“มองอยู่ได้เดี๋ยวฉันก็คิดค่ามองซะเลยนี่” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอ่ยกับอลินชาทีเล่นทีจริง เวลานี้เขาอารมณ์ดีมาก ๆ เลยก็ว่าได้ที่จะได้กินเธอ พอคิดมาถึงตรงนี้ลูกชายเขาก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที “ซะ...
“มองอยู่ได้เดี๋ยวฉันก็คิดค่ามองซะเลยนี่” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอ่ยกับอลินชาทีเล่นทีจริง เวลานี้เขาอารมณ์ดีมาก ๆ เลยก็ว่าได้ที่จะได้กินเธอ พอคิดมาถึงตรงนี้ลูกชายเขาก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที “ซะ...
รุ่งอรุณเบิกฟ้าวันใหม่ที่สดใสวุ่นวายในตลาดเช้าของโคราช ตอนนี้ทุกคนพลุกพล่านขวักไขว่ไปมาจนทำให้เช้านี้ในตลาดดูวุ่นวายเป็นพิเศษ
“ผักจ้า ผักสด ๆ มาแล้วจ้า” เสียงแม่ค้าขายผักในตลาดร้องเรียกลูกค้าให้เข้าร้านของตัวเอง ด้วยความครึกครื้นเหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมา
“ป้าทิพย์จ๊ะ อลินอยากกินผักคะน้าน้ำมันหอยจังเลยค่ะ” อลินชา พาซื่อ สาวน้อยร่างบางอรชร เอวคอดน่าสัมผัสรวบรัดเข้ามากอด แผงขนตาที่งอนยาวช่างน่าอิจฉา คิ้วเรียวได้รูปยิ่งทำให้ใบหน้าสวยหวานเด่น จมูกเรียวเล็กเชิด เรียวปากอิ่มแดงระเรื่อเป็นมันวาวจนคนที่มองอยากจะเข้าไปจุมพิตจนผู้คนที่พบเห็นหลงใหลไปกับเสน่ห์เธอ
“คุณของป้าอยากกินเหรอจ๊ะ?”
“จ้าป้าทิพย์” เสียงหวานรีบขานรับทันที
“ป้าจัดให้เลยจ้ะ”
ระว่างที่สองสาวต่างวัยยืนเลือกผักอยู่นั้นก็มีอีกสายตาคมคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาทางพวกเธอตลอดเวลา ไม่ว่าจะอิริยาบถไหน เขาก็ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา ตั้งแต่ที่เห็นหญิงสาวเดินเข้ามาในตลาดแห่งนี้ไม่ว่าหญิงสาวจะทำอะไร หยิบจับอะไรก็ดูคล่องแคล่วไปหมด เธอช่างเหมาะกับการเป็นแม่บ้านแม่เรือนของเขายิ่งนัก
นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นภาพที่ประทับใจแบบนี้ ยิ่งเห็นหญิงสาวในตอนนี้ก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงมารดาผู้ลาลับไป ในตลาดแห่งนี้หญิงสาวที่เขากำลังจ้องมองอยู่นั้นดูโดดเด่นที่สุด ใบหน้าสวยหวานของเธอที่ลอยเด่นอยู่นั้นเวลาพูดคุยกับแม่ค้าและป้าที่มากับหญิงสาวนั้นดูแล้วเป็นธรรมชาติไม่มีพิษมีภัย ซ้ำยังทำให้ผู้ชายทุกคนในตลาดหัวใจพองโตด้วยรอยยิ้มหวาน ๆ ของเธอ รวมทั้งเขาด้วย ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังหลงใหลในความไร้เดียงสาของหญิงสาวอย่างจัง
“เธอเป็นใครกันนะสาวน้อย” ชายหนุ่มคมเข้มตาฉบับหนุ่มไทยแท้ รูปร่างสูงใหญ่ จมูกโด่งคมเข้ม ปากสวยเกินหญิงจนทำให้สาว ๆ ทุกคนที่อยู่ใกล้พากันกรี๊ดด้วยความหลงใหลในตัวเขา แต่หากสายตาของเขาในตอนนี้นั้นมีแค่ร่างบางอรชรที่อยู่ร้านขายผักคนเดียวที่เขากำลังให้ความสนใจเป็นพิเศษ
“พ่อเลี้ยงมองอะไรครับ?” เลขาฯ หนุ่มเอ่ยถามและปรายตามองไปทางที่เจ้านายของตัวเองมองด้วยความสงสัย พอมองไปกลับไม่พบอะไรเลยนอกจากผู้คนที่เดินพลุกพล่านไปมา
“ไม่มีอะไรไม้” ตอนนี้สาวน้อยได้เดินหายลับเข้าไปในกลุ่มคนที่พลุกพล่านแล้ว จึงทำให้เขาหันมาสนใจคนรอบข้าง
“ไม่มีอะไร ก็กลับกันเถอะครับ”
“อืม!"
ถึงเขาจะเดินออกมาจากตลาดแล้วแต่ใจเขาก็ยังคิดถึงใบหน้าหวาน ๆ ของสาวน้อยคนเมื่อกี้อยู่ จึงทำให้เขาอยากรู้ยิ่งนักว่าหญิงสาวเป็นลูกเต้าเหล่าใครถึงได้น่ารักแบบนี้ จนตอนนี้เขาได้นั่งรถออกมาห่างไกลจากตลาดแล้วเขาก็ยังคิดเรื่องเธอไม่หายเลย
สาวน้อย ไม่ว่าเธอจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ก็ตามฉันจะสืบจนรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใคร
พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูร เจ้าของบ้านไร่ใจอสูรที่มีชื่อเสียงที่สุดในโคราชเอ่ยหมายมาดในใจในขณะที่นั่งรถกลับไร่
“ไอ้พร้อม ไอ้ห่า มึงมันหยาบเกินคน มึงไม่เป็นลูกผู้ชาย” “ก่อนจะว่าแบบนั้น มึงดูเอ็นกูยัง มึงดูเอ็นกูแข็งร้อนขนาดนี้ มึงยังปากดีว่ากูไม่เป็นลูกผู้ชายอีกเหรอ”
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนสองคนไม่เคยเจอกัน ไม่เคยรู้จักกัน แต่ต้องมาแต่งงานกัน แน่นอนว่าการคลุมถุงชนครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะคนแก่ทั้งสองที่ให้คำมั่นสัญญากัน พวกเขาที่เป็นหลานจึงจำต้องแต่งงานกัน "น่านน้ำ" หนุ่มเจ้าของไร่กาแฟ กับสาวมั่น "พิมพ์มาดา" ที่ต้องมาเจอกัน ทั้งสองไม่ใช่คนที่จะเชื่อฟังใครง่ายๆ ต่างคนต่างดื้อ และการคลุมถุงชนครั้งนี้จะต้องไม่เกิดขึ้น แล้วเรื่องราววุ่นวายจึงเกิดขึ้น หนี....ใช่ต้องหนีเท่านั้น....แต่หนีไปไงมาไงมา "รัก" กันได้ไง ที่สำคัญหนีไปหนีมามาเจอพ่อคน "เซ็กส์จัด" ใช่ค่ะว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเซ็กส์จัดจนต้องยอมแพ้....และเธอก็ชอบความหื่น ห่าม ถ่อย ของคนที่ชังหน้าแบบไม่รู้ตัว......และน่านน้ำก็หลงเจ้าสาวจอมดื้อแบบไม่ตั้งใจรักเช่นกัน...... ------------ “นายทำบ้าอะไรของนาย” “ลงโทษเมีย” น้ำคำห้วนๆ ตอบกลับทันควัน พร้อมกับจ้องหน้าสวยที่ตอนนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจในตัวเขาอยู่ในที แล้วเรื่องอะไรเขาต้องสนใจสายตาเกลียดชังที่หล่อนส่งมาให้ด้วยเล่า ในเมื่อพิมพ์มาดาเป็นของเขาและต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นายน่าน” เธอสั่งเสียงแข็งไม่ยอมเช่นกัน พร้อมดิ้นหนีจากแรงกดของบุรุษที่คร่อมเหนือตัวเองอยู่ในตอนนี้ เขาบังคับให้เธอพิงไปกับพนักโซฟาและตัวเขาก็คร่อมกักร่างเธอไว้ โดยมีสองมือใหญ่กดหัวไหล่เธอให้อิงพิงไปกับพนักเก้าอี้ สองมือทุบตีไปกับหน้าอกแกร่งแต่เหมือนกับว่าทุบกำแพงหินผาเจ็บมือเสียแรงเปล่า “ทำไมฉันต้องปล่อยด้วย เธอคิดยังไงถึงไปคบกับไอ้ปลัดธนูนั่นทั้งๆ ที่มีฉันเป็นผัวทั้งคน หรือฉันคนเดียวไม่พอฮึดา” โน้มหน้าลงไปเอ่ยข้างหูเธอพร้อมกับกัดดึงหูเธอแรงๆ ด้วยความโมโห “โอ๊ย! ฉันเจ็บนะไอ้ซาดิสม์!” “ก็กัดให้เจ็บ ถ้าไม่เจ็บจะกัดทำไมวะ บอกฉันมาไปถึงไหนต่อไหนกับมันแล้ว” เงียบ! ปากช่างเจรจาของสาวจอมพยศเม้มแน่นไม่ปริปากตอบเมื่อเขาถาม และนั่นยิ่งกระตุ้นไฟโทสะในอกของน่านน้ำไปใหญ่ “ฉันถามเธออยู่ทำไมไม่ตอบ” เขากระชากเสียงถามเธอดังกว่าเดิม และครั้งนี้ก็บีบหัวไหล่ของเธอที่กดไปกับพนักโซฟาด้วย “เจ็บนะเว้ย! นายมันบ้าไปแล้วนายน่าน นายมันคนซาดิสม์ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันเจ็บ” ทุบตีแขนของเขาให้นำพามือที่บีบหัวไหล่ตัวเองออก ตอนนี้ดวงตาสวยสดใสได้อาบล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยมือจากหัวไหล่แต่เขากลับทำตรงกันข้ามคือบีบแรงกว่าเดิม “ฉันไม่ใจอ่อนกับน้ำตาของผู้หญิงอย่างเธอหรอกนะดา อย่ามาบีบน้ำตาปัญญาอ่อนต่อหน้าฉัน” น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้นพร้อมกับผละมือข้างขวามาบีบคางเล็กของเธอให้แหงนเงยเชิดหน้าขึ้นสบตาตนเอง แล้วเขาก็โน้มลงไปบดขยี้ปากอวบอิ่มสีระเรื่อที่เม้มแน่นของหล่อนจริงๆ ในเมื่อไม่ยอมพูดไม่ยอมตอบเขาก็ไม่คิดจะสนใจแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือการทำให้พิมพ์มาดาจำ จำว่าร่างกายของหล่อนคือของเขา นายน่านน้ำไม่ใช่ของใครอื่นที่ไหน ผู้ชายหน้าไหนก็ห้ามแตะ เพราะเนี่ยคือสมบัติของเขา ถ้าเขาไม่ยกให้ใครหน้าไหนก็ห้ามพาหล่อนหนี “อ่ะ อื้อ.....
เขาเป็นหมอที่มีรักเดียวมาตลอดหลายสิบปี แอบเฝ้ามองน้องน้อยตั้งแต่แรกเกิด ส่วนน้องน้อยก็หาได้รักเขาแบบชู้สาวไม่ สำหรับจงกลนีแล้วเขาคืออาจารย์หมอหน้านิ่งหน้าเดียว ไร้อารมณ์ทางสีหน้า แม้แต่ยิ้มเขาก็ยิ้มไม่เป็น แต่ก็ตกใจเมื่อเขายิ้มให้ตัวเองคนเดียว จะบ้าเหรอเขาเป็นอาจารย์ของเธอ และเธอกก็เคารพเขามาตลอด จะให้รักได้ยังไงกัน ++++++ “เอ้า...ปากกา เซ็นเอกสารแล้วค่อยนอนต่อก็ได้” “ค่ะ” เธอรับปากกาที่เขายื่นให้พร้อมกับเซ็นชื่อตรงที่เขาชี้มือ “เรียบร้อย ตอนนี้เธอเป็นเมียฉันแล้วนะ” “ยังไงคะ?” ถามทั้งๆ ที่นั่งหลับ “ก็เราจดทะเบียนสมรส..
หอบผ้าหอบผ่อนข้ามน้ำทะเลเพื่อมาบอกเขาว่า "ท้อง" กับเขา นึกว่าเขาจะดีใจเธอคิดผิด เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมาหลังจากนั่นคือความใจร้ายของเขา ทำไมกัน ทำไมเขาถึงจงเกลียดจงชังเธอนัก --------------- “พี่จะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอท้อง” “พี่มาร์คก็พาไวน์ไปตรวจสิคะ และก็พาฝากท้องด้วย ที่ไวน์มาที่นี่เพราะไวน์มาหาพ่อให้ลูก ไวน์ยังไม่ได้บอกทุกคนหรอกค่ะว่าไวน์ท้อง” “ยังไงพี่ก็รับผิดชอบเธอไม่ได้ พี่ไม่ได้รักเธอไวน์ ได้ยินไหม พี่ไม่ได้รักเธอ พี่มีแฟนแล้วและพี่ก็รักเธอมาก ถึงไวน์จะท้อง พี่ก็จะรับแค่ลูก แต่ตัวไวน์ พี่ไม่ต้องการ เรื่องลูกถ้าท้องจริงพี่ยินดีรับแน่นอน” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พูดตามที่สมองประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่อาจยอมรับวรนิษฐ์ได้ เขาไม่ได้รักเธอและไม่เคยคิดจะรักด้วย “หมายความว่ายังไงคะ พี่มาร์คจะไม่รับผิดชอบไวน์เหรอคะ พี่มาร์คได้ไวน์แล้วและพรากพรหมจรรย์ไวน์ไปด้วย” “ผู้ชายสมัยนี้เขาไม่แคร์พรหมจรรย์กันแล้วไวน์ ไวน์เองก็น่าจะรู้ดีว่ายุคนี้มันยุคไหนแล้ว ไวน์ก็โตที่เมืองนอก ไวน์น่าจะรู้ดี” “สำหรับคนอื่นไวน์ไม่รู้ แต่สำหรับไวน์มันสำคัญมาก ยังไงพี่มาร์คก็ต้องรับผิดชอบไวน์ แต่งงานกับไวน์ ถ้าพี่มาร์ครับผิดชอบ ไวน์จะบอกคุณย่ากับคุณพ่อว่าไวน์ท้อง” “อย่ามาขู่พี่” “ไม่ได้ขู่ ไวน์พูดจริงทำจริง” “คิดว่าพ่อกับคุณย่าจะบังคับพี่ได้งั้นเหรอ จำไว้ว่าพี่ไม่มีวันรักเธอ เรื่องลูกพี่จะรอเขาคลอดแล้วเอามาเลี้ยงเอง ผู้หญิงคนเดียวที่พี่รักคือแพร” พูดจบแล้วเขาก็ลุกเดินออกจากห้องของเธอไปด้วยความเดือดดาล กล้านัก กล้าขู่เขาว่าจะบอกพ่อกับคุณย่า คิดว่าเขาแคร์เขาสนใจรึไง เชิญเลย แต่ถ้าจะให้รับผิดชอบไม่มีทาง เขาไม่ได้รักวรนิษฐ์ --------- “นี่มันอะไรกันไวน์” เมื่อปลายสายกดรับสาย เขาก็กระชากเสียงถามไปในสายทันที “อะไรคะ?” เธอถามเขาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจในความหมายของเขา “ก็หมายศาลไง ฟ้องหย่าเหรอ” “อ้อ...ค่ะ ก็พี่บอกไม่ยอมหย่าเอง ไวน์เลยต้องพึ่งศาล” “นี่เอาจริงเหรอ?” “แล้วไวน์บอกเหรอคะว่าพูดเล่น ถ้าไม่อยากให้ถึงศาลก็ยอมเซ็นใบหย่าให้ไวน์สิคะ เรื่องจะได้จบๆ” “ไม่มีทาง! ยังไงพี่ก็ไม่หย่าหรอก ไม่รักพี่แล้วเหรอ?” เขาถามเธอในท้ายประโยคและหวังว่าเธอจะตอบกลับมาว่า ‘รัก’ แต่กลับตรงกันข้าม
เขาเกลียดเธอ แต่สุดท้าย "พรรธน์ยศ" ก็กลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับ "จอมใจ" ที่อยู่เฉยๆ ก็ได้เป็นเจ้าสาวของคนปากร้ายอย่างเขา..... ................................ “หึ! ยัยโง่! ดึกป่านนี้ใครเขาหิวข้าวกันล่ะ” พรรธน์ยศรู้สึกตลกกับความไร้เดียงสาของภรรยาตัวเล็กของตนเอง “แล้วพี่แทคหิวอะไรคะ จะกินอะไร จอมจะได้หาให้ค่ะ” “ถ้าฉันบอกว่าหิวเธอล่ะตอนนี้” “ฮะ! เมื่อวานพี่แทคก็ได้ไปแล้วนี่คะ ยังจะเอาอะไรจากจอมอีก” หล่อนเบิกตาโตตกใจในความมืด เมื่อรู้ความหมายของคำพูดของพรรธน์ยศพร้อมขยับตัวถอยห่างจากเขาไปนอนติดอีกฝั่งของเตียง “แล้วจะพูดทำไมว่าหิวอะไรจะหาให้” เขาถามกลับเสียงแข็ง “กะ...ก็จอมคิดว่าพี่แทคจะหิวข้าว” “แล้วยังไง แค่เปลี่ยนจากข้าวมาเป็นเธอเท่านั้นเอง ถ้าให้ไม่ได้ก็บอก ฉันจะได้ไปหาเด็กๆ ข้างนอก” พูดจบเขาก็ดีดตัวลุกขึ้นทันที “มะ...ไม่ได้นะ พี่แทคเป็นสามีจอม” จอมใจลุกขึ้นสวมกอดคนตัวโตจากด้านหลังรั้งไว้ทันทีเมื่อเขาจะออกไปข้างนอกหาผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ตน “ถ้ารู้ว่าฉันเป็นผัวและรู้ตัวว่าเป็นเมียก็สนองความต้องการฉันด้วย ก็บอกแล้วไงว่าฉันกินดุ เซ็กซ์จัด” เขาแกะมือเล็กที่ประสานอยู่หน้าท้องตัวเองออกแล้วหันหน้ากลับมาหาเธอในความมืดพร้อมผลักจอมใจให้ล้มลงไปกับเตียงตามด้วยเขาเคลื่อนตัวไปคร่อมทับเธออย่างรวดเร็ว
"อธิน" หรือที่ทุกคนเรียกว่า "มหาอธิน" อย่างเขาต้องมาเจอกับ "พเยีย" หรือ "น้องจุ๊บ" แน่นอนว่าอธินไม่ชอบน้องน้อย เขาคนที่บวชเรียนตั้งแต่ 7 ขวบ จนตอนนี้อายุ 38 ปี ตลอดระยะเวลาในวัยเด็กและวัยหนุ่มอยู่ในผ้าเหลืองตลอด 20 กว่าปี แต่วันนี้ต้องสลัดผ้าเหลืองทิ้งออกมาอยู่นอกวัดด้วยความจำเป็น...มหาอธินยึดมั่นในคำสอนของพระคุณเจ้าเสมอ เขาเป็นถึงพระมหา เป็นถึงพระนักเทสน์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงของพระสงฆ์ แต่ในวันนี้แม่ของเขาก็พูดถึงเรื่องครอบครัวเรื่องแต่งงาน เขารีบปฏิเสธบอกท่านทันทีว่าตัวเขานั้นจะ "ถือพรหมจรรย์" ไปจนแก่เฒ่า.....และความเป็นชายพรหมจรรย์ของเขาก็ยั่วยวนพเยียเหลือเกิน เธอเป็นสาวพรหมจรรย์ที่ทำตัวรื่นเริงไปกับผู้ชายที่หล่อถูกตา และแน่นอนว่าพรหมจรรย์ของเธอคือของเขาตั้งแต่แรกที่เจอกัน เธอคิดบาปตั้งแต่เห็นเขาในผ้าเหลือง และในวันนี้สวรรค์ก็เข้าข้างเธฮเมื่อเขาลาสิขา เขาต้องเป็นของเธอ..... --------- “ทำไมวันนี้พี่ต้อมมาแปลก เมารึเปล่าคะ ตอนอยู่ในบาร์แอบดื่มรึเปล่าคะ” เธอยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่านี่คือพี่มหาผู้เคร่งในศีลในธรรมที่รู้จัก “ไม่ได้ดื่ม” “เมากลิ่นบุหรี่รึเปล่าคะ” “ไม่ได้เมา” “แล้วทำไมวันนี้มาแปลกจังคะ” “ก็พี่อยากได้อีก” เขาบอกตรงๆ “ติดใจเหรอคะ” “อือ...ก็จุ๊บล่อลวงจนพี่ชอบไปแล้ว ตอนนี้พี่ก็อยากได้อีก และอยากได้กับจุ๊บทุกวัน ให้ได้ไหมคืนนี้” “แต่พี่ต้อมใหญ่” “ครั้งก่อนเราก็เข้ากันได้ ที่พี่เรียนรู้มาร่างกายชายหญิงเรามันยืดหยุ่นตอบสนองกันและผู้หญิงขยายตัวได้ ไม่งั้นคลอดลูกไม่ได้หรอกว่าไหม นะ...ให้พี่นอนด้วยนะคืนนี้” เขาอ้อนเธอพร้อมถูไถปลายจมูกโด่งไปมากับพวงแก้มนวลเนียนอย่างออดอ้อน “แล้วไม่ถือพรหมจรรย์แล้วเหรอคะ” “จุ๊บยังคิดว่าพี่ยังเหลือพรหมจรรย์ให้เก็บรักษาอีกเหรอ ไปเถอะ ไปนอนด้วยกันนะ” “แต่จุ๊บเหนียวตัวอยากอาบน้ำก่อน” เธอตอบเขินๆ ก็นะ พอถูกเขารุกและอ้อนแบบนี้มันก็ทำให้เขินและใจสั่นไม่หยุด ก็คนมันรักมาตลอด พอเจอแบบนี้ใครจะปฏิเสธได้ และความรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจก่อนหน้านี้ก็ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวาม เมื่อเขากัดงับปลายจมูกของเธอ “อือ” “มันเขี้ยวน่ะ อาบน้ำก็ดีนะ พี่เห็นเขาทำในอ่างอาบน้ำได้ด้วย งั้นเราลองกันไหม พี่ก็เหนียวตัวเหมือนกัน” ว้าย! ยังไม่ทันได้ตอบ สิ้นเสียงทุ้มแหบพร่าเธอก็ถูกยกอุ้มเดินเร็วๆ ไปยังห้องน้ำทันที “พี่ต้อม” “ครับ” “เก็บกดเหรอคะ ถึงได้หื่นชัดเจนแบบนี้” “จะว่าแบบนั้นก็ได้ ก็คนมันไม่เคย พอได้ใช้งานแล้วมันก็ต้องการไม่หยุดเหมือนมันไม่อิ่มน่ะ มันหิวตลอดยิ่งเห็นจุ๊บยิ่งอยากได้ และตอนนี้อยากได้มากด้วยแหละ” “โอ๊ย...นี่จุ๊บว่าจุ๊บหื่นแล้วนะคะ แต่มาเจอพี่ต้อมที่กำลังถูกตัณหาครอบงำคนนี้ จุ๊บขอยอมแพ้ค่ะ และก็ปล่อยจุ๊บได้แล้วค่ะ จุ๊บจะได้ผสมน้ำในอ่างอาบน้ำ” เธอบอกสั่งเขาเมื่อเขาพาเดินมาหยุดที่ข้างอ่างอาบน้ำ “จุ๊บครอบงำต่างหากไม่ใช่ตัณหา” “ก็อันเดียวกันนั่นแหละค่ะ ทำไมมาตบะแตกเอาตอนนี้ได้นะ” “ก็จุ๊บยั่ว” “ก็แค่ลองเล่นเฉยๆ ถ้าได้ก็คือกำไรค่ะ” “แล้วต่อไปนี้จะรับผิดชอบพี่ไหม” “จุ๊บควรเป็นคนถามมากกว่านะคะ” “ก็รับผิดชอบสิ” “แน่ใจเหรอคะว่าจะรับผิดชอบจุ๊บ” “แน่ใจสิ ว่าแต่จุ๊บเถอะ อยากให้พี่รับผิดชอบไหม และสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ไปที่อโคจรแบบนั้นอีก และห้ามแต่งตัวแบบนี้อีก แต่งแบบที่ไปทำงานกับพี่ทุกวันได้ไหม” “ลุคครูระเบียบนั่นเหรอคะ ไม่ไหวค่ะ งานกับชีวิตปกติของจุ๊บมันต่างกันค่ะ จุ๊บไม่สัญญาค่ะ” เธอรีบบอกจุดยืนของตัวเอง เธอจะไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อเขาเด็ดขาด แค่ยกหัวใจและร่างกายให้นี่ก็ที่สุดแล้วนะ “แต่พี่ไม่ชอบให้คนอื่นมองของของพี่” “เดี๋ยวนะ? จุ๊บยังไม่ใช่สิทธิ์ขาดของพี่ต้อมเลยนะคะ แล้วพูดมาได้ยังไงว่าจุ๊บเป็นของของพี่” “งั้นพรุ่งนี้ไปจดทะเบียนสมรสกัน จุ๊บจะได้เป็นของพี่”...... -------- ปล.ฝากพี่มหาต้อมกับน้องจุ๊บด้วยนะคะ มาลุ้นไปกับความน่ารักของคู่นี้กันนะคะ *****นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้นนะคะ ไม่ได้ลบหลู่ศาสนาแต่อย่างไร เป็นเพียงแค่เรื่องราวที่แต่งขึ้น เพราะในเรื่องพระเอกก็ลาสิขาออกมาแล้วค่ะ เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นค่ะ
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY