ดาวน์โหลดแอป ฮิต
หน้าแรก / ประวัติศาสตร์ / นางแกร่งหวนคืน
นางแกร่งหวนคืน

นางแกร่งหวนคืน

5.0

การสมรู้ร่วมคิดครั้งหนึ่งทำให้ตระกูลถูกทำลายจนหมดสิ้น ญาติพี่น้องต้องตายอย่างน่าสลดใจ ตระกูลเซียวถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏและถูกประณามอย่างหนัก ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก เซียวโหรวถูกสามีทรยศ ขณะตั้งครรภ์ถูกบีบให้กระโดดหน้าผาเพื่อจบชีวิต แต่เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของฮูหยินรองในจวนกงชินโหว จวนโหวที่ดูเหมือนจะทรงอำนาจ แต่กลับเต็มไปด้วยความลับและเรื่องสกปรกต่างๆ เผชิญหน้ากับเหล่าคนเลวที่แฝงตัวอยู่ เซียวโหรวขมวดคิ้วและตัดสินใจจัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด นางจัดการคนรับใช้ที่ดื้อรั้น สั่นคลอนคนเลว ทอดทิ้งสามีที่ไม่คู่ควร และสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในเมืองหลวง นางตั้งใจใช้มือที่เรียบเนียนของตนเป็นดั่งมีดคมเพื่อเปิดทางเลือดเพื่อแก้ไขความผิดและล้างแค้นให้กับตระกูล เขาคือรัฐทายาทที่มีอำนาจสูงสุดของตระกูลใหญ่ในแผ่นดินต้าเหลียง เขาหล่อเหลามีความหยิ่งยโสและเจ้าอารมณ์ คนทั่วไปพูดว่าเขาเย่อหยิ่ง ไม่มีมนุษยธรรม คุมขังพ่อฆ่าน้องชาย มือเปื้อนเลือดเหมือนนักฆ่า แต่เขายิ้มและพูดว่า "เมื่อเทียบกับแม่นางเซียวแล้ว ข้าสู้ไม่ติดเลย"

สารบัญ

บทที่ 1 กระโดดลงสู่ก้นเหวเมื่อสิ้นไร้หนทาง

ตกดึก ลมพัดโหมกระหน่ำมาจากหน้าผาอย่างรุนแรง

เซียวโหรววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกไปเท้าเปล่าด้วยความตื่นตระหนก ทิ้งรอยเท้าเปื้อนเลือดเอาไว้เป็นทาง

ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้ทุกย่างก้าวที่นางวิ่งไปเหมือนกำลังเหยียบเหล็กร้อนๆ อยู่ไม่มีผิด

แต่นางกลับไม่กล้าที่จะหยุด

ฟึ่บ เสียงลูกศรพุ่งเข้ามา

ลูกศรแหลมๆ แทงทะลุไหล่ที่ผอมแห้งของเซียวโหรวเข้าไปอย่างแรง มันแรงมากเสียจนพุ่งทะลุผ่านตัวของนางออกไปเลย ทันใดนั้นเลือดก็พุ่งกระฉูดออกมาจากปากของนาง ในที่สุดนางที่พยายามฝืนร่างกายให้ทรงตัวอยู่นั้น ก็ทรุดลงไปกับพื้นในทันที

ขณะเดียวกัน คนที่ไล่ตามมาก็ฝ่าความมืดพุ่งทะยานมาตรงหน้านาง

เซียวโหรวเอามือกุมท้องน้อยที่ปวดเกร็งเอาไว้ ดวงตาสีดำสดใสคู่นั้นของเขาจ้องมองตรงมาที่นางด้วยเจตนาฆ่า

“จ้าวหยวน ข้าได้ทิ้งหนังสือหย่าเอาไว้แล้ว หลังจากนี้ไปข้าจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับจวนอ๋องยวนของท่านอีก แล้วเหตุใดท่านถึงยังตามรังควานข้าไม่เลิก จะฆ่าจะแกงกันให้ถึงตายเช่นนี้?”

จ้าวหยวนกระโดดลงมาจากหลังม้าทันที เขามองไปยังหญิงสาวที่บาดเจ็บและยิ้มเยาะอย่างดูถูกเหยียดหยาม

“เจ้าคิดว่าแค่ทิ้งหนังสือหย่าเอาไว้ แล้วข้าจะยอมให้เจ้ากลับเมืองหลวงได้เยี่ยงนั้นหรือ? เซียวโหรว เจ้ากลายเป็นคนไร้เดียงสาเช่นนี้ไปตั้งแต่เมื่อใดกัน ส่งหลักฐานทั้งหมดที่เจ้ามีมาเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะเหลือศพที่สมบูรณ์ไว้ให้เจ้า”

เซียวโหรวหัวเราะออกมาเสียงแหลม “ที่แท้ท่านก็กลัวเรื่องนี้เองหรือ?”

“ใช่แล้ว ทั้ง ๆ ที่จวนอ๋องยวนสมคบคิดกับชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือแอบลอบค้าเกลือและเหล็กอย่างผิดกฎหมายเพื่อผลกำไรมหาศาล แต่แล้วท่านกับท่านพ่อของท่านกลับโยนความผิดฐานสมคบคิดกับศัตรูและทรยศชาติมาให้กับตระกูลเซียวของข้า เพื่อที่จะรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้เสียอย่างนั้น”

“ท่านกลัวว่าข้าจะนำหลักฐานกลับไปช่วยเหลือคนที่เมืองหลวง ก็เลยฆ่าคนสนิทของข้า กักขังข้าไว้ในจวน แม้แต่ลูกในครรภ์ของข้า ท่านก็ยังมิยอมไว้ชีวิต จ้าวหยวน ท่านยังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่? เด็กคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านนะ”

จ้าวหยวนยิ้มอย่างชั่วร้ายและตอบกลับไปว่า “มีหญิงสาวมากมายที่เต็มใจกำเนิดลูกให้ข้า เจ้าคิดว่าข้าจะสนใจไอ้เด็กที่มันรกหูรกตาในครรภ์ของเจ้างั้นหรือ?”

“เซียวโหรว นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้ว ส่งหลักฐานมาให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้!”

เมื่อเห็นว่าจ้าวหยวนเริ่มเดินเข้ามาหานางทีละก้าว เซียวโหรวก็หัวเราะออกมาจนน้ำตาไหลอาบแก้ม

“ท่านหมายถึงจินหยูเฟย ท่านหญิงแห่งแคว้นหวยหยางผู้ไร้ยางอายคนนั้นน่ะหรือ? จริงสิ เพราะนางเต็มใจที่จะอยู่กับท่าน มิเช่นนั้น นางจะยอมลักลอบเป็นชู้กับท่านจนตั้งครรภ์ได้เยี่ยงไร?”

จ้าวหยวนขมวดคิ้ว “เจ้ารู้แล้วหรือ?”

“ข้าต้องรู้อยู่แล้วสิ ทุกช่วงเวลาที่ข้าอยู่กับท่าน ข้ารู้สึกขยะแขยงเกินจะหาสิ่งใดมาเทียบได้ “จ้าวหยวน ท่านเป็นคนไร้ความสามารถไร้ศีลธรรม ความโลภและความเห็นแก่ตัวคือสันดานของท่านโดยเนื้อแท้ ส่วนความขี้ขลาดและไร้ความสามารถคือธาตุแท้ของท่าน ชาตินี้การที่ข้าได้มาเป็นผัวเมียกับท่าน นับว่าเป็นความอัปยศที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของข้าแล้ว”

ใบหน้าของจ้าวหยวนดูโมโหเดือดดาลขึ้นมาทันที เขายกขาขึ้นเตรียมจะกระทืบไปที่ท้องน้อยของเซียวโหรวอย่างแรง

แต่แล้วกลับมีเสียงที่นุ่มนวลเพราะพริ้งของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อน

“เหตุใดท่านพี่โหรวถึงต้องโมโหเดือดดาลถึงเพียงนี้ด้วยเล่า? อย่างไรเสียท่านกับท่านพี่หยวนก็เป็นสามีภรรยากันมาตั้งหลายปี ควรจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีตกันเสียบ้าง ท่านมิควรนำหลักฐานที่มิเป็นผลดีต่อจวนอ๋องยวนไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่เมืองหลวงเลยนะเจ้าคะ”

เซียวโหรวมองไปที่จินหยูเฟยที่เดินออกมาจากด้านหลังจ้าวหยวน แววตาเย้ยหยันของนางยิ่งชัดเจนมากขึ้น “จ้าวหยวน ท่านกับนังสารเลวนี่แยกจากกันมิได้เลยนะ ขนาดในสถานการณ์แบบนี้ ท่านยังจะพานางมาด้วยอีกหรือ”

จินหยูเฟยเอนกายอิงซบไปกับหน้าอกของจ้าวหยวนอย่างอ่อนแรง ดวงตาที่กลมโตใสแจ๋วกำลังมองมาที่เซียวโหรวอย่างไร้เดียงสา

“ท่านพี่อย่าพูดจาไม่น่าฟังเช่นนั้นสิ ข้ากับท่านพี่หยวนรักกันจริงๆ เราก็ย้อมต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันเป็นธรรมดา”

“ข้าว่าท่านพี่อย่าหาเรื่องให้ตัวเองต้องอยู่อย่างยากลำบากเลยจะดีกว่า ตอนนี้ครอบครัวของท่านก็บ้านแตกสาแหรกขาดไปหมดแล้ว ต่อให้ท่านจะกลับไปเมืองหลวง เกรงว่าแม้แต่ศพของคนในครอบครัวก็ยังรวบรวมได้มิครบเลยด้วยซ้ำ การที่ท่านทำร้ายจิตใจท่านพี่หยวนเพื่อสมาชิกในครอบครัวที่ตายไปแล้วเช่นนี้ มันมิใช่สิ่งที่ภรรยาควรพึงกระทำเลยนะเจ้าคะ”

หลังพูดจบ จินหยูเฟยก็ลูบท้องน้อยของตัวเองที่นูนออกมาอย่างยั่วยุ สายตาที่มองมาที่เซียวโหรวดูโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างยิ่ง

สีหน้าของเซียวโหรวดูตื่นตกใจมาก นางถามขึ้นว่า “ที่เจ้าบอกว่า ‘บ้านแตกสาแหรกขาด’ มันหมายความว่าเยี่ยงไร? จินหยูเฟย เจ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ ประกาศของทางการก็ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า คดีของตระกูลเซียวของข้าจะตัดสินในอีกครึ่งเดือน ประกาศนั้นมิมีทางเป็นของปลอมแน่!”

จ้าวหยวนพูดด้วยความสะใจว่า “แน่นอนว่าประกาศนั้นมิมีทางเป็นของปลอมอยู่แล้ว แต่ท่านพ่อและพี่ชายของเจ้าดันไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ของผู้อื่นเข้า เช่นนั้นคนบางคนในเมืองหลวงจึงมิมีทางยอมให้พวกเขามีชีวิตอยู่ต่ออีกเป็นแน่”

เซียวโหรวเข้าใจความหมายของจ้าวหยวนได้ในทันที “ท่านกำลังจะบอกว่า คนที่สมคบคิดกับชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือ นอกจากจวนอ๋องยวนแล้ว ยังมีคนที่เมืองหลวงด้วยเยี่ยงนั้นหรือ?”

จ้าวหยวนพูดด้วยรอยยิ้มว่า “สมกับที่เป็นบุตรีคนโตของฮูหยินเอกที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลเซียวในรอบร้อยปียิ่งนัก ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง เซียวโหรว ในเมื่อตอนนี้ทุกคนในครอบครัวของเจ้าตายสิ้นกันไปหมดแล้ว เจ้ายังจะเก็บหลักฐานเหล่านั้นไว้ทำไมอีกเล่า?”

“ข้าเป็นคนรักษาคำพูดอยู่แล้ว เพียงแค่เจ้ายอมส่งมอบหลักฐานมา บางทีข้าอาจจะใจดี ยอมไว้ชีวิตเจ้าก็เป็นได้ !”

เซียวโหรวกุมท้องน้อยที่ปวดเกร็งขึ้นมาไม่หยุดเอาไว้ นางมองดูเลือดที่ค่อยๆ ไหลซึมออกมาตรงขา ในที่สุดเสียงโอดครวญที่แสนเจ็บปวดก็ดังขึ้น น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม

เป็นความผิดของนางเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของนางแต่เพียงผู้เดียว!

นางไม่น่าให้ท่านพ่อกับพี่ชายไปสืบเรื่องการสมรู้ร่วมคิดระหว่างจวนอ๋องยวนกับชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือเลย ถ้าไม่ใช่เพราะนางยุ่งเรื่องที่ไม่ควรยุ่ง ครอบครัวของนางก็คงไม่ต้องมาประสบกับภัยพิบัติร้ายแรงเช่นนี้หรอก!

ผู้ใดสมคบคิดกับศัตรูและทรยศต่อประเทศชาติ ต้องโทษประหารถึงเก้าชั่วโคตร!

เมื่อเห็นเซียวโหรวเสียใจจนแตกสลายถึงเพียงนี้ จินหยูเฟยก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าได้ใจว่า “ท่านพี่โหรว ผู้เข้าใจสถานการณ์คือผู้เฉลียวฉลาด ตระกูลเซียวของพวกท่านถือตัวว่าสูงส่งเหนือใคร รนหาที่ตายกันเอง จะไปโทษผู้อื่นก็คงมิได้หรอกนะเจ้าคะ”

“หุบปาก!”

เซียวโหรวจ้องมองไปที่หญิงไร้ยางอายด้วยสายตาเย็นชา “ช่างน่าขันเสียจริง หญิงสารเลวสำส่อนที่ลักลอบหนีตามผู้ชายมาโดยไม่มีแม้แต่ตำแหน่งฐานะเช่นเจ้า มีสิทธิ์อันใดมาเชิดหน้าชูคอใส่ข้าเช่นนี้หรือ?”

สีหน้าของจินหยูเฟยเปลี่ยนไปทันที นางโกรธจนสั่นไปทั้งตัว

แต่เซียวโหรวหาได้สนใจจินหยูเฟยไม่ นางมองไปที่จ้าวหยวนอย่างโมโหเดือดดาลพลางพูดว่า “ที่ท่านต้องกดดันข้าถึงเพียงนี้ เพราะกลัวหลักฐานในมือข้าเยี่ยงนั้นหรือ?”

“จ้าวหยวน ข้าจะไม่มีวันมอบหลักฐานให้ท่านเด็ดขาด นับจากนี้ไปข้าจะทำให้ท่านต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวตลอดทั้งวันทั้งคืน”

หลังจากพูดจบ เซียวโหรวก็ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส เอามือกุมท้องน้อยไว้และหันหลังกระโดดลงจากหน้าผาไป นางร่วงลงไปอย่างรวดเร็วราวกับผีเสื้อปีกหัก เหลือไว้เพียงแผ่นหลังที่แน่วแน่เด็ดเดี่ยวเท่านั้น

ร่างที่ร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่อปะทะกับสายลมที่เชือดเฉือนราวกำลังถูกคมมีดกรีดแทง มันทรมานยิ่งกว่าการถูกเฉือนช้าๆ หลายเท่า

นางที่ทั้งโศกเศร้าทั้งโกรธแค้นจนน้ำตาไหลออมาเป็นสายเลือด

นางมีท่านพ่อที่ซื่อสัตย์สุจริต มีท่านแม่ที่อ่อนโยนและใจดี มีพี่ชายคนโตที่กล้าหาญเกรียงไกร แล้วก็มีน้องชายคนเล็กที่อายุยังไม่ถึงห้าขวบ……

แต่ทุกคนในตระกูลเซียวได้ถูกฆ่าตายกันไปหมดแล้ว!

ถ้านางมีโอกาสอีกครั้ง นางจะทำให้คนที่ทำร้ายพวกเขาต้องตายอย่างอนาถให้จงได้!

เลือดต้องชดใช้ด้วยเลือดเท่านั้น!

อ่านต่อ
img ไปดูความคิดเห็นเพิ่มเติมที่แอป
ออกใหม่ล่าสุด: บทที่ 32 ทำเช่นไร ได้เช่นนั้น   วันนี้09:56
img
img
บทที่ 12 ติดคุก
วันนี้09:56
บทที่ 20 รู้ทัน
วันนี้09:56
ดาวน์โหลดแอป
icon APP STORE
icon GOOGLE PLAY