เซียวโหรวเอามือกุมท้องน้อยที่ปวดเกร็งเอาไว้ ดวงตาสีดำสดใสคู่นั้นของเขาจ้องมองตรงมาที่นางด้วยเจตนาฆ่า
“จ้าวหยวน ข้าได้ทิ้งหนังสือหย่าเอาไว้แล้ว หลังจากนี้ไปข้าจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับจวนอ๋องยวนของท่านอีก แล้วเหตุใดท่านถึงยังตามรังควานข้าไม่เลิก จะฆ่าจะแกงกันให้ถึงตายเช่นนี้?”
จ้าวหยวนกระโดดลงมาจากหลังม้าทันที เขามองไปยังหญิงสาวที่บาดเจ็บและยิ้มเยาะอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“เจ้าคิดว่าแค่ทิ้งหนังสือหย่าเอาไว้ แล้วข้าจะยอมให้เจ้ากลับเมืองหลวงได้เยี่ยงนั้นหรือ? เซียวโหรว เจ้ากลายเป็นคนไร้เดียงสาเช่นนี้ไปตั้งแต่เมื่อใดกัน ส่งหลักฐานทั้งหมดที่เจ้ามีมาเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะเหลือศพที่สมบูรณ์ไว้ให้เจ้า”
เซียวโหรวหัวเราะออกมาเสียงแหลม “ที่แท้ท่านก็กลัวเรื่องนี้เองหรือ?”
“ใช่แล้ว ทั้ง ๆ ที่จวนอ๋องยวนสมคบคิดกับชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือแอบลอบค้าเกลือและเหล็กอย่างผิดกฎหมายเพื่อผลกำไรมหาศาล แต่แล้วท่านกับท่านพ่อของท่านกลับโยนความผิดฐานสมคบคิดกับศัตรูและทรยศชาติมาให้กับตระกูลเซียวของข้า เพื่อที่จะรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้เสียอย่างนั้น”
“ท่านกลัวว่าข้าจะนำหลักฐานกลับไปช่วยเหลือคนที่เมืองหลวง ก็เลยฆ่าคนสนิทของข้า กักขังข้าไว้ในจวน แม้แต่ลูกในครรภ์ของข้า ท่านก็ยังมิยอมไว้ชีวิต จ้าวหยวน ท่านยังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่? เด็กคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านนะ”
จ้าวหยวนยิ้มอย่างชั่วร้ายและตอบกลับไปว่า “มีหญิงสาวมากมายที่เต็มใจกำเนิดลูกให้ข้า เจ้าคิดว่าข้าจะสนใจไอ้เด็กที่มันรกหูรกตาในครรภ์ของเจ้างั้นหรือ?”
“เซียวโหรว นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้ว ส่งหลักฐานมาให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้!”
เมื่อเห็นว่าจ้าวหยวนเริ่มเดินเข้ามาหานางทีละก้าว เซียวโหรวก็หัวเราะออกมาจนน้ำตาไหลอาบแก้ม
“ท่านหมายถึงจินหยูเฟย ท่านหญิงแห่งแคว้นหวยหยางผู้ไร้ยางอายคนนั้นน่ะหรือ? จริงสิ เพราะนางเต็มใจที่จะอยู่กับท่าน มิเช่นนั้น นางจะยอมลักลอบเป็นชู้กับท่านจนตั้งครรภ์ได้เยี่ยงไร?”
จ้าวหยวนขมวดคิ้ว “เจ้ารู้แล้วหรือ?”
“ข้าต้องรู้อยู่แล้วสิ ทุกช่วงเวลาที่ข้าอยู่กับท่าน ข้ารู้สึกขยะแขยงเกินจะหาสิ่งใดมาเทียบได้ “จ้าวหยวน ท่านเป็นคนไร้ความสามารถไร้ศีลธรรม ความโลภและความเห็นแก่ตัวคือสันดานของท่านโดยเนื้อแท้ ส่วนความขี้ขลาดและไร้ความสามารถคือธาตุแท้ของท่าน ชาตินี้การที่ข้าได้มาเป็นผัวเมียกับท่าน นับว่าเป็นความอัปยศที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของข้าแล้ว”
ใบหน้าของจ้าวหยวนดูโมโหเดือดดาลขึ้นมาทันที เขายกขาขึ้นเตรียมจะกระทืบไปที่ท้องน้อยของเซียวโหรวอย่างแรง
แต่แล้วกลับมีเสียงที่นุ่มนวลเพราะพริ้งของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อน
“เหตุใดท่านพี่โหรวถึงต้องโมโหเดือดดาลถึงเพียงนี้ด้วยเล่า? อย่างไรเสียท่านกับท่านพี่หยวนก็เป็นสามีภรรยากันมาตั้งหลายปี ควรจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีตกันเสียบ้าง ท่านมิควรนำหลักฐานที่มิเป็นผลดีต่อจวนอ๋องยวนไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่เมืองหลวงเลยนะเจ้าคะ”
เซียวโหรวมองไปที่จินหยูเฟยที่เดินออกมาจากด้านหลังจ้าวหยวน แววตาเย้ยหยันของนางยิ่งชัดเจนมากขึ้น “จ้าวหยวน ท่านกับนังสารเลวนี่แยกจากกันมิได้เลยนะ ขนาดในสถานการณ์แบบนี้ ท่านยังจะพานางมาด้วยอีกหรือ”
จินหยูเฟยเอนกายอิงซบไปกับหน้าอกของจ้าวหยวนอย่างอ่อนแรง ดวงตาที่กลมโตใสแจ๋วกำลังมองมาที่เซียวโหรวอย่างไร้เดียงสา
“ท่านพี่อย่าพูดจาไม่น่าฟังเช่นนั้นสิ ข้ากับท่านพี่หยวนรักกันจริงๆ เราก็ย้อมต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันเป็นธรรมดา”
“ข้าว่าท่านพี่อย่าหาเรื่องให้ตัวเองต้องอยู่อย่างยากลำบากเลยจะดีกว่า ตอนนี้ครอบครัวของท่านก็บ้านแตกสาแหรกขาดไปหมดแล้ว ต่อให้ท่านจะกลับไปเมืองหลวง เกรงว่าแม้แต่ศพของคนในครอบครัวก็ยังรวบรวมได้มิครบเลยด้วยซ้ำ การที่ท่านทำร้ายจิตใจท่านพี่หยวนเพื่อสมาชิกในครอบครัวที่ตายไปแล้วเช่นนี้ มันมิใช่สิ่งที่ภรรยาควรพึงกระทำเลยนะเจ้าคะ”
หลังพูดจบ จินหยูเฟยก็ลูบท้องน้อยของตัวเองที่นูนออกมาอย่างยั่วยุ สายตาที่มองมาที่เซียวโหรวดูโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างยิ่ง
สีหน้าของเซียวโหรวดูตื่นตกใจมาก นางถามขึ้นว่า “ที่เจ้าบอกว่า ‘บ้านแตกสาแหรกขาด’ มันหมายความว่าเยี่ยงไร? จินหยูเฟย เจ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ ประกาศของทางการก็ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า คดีของตระกูลเซียวของข้าจะตัดสินในอีกครึ่งเดือน ประกาศนั้นมิมีทางเป็นของปลอมแน่!”
จ้าวหยวนพูดด้วยความสะใจว่า “แน่นอนว่าประกาศนั้นมิมีทางเป็นของปลอมอยู่แล้ว แต่ท่านพ่อและพี่ชายของเจ้าดันไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ของผู้อื่นเข้า เช่นนั้นคนบางคนในเมืองหลวงจึงมิมีทางยอมให้พวกเขามีชีวิตอยู่ต่ออีกเป็นแน่”
เซียวโหรวเข้าใจความหมายของจ้าวหยวนได้ในทันที “ท่านกำลังจะบอกว่า คนที่สมคบคิดกับชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือ นอกจากจวนอ๋องยวนแล้ว ยังมีคนที่เมืองหลวงด้วยเยี่ยงนั้นหรือ?”
จ้าวหยวนพูดด้วยรอยยิ้มว่า “สมกับที่เป็นบุตรีคนโตของฮูหยินเอกที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลเซียวในรอบร้อยปียิ่งนัก ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง เซียวโหรว ในเมื่อตอนนี้ทุกคนในครอบครัวของเจ้าตายสิ้นกันไปหมดแล้ว เจ้ายังจะเก็บหลักฐานเหล่านั้นไว้ทำไมอีกเล่า?”
“ข้าเป็นคนรักษาคำพูดอยู่แล้ว เพียงแค่เจ้ายอมส่งมอบหลักฐานมา บางทีข้าอาจจะใจดี ยอมไว้ชีวิตเจ้าก็เป็นได้ !”
เซียวโหรวกุมท้องน้อยที่ปวดเกร็งขึ้นมาไม่หยุดเอาไว้ นางมองดูเลือดที่ค่อยๆ ไหลซึมออกมาตรงขา ในที่สุดเสียงโอดครวญที่แสนเจ็บปวดก็ดังขึ้น น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม
เป็นความผิดของนางเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของนางแต่เพียงผู้เดียว!
นางไม่น่าให้ท่านพ่อกับพี่ชายไปสืบเรื่องการสมรู้ร่วมคิดระหว่างจวนอ๋องยวนกับชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือเลย ถ้าไม่ใช่เพราะนางยุ่งเรื่องที่ไม่ควรยุ่ง ครอบครัวของนางก็คงไม่ต้องมาประสบกับภัยพิบัติร้ายแรงเช่นนี้หรอก!
ผู้ใดสมคบคิดกับศัตรูและทรยศต่อประเทศชาติ ต้องโทษประหารถึงเก้าชั่วโคตร!
เมื่อเห็นเซียวโหรวเสียใจจนแตกสลายถึงเพียงนี้ จินหยูเฟยก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าได้ใจว่า “ท่านพี่โหรว ผู้เข้าใจสถานการณ์คือผู้เฉลียวฉลาด ตระกูลเซียวของพวกท่านถือตัวว่าสูงส่งเหนือใคร รนหาที่ตายกันเอง จะไปโทษผู้อื่นก็คงมิได้หรอกนะเจ้าคะ”
“หุบปาก!”
เซียวโหรวจ้องมองไปที่หญิงไร้ยางอายด้วยสายตาเย็นชา “ช่างน่าขันเสียจริง หญิงสารเลวสำส่อนที่ลักลอบหนีตามผู้ชายมาโดยไม่มีแม้แต่ตำแหน่งฐานะเช่นเจ้า มีสิทธิ์อันใดมาเชิดหน้าชูคอใส่ข้าเช่นนี้หรือ?”
สีหน้าของจินหยูเฟยเปลี่ยนไปทันที นางโกรธจนสั่นไปทั้งตัว
แต่เซียวโหรวหาได้สนใจจินหยูเฟยไม่ นางมองไปที่จ้าวหยวนอย่างโมโหเดือดดาลพลางพูดว่า “ที่ท่านต้องกดดันข้าถึงเพียงนี้ เพราะกลัวหลักฐานในมือข้าเยี่ยงนั้นหรือ?”
“จ้าวหยวน ข้าจะไม่มีวันมอบหลักฐานให้ท่านเด็ดขาด นับจากนี้ไปข้าจะทำให้ท่านต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวตลอดทั้งวันทั้งคืน”
หลังจากพูดจบ เซียวโหรวก็ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส เอามือกุมท้องน้อยไว้และหันหลังกระโดดลงจากหน้าผาไป นางร่วงลงไปอย่างรวดเร็วราวกับผีเสื้อปีกหัก เหลือไว้เพียงแผ่นหลังที่แน่วแน่เด็ดเดี่ยวเท่านั้น
ร่างที่ร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่อปะทะกับสายลมที่เชือดเฉือนราวกำลังถูกคมมีดกรีดแทง มันทรมานยิ่งกว่าการถูกเฉือนช้าๆ หลายเท่า
นางที่ทั้งโศกเศร้าทั้งโกรธแค้นจนน้ำตาไหลออมาเป็นสายเลือด
นางมีท่านพ่อที่ซื่อสัตย์สุจริต มีท่านแม่ที่อ่อนโยนและใจดี มีพี่ชายคนโตที่กล้าหาญเกรียงไกร แล้วก็มีน้องชายคนเล็กที่อายุยังไม่ถึงห้าขวบ……
แต่ทุกคนในตระกูลเซียวได้ถูกฆ่าตายกันไปหมดแล้ว!
ถ้านางมีโอกาสอีกครั้ง นางจะทำให้คนที่ทำร้ายพวกเขาต้องตายอย่างอนาถให้จงได้!
เลือดต้องชดใช้ด้วยเลือดเท่านั้น!