ดาวน์โหลดแอป ฮิต
หน้าแรก / สมัยใหม่ / สิบฤดูที่ไม่เคยจบ
สิบฤดูที่ไม่เคยจบ

สิบฤดูที่ไม่เคยจบ

5.0
1 บท/วัน

กลับมารักกันใหม่ + ความรักที่ท้าทายอย่างร้อนแรง + ผู้มีอำนาจยอมอ่อนข้อ/ความรักที่บริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย หมอที่รักษาก้อนเนื้อในเต้านมของหลินเฉิง คือกู้ฉีเชิน แฟนคนแรกเอยฺของเธอ สิบปีก่อน เธอเคยเป็นสาวอ้วนขี้เหร่ที่ถูกเพื่อนของเขาหัวเราะเยาะ เธอเก็บหอมรอมริบเพื่อซื้อไวโอลินราคาแพงให้เขา แต่กลับเห็นเขาโยนมันลงถังขยะ "ไวโอลินราคาถูกแบบนี้ ฉันมีเยอะ เธอชอบก็เอาไปเถอะ" สิบปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เธอเปลี่ยนชื่อ และรูปร่างจากสาวอ้วนกลายเป็นคนผอม การพบกันใหม่เป็นเรื่องบังเอิญ แต่เขากลับเป็นฝ่ายควบคุมตัวเองไม่ได้ก่อน เขาฉีกหน้ากากความสงบและเยือกเย็น ใช้ทุกวิถีทางที่มีอยู่เพื่อกักขังเธอไว้ใกล้ตัว "หลินเฉิง ประวัติการรักษาของเธออยู่ในมือฉัน จะหนีไปไหนได้ ? " เธอมีคนที่ตามจีบอยู่ข้างๆ และมีแผนจะเข้าสู่การแต่งงาน เขาจับเธอไว้ข้างโต๊ะทำงานด้วยสายตาแดงฉาน และเสียงแหบแห้ง "เลิกกับเขาซธ ฉันต่างหากคือคนที่ใกล้ชิดเธอที่สุด" หลินเฉิงยิ้มมุมปาก "คุณกู้ไม่ใช่ว่าแค่เล่นสนุกเฉย ๆ เหรอ อยากจะขึ้นไปเป็นตัวจริงแล้ว?" เมื่อใช้ทุกกลวิธีจนหมด เขาก็ยอมจำนนต่อหน้าเธอ "ไม่ได้คิดเล่น ๆ ฉันอยากอยู่กับเธอตลอดชีวิต"

สารบัญ

บทที่ 1 ทำคุณเจ็บเหรอ

หลินเฉิงจากเมืองจิงมาสิบปี คิดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอกับชายคนที่เป็นรักแรกของตัวเองอีกครั้ง

ช่วงนี้เธอรู้สึกเจ็บหน้าอกตลอดเวลา เป็นกังวลใจจึงมาตรวจที่โรงพยาบาล แต่ไม่คิดว่าหลังจากที่ตรวจไปได้ครึ่งหนึ่ง หมอจะพูดทิ้งท้ายเอาไว้ ‘เรื่องนี้ค่อนข้างหนักเอาการ เธอจะไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้า’ จากนั้นก็จากไป

หลินเฉิงนั่งอยู่ริมเตียงอย่างหมดหนทาง

วินาทีที่ประตูห้องตรวจถูกเปิดออกอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยร่างนั้น เธอก็อึ้งตะลึงไปทันที

“อาการแบบนี้เกิดขึ้นมานาแค่ไหนแล้วยัง?”

เสียงที่ทุ้มต่ำดังเข้ามาในหูของหลินเฉิง เธอสั่นไปทั้งตัว

ใบหน้าของชายคนนั้นถูกปิดบังไปครึ่งหนึ่งด้วยหน้ากากอนามัย สองตาเบื้องหลังแว่นตาไร้กรอบคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอ

“สาม... เดือน” หลินเฉิงหลบสายตาไปด้วยความตื่นตระหนก สองมือของเธอกำประโปรงของตัวเองเอาไว้แน่น

ตอนนี้เธอเพียงแค่อยากจะหนีไปเท่านั้น

เพิ่งจะกลับมาที่เมืองจิงได้สองเดือน กลับต้องมาเจอกับกู้ฉีเฉิน

ในเวลานี้หัวสมองของเธอว่างเปล่าไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับไปยังไง

“นอนลง ถกเสื้อขึ้น” เสียงที่ทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นมาอีกครั้ง

หลินเฉิงเงยหน้าขึ้น สบตากันอีกครั้ง ลมหายใจของเธอไม่เป็นจังหวะ

กู้ฉีเฉินเห็นท่าทางของเธออืดอาดยืดยาด น้ำเสียงก็ไม่พอใจขึ้นมานิดหน่อย “มีปัญหาอะไรเหรอครับ”

“เปล่าค่ะ ขอโทษค่ะ” หลินเฉิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะนอนลงไปบนเตียงผู้ป่วย แล้วหลับตาลง

จังหวะที่นอนก็ราวกับช่วงเวลามันนานแสนนาน หัวสมองของหลินเฉิงสับสนวุ่นวาย เหงื่อเริ่มซึ่มออกมาบริเวณปลายจมูก

“ทำคุณเจ็บเหรอ?”

หลินเฉิงส่ายหน่า “เปล่าค่ะ...”

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดก็ได้ยินเสียงนั้นดังขึ้นมา “เอาล่ะ เอาเสื้อลงเถอะ”

หลังจากนั้นกู้ฉีเฉินก็ลุกขึ้น จนกระทั่งเสียงฝีเท้าจางหายไป หลินเฉิงถึงได้กล้าลืมตาขึ้นมา

เธอสวมเสื้อผ้าอย่างคล่องแคล่ววองไว นั่งอยู่บนเตียงสักพัก ตอนนี้ถึงได้เดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน

กู้ฉีเฉินยืดหลังตรง กำลังจะบันทึกเวชระเบียนลงไปในคอมพิวเตอร์

นิ้วมือที่เรียวยาวคู่นั้นของเขาแทบจะไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจากเมื่อตอนสมัยเรียน มันคือมือที่คุณครูสอนเปียโนต้องชื่นชมไม่หยุดปาก

แต่น่าเสียดายเขาไม่เล่นเปียโน ไม่เล่นไวโอลีน เขามีแฟนคลับสาวทั้งในและนอกโรงเรียน แม้แต่เมืองในละแวกใกล้เคียงก็ยังมีแฟนคลับอย่างเหนียวแน่น

แต่เขากลับเลือกสาวอวบมีกระเต็มใบหน้าที่ไม่ได้ชื่นชอบเขาเพื่อเริ่มความสัมพันธ์ทางออนไลน์

“เป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว” กู้ฉีเฉินมองเธอ

หลินเฉิงนั่งตัวตรง กลืนน้ำลายหนึ่งอึก “ประมาณยี่สิบวันค่ะ”

เธอแน่ใจว่ากู้ฉีเฉินจำเธอไม่ได้

เธอไม่ใช่หลินซูเหยียน หญิงอวบที่ใบหน้าเต็มไปด้วยกระคนนั้นอีกแล้ว

เธอไม่เพียงแต่เปลี่ยนชื่อแล้ว ยังลดความอ้วนแล้วด้วย กำจัดกระเต็มใบหน้าที่สืบทอดจากพันธุกรรม แม่แท้ ๆ แทบจะจำไม่ได้ ยิ่งกับกู้ฉีเฉินที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาสิบปียิ่งแล้วใหญ่

เมื่อคิดแบบนี้ หลินเฉิงก็สงบลงไปไม่น้อย

สีหน้าของกู้ฉีเฉินเรียบเฉย “ปกติแล้วนอนดึกไหม”

“นอนประมาณเที่ยงคืนถือว่าดึกไหมคะ” หลินเฉิงตอบกลับไปอย่างระมัดระวัง

กู้ฉีเฉินขมวดคิ้ว “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปต้องพักผ่อนก่อนห้าทุ่ม”

หลินเฉิงตอบตกลง ราวกับกำลังตอบรับคำสั่งหัวหน้า

กู้ฉีเฉินถามขึ้นมาอีกครั้ง “แต่งงานแล้วยัง”

“ยังค่ะ”

“เคยมีลูกไหมครับ”

“ไม่เคยค่ะ”

หลินเฉิงเหงื่อไหลอาบเต็มมือ

กู้ฉีเฉินพูดขึ้นต่ออย่างเป็นทางการ “ก้อนเนื้อเต้านมที่ไม่เป็นอันตราย มีอาการเจ็บเต้านมเป็นเรื่องปกติครับ แต่ว่าคุณต้องระวังการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเนื้องอกมะเร็งเต้านม”

“เนื้องอกจะกลายเป็นมะเร็งเหรอคะ” จู่ ๆ หลินเฉิงก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมา

กู้ฉีเฉินมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า เธอแต่งตัวธรรมดา อายุยังน้อย สีหน้าซีดเผือดเล็กน้อย น่าจะรู้สึกตกใจกับคำพูดของเขา

“คุณไม่ต้องเป็นกังวลครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพยายามรักษาคุณภาพการนอนหลับที่ดี แล้วก็มาเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ”

“ค่ะ กู้” หลินเฉิงจะเรียกชื่อของกู้ฉีเฉินออกมาโดยสัญชาตญาณ โชคดีที่เธอหยุดเอาไว้ก่อน

“ขอบคุณค่ะ คุณหมอกู้”

กู้ฉีเฉินหยิบเวชระเบียนที่ปริ้นท์ออกมาแล้วยื่นไปตรงหน้าของหลินเฉิง “ครั้งหน้าก็มานัดคิวกับผมตรง ๆ ได้เลยครับ”

หลินเฉิงเม้มปาก “ถ้าไปหาหมอคนอื่นได้ไหมคะ”

เธอก้มหน้าก้มตาตลอดเวลาที่พูดคุย ในหัวสมองคิดแค่เพียงว่าอยากจะหนีไปอย่างเดียวเท่านั้น

กู้ฉีเฉินชะงักไปทันที “ได้ครับ”

“ขอบคุณค่ะ” หลินเฉิงหยิบเวชระเบียที่อยู่บนโต๊ะก่อนจะจากไปโดยที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ

กู้ฉีเฉินมองแผ่นหลังของอีกฝ่าย คิ้วขมวดแน่น

นางพยาบาลที่อยู่ด้านข้างอดพูดเตือนขึ้นมาไม่ได้ “หมอกู้ ถ้าคุณขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไป จะต้องถูกร้องเรียนแน่ ๆ เลยค่ะ”

หมออีกคนหนึ่งพูดหยอกล้อขึ้นมา “หมอกู้ไม่กลัวหรอก เขาเป็นหมอชื่อดัง คนไข้ที่ต่อคิวรอรักษากับเขาในแต่ละวันยาวเป็นหางว่าว”

คนไข้ของกู้ฉีเฉินมีมากมาย หลังจากที่ทำงานเสร็จก็เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว ในที่สุดก็มีเวลาไปกินอาหารที่โรงอาหารของโรงพยาบาล

“หานายเจอสักที” ผู้ชายสวมเสื้อสูทดำคนหนึ่งถือถาดอาหารเดินตรงเข้ามา นั่งลงตรงกันข้ามกับกู้ฉีเฉิน

กู้ฉีเฉินมองผู้ชายคนนั้น “เลขาของผู้อำนวยการ กินอาหารช้าขนาดนี้เลยเหรอว่ะ?”

ซ่งฮ่าว “วันนี้ฉันเจอหลี่จี้เย่ เพื่อนสมัยมัธยมปลายของเราด้วยนะ เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงที่อยู่ห้องติดกันคนนั้นแล้วนะ ส่งการ์ดเชิญมาแล้วด้วย แถมยังกำชับกับฉันว่าอย่าลืมมาแจ้งให้นายไปร่วมงานด้วยนะ”

ตลอดหลายปีมานี้กู้ฉีเฉินเข้าร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสมัยเรียนมาไม่น้อย ยังไงก็อายุยี่สิบแปดปี อายุไม่น้อยกันแล้ว ควรจะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว

“แฟนของเขาอยู่ในวงร้องประสานเสียงเดียวกับนาย ในวงร้องประสานเสียงของพวกนายยังมีผู้หญิงอยู่อีกคนไม่ใช่เหรอ?” ซ่งฮ่าวกลัวว่ากู้ฉีเฉินจะจำไม่ได้ว่าคือใคร จึงพูดเสริมมาอีกประโยค “ขนมปังงาคนนั้นนั่นแหละ”

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครมีที่ติดต่อของเธอเลย เพื่อนร่วมชั้นจัดงานเลี้ยงเธอก็ไม่มาเข้าร่วม พวกเพื่อนเก่าแต่งงานเธอก็ไม่โผล่หน้าโผล่ตาไปเลยเหมือนกัน คนทั้งคนหายไปอย่างไร้ร่องรอย”

“นายว่าเป็นเพราะเธอรู้สึกว่ามันเป็นปมที่ทุกคนเรียกเธอว่าขนมปังงาหรือเปล่า เธอถึงได้หลบเลี่ยงมาตลอด อันที่จริงมีกระก็น่ารักดีหรอก แต่ว่ามันเยอะเกินไป...”

กู้ฉีเฉินไม่ได้ต่อความอะไร หยุดกินข้าวอย่างกะทันหัน

ขนมปังงา หลินซูเหยียน ผู้หญิงที่หายตัวไปอย่างไม่บอกไม่กล่าวเป็นเวลาสิบปี

อ่านต่อ
img ไปดูความคิดเห็นเพิ่มเติมที่แอป
ออกใหม่ล่าสุด: บทที่ 36 ใช้เงินยี่สิบห้าล้านไล่คนไป   วันนี้00:06
img
img
ดาวน์โหลดแอป
icon APP STORE
icon GOOGLE PLAY