไม่หลับถ้าไม่มีเธออยู่ข้างกาย หนึ่งคนหนีเพราะกลัวหัวใจตัวเองจะหวั่นไหว อีกคนกลับตามตื้ออย่างแนบเนียนในชื่อของ "การทำงาน" จากผู้ช่วยจำเป็น... กลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ เมื่อศัตรูทางธุรกิจกลายมาเป็นคู่ชีวิต และความรักครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกมมาเฟีย แต่คือ "ชีวิตทั้งชีวิต" ของเขา "ผมไม่ได้อยากได้คุณมาเป็นลูกน้อง ผมอยากได้คุณมาเป็นเมียต่างหาก คุณหนูชมพูพริ้ง" 2. เจ้าาสาวนิรนาม เธอ...หญิงสาวที่ยอมแต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มเพราะ โชคชะตาและหนี้สิน เขา...ทายาทหนุ่มผู้ไม่เชื่อในดวงชะตา มองว่าการแต่งงานนี้เป็นแค่เรื่องไร้สาระ แต่ใครจะรู้ว่า... เจ้าสาวที่ไร้ตัวตนในใจของเขา จะกลายเป็นคนเดียวที่เขารักหมดใจ ห้าปีแห่งสัญญาและความห่างเหิน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ทั้งคู่ต้องกลับมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันอีกครั้ง หัวใจที่เคยเย็นชาเริ่มละลายลงทีละน้อย จากเจ้าสาวจำเป็น... กลายเป็น "เจ้าสาวตัวจริง" ที่เขาอยากครอบครองตลอดไป แต่เมื่อถึงวันที่เธอขอ "หย่า" เขาจึงเพิ่งรู้ว่า สิ่งที่กลัวมาตลอดไม่ใช่การแต่งงาน...แต่คือการ "เสียเธอไป" 3. เจ้าสาวอนุรักษ์ เธอ… "ศิริลดา" หญิงสาวที่ต้องแต่งงานกับคู่หมั้นซึ่งไม่เคยเจอหน้า เขา… "อนุรักษ์" ชายหนุ่มผู้สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุ การแต่งงานที่เริ่มจาก "หน้าที่" กลับกลายเป็นเรื่องราวที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต เพราะในความมืดที่เขาเผชิญ มีเพียงเสียงหัวเราะและมืออบอุ่นของเธอที่คอยนำทาง และในวันที่เขา "มองเห็นอีกครั้ง" เขากลับเลือกจะ "แกล้งมองไม่เห็น" เพื่อจะพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้ รักเขาจากใจจริงหรือแค่สงสาร แต่สิ่งที่เขาได้เห็น ไม่ใช่เพียง "ใบหน้า" ของเธอ หากคือ "หัวใจ" ที่สว่างกว่าทุกแสงในโลก เรื่องราวของชายตาบอดปากแข็ง กับหญิงสาวฉลาดอบอุ่น ที่คอยปราบพยศกันด้วยเสียงหัวเราะ ความห่วงใย และความรัก จะทำให้คุณยิ้ม อมยิ้ม และอบอุ่นหัวใจ "ในวันที่มืดมิด...เธอคือแสงสว่างเดียวที่เขาเห็น" "ในวันที่มองเห็น เขาก็ยังอยากมองเห็นแค่เธอคนเดียว"
"นี่เหรอลูกสาวของแก" ทศเอ่ยถามเสียงกร้าวเมื่อลูกหนี้ของเขาส่งตัวลูกสาวมาปลดหนี้ด้วยท่าทีอิดออด "ฉันขอร้องเถอะนะ อย่าทำอะไรรุนแรงกับลูกสาวของฉันเลย" ธนัชเอ่ยขอร้อง "แล้วตอนที่แกทำกับฉันกับครอบครัวของฉันล่ะ" "หมายความว่ายังไง" ธนัชเอ่ยถามอย่างตกใจ "แกยังจำเพื่อนรักที่แกทรยศได้ไหม" ทศเอ่ยถาม เพราะเขาเปลี่ยนชื่อนามสกุล ธนัชเลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร "แก แกเป็นลูกของไอ้อัฐอย่างนั้นเหรอ" ธนัชยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ "ยังดีนะที่แกยังจำได้ว่าเคยทรยศเพื่อนของแก แสดงว่าแกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง แม้จะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตามที" "ทุกอย่างเป็นแผนการของแกอย่างนั้นเหรอ" ธนัชเอ่ยถาม "ใช่ ฉันรอวันนี้มายี่สิบกว่าปี รอเวลาที่จะได้แก้แค้นแก ฉันจะบดขยี้ลูกสาวของแกให้แหลกคามือ" ทศกระชากร่างบอบบางของน้ำรินมากอดรัดเอาไว้ หญิงสาวพยายามดิ้นรน "อย่าทำอะไรน้ำรินนะ ฉันขอร้อง" ธนัชยอมลงทุนคุกเข่าอ้อนวอน "อย่าทำอย่างนั้นเหรอ" ทศก้มลงบดจูบหญิงสาวอย่างป่าเถื่อน น้ำรินพยายามดิ้นรน แต่ไม่เป็นผล "อย่าทำอะไรลูกสาวของฉันนะ" "กระทืบมันให้ปางตายแล้วก็จับมันโยนออกไปนอกบ้าน ไม่ต้องให้มันตายหรอก แต่ให้มันไปเป็นขอทานข้างถนน" ทศสั่งเสียงกร้าว
อุบัติเหตุรถชนทำให้พี่สาวต้องตายจาก เธอจำต้องอยู่ในคราบพี่สาวฝาแฝดเพื่อให้เป็นที่รักของบิดามารดา บิดามารดาที่รักแต่พี่สาวของเธอ แต่เกลียดเธอสุดหัวใจ เพราะเธอเกิดมาแล้วทำให้พวกท่านหุ้นตก ธุรกิจย่ำแย่ แต่นั่นคงไม่เท่ากับว่า เธอไปหลงรักผู้ชายที่เคยโดนพี่สาวสลัดรัก เธอรักเขาคือเรื่องจริง แต่เขาเพียงแค่อยากแก้แค้นเธอเพียงแค่นั้น ***** ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "พี่กรคะ ขอคุยด้วยหน่อยสิคะ" เสียงสั่นระริกเอ่ยขึ้นทางด้านหลัง กรการณ์รอเวลานี้มานานแล้ว จึงเอ่ยขอตัวจากแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดี "พี่กร มันหมายความว่ายังไงคะ" รุ้งรวิดาเอ่ยถามเสียงสั่น "ก็อย่างที่เห็น" "พี่รักเธอเหรอคะ" "มันสำคัญด้วยเหรอ" "สำคัญค่ะ เพราะระหว่างเรา ไม่สิต้องถามว่าเรื่องของเราพี่จริงจังแค่ไหน" "เราก็แค่ลองคบหากันไม่ใช่เหรอ ไปต่อไม่ได้ก็แค่ถอยห่างกันไป" "คนที่ไม่อยากไปต่อคือพี่กรฝ่ายเดียวหรือเปล่าคะ ไม่ใช่เรา" รุ้งรวิดาเอ่ยถามเสียงสั่น "แล้วแต่จะคิด" เขาตอบอย่างไม่แยแส ท่าทีรู้สึกสะใจของเขาทำให้เธอเพิ่งได้สติว่าที่แล้วๆ มา มันคือความรักจอมปลอม เต็มไปด้วยความหลอกลวงทั้งเพ "พี่มีเธออยู่แล้วเหรอคะ มีเธออยู่อีกคนทั้ง ๆ ที่เราคบกัน" "ไม่นะ เมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่พี่เพิ่งรู้ว่าเธอมีค่ามากที่สุด เลยอยากพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนเป็นคนรัก" "แล้วทำไมตอนนั้นพี่ไม่บอกกันตรง ๆ ล่ะคะ" เสียงของรุ้งรวิดาสั่นระริกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก "ตอนนั้นพี่ยังไม่ได้คิดกับนภาแบบนั้น แต่ตอนนี้พี่เริ่มคิด กับเธอพี่คิดว่าเราก็เป็นแบบนี้ไปตลอดได้นะ เราต่างมีความสุขกันทั้งคู่" "เป็นแบบนี้ต่อไป หมายความว่าจะให้รินเป็นคนในความลับต่อไปเหรอคะ" "ถ้าเธอไม่ขัดเราก็มีกันสามคนได้นะ" เขาพูดอย่างใจร้าย ทำเอารุ้งรวิดาอึ้งไป "ทำไมพี่ใจร้ายแบบนี้" เธอเอ่ยถามเขาทั้งน้ำตา พยายามไม่ให้น้ำตารินไหลให้อับอายและโดนดูถูก แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งทำให้น้ำตาไหลมากยิ่งขึ้น "..." เขานิ่งไม่ตอบอะไร แต่เธอเห็นแค่ความสะใจในแววตาของเขา "พี่ทำไปเพราะอยากแก้แค้นเหรอคะ" เพิ่งสำนึกได้ก็ตอนนี้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงเพียงนี้ "ไม่ใช่ พี่ก็แค่ทำเหมือนที่เธอทำ คบกับพี่ แต่เธอก็ยังคบกับคนอื่นได้ทีละหลายๆ คน ถึงพี่จะมีนภา พี่ก็มีเธอได้ เราอยู่กันแบบนี้ได้นะ ไม่เห็นแปลก เอาเป็นว่าเธอมีปัญหาเรื่องเงินเหมือนเมื่อก่อนก็ขอพี่ได้นะ แค่ว่าเมื่อก่อนไม่ได้นอนด้วยกัน แต่ตอนนี้อาจจะต้องนอนด้วยกันบ้างเพื่อแลกกับเงินที่เสียไป พี่ก็โอเคนะ เป็นการหาความสุขใส่ตัวในรูปแบบหนึ่ง" "พี่กรคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ" รุ้งรวิดาถึงกับน้ำตาซึม เธอตกใจ เสียใจ ผิดหวัง และรู้สึกเศร้าจนหัวใจเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด ที่ยังยืนอยู่เพราะไม่อยากล้มลงไปให้เขาเหยียบย่ำให้จมดินไปมากกว่านี้ "ใช่ ถ้าเธอไม่ติด พี่ก็ไม่ติด" เพียะ!!! เสียงฝ่ามือดังขึ้น ใบหน้าของกรการณ์หันไปตามแรงตบ "ตบนี้สำหรับที่พี่หลอกกัน รุ้งคงไม่ทำตัวแบบนั้นหรอกค่ะ รุ้งเป็นคนรักใครรักจริง ไม่มีทางใช้ผู้ชายร่วมกับใครแน่นอน" "ก็ดี คบทีละหลายๆ คน เลือกได้หรือยังล่ะว่าจะเอาคนไหน แต่อย่าให้มันรู้นะว่าเสียจิ้นให้พี่แล้ว แต่เอ๊ะ! น่าจะไม่ใช่ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ทันสมัย บางทีที่เห็นคับๆ แน่นๆ อาจจะไม่ใช่จิ้น แต่เป็นรีแพร์ยกกระชับช่วงล่างที่หลวมโพรกไปแล้ว" แม้จะสะดุดหูกับคำว่ารุ้ง แต่จำได้ ที่เธอบอกว่าเคยใช้ชื่อนี้และมาเปลี่ยนชื่อในภายหลัง เขาจึงปล่อยผ่านไม่คิดจะสนใจ ปากคอเราะรายของเขาทำให้รุ้งรวิดาหายใจแทบไม่ออก "ทำไมพี่เลวแบบนี้" เธอสะอื้นจนตัวโยน เขาไม่ปลอบโยน ไม่รู้สึกผิดสีหน้าแลดูสะใจ ยืนดูเงียบๆ อย่างพึงพอใจ จนเธอรู้สึกโหวงในอก นี่น่ะเหรอผู้ชายที่เธอรักหมดใจ "ลาก่อนนะคะ" เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอควรพอแค่นี้ จะอยู่ให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไปทำไมกัน เธอหมุนกายเดินจากมา น้ำตาร่วงพรูอีกรอบ แรกเริ่มเดิมทีเพื่อที่จะมาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ในตอนนี้เธอหมดหนทางแล้วนั่นเอง นอกจากเขายังจะไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังมีแต่จะสมน้ำหน้าให้อีก
เธอแอบรักคุณอาข้างบ้าน รอคอยเขามานานหลายปี เขาบอกว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน เธอเชื่อแบบนั้นสนิทใจ
เพราะเขาคิดว่าน้องสาวของเขาหนีตามน้องชายของเธอไป เขาจึงมาจับตัวเธอไปเพื่อกดดันให้น้องชายของเธอพาน้องสาวของกลับมา แถมยังบังคับให้เธอเลี้ยงหลานคนเดียวของเขาอีก แต่คนอย่างเธอหรือจะยอมให้ใครกดขี่ข่มเหงได้ง่าย ๆ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "นี่คุณปล่อยฉันนะ" "เธอว่าน้องสาวของฉันใจง่ายใช่ไหม" "ก็มันเรื่องจริง น้องคุณใจง่ายท้องกับใครก็ไม่รู้ มากล่าวหาน้องชายของฉัน" เธอโต้ตอบกับเขาปากคอสั่นระริก "เธอนี่มันปากดีไม่เลิก" "ฉันต้องพูด ไม่อย่างนั้นคุณก็จะเอาความผิดทั้งหมดมาโยนให้ฉันแบบนี้ น้องคุณไปนอนกับใครจนท้อง ก็ไม่รู้ แล้วคุณก็มาด่าฉัน โกรธฉัน เกลียดฉัน มันใช่เหรอ น้องคุณไปนอนกับใครฉันไม่ได้ตามไปดูใต้เตียงนะ คุณเองล่ะตามดูน้องคุณไหม ก็ไม่ได้ตาม ถ้าตามไปจริง ๆ ก็คงห้ามไม่ให้ไปเอากับใครจนท้อง" "นี่เธอ!" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ฉันพูดเรื่องจริง" "หุบปาก!" "ทำไมถึงทำเป็นรับไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงล้วน ๆ ฉันทำงานอยู่ดี ๆ ทำมาหากินสุจริต เลี้ยงน้องมาด้วยลำแข้ง ลำบากก็ไม่เคยบ่นเพราะพ่อแม่ตายหมด จู่ ๆ คุณก็สั่งคนไปจับตัวฉันมา จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง ถ้าเขาไปทำอะไรกันจนท้องจริง แล้วฉันจะทำอะไรได้ ฉันไม่ใช่เหาฉลามนะ จะได้ว่ายน้ำตามไปส่องดูเขาอยู่ตลอดเวลา" "อยากตายมากนักใช่ไหม" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ทำไม ฉันพูดเรื่องจริงทำเป็นรับไม่ได้" "เธออยากตายใช่ไหม มานี่เลย" เวคินโกรธจนตัวสั่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเคยด่าว่าเขาแบบนี้มาก่อน "นี่คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ" เธอกรีดร้องอย่างตกใจ!!!
เธอยอมเป็นคู่หมั้นลับ ๆ ไม่เปิดเผยสถานะตลอดระยะเวลาสามปี เธอยอมเขาทุกอย่างเพราะความรัก แม้ปู่ของเขาจะไม่ชอบเธอก็ตามที จนกระทั่งเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปดี เมื่อสถานะจากคู่หมั้นกลายเป็นคู่หมั้นไร้ค่าไร้ราคา ยอมทอดกายให้เขาเชยชมง่ายดาย แล้วพร้อมที่จะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนของตาย อีกทั้งอนาคตสถานะของเธอก็คือเมียน้อยของผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "อรกลับไปก่อนได้ไหม" ปกมีสีหน้ายุ่งยากใจ ทุกอย่างกำลังจะดีอยู่แล้ว แต่อรอินกำลังจะทำให้มันแย่ลงไปอีก ทำไมนะเมื่อก่อนเธอเข้าใจอะไรง่าย ยอมเขาทุกอย่าง เขาชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ เหตุใดวันนี้เธอถึงได้ดื้อด้านพูดไม่ฟังแบบนี้ "แกตอบมันไปสิตาปกว่าแกรักมันไหม ตอบให้มันตาสว่างว่าแกรักใคร" ปกรณ์กดดันหลานชาย "พี่ยังรักอรอยู่ไหม ไม่สิ พี่เคยรักอรบ้างหรือเปล่า" เมื่อโดนคาดคั้นปกก็สติหลุด บอกให้อยู่เงียบ ๆ กลับเรียกร้องเขาจึงจำต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ "ฉันหรือจะรักเธอ โวยวายเรียกร้องอะไรไม่ทราบ ก็เห็นอยู่ว่าฉันกำลังจะแต่งงานกับน่านฟ้า" "พี่ปก!" อรอินแทบสติหลุด วูบไปทั้งอก มือเท้าเย็นเยียบไปหมด ความจริงเจ็บปวดกว่าที่จินตนาการเอาไว้เสียอีก "เธอได้ยินแล้วใช่ไหมว่าหลานชายของฉันไม่ได้รักเธอ เธอมันง่าย เขาก็คงนอนด้วยเล่น ๆ ผู้หญิงง่าย ๆ แบบเธอน่ะฉันเห็นมาเยอะแล้ว" "พี่ปกไม่เคยรักอรแล้วมานอนกับอรทำไม" อรอินร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้นจนตัวโยน แววตาปวดร้าวเสียใจ 000 "ขอถามคำนึง" อรอินมองหน้าปก ไม่มีเสียงสะอื้นออกมาจากเธออีก เธอรวบรวมสติที่จะไม่ร้องไห้ออกมาให้ใครสมเพชเวทนาอีก "ถามอะไร" ปกมองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ แววตาเจ็บปวดนั้นทำให้เขาปวดใจไปด้วย น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนเขาสัมผัสได้ "ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันพี่ปกเคยรักกันจริงบ้างไหมคะ" อรอินถามเสียงสั่น "เธออยากรู้จริงๆ น่ะเหรอ" เขาถามกลับ "ค่ะ อรจะได้ตาสว่างสักที" "มั่นใจใช่ไหมว่าทนฟังได้" เขาอยากให้เธอรีบกลับไป ดีกว่ามาทนฟังคำโกหกแสนเจ็บปวดที่เธอจะได้รับจากเขา "พูดมาเถอะค่ะ คงไม่มีอะไรจริงไปกว่านี้อีกแล้ว" "ไม่เคยรัก" ว่าจะไม่ร้องไห้ พอเขาพูดแบบนั้นออกไป เธอก็ร้องไห้โฮออกมา "แล้วพี่ทำดีกับอรทำไม ดูแลอรทำไม" "ฉันหวังในตัวเธอไง ถึงจะได้ยากหน่อยตั้งเกือบสองปี แต่พอได้แล้วเธอก็ยอมฉันมาตลอด ไม่ยากอย่างที่คิดนี่" "นี่คือสิ่งที่พี่คิดเหรอ ฮึก ๆ ฮือ ๆ" อรอินกลับมาสะอื้นอีกครั้ง เธอเหมือนคนบ้า ทั้งหัวเราะ ทั้งร้องไห้ สะอึกสะอื้น ตัวกระตุก ดวงตาแดงก่ำไปหมด
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY