ลี่จื่อคั่วในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัว กำลังยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
ส่วนฉินเหอผู้ช่วยของผู้กุมบังเหียนตระกูลลี่อย่างลี่โม่เป่ยกำลังขานรายการสินสอดทีละอย่าง
ตู้เซียวเซียวทนดูต่อไปไม่ไหวดึงประตูแล้วถลาออกไป
“เดี๋ยว!”
“ฉันไม่แต่ง ฉันจะถอนหมั้น!”
จังหวะนั้นเอง แขกเหรื่อทุกคนในห้องโถงต่างหันขวับมามองเป็นตาเดียวกัน
เมื่อลี่จื่อคั่วเห็นดังนั้น สีหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ทว่าสิ่งที่เผยออกมากลับเป็นความหงุดหงิด
“เซียวเซียว นี่ไม่ใช่เวลาที่คุณจะมาสร้างปัญหานะ”
ตู้เซียวเซียวหัวเราะเยาะออกมา
“สร้างปัญหางั้นเหรอ ลี่จื่อคั่ว คุณสำคัญตัวผิดไปหน่อยแล้วมั้ง ผู้ชายเลว ๆ ที่มีชู้ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แถมยังมั่วไม่เลือกหน้าอย่างคุณ มีค่าพอให้ฉันต้องสร้างปัญหาเรียกร้องความสนใจด้วยเหรอ?”
“ฉันบอกว่าไม่แต่งก็คือไม่แต่ง!”
สิ้นคำประกาศก้องของเธอ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในห้องจัดเลี้ยงก็ดังฮือขึ้นมาทันที
“อะไรนะ มีชู้ก่อนแต่งงั้นเหรอ?”
“ลับหลังมั่วขนาดนี้เลยเหรอ?”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?”
ท่ามกลางเสียงซุบซิบของแขกเหรื่อ สีหน้าของลี่จื่อคั่วก็ยิ่งดูไม่สบอารมณ์ขึ้นทุกที
ตู้เซียวเซียวเป็นบ้าไปแล้วหรือไง
ถ้าเถียงกันเป็นการส่วนตัวก็ว่าไปอย่าง แต่กลับมาพูดจาแบบนี้ในสถานที่แบบนี้ ไม่กลัวเขาเอาจริง แล้วถอนหมั้นกับเธอขึ้นมาจริง ๆ หรือไง
“ตู้เซียวเซียว!”
เขาหมดความอดทนจนขัดเธอขึ้นมา “พูดดี ๆ ไม่ชอบใช่ไหม!”
พ่อตู้ที่อยู่ด้านข้างตีหน้าขรึมเดินตรงเข้ามาตำหนิเธอทันทีว่า
“เซียวเซียว นิสัยเสีย ๆ ของเธอนี่ควรจะเพลา ๆ ลงบ้างนะ อย่าเอะอะก็หาเรื่องทะเลาะกับจื่อคั่วตลอดสิ ไม่มีใครเขาทนเธอได้ตลอดไปหรอก”
เยว่กุ้ยเซียงพูดจาเหน็บแนมผสมโรงขึ้นมาว่า
“นั่นสิ ก่อนหน้านี้เธอยังเอาสัญญาหมั้นที่ปู่ของเธอหมั้นไว้มาอ้าง ดึงดันจะแต่งงานกับจื่อคั่วให้ได้อยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทีนี้พอได้สมใจอยากแล้ว ทำไมถึงยังไม่พอใจอีก? ”
ตู้เซียวเซียวแอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจ
ชาติก่อน ไม่ใช่แค่คนตระกูลตู้ แต่ทุกคนในสังคมชนชั้นสูงทั่วทั้งเมืองหรงต่างรู้กันดีว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลตู้อย่างตู้เซียวเซียวหลงรักลี่จื่อคั่วอย่างหัวปักหัวปำ
ถึงขนาดยึดเอาสัญญาหมั้นหมายที่คนรุ่นก่อนแค่พูดเปรย ๆ ไว้มาบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย
เธอหันหน้าหนี ทว่าสายตากลับไปสะดุดกับชายร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลเข้าพอดี ลี่โม่เป่ย คุณอาเล็กของลี่จื่อคั่ว ผู้กุมบังเหียนตระกูลลี่
การข้ามผ่านความตายและความมืดมิดมาได้ ทำให้หัวใจของเธอกำลังเต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่ง
ชาติที่แล้วหลังจากแต่งงานกัน ลี่จื่อคั่วได้ใช้ให้เธอส่งยาบำรุงไปให้ลี่โม่เป่ยทุกวัน โดยแอบวางยาพิษลงไป เขายืมมือเธอในการทำให้ร่างกายของลี่โม่เป่ยอ่อนแอลงเรื่อย ๆ เพื่อฉวยโอกาสฮุบกิจการครอบครัวที่ลี่โม่เป่ยอุตส่าห์สร้างมากับมือ
ท้ายที่สุด หมอนั่นยังสร้างเรื่องโกหกว่าเธอถูกลักพาตัว เพื่อหลอกล่อลี่โม่เป่ยให้ไปที่โกดังร้างแถบชานเมือง ก่อนจะตัดเส้นเอ็นที่มือและเท้าของอีกฝ่าย แล้วก็ปล่อยให้เขาทรมานจนตาย
ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงเลือกที่จะไปช่วยเธอ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องตาย
ส่วนตัวเธอเอง พอหมดประโยชน์ก็ถูกลี่จื่อคั่วผลักตกบันได ก่อนจะโดนท่อนไม้ปลายแหลมแทงทะลุหน้าท้องจนตายคาที่อย่างน่าอนาถ
ภาพความทรงจำในชาติก่อนยังคงแจ่มชัดราวกับจารึกด้วยเลือดและน้ำตา
ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้เธอได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง เธอก็จะไม่มีวันเดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์เดิมเด็ดขาด!
วินาทีต่อมา เธอก็เดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าลี่โม่เป่ย
ร่างกายอันสูงสง่าของลี่โม่เป่ยที่สูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร แผ่รังสีดุดันตามธรรมชาติที่ทรงพลังจนน่าหวาดหวั่นออกมา
ตู้เซียวเซียวสบกับแววตาสุดแสนจะอันตรายของเขา เธอกำหมัดแน่นและพูดด้วยน้ำเสียงสงบว่า
“อาเล็กก็โสดไม่ใช่เหรอคะ ฉันจะแต่งงานกับอาเล็กค่ะ!”
ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงก็พลันเงียบกริบราวกับป่าช้า
คำพูดที่น่าตกใจในประโยคข้างต้นทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งไปเลย