แต่คำพูดหลังจากนี้ของเขา กลับทำให้ประกายในแววตาของเธอดับวูบลงไปเป็นปลิดทิ้ง “พรุ่งนี้หว่านหว่านจะมาเป็นแขกที่บ้านน่ะ หว่านหว่านไม่ค่อยสบาย เดี๋ยวฉันส่งเมนูอาหารให้เธอ เธอช่วยเตรียมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้หว่านหว่านหน่อยนะ”
“ได้ค่ะ คุณสวี่” หัวใจของเธอแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี แต่เธอก็ยังคงตอบรับกลับไปอย่างอ่อนน้อม
หว่านหว่านที่สวี่ถิงจือพูดถึงชื่อเต็มๆ ก็คือเจียงหว่าน เธอเป็นคนรักฝังใจที่เขาคิดถึงมานานหลายปี
เจียงหว่านไปศึกษาต่อด้านการแพทย์ที่ต่างประเทศ ได้ยินมาว่าเธอประสบความสำเร็จในการวิจัยเป็นอย่างดี หลังจากสำเร็จการศึกษาเธอก็เพิ่งจะเดินทางกลับประเทศมาสัปดาห์นี้เอง
ในเมื่อเจียงหว่านกลับมาแล้ว ตัวสำรองที่ด้อยกว่าอย่างเธอก็คงต้องไปแล้วสินะ
สือโย่วอี๋พูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นว่า “ฉันจะออกไปได้ตอนไหนเหรอคะ?”
“ออกไปงั้นเหรอ?” สวี่ถิงจือราวกับได้ยินเรื่องตลกอย่างไรอย่างนั้น เขาจับคางของสือโย่วอี๋ยกขึ้นเบาๆ แล้วก็ใช้สายตาที่คลุมเครือมองสำรวจร่างกายของเธออยู่รอบหนึ่ง “ฉันเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ เธอจะทำใจไปจากฉันได้จริงๆ น่ะเหรอ?”
สือโย่วอี๋ตกเป็นของเขาตั้งแต่เธอยังเป็นวัยแรกแย้มอายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น จากหญิงพรหมจารีผู้ไร้เดียงสาและไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ได้ถูกเขาฝึกฝนจนสามารถเข้ากับเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบทุกประการ
หว่านหว่านเป็นดอกเตอร์ที่จบแพทยศาสตร์ หลังจากกลับประเทศมาแล้วเธอก็ได้เข้าทำงานให้กับบริษัททางการแพทย์ชั้นนำ คาดว่าเธอน่าจะไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเขาสักเท่าไหร่
ในอนาคต ยังไงเรื่องบนเตียงก็ยังต้องเป็นสือโย่วอี๋อยู่
สือโย่วอี๋มองเขาแล้วก็หน้าแดงก่ำขึ้นมา เธอพยายามฝืนพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า “คุณเป็นผู้ชายคนแรกของฉันก็จริง แต่ไม่มีทางเป็นคนสุดท้ายแน่นอน ฉันจะไม่เป็นเมียน้อยเด็ดขาด ฉันจะต้องได้แต่งงานกับผู้ชายที่แสนดีสักคน แล้วก็ได้เริ่มต้นชีวิตของตัวเอง!”
สวี่ถิงจือเหลือบมองเธอ แล้วก็หยิบบัตรธนาคารใบหนึ่งยื่นไปพร้อมกับพูดว่า “เรื่องระหว่างเราจะจบกันหรือไม่นั้น มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเธอสักหน่อย”
เขาพูดเสริมขึ้นมาด้วยสีหน้าเยาะเย้ยอีกว่า “ครอบครัวเธอจะยอมเหรอ?”
คำพูดเหล่านี้ทำให้สือโย่วอี๋ถึงกับตัวแข็งทื่อไปเลย
เธอไม่ได้รับบัตรใบนั้นมา แล้วก็วิ่งลงจากรถไปในสภาพที่เสื้อผ้ายับยู่ยี่ไปหมด
ความทรงจำอันขมขื่นผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
ในตอนนั้น หานเทียนฉีผู้เป็นพ่อกับหานหลี่ผู้เป็นพี่ชายคนที่สองของสือโย่วอี๋กำลังติดหนี้พนันจำนวนมหาศาล ส่วนหานเหยียนพี่ชายคนโตของเธอกำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ จำเป็นต้องใช้เงินจ่ายค่าเล่าเรียนเป็นจำนวนมาก
ส่วนหานอู้พี่ชายคนที่สาม เขาเป็นเพียงคนเดียวที่หารายได้มาจุนเจือครอบครัว เขาทำงานเป็นเลขาอยู่ที่บริษัทของสวี่ถิงจือ
เพื่อชำระหนี้ เขาจึงยกสือโย่วอี๋ให้สวี่ถิงจือในงานสังคมงานหนึ่ง
ค่ำคืนนั้นเป็นครั้งแรกของสือโย่วอี๋ เธอหวาดกลัว อับอายและรู้สึกอัปยศอดสูจนตัวสั่นไปหมด
แต่สวี่ถิงจือกลับมีความอ่อนโยนเป็นพิเศษ
สือโย่วอี๋ที่โหยหาความรักมากจนถึงแม้ว่าเขาจะเอาแต่พร่ำเพ้อพูดถึงชื่อเจียงหว่านตลอดทั้งคืน แต่เธอก็ยังตกหลุมรักเขาโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อยู่ดี
หลังจากนั้นมาเธอถึงได้รู้ว่า สาเหตุที่สวี่ถิงจือสนใจเธอ เพราะเธอมีหน้าตาที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกับเจียงหว่าน แถมยังเรียนแพทย์เหมือนกันอีกด้วย
สือโย่วอี๋อายุน้อยกว่าเจียงหว่านไม่กี่ปี แต่เธอกลับมีพรสวรรค์เป็นเลิศ เธอใช้เวลาเพียงแค่สองปีก็สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแล้ว
ทว่าด้วยความปรารถนาอยากที่จะครอบครองของสวี่ถิงจือ เธอจึงต้องละทิ้งความฝันที่จะเป็นแพทย์ไปก่อนที่จะได้รับใบปริญญาบัตรเพียงไม่นานเท่านั้น
ทำให้เธอได้กลายเป็นนักโภชนาการส่วนตัวและเด็กเสี่ยในความลับของเขาที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครรู้ได้
เธอรู้ว่าสวี่ถิงจือแค่หลงใหลในร่างกายของเธอเท่านั้น แต่เธอก็ยังหวังอย่างไร้ศักดิ์ศรีว่าเจียงหว่านจะไม่กลับมาอีกเลย
เพราะหากเป็นเช่นนั้น เธอก็จะได้อยู่เคียงข้างสวี่ถิงจือตลอดไปได้
ซึ่งวันนี้ ความฝันนั้นได้พังทลายลงโดยสมบูรณ์แล้ว
……
ณ วิลล่าตระกูลสวี่
สือโย่วอี๋กำลังง่วนอยู่กับงานในครัวอย่างเงียบๆ
เพราะความเหม่อลอย เธอจึงไม่ทันระวังทำให้หลังมือโดนลวก พอเธอร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ สวี่ถิงจือจึงตำหนิเธอว่า “ทำไมถึงได้ประมาทแบบนี้ล่ะ?”
เขาก้มหน้าไปมอง จากนั้นก็หันไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำแข็งออกมา
หัวใจที่เย็นชาของสือโย่วอี๋เริ่มโอนอ่อนลงเล็กน้อยแล้ว แต่ในวินาทีต่อมา……
ประตูถูกเปิดออก เจียงหว่านเดินเข้ามาอย่างสง่างาม
เธอแต่งหน้าอย่างประณีตงดงาม ท่าทางดูสง่างามมาก ดูมีความมั่นใจในตัวเองราวกับหงส์ขาวจนทำให้สือโย่วอี๋ดูเหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ไปเลย
สวี่ถิงจือที่ตอนแรกกำลังเดินมาทางลูกเป็ดขี้เหร่ จู่ๆ ก็หันหลังและรีบเข้าไปทักทายหงส์ขาวแทบไม่ทัน
หลังจากนั้น เขาก็ไม่หันมาเหลียวแลสือโย่วอี๋อีกเลย
สือโย่วอี๋มองหลังมือที่ทั้งบวมทั้งแดงของตัวเอง แล้วก็หัวเราะเยาะตัวเองออกมาทั้งน้ำตา
“อาหารทุกจานในวันนี้เป็นอาหารที่ฉันชอบกินทั้งนั้นเลย ถิงจือ คุณนี่ใส่ใจฉันจริงๆ เลยนะคะ” ระหว่างรับประทานอาหาร พอเจียงหว่านเห็นอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจ
แต่หัวใจของสือโย่วอี๋กลับเจ็บจี๊ดขึ้นมา ราวกับถูกแทงซ้ำลงไปอีกครั้งอย่างไรอย่างนั้น
อาหารพวกนี้ เป็นอาหารจานโปรดที่ปกติสวี่ถิงจือก็ชอบกินเหมือนกัน
ที่แท้ แม้แต่ความชอบของเขาก็ยังทำตามเจียงหว่าน
เรื่องทั้งหมดที่เธอคิดว่าเธอรู้จักสวี่ถิงจือเป็นอย่างดี แท้จริงแล้วทุกอย่างล้วนได้รับอิทธิพลมาจากเจียงหว่านทั้งสิ้น พวกเขาสนิทสนมกันมากจนไม่สามารถแยกจากกันได้ แม้เจียงหว่านจะอยู่ไกลถึงต่างประเทศก็ตาม
ทำไมเมื่อก่อนเธอถึงไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนเลยนะ?
แม้แต่คุณแม่สวี่ที่ปกติค่อนข้างจู้จี้จุกจิกก็ยังพึงพอใจเจียงหว่านเป็นอย่างมาก “หว่านหว่าน กลับประเทศมาครั้งนี้ไม่กลับไปแล้วใช่ไหม? เรื่องแต่งงานของเธอกับถิงจือน่าจะเริ่มกำหนดกันได้แล้วนะ”
เจียงหว่านเหลือบมองไปที่สวี่ถิงจืออย่างเขินอายพลางพูดว่า “คุณป้าคะ ฉันไปต่างประเทศมาตั้งนาน ไม่รู้ว่าถิงจือจะมีคนที่ชอบไปแล้วหรือยัง? ฉันคงไปขัดขวางความรักดีๆ ของเขาไม่ได้หรอกค่ะ”
เจียงหว่านชำเลืองหางตามองไปที่สือโย่วอี๋ ราวกับกำลังบอกใบ้บางอย่าง
คุณแม่สวี่จึงพูดขึ้นมาอย่างประชดประชันว่า “ถึงแม้จะกินข้าวอยู่โต๊ะเดียวกันได้ แต่ตระกูลสวี่ก็ไม่มีทางยอมรับคนที่ฐานะทางสังคมต่ำต้อยมาเป็นลูกสะใภ้หรอก” เธอยิ้มกว้างพลางมองไปที่เจียงหว่านและพูดต่อว่า “มีเพียงผู้หญิงที่เป็นดอกเตอร์มีการศึกษาสูงอย่างเธอเท่านั้นที่จะคู่ควรกับถิงจือได้”
สวี่ถิงจือยิ้มพลางตักซุปให้เจียงหว่าน แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่นว่า “หว่านหว่าน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น ข่าวลือที่แพร่สะพัดข้างนอกไม่น่าเชื่อถือหรอก”
เจียงหว่านรับถ้วยซุปไป หลังจากซดเบาๆ ด้วยความเขินอาย เธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย
เวลานี้สือโย่วอี๋เพิ่งจะตระหนักได้ว่า วันนี้ที่สวี่ถิงจือบอกให้เธอมา ไม่ใช่แค่เพื่อให้เธอมาจัดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น
แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เขาต้องการพิสูจน์ต่อหน้าเจียงหว่านว่า เขากับเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือใดๆ ต่อกัน แล้วหลังจากนี้ก็ไม่มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ด้วย
นั่นยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเจ็บปวดทางจิตใจเข้าไปใหญ่
สือโย่วอี๋กลืนความขมขื่นในปากลงไป แล้วก็หาข้ออ้างหนีออกมาในสภาพที่น่าเวทนา
ความเจ็บปวดจากแผลน้ำร้อนลวกที่หลังมือทำให้สือโย่วอี๋ยังคงมีสติดีอยู่ เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาหาเบอร์ที่เธอบล็อกไว้เมื่อนานมาแล้ว จากนั้นก็ส่งข้อความไปทั้งน้ำตา……
【คุณเผย ข้อเสนอเรื่องการแต่งงานก่อนหน้านี้ยังมีผลอยู่หรือเปล่าคะ? ตอนนี้ฉันสนใจแล้ว 】