เขาคือท่านประธานนิรันดร์ ท่านประธานที่อยู่ห้องพักข้างๆ แถมยังชอบเรียกเธอให้ไปหาตอนดึกๆ ดื่นๆ
เขาคือท่านประธานนิรันดร์ ท่านประธานที่อยู่ห้องพักข้างๆ แถมยังชอบเรียกเธอให้ไปหาตอนดึกๆ ดื่นๆ
“นี่คุณ แครอทหัวนี้ฉันหยิบก่อน” เพลินตาหันไปถลึงตาเข้าใส่ชายหนุ่มแปลกหน้า
นิรันดร์ยอมปล่อยแต่โดยดีเพราะเขาไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิง แต่พอหันไปหยิบหัวผักกาด เธอก็หยิบหัวเดียวกับเขาอีก
“สงสัยว่าคุณจะใจตรงกับผมแล้วล่ะ”
“เอ๊ะ! คุณ ฉันไม่อยากไปใจตรงกับคุณหรอก” เธอสะบัดมือพยายามดึงหัวผักกาดออกมา แต่เขาก็รั้งเอาไว้
“ไม่ปล่อยมือฉันใช่ไหม ได้!” เธอกระทืบเท้าเขาเต็มแรง ทำเอานิรันดร์ถึงกับร้องเสียงหลง
“ฝากไว้ก่อนยัยตัวดี”
“ไม่รับฝาก” เธอแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา ก่อนจะเข็นรถผักหนีไปจ่ายเงิน นิรันดร์เองก็ทำอะไรไม่ได้เพราะสถานที่สาธารณะ ถ้าเขาทำอะไรลงไป คงโดนหาว่ารังแกผู้หญิงหรือโรคจิตเป็นแน่
ฝากไว้ก่อน เจอกันรอบหน้าจะจับตีก้นเสียให้เข็ด!!!
ยัยเด็กบ้าเอ๊ย!!!
เขาเคยเจอผู้หญิงแสบๆ มาเยอะ แต่ไม่เคยเจอใครแสบเท่าเธอมาก่อน
นิรันดร์รีบเข็นรถไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ เขาไม่เจอยัยเด็กตัวแสบนั่นอีก คงจ่ายเงินและหนีขึ้นรถไปแล้ว
ชายหนุ่มกลับห้องมาทำอาหารเหมือนเช่นทุกครั้ง เพราะเขาชอบทำอาหารรับประทานเอง วันนี้เป็นวันหยุดเขาจึงมีเวลาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ กิจกรรมที่เขาทำในวันหยุดคือทำอาหารและอ่านหนังสือ หลังจากนั้นก็นอนหลับพักผ่อน ตกเย็นก็หันมาออกกำลังกาย
นิรันดร์เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างในต่างจังหวัด เขามีคอนโดมิเนียมส่วนตัวอยู่เป็นของตัวเอง เนื่องด้วยสะดวกและใกล้ที่ทำงาน เขาไม่ได้ทำงานอยู่แต่ในอ๊อฟฟิศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขาต้องออกไปดูหน้างานด้วย
ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เขาต้องประคับประคองบริษัทให้อยู่รอด พยายามที่จะไม่เอาพนักงานออก เพราะทุกคนก็มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวหรือเลี้ยงดูตัวเอง เขาก็ตกลงกับพนักงานว่าจะไม่ขึ้นเงินเดือนให้ แต่ก็ไม่ไล่ใครออกหรือบีบใครออกแน่นอน ประคับประคองกันไปให้ตลอดรอดฝั่ง เศรษฐกิจดีเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง
เลขาคนสนิทของเรามาขอลาออกเพื่อไปแต่งงานเนื่องด้วยมีสามีอยู่ต่างประเทศ เขาเองก็ยินดีด้วย แม้บริษัทไม่ได้มีนโยบายรับพนักงานใหม่ แต่หากมีพนักงานออกและมีตำแหน่งว่างเขาก็ยังรับสมัครเหมือนเดิม เพราะหากขาดบางตำแหน่งที่สำคัญไป จะทำให้งานค่อนข้างติดขัด
ดีที่เขามีธุรกิจหลายอย่าง มีสายป่านที่ยาวพอสมควร ทั้งธุรกิจบ้านเช่า อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ร้านอาหาร และมีที่ดินทำการเกษตรเอาไว้อีกหลายร้อยไร่ ธุรกิจไหนไปไม่รอดหรือเจ๊งเขาก็ยังมีธุรกิจอย่างอื่น หรือทรัพย์สินอย่างอื่นสำรองเอาไว้ ไม่ได้ลำบากเสียทีเดียว
ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ข้าวยากหมากแพง อีกทั้งยังมีโควิดระบาด เขารับสมัครเลขาแค่ตำแหน่งเดียวแต่กลับมีคนมาสมัครนับร้อยคนจนเขาต้องปิดรับสมัครแทบไม่ทัน เพราะมันเยอะมาก คิดว่าน่าจะสัมภาษณ์ไม่ไหวแน่ๆ
นิรันดร์เลยใช้วิธีคือให้ผู้จัดการสัมภาษณ์ก่อน คัดกรองคนที่มีความสามารถหรือเคยมีประสบการณ์มาก่อน
เขาเองคิดว่าคนบางคนอาจจะไม่มีคุณสมบัติเลขานุการเลย แต่ก็อยากมาสมัครงาน สมัครไว้ก่อนขอให้ได้งาน ซึ่งเขาไม่พร้อมที่จะสอนงานใครในเวลานี้ เขาอยากได้คนที่เข้ามาและทำงานได้เลย
นิรันดร์เบรกรถแทบไม่ทันเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งทะเล้อทะล้าเดินข้ามถนนแบบไม่มองทาง เขาเบรกรถจนหัวทิ่ม เสียงล้อรถเบียดไปกับถนน จนได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ดังระงมไปทั่วบริเวณ
นิรันดร์สบถอย่างหัวเสีย เขารีบลงไปจากรถ ต่อว่าหญิงสาวคนนั้นในทันที
“นี่คุณ! เดินยังไงห้ะ”
“แล้วคุณขับรถยังไง เกือบชนฉันแล้วเห็นไหม”
“นี่คุณ/นี่คุณ” ทั้งสองชี้หน้ากันกลางสี่แยกไฟแดง ก่อนที่เสียงแตรรถจะบีบไล่หลัง
“ฝากไว้ก่อน ยัยตัวแสบ” นิรันดร์จำต้องวิ่งไปขึ้นรถขับออกไปเพราะโดนด่า รถด้านหลังติดยาวเป็นพรืด
“ฝากไว้ก่อน อย่าลืมมาเอาคืนล่ะ ฝากไว้หลายรอบแล้วนะ” เพลินตาย่นจมูกใส่ ก่อนจะรีบวิ่งข้ามถนนไปอีกด้าน เธอต้องรีบไปสัมภาษณ์งานในตำแหน่งเลขา เนื่องด้วยเธอกำลังตกงาน บริษัทเก่าปิดกิจการ หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าเจ๊งก็ย่อมได้ นั่นทำให้เธอต้องหางานใหม่
เธอมีเพื่อนรักอยู่หนึ่งคนชื่อมินตรา ติดต่อกันมาตลอดเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล มินตรานั้นแต่งงานแต่งการต้องย้ายไปอยู่เมืองนอกกับสามี ตำแหน่งที่ว่างลง มินตราจึงให้เธอมาสมัครงานที่นี่ อาจเพราะเธออยากหลีกหนีจากความชอกช้ำใจ เลยดั้นด้นมาถึงจังหวัดทางภาคเหนือแห่งนี้
ในช่วงวิกฤติของชีวิต ตอนที่เธออยู่ในเมืองกรุงฯ เธอทั้งตกงาน แถมหางานใหม่ทำไม่ได้ บ้านและรถโดนยึด แถมยังโดนแฟนทิ้งอีกด้วย เธอเลยต้องระเห็จมาที่นี่ ด้วยว่ามินตราเพื่อนรักบอกเธอว่าที่นี่ค่าครองชีพต่ำ ไม่จำเป็นต้องมีเงินเดือนเยอะ ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย
นิรันดร์จอดรถอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเห็นยัยเด็กสาวตัวป่วนวิ่งเข้าไปในบริษัทรับเหมาก่อสร้างของเขา เขากะพริบตาปริบๆ เธอเป็นลูกค้าหรือมาทำอะไรที่บริษัทของเขา ทำให้เขาต้องเดินไปแอบดู
นิรันดร์เห็นว่าเธอมาสมัครงานในตำแหน่งเลขาของเขา ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที!
เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเธอเห็นหน้าเขาจะทำหน้ายังไง ตอนเขาสัมภาษณ์งานเธอ
เพลินตารู้สึกตื่นเต้นจนมือเย็นเยียบไปหมด เธอคาดหวังกับการสัมภาษณ์งานครั้งนี้มาก ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะเธอนั้นมีเงินติดตัวไม่มาก ถ้าเธอไม่ได้งานนี้คงต้องไปนอนข้างถนนแน่ๆ
คนไร้ญาติขาดมิตรแถมยังถูกแฟนทิ้งอีกไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เธอเห็นคนมาสมัคงานนับร้อยคนก็ถึงกับใจแป้วไปเลยทีเดียว แต่เข้าไปสัมภาษณ์งานเมื่อไหร่เธอจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เธอมีประวัติการทำงานที่ดี แถมเรียนจบได้เกียรตินิยมด้วย เธอต้องได้งานนี้สิ
มินตราแนะนำให้เธอมาสมัครงาน แต่ไม่ได้ฝากฝังเธอกับเจ้านายของหล่อนเหมือนอย่างที่คนอื่นทำกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้านายของมินตราไม่ชอบเส้นสายและรับคนที่ความสามารถมากกว่าฝากฝัง ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ต้องการให้มินตราเพื่อนรักตอ้งทำอะไรเช่นนั้นด้วย
มีคนเคยบอกว่าถ้าเรามั่นใจว่าจะทำสิ่งไหนได้ เราก็จะทำสิ่งนั้นได้ เธอมั่นใจว่าต้องสัมภาษณ์งานได้ ก็ต้องสัมภาษณ์ได้สิ
เพลินตารู้ว่านี่เป็นการหลอกตัวเอง ให้มีกำลังใจมากขึ้น เธอไม่ได้แต่งตัวทันสมัยหรือเข้าสังคมเก่ง แต่คิดว่าแค่ทำงานเก่ง แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วสำหรับต่างจังหวัดเช่นนี้
“คุณเพลินตา เชิญสัมภาษณ์งานครับ” เสียงเรียกนั้นทำให้เพลินตาดีดตัวลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น ตอนสัมภาษณ์งานครั้งแรกหลังจากเรียนจบทำไมเธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้นะ แต่รอบนี้มันเพิ่มความกดดันเข้าไปอีกเท่าตัว ที่บ้านไม่เหลืออะไร พ่อแม่ที่จากโลกนี้ไปทิ้งหนี้สินก้อนใหญ่เอาไว้ ทำให้เธอจำต้องขายบ้าน ขายรถ ขายทุกอย่างเพื่อใช้หนี้ แฟนหนุ่มที่บอกว่ารักกันหนักหนาตีตัวจากเมื่อรู้ว่าเธอเหลือแต่ตัวแถมยังตกงานอีก
ที่เจ็บใจไปมากกว่านั้นก็คือเขากำลังได้ดิบได้ดีในงานการที่ทำอยู่ และหันไปคบกับลูกสาวเจ้าของบริษัทอย่างหน้าชื่นตาบาน
ความรักไม่มีในโลก มีแต่ความหลอกลวง นั่นคือสิ่งที่เพลินตาคิดอย่างเคืองแค้นระคนเสียใจที่หลงคบกับการันต์อยู่ได้เป็นนานสองนาน
เพลินตาพยายามเดินตัวตรงยืดอกอย่างมั่นอกมั่นใจเข้าไปในห้องของผู้บริหาร ไม่ว่าเธอจะจนกรอบและกำลังจะไม่มีที่ซุกหัวนอนแค่ไหน เธอก็ต้องมั่นใจในตัวเองเอาไว้ก่อน เธอจะเป็นเลขาผู้บริหาร ถึงแม้จะเป็นผู้บริหารบริษัทเล็กๆ ต่างจังหวัดเช่นนี้ แต่เธอก็ต้องดูดีในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยมั่นใจกับชุดที่สวมใส่นัก
เธอจะทำท่าให้น่าเชื่อถือ เจ้านายจะได้อยากรับเธอเข้าทำงาน
“วะ... ว้าย!” เพลินตาคิดว่าเสื้อผ้าหน้าผมของเธอน่าจะพอไปวัดไปวาได้ แต่เธอดันเดินสะดุดขาตัวเองจนหกล้ม หญิงสาวอยากจะกรีดร้องให้ความซุ่มซ่มของตัวเองนัก
1. ทาสรักคุณชายมาเฟีย เธอ... ชมพูพริ้ง คุณหนูผู้เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์ ฐานะ และการศึกษา กลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าไปช่วยชายแปลกหน้าที่บาดเจ็บกลางตรอก ไม่รู้เลยว่าคืนนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการหัวใจ... เขา... คมน์ เคมินธาดา มาเฟียหนุ่มทายาทธุรกิจพันล้าน ผู้ไม่เคยศรัทธาในคำว่ารัก แต่หลังจากคืนที่เธอช่วยชีวิต เขากลับนอนไม่หลับถ้าไม่มีเธออยู่ข้างกาย หนึ่งคนหนีเพราะกลัวหัวใจตัวเองจะหวั่นไหว อีกคนกลับตามตื้ออย่างแนบเนียนในชื่อของ "การทำงาน" จากผู้ช่วยจำเป็น... กลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ เมื่อศัตรูทางธุรกิจกลายมาเป็นคู่ชีวิต และความรักครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกมมาเฟีย แต่คือ "ชีวิตทั้งชีวิต" ของเขา "ผมไม่ได้อยากได้คุณมาเป็นลูกน้อง ผมอยากได้คุณมาเป็นเมียต่างหาก คุณหนูชมพูพริ้ง" 2. เจ้าาสาวนิรนาม เธอ...หญิงสาวที่ยอมแต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มเพราะ โชคชะตาและหนี้สิน เขา...ทายาทหนุ่มผู้ไม่เชื่อในดวงชะตา มองว่าการแต่งงานนี้เป็นแค่เรื่องไร้สาระ แต่ใครจะรู้ว่า... เจ้าสาวที่ไร้ตัวตนในใจของเขา จะกลายเป็นคนเดียวที่เขารักหมดใจ ห้าปีแห่งสัญญาและความห่างเหิน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ทั้งคู่ต้องกลับมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันอีกครั้ง หัวใจที่เคยเย็นชาเริ่มละลายลงทีละน้อย จากเจ้าสาวจำเป็น... กลายเป็น "เจ้าสาวตัวจริง" ที่เขาอยากครอบครองตลอดไป แต่เมื่อถึงวันที่เธอขอ "หย่า" เขาจึงเพิ่งรู้ว่า สิ่งที่กลัวมาตลอดไม่ใช่การแต่งงาน...แต่คือการ "เสียเธอไป" 3. เจ้าสาวอนุรักษ์ เธอ… "ศิริลดา" หญิงสาวที่ต้องแต่งงานกับคู่หมั้นซึ่งไม่เคยเจอหน้า เขา… "อนุรักษ์" ชายหนุ่มผู้สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุ การแต่งงานที่เริ่มจาก "หน้าที่" กลับกลายเป็นเรื่องราวที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต เพราะในความมืดที่เขาเผชิญ มีเพียงเสียงหัวเราะและมืออบอุ่นของเธอที่คอยนำทาง และในวันที่เขา "มองเห็นอีกครั้ง" เขากลับเลือกจะ "แกล้งมองไม่เห็น" เพื่อจะพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้ รักเขาจากใจจริงหรือแค่สงสาร แต่สิ่งที่เขาได้เห็น ไม่ใช่เพียง "ใบหน้า" ของเธอ หากคือ "หัวใจ" ที่สว่างกว่าทุกแสงในโลก เรื่องราวของชายตาบอดปากแข็ง กับหญิงสาวฉลาดอบอุ่น ที่คอยปราบพยศกันด้วยเสียงหัวเราะ ความห่วงใย และความรัก จะทำให้คุณยิ้ม อมยิ้ม และอบอุ่นหัวใจ "ในวันที่มืดมิด...เธอคือแสงสว่างเดียวที่เขาเห็น" "ในวันที่มองเห็น เขาก็ยังอยากมองเห็นแค่เธอคนเดียว"
เธอเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่รัก ถูกส่งไปแต่งงานกับชายแก่ แต่โชคชะตาเล่นตลกกลับให้เธอได้แต่งงานกับชายหนุ่มหน้าตาดี ร่ำรวย แถมยังรักเธอมาก และความลับในอดีตที่ถูกกลบฝังก็ถูกเปิดเผยให้เธอได้รู้ความจริงที่ซุกซ่อนเอาไว้
"นี่เหรอลูกสาวของแก" ทศเอ่ยถามเสียงกร้าวเมื่อลูกหนี้ของเขาส่งตัวลูกสาวมาปลดหนี้ด้วยท่าทีอิดออด "ฉันขอร้องเถอะนะ อย่าทำอะไรรุนแรงกับลูกสาวของฉันเลย" ธนัชเอ่ยขอร้อง "แล้วตอนที่แกทำกับฉันกับครอบครัวของฉันล่ะ" "หมายความว่ายังไง" ธนัชเอ่ยถามอย่างตกใจ "แกยังจำเพื่อนรักที่แกทรยศได้ไหม" ทศเอ่ยถาม เพราะเขาเปลี่ยนชื่อนามสกุล ธนัชเลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร "แก แกเป็นลูกของไอ้อัฐอย่างนั้นเหรอ" ธนัชยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ "ยังดีนะที่แกยังจำได้ว่าเคยทรยศเพื่อนของแก แสดงว่าแกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง แม้จะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตามที" "ทุกอย่างเป็นแผนการของแกอย่างนั้นเหรอ" ธนัชเอ่ยถาม "ใช่ ฉันรอวันนี้มายี่สิบกว่าปี รอเวลาที่จะได้แก้แค้นแก ฉันจะบดขยี้ลูกสาวของแกให้แหลกคามือ" ทศกระชากร่างบอบบางของน้ำรินมากอดรัดเอาไว้ หญิงสาวพยายามดิ้นรน "อย่าทำอะไรน้ำรินนะ ฉันขอร้อง" ธนัชยอมลงทุนคุกเข่าอ้อนวอน "อย่าทำอย่างนั้นเหรอ" ทศก้มลงบดจูบหญิงสาวอย่างป่าเถื่อน น้ำรินพยายามดิ้นรน แต่ไม่เป็นผล "อย่าทำอะไรลูกสาวของฉันนะ" "กระทืบมันให้ปางตายแล้วก็จับมันโยนออกไปนอกบ้าน ไม่ต้องให้มันตายหรอก แต่ให้มันไปเป็นขอทานข้างถนน" ทศสั่งเสียงกร้าว
อุบัติเหตุรถชนทำให้พี่สาวต้องตายจาก เธอจำต้องอยู่ในคราบพี่สาวฝาแฝดเพื่อให้เป็นที่รักของบิดามารดา บิดามารดาที่รักแต่พี่สาวของเธอ แต่เกลียดเธอสุดหัวใจ เพราะเธอเกิดมาแล้วทำให้พวกท่านหุ้นตก ธุรกิจย่ำแย่ แต่นั่นคงไม่เท่ากับว่า เธอไปหลงรักผู้ชายที่เคยโดนพี่สาวสลัดรัก เธอรักเขาคือเรื่องจริง แต่เขาเพียงแค่อยากแก้แค้นเธอเพียงแค่นั้น ***** ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "พี่กรคะ ขอคุยด้วยหน่อยสิคะ" เสียงสั่นระริกเอ่ยขึ้นทางด้านหลัง กรการณ์รอเวลานี้มานานแล้ว จึงเอ่ยขอตัวจากแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดี "พี่กร มันหมายความว่ายังไงคะ" รุ้งรวิดาเอ่ยถามเสียงสั่น "ก็อย่างที่เห็น" "พี่รักเธอเหรอคะ" "มันสำคัญด้วยเหรอ" "สำคัญค่ะ เพราะระหว่างเรา ไม่สิต้องถามว่าเรื่องของเราพี่จริงจังแค่ไหน" "เราก็แค่ลองคบหากันไม่ใช่เหรอ ไปต่อไม่ได้ก็แค่ถอยห่างกันไป" "คนที่ไม่อยากไปต่อคือพี่กรฝ่ายเดียวหรือเปล่าคะ ไม่ใช่เรา" รุ้งรวิดาเอ่ยถามเสียงสั่น "แล้วแต่จะคิด" เขาตอบอย่างไม่แยแส ท่าทีรู้สึกสะใจของเขาทำให้เธอเพิ่งได้สติว่าที่แล้วๆ มา มันคือความรักจอมปลอม เต็มไปด้วยความหลอกลวงทั้งเพ "พี่มีเธออยู่แล้วเหรอคะ มีเธออยู่อีกคนทั้ง ๆ ที่เราคบกัน" "ไม่นะ เมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่พี่เพิ่งรู้ว่าเธอมีค่ามากที่สุด เลยอยากพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนเป็นคนรัก" "แล้วทำไมตอนนั้นพี่ไม่บอกกันตรง ๆ ล่ะคะ" เสียงของรุ้งรวิดาสั่นระริกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก "ตอนนั้นพี่ยังไม่ได้คิดกับนภาแบบนั้น แต่ตอนนี้พี่เริ่มคิด กับเธอพี่คิดว่าเราก็เป็นแบบนี้ไปตลอดได้นะ เราต่างมีความสุขกันทั้งคู่" "เป็นแบบนี้ต่อไป หมายความว่าจะให้รินเป็นคนในความลับต่อไปเหรอคะ" "ถ้าเธอไม่ขัดเราก็มีกันสามคนได้นะ" เขาพูดอย่างใจร้าย ทำเอารุ้งรวิดาอึ้งไป "ทำไมพี่ใจร้ายแบบนี้" เธอเอ่ยถามเขาทั้งน้ำตา พยายามไม่ให้น้ำตารินไหลให้อับอายและโดนดูถูก แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งทำให้น้ำตาไหลมากยิ่งขึ้น "..." เขานิ่งไม่ตอบอะไร แต่เธอเห็นแค่ความสะใจในแววตาของเขา "พี่ทำไปเพราะอยากแก้แค้นเหรอคะ" เพิ่งสำนึกได้ก็ตอนนี้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงเพียงนี้ "ไม่ใช่ พี่ก็แค่ทำเหมือนที่เธอทำ คบกับพี่ แต่เธอก็ยังคบกับคนอื่นได้ทีละหลายๆ คน ถึงพี่จะมีนภา พี่ก็มีเธอได้ เราอยู่กันแบบนี้ได้นะ ไม่เห็นแปลก เอาเป็นว่าเธอมีปัญหาเรื่องเงินเหมือนเมื่อก่อนก็ขอพี่ได้นะ แค่ว่าเมื่อก่อนไม่ได้นอนด้วยกัน แต่ตอนนี้อาจจะต้องนอนด้วยกันบ้างเพื่อแลกกับเงินที่เสียไป พี่ก็โอเคนะ เป็นการหาความสุขใส่ตัวในรูปแบบหนึ่ง" "พี่กรคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ" รุ้งรวิดาถึงกับน้ำตาซึม เธอตกใจ เสียใจ ผิดหวัง และรู้สึกเศร้าจนหัวใจเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด ที่ยังยืนอยู่เพราะไม่อยากล้มลงไปให้เขาเหยียบย่ำให้จมดินไปมากกว่านี้ "ใช่ ถ้าเธอไม่ติด พี่ก็ไม่ติด" เพียะ!!! เสียงฝ่ามือดังขึ้น ใบหน้าของกรการณ์หันไปตามแรงตบ "ตบนี้สำหรับที่พี่หลอกกัน รุ้งคงไม่ทำตัวแบบนั้นหรอกค่ะ รุ้งเป็นคนรักใครรักจริง ไม่มีทางใช้ผู้ชายร่วมกับใครแน่นอน" "ก็ดี คบทีละหลายๆ คน เลือกได้หรือยังล่ะว่าจะเอาคนไหน แต่อย่าให้มันรู้นะว่าเสียจิ้นให้พี่แล้ว แต่เอ๊ะ! น่าจะไม่ใช่ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ทันสมัย บางทีที่เห็นคับๆ แน่นๆ อาจจะไม่ใช่จิ้น แต่เป็นรีแพร์ยกกระชับช่วงล่างที่หลวมโพรกไปแล้ว" แม้จะสะดุดหูกับคำว่ารุ้ง แต่จำได้ ที่เธอบอกว่าเคยใช้ชื่อนี้และมาเปลี่ยนชื่อในภายหลัง เขาจึงปล่อยผ่านไม่คิดจะสนใจ ปากคอเราะรายของเขาทำให้รุ้งรวิดาหายใจแทบไม่ออก "ทำไมพี่เลวแบบนี้" เธอสะอื้นจนตัวโยน เขาไม่ปลอบโยน ไม่รู้สึกผิดสีหน้าแลดูสะใจ ยืนดูเงียบๆ อย่างพึงพอใจ จนเธอรู้สึกโหวงในอก นี่น่ะเหรอผู้ชายที่เธอรักหมดใจ "ลาก่อนนะคะ" เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอควรพอแค่นี้ จะอยู่ให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไปทำไมกัน เธอหมุนกายเดินจากมา น้ำตาร่วงพรูอีกรอบ แรกเริ่มเดิมทีเพื่อที่จะมาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ในตอนนี้เธอหมดหนทางแล้วนั่นเอง นอกจากเขายังจะไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังมีแต่จะสมน้ำหน้าให้อีก
เธอแอบรักคุณอาข้างบ้าน รอคอยเขามานานหลายปี เขาบอกว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน เธอเชื่อแบบนั้นสนิทใจ
เพราะเขาคิดว่าน้องสาวของเขาหนีตามน้องชายของเธอไป เขาจึงมาจับตัวเธอไปเพื่อกดดันให้น้องชายของเธอพาน้องสาวของกลับมา แถมยังบังคับให้เธอเลี้ยงหลานคนเดียวของเขาอีก แต่คนอย่างเธอหรือจะยอมให้ใครกดขี่ข่มเหงได้ง่าย ๆ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "นี่คุณปล่อยฉันนะ" "เธอว่าน้องสาวของฉันใจง่ายใช่ไหม" "ก็มันเรื่องจริง น้องคุณใจง่ายท้องกับใครก็ไม่รู้ มากล่าวหาน้องชายของฉัน" เธอโต้ตอบกับเขาปากคอสั่นระริก "เธอนี่มันปากดีไม่เลิก" "ฉันต้องพูด ไม่อย่างนั้นคุณก็จะเอาความผิดทั้งหมดมาโยนให้ฉันแบบนี้ น้องคุณไปนอนกับใครจนท้อง ก็ไม่รู้ แล้วคุณก็มาด่าฉัน โกรธฉัน เกลียดฉัน มันใช่เหรอ น้องคุณไปนอนกับใครฉันไม่ได้ตามไปดูใต้เตียงนะ คุณเองล่ะตามดูน้องคุณไหม ก็ไม่ได้ตาม ถ้าตามไปจริง ๆ ก็คงห้ามไม่ให้ไปเอากับใครจนท้อง" "นี่เธอ!" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ฉันพูดเรื่องจริง" "หุบปาก!" "ทำไมถึงทำเป็นรับไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงล้วน ๆ ฉันทำงานอยู่ดี ๆ ทำมาหากินสุจริต เลี้ยงน้องมาด้วยลำแข้ง ลำบากก็ไม่เคยบ่นเพราะพ่อแม่ตายหมด จู่ ๆ คุณก็สั่งคนไปจับตัวฉันมา จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง ถ้าเขาไปทำอะไรกันจนท้องจริง แล้วฉันจะทำอะไรได้ ฉันไม่ใช่เหาฉลามนะ จะได้ว่ายน้ำตามไปส่องดูเขาอยู่ตลอดเวลา" "อยากตายมากนักใช่ไหม" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ทำไม ฉันพูดเรื่องจริงทำเป็นรับไม่ได้" "เธออยากตายใช่ไหม มานี่เลย" เวคินโกรธจนตัวสั่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเคยด่าว่าเขาแบบนี้มาก่อน "นี่คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ" เธอกรีดร้องอย่างตกใจ!!!
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY