ดาวน์โหลดแอป ฮิต
หน้าแรก / โรแมนติก / เพลิงรักจอมบงการ
เพลิงรักจอมบงการ

เพลิงรักจอมบงการ

4.6
56 บท
68.6K ชม
อ่านเลย

เกี่ยวกับ

สารบัญ

“ไม่คิดเลยนะว่าจะเจอเธอที่นี่ อาน่า” สายตาที่ชายหนุ่มมองหญิงสาวไม่ต่างอะไรกับกับการมองผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีค่าอะไรเลย สายตาที่เย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งบวกกับรอยยิ้มเย็นที่เหมือนจะเยาะด้วยความดูถูกเหยียดหยามมันทำให้คนที่ถูกมองชาวาบเข้าไปถึงหัวใจ “ไม่คิดเหมือนกันค่ะ มันช่างบังเอิญจริงๆ นะคะ อย่างกับโชคชะตาพาเราสองคนให้มาเจอกันอย่างนั้นแหละ คุณว่าไหมคะ” มลธิยาเองก็มองเขาอย่างท้าทาย เธอเจ็บจนชาไปทั้งหัวใจแล้วล่ะ และเธอก็ไม่มีอะไรจะต้องแคร์อีกแล้วนี่ว่าเขาจะคิดยังไงกับเธอ ไหนๆ เขาก็เข้าใจเธอผิดไปแล้ว หากชายหนุ่มจะเข้าเธอผิดอีกเป็นครั้งที่ร้อยก็ไม่เห็นเป็นไร “แม่นี่เป็นใครคะพี่กาย รู้จักกันด้วยเหรอ” อาริสสาชักสีหน้าไม่พอใจ ที่เห็นมลธิยาในคราบของอาน่าซึ่งเธอไม่เคยรู้จัก มาทำเป็นเล่นหูเล่นตาใส่คนรักของเธอ “คุณก็บอกแฟนของคุณไปสิคะ ว่าเราเป็นอะไรกันมาก่อนมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งกันมากแค่ไหน” มลธิยาตั้งใจจะยั่วให้อาริสสาเจ็บแสบเล่นๆ บ้าง เพราะที่ผ่านมาเธอเป็นฝ่ายถูกอาริสสาพูดจากระแนะกระแหนแดกดันเธอมาโดยตลอด “ก็แค่ผู้หญิงที่ซื้อได้ด้วยเงิน ไม่ได้มีความสำคัญอะไร” อาณาฆินทร์จงใจพูดจาเหน็บแนมให้หญิงสาวรู้สึกเจ็บปวดบ้าง เหมือนอย่างที่เขากำลังรู้สึกอยู่ทุกวี่ทุกวันตั้งแต่ที่เขาเห็นภาพบาดตาคืนนั้น “นี่พี่กายยอมรับเหรอคะว่าเคยไปนอนกับมันมา อริสไม่ยอมนะคะ อริสไม่ยอมได้ยินไหม” ร่างบางของอาริสสาเต้นเป็นเจ้าเข้าด้วยความหึงหวง ทำให้มลธิยามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสังเวช แต่จะว่าไปแล้วตัวเธอเองต่างหากที่รู้สึกแย่ยิ่งกว่าใครเป็นไหนๆ จะมีใครรู้บ้างว่าตอนนี้เธอเจ็บยิ่งกว่าเจ็บเสียอีก แล้วเธอจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากจะเล่นไปตามเกมต่อไปจนจบเกม “คุณเข้าใจถูกแล้วล่ะค่ะคุณผู้หญิง ผู้ชายที่มากับคุณเคยนอนกับฉันจริงๆ เขาซื้อฉันในราคาที่แสนแพง ไม่เชื่อก็ลองถามเขาดูสิคะว่าเขาซื้อตัวฉันไปในราคาเท่าไหร่และซื้อไปแล้วกี่ครั้ง”

บทที่ 1 ผีเสื้อราตรี

คืนนี้ที่ผับดังแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงเทพมหานคร เมืองแห่งแสงสีที่ยังไม่หลับใหล ได้ยินเสียงเพลงเบาๆ ปลุกเร้าให้หนุ่มสาวเคลิบเคลิ้มคล้อยตามไปกับเสียงเพลงอันแสนไพเราะจับใจ มลธิยารู้สึกว่าคืนนี้แขกเหรื่อดูจะหนาตามากกว่าหลายคืนที่ผ่านมาเกือบสองเท่า

“อาน่า...วันนี้แต่งตัวสวยเป็นพิเศษเลยนะ สงสัยคืนนี้พี่ว่าแกต้องได้หลายดริ๊งค์และได้ทิปหนักแน่ๆ เลย” รัตติกาลสาวนั่งดริ๊งค์รุ่นพี่เอ่ยถามมลธิยาน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่ผับได้ไม่กี่เดือน

“ขอให้มันได้เยอะๆ อย่างที่พี่อ้อยพูดทีเถอะ...อาน่าจะได้มีเวลาดูแลแม่ที่บ้านบ้างเวลากลางค่ำกลางคืนบ้าง นี่ยังดีนะที่ยังมีป้าสลวยแกยังคอยมานอนเป็นเพื่อนแม่เกือบทุกคืน” ใบหน้าหวานมีสีหน้ากังวลลงทันทีเมื่อเอ่ยถึงมารดาที่กำลังป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล

“เออน่า...อย่าคิดมากยิ้มเข้าไว้สู้ๆ โน่น...หนุ่มๆ มากันแล้ว รีบทำหน้าทำตาให้สวยเข้าไว้น้องรัก ป๊ะ...เรารีบออกไปต้อนรับกันเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันกินพวกยายกุ้งแห้งพวกนั้น” สาวใหญ่ดึงแขนร่างบางเดินเบียดฝูงผีเสื้อราตรีที่มาเที่ยวในผับไปตามทางที่แขกผู้มาใหม่กำลังเดินมา

“สวัสดีค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ สองที่ใช่ไหมคะ” รัตติกาลที่พูดเก่งกว่าเชื้อเชิญสองหนุ่มหล่อที่เธอคิดว่าทั้งคู่หล่อสะดุดตามากๆ ให้เดินตามเธอไป พลางหันไปฝากฝังมลธิยาให้ดูแลลูกค้าหนุ่มอีกคนที่มาด้วยกัน

“อาน่าดูแลพี่คนนี้นะ ส่วนพี่จะดูแลหนุ่มหล่อคนนี้เอง โอเคนะจ้ะ”

ค่ำคืนนี้ ดูครึกครื้นมากเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะว่าช่วงนี้เป็นช่วงเงินเดือนออกและตรงกับกับวันหยุดด้วยกระมัง แต่ละคนจึงมาผ่อนคลายความเครียดหลังจากที่ทำงานหนักมาเป็นแรมเดือนในสถานบันเทิงแห่งนี้ แต่ก็คงมีอีกหลายคนที่มาเที่ยวที่นี่ด้วยเหตุผลอื่น

อาณาฆินทร์ถูกเพื่อนรักอย่างภานุวัฒน์ชวนแกมบังคับให้มาดื่มเป็นเพื่อน และวันนี้เขาเองก็มีเรื่องหนักสมองอยู่เหมือนกัน จึงไม่ได้ปฏิเสธเพื่อนรักของเขาที่เพิ่งอกหักมาหมาดๆ

มลธิยารินเครื่องดื่มให้กับหนุ่มหล่อข้างกาย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยดื่มสักเท่าไหร่ และเขาก็ยังไม่ค่อยคุยอีกด้วย เป็นคืนแรกที่หญิงสาวรู้สึกประหม่าในการนั่งดื่มกับแขก ก็เพราะแขกคนนี้ของเธอหล่อคมเข้มมากๆ มากเสียจนหญิงสาวไม่ค่อยกล้าสบตาด้วย

อาณาฆินทร์ยอมรับว่าสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา สวยและเซ็กซี่ไม่เบา หญิงสาวแต่งตัวด้วยชุดที่ค่อนข้างจะโชว์เนื้อหนังมังสามากเหมือนกัน ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ไช่พระอิฐพระปูนที่จะไม่รู้สึกรู้สาอะไร

ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจตนเองเหมือนกัน ที่อยู่ๆ เขาก็รู้สึกอยากขย้ำร่างบางที่นั่งยิ้มยั่วเขาตรงนี้นัก อยากจะลิ้มชิมรสกายสาวให้หนำใจ และดูสาวเจ้าก็เหมือนจะรู้ใจทำเป็นกระแซะเบียดเขามากยิ่งขึ้น

“เฮ้ย...เพื่อน...ดื่มหน่อยสิวะ ปล่อยให้ฉันดื่มอยู่ได้คนเดียว ใช่ไหมจ๊ะคนสวย” เมื่อเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงคืนภานุวัฒน์ก็เริ่มออกอาการมึนเมา เพราะรัตติกาลขยันรินเหล้าให้เขาดื่มเพื่อหวังจำนวนดริ๊งค์บ่อยเหลือเกิน

“นั่งตั้งนาน ยังไม่รู้จักชื่อกันเลย พอจะแนะนำชื่อให้พวกเรารู้จักได้ไหมคะ?” สาวสวยข้างกายภานุวัฒน์เอ่ยถามหนุ่มๆ เสียงหวาน และท่าทางหญิงสาวก็ไม่คิดที่จะรู้จักพวกเขาเพียงแค่ชื่อเท่านัน

“ได้สิครับคนสวย เอางี้...ถ้าจะให้พวกพี่แนะนำตัว ให้น้องสาวทั้งสองคนแนะนำตัวเองก่อนแล้วกันนะจ๊ะ” คนเมาเริ่มเสียงอ้อแอ้ ขณะที่อาณาฆินทร์แค่ยิ้มมุมปากนิดๆ

“ได้สิคะ นี่คือ อาน่า ดาวเด่นประจำผับนี้เลยนะคะ ปกติน้องเขาน่าจะรับแขกคนอื่นไปแล้ว แต่บังเอิญวันนี้น้องเขามาช้าน่ะค่ะ ก็เลยได้มานั่งบริการที่โต๊ะนี้” สาวใหญ่แนะนำเพื่อนสาวคนสวยก่อน เพราะรัตติกาลรู้ว่ามลธิยาค่อนข้างเรียบร้อยและพูดจาไม่เก่งเท่าใดนัก

“แล้วคุณล่ะครับ...ชื่ออะไร” ภานุวัฒน์เอ่ยถามสาวใหญ่ข้างกายด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม คืนนี้เขาคงจะขอให้สาวสวยอวบอิ่มคนนี้ปลอบใจเขาเสียแล้วกระมัง

“ชื่ออ้อยค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงหวาน พลางส่งสายตาพราวระยับไปให้

“ผมคิดว่าอ้อย...คงจา...หวาน...ไปทั้งเนื้อทั้งตัวเลย ใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่เริ่มเอาแขนโอบไหล่สาวเจ้าเข้ามาแนบชิด มือไม้ก็เริ่มจะกลายเป็นหนวดปลาหมึกเข้าไปทุกที

“ถ้าอยากรู้ว่าอ้อยหวานแค่ไหน ก็ลองชิมดูสิคะ” ร่างอวบอึ๋มทำท่าอ่อยเหยื่อเต็มที่

“ถ้าอย่างนั้น...เราออกไปต่อกัน...ข้างนอกดีไหม” คืนนี้ภานุวัฒน์ตั้งใจจะเที่ยวให้ลืมความเศร้าความผิดหวัง จึงไม่คิดที่จะปฏิเสธหญิงสาวข้างกายที่ทำท่าทอดสะพานให้เขามากเสียขนาดนั้น

“ดีค่ะ งั้น...เราไปกันเถอะค่ะ”

“กาย พรุ่งนี้แกค่อยมารับฉันนะโว้ย โชคดีนะเพื่อน ไปล่ะ” พอพูดจบหนุ่มสาวทั้งคู่ก็โอบเอวกันเดินออกไปจากผับ ทิ้งให้มลธิยากับอาณาฆินทร์นั่งที่โต๊ะกันลำพังเพียงสองคน

คืนนี้มลธิยาตั้งใจที่จะหาเหยื่อรวยๆ สักคนที่สามารถซื้อตัวเธอในราคาที่เธอพอใจ หากใครสักคนที่ให้เงินเธอมากพอที่จะนำไปเป็นค่าผ่าตัดเปลี่ยนไตและค่ารักษาตัวให้กับมารดาของเธอได้และท่าทางของเขาน่าจะเป็นคนดีและยังโสด เธอก็ยินดีที่จะมอบสิ่งที่หวงแหนมากที่สุดของเธอให้กับเขาคนนั้น เพื่อแลกกับชีวิตที่มีค่าของคนที่เธอรักมากที่สุดในชีวิต

“แล้วคุณล่ะคะ ไม่คิดที่จะ...ไปต่อเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นใจถามออกไปทั้งๆ ที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก เธอยังรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ อย่างบอกไม่ถูกเมื่อสายตาคมจ้องมองหน้าเธอนิ่งๆ อย่างไม่อาจเดาใจได้

“ก็คิดอยู่เหมือนกันนะ แน่ใจเหรอที่จะออกไปกับฉัน?” ชายหนุ่มเพียงแค่ถามหยั่งเชิงเธอดูเท่านั้น

“นะ...แน่ใจค่ะ ว่าแต่คุณยังโสดใช่ไหมคะ แล้วถ้าคุณ...เอ่อ...ถ้าคุณจะ” ร่างบางพูดได้แค่นั้นเธอก็หยุดพูด แล้วนั่งก้มหน้าก้มตาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าชายหนุ่ม

ทำไมนะ ผู้ชายคนนี้ถึงทำให้เธอรู้สึกห่วงศักดิ์ศรีตนเองขึ้นมา ทำไมถึงต้องแคร์ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรกับเธอ

“ผมยังโสด และโอเค...ผมเข้าใจ คุณต้องการเท่าไหร่” ร่างหนาสบตาหญิงสาวอย่างประเมินราคา

“เอ่อ ถือเสียว่าฉันไม่ได้พูดอะไรไม่ได้ถามอะไรก็แล้วกันนะคะ ดื่มต่อดีกว่าค่ะ” สาวน้อยหยุดหัวข้อสนธนาทันที แล้วก็กระดกแก้วเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว เธออยากจะเมาเหลือเกินเพื่อลบความอายลงบ้าง

“ถ้าอย่างนั้น...ออกไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลย รับรอง...เธอจะได้สิ่งที่เธอต้องการแน่นอน” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า แต่ลากแขนหญิงสาวเดินตามเขาไปอย่างถือสิทธิ์ร่างสูงพาเธอออกไปข้างนอกกับเขาทันที

“เดี๋ยว คุณจะพาฉันไปไหนเนี่ย ฉันยังไม่ได้ตกลงอะไรกับคุณเลยนะ” คนตัวเล็กพยายามขัดขืนในตอนแรกเมื่อสำนึกบางอย่างขึ้นมาได้ แต่พอเห็นแววตาชักชวนแกมบังคับของเขา เธอจึงยอมให้เขาจับแขนเธอไปแต่โดยดีนั่นเพราะเหตุผลที่ว่า ‘เพื่อชีวิตของแม่’ มันแทรกเข้ามาอยู่ในหัวใจอย่างรวดเร็ว จึงจำใจยอมรับโอกาสนี้ไว้ทั้งที่กลัวและหวาดหวั่นในหัวใจอย่างที่สุด

มลธิยานั่งเงียบมาตลอดทาง แต่ในใจของเธอก็ภาวนาสาธุตลอดว่า ถ้าหากฟ้ามีตาก็ขอให้เธอได้พบเจอคนดีๆ บ้าง อย่างน้อยก็ขอให้คนที่เธอนั่งรถมาด้วยตอนนี้เป็นคนดี และที่สำคัญขอให้เขาให้ในสิ่งที่เธอต้องการได้ด้วยเถอะ

“นี่เธอ...เต็มใจมาหรือเปล่าเนี่ย ถ้าเปลี่ยนใจก็ยังทันนะ ฉันไม่อยากโดนข้อหาพรากผู้เยาว์” ชายหนุ่มพูดเสียงเข้มหันไปมองร่างบางข้างๆ อย่างไม่แน่ใจนักว่าหญิงสาวจะเอายังไง แต่ถ้าเธอคิดจะปฏิเสธเขาจริงๆ ชายหนุ่มก็จะไม่บังคับ

“เอ่อ...ไม่เปลี่ยนใจก็ได้ค่ะ” ร่างเล็กหันไปมองเขาอย่างประหม่า

เพื่อแม่ๆ ๆ ๆ หญิงสาวท่องประโยคนี้ในใจไปตลอดทาง จนกระทั่งรถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้าโรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองหลวง

อาณาฆินทร์เดินไปเปิดประตูรถให้หญิงสาวที่ยังนั่งนิ่งเป็นหุ่นไม่ไหวติง และเมื่อมลธิยาเห็นว่าชายหนุ่มเริ่มมองเธอด้วยเครื่องหมายคำถาม เธอจึงรีบเดินลงจากรถเพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ทั้งคู่เดินเคียงกันไปยังจุดบริการลูกค้าเพื่อเปิดห้องพัก

เมื่ออยู่กันเพียงลำพังในห้องหรู ชายหนุ่มจึงเซ็นเช็คให้หญิงสาวด้วยตัวเลขที่เขาคิดว่า มันน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับสาวนั่งดริ๊งค์ที่น่าจะผ่านมือชายมาแล้วอย่างเธอ

“แค่นี้น่าจะพอนะ สำหรับคืนนี้”

สาวน้อยหยิบเช็คมาดู นี่หรือค่าความสาวของเธอ เมื่อดูตัวเลขมันอาจจะดูเยอะเมื่อนึกถึงค่าตัวที่เพื่อนสาวที่ทำงานด้วยกันเคยเล่าให้เธอฟัง แต่มันก็ยังไม่พอสำหรับค่าผ่าตัดและค่ารักษาพยาบาลของมารดาเธอเลย

“ดูจากสีหน้า คงยังไม่พอใจสินะ ไหนบอกฉันมาซิ เธอต้องการเท่าไหร่ถึงจะยอมนอนกับฉันคืนนี้” สายตาคมของชายหนุ่มพินิจมองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเหมือนกำลังประเมินราคาค่าตัวเธออีกครั้งอย่างชั่งใจ

“สามแสนค่ะ” มลธิยากัดฟันข่มกลั้นความอายแล้วบอกออกไปอย่างไม่มีทางเลือก แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากที่เขาจะตอบตกลง แต่เธอก็จะขอเสี่ยงดูสักครั้ง

“ตั้งสามแสน เกินไปมั้ง”

ร่างสูงกำยำเดินเข้ามาหาหญิงสาว เชยคางเล็กขึ้นมาเพื่อสบตากับเขา ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงอาการประหม่าขวยเขินของสาวน้อยที่ดูท่าทางจะไร้เดียงสา เขารู้สึกได้ว่าร่างเล็กตรงหน้ากำลังสั่นเทาน้อยๆ และเมื่อสายตาคมจ้องเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว เขาก็รู้ว่าเธอกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่าง

อาณาฆินทร์กำลังคิดว่าสิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ มันคงเป็นเพียงแค่มารยาหญิงหรือเปล่าแต่มันก็ได้ผล เพราะมันทำให้เขาอยากจะสัมผัสเธอมากขึ้น และอยากจะรู้ว่าเธอมีดีแค่ไหนกันถึงได้เรียกค่าตัวแพงเสียขนาดนั้น

“ตกลง นี่คือเช็คสามแสนตามที่เธอต้องการ และฉันหวังว่าคืนนี้เธอคงจะทำให้ฉันพึงพอใจ สมกับราคาค่าตัวที่เธอได้รับนะ ไปอาบน้ำด้วยกันดีกว่า ฉันต้องการให้เธอถูหลังให้” ชายหนุ่มไม่รอให้หญิงสาวได้ตอบคำถาม แต่ร่างสูงเดินเข้ามาประคองคนที่กล้าๆ กลัวๆ เดินเข้าห้องน้ำไปด้วยกันทันที

อ่านต่อ
img ไปดูความคิดเห็นเพิ่มเติมที่แอป
ดาวน์โหลดแอป
icon APP STORE
icon GOOGLE PLAY