เธอจึงเงยหน้าขึ้นและเห็นว่า โต๊ะอาหารที่ปกติจะเงียบสงบนั้น กลับมีคนเพิ่มมาสองคน
ซูหยางหยุดชะงัก
สองปีมานี้ ข้างกายฉินเซินมักมีผู้หญิงล้อมรอบอยู่ไม่ขาด เขาชอบโอบกอดสาวสวยหลากหลายประเภทต่อหน้าซูหยางโดยไม่แยแสสนใจ ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ชื่นชมสายตาที่เธอลำบากใจและพยายามจะหลบหลีก
จากนั้นในห้องถัดไปที่มีเพียงกำแพงกั้น เขาก็ใช้เวลาเสพสุขทั้งคืนกับคนอื่น
เสียงหายใจแรงและเสียงครวญครางในค่ำคืนอันเงียบสงบ ราวกับเสียงกรีดร้องจากนรกที่ทำลายแก้วหูของซูหยาง
แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาพาผู้หญิงกลับบ้านและทานอาหารกับผู้หลักผู้ใหญ่
เธอนึกว่าตัวเองชินแล้วเสียอีก แต่ลึกๆ แล้วก็ยังรู้สึกปวดใจอยู่
ขณะกำลังลังเลว่าจะไม่ทานอาหารมื้อนั้นแล้วขึ้นไปข้างบนเลยดีไหม ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับสังเกตเห็นซูหยางที่ยืนอยู่ตรงประตู
“ทำไมพี่เพิ่งกลับมาล่ะคะ? เรารอพี่ตั้งนานแล้ว!”
ซูหยางเงยหน้าขึ้นทันใด และเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นคือซูเนี่ยน น้องสาวต่างมารดาของเธอ!
ฉินเซินทำไมถึงอยู่กับเธอได้นะ……
แม่ฉินมองเธอด้วยความรำคาญอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ยังจะให้แขกรออีกเหรอ?”
ซูหยางค่อยๆ หดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ “พอดีว่าผลตรวจสุขภาพออกมาช้าน่ะค่ะ”
ฉินเซินนั่งตรงข้ามซูหยาง เธอก้มหน้าตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอกัน ดูเหมือนเธอจะผอมลงเป็นกอง ใบหน้าดูเล็กจนเกือบจะจมลงในชามอยู่แล้ว
“ทำไมจู่ๆ พี่สะใภ้ถึงไปตรวจสุขภาพล่ะ?”
ซูหยางหยุดเคี้ยว
ซูเนี่ยนเหลือบมองฉินเซินอย่างเรียบเฉย แล้วถามพร้อมรอยยิ้ม “ผลตรวจเป็นยังไงบ้าง ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม?!”
“ทุกอย่างปกติดี”
แม่ฉินส่งเสียงหึพลางพูดว่า “คนเลวมักจะอายุยืน เธอจะเป็นอะไรได้ยังไง? ดวงแข็งซะขนาดนี้ มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่ทำให้คนอื่นตาย!”
มือที่จับตะเกียบของซูหยางสั่นเทา เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา
สองปีก่อนเธอแต่งงานกับพี่ชายของฉินเซินเพื่อแก้เคล็ด แต่คิดไม่ถึงว่าคืนแรกหลังแต่งงาน ฉินเจินก็เสียชีวิต
ตั้งแต่นั้นมาซูหยางก็กลายเป็นคนที่ถูกตระกูลฉินดูถูกและด่าทอ สองปีที่ผ่านมาคำดูถูกและถ้อยคำที่เสียดสีเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
แต่ชัดเจนว่า เธอต่างหากที่เป็นเหยื่อที่แท้จริง!
ตอนนั้นเธอกับฉินเซินเป็นคู่รักในมหาวิทยาลัย ทั้งคู่รักกันมากจนถึงขั้นวางแผนที่จะแต่งงาน
แต่ใครจะคิดว่าการวางแผนแต่งงานนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่โชคร้ายของเธอ
ฉินเจินมักจะไม่ลงรอยกับน้องชาย ทุกอย่างที่ฉินเซินชอบ เขาต่างแย่งไปหมด
แม้กระทั่งคู่หมั้น
แม่ฉินชื่นรักลูกชายคนโตมาก แค่ฉินเจินพูดว่าเขาก็ชอบซูหยาง เธอก็บังคับให้ซูหยางแต่งงานกับฉินเจิน
ซูหยางต้องไม่ยอมอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นบริษัทของพ่อเธอประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ต้องการเงินจำนวนมากมาเยียวยา เมื่อเห็นว่าการคุกเข่าอ้อนวอนซูหยางนั้นไม่ได้ผล ก็เลยขู่เธอว่า ถ้าเธอไม่ตกลงก็จะยุติการรักษาแม่ของซูหยางลง!
ในปีที่รักกันมากที่สุด ซูหยางขอเลิกกับฉินเซิน
ผู้ชายที่ดูสูงส่งเกินเอื้อมคนนั้น ในคืนวันที่ฝนตกเขาได้คุกเข่าขอร้องตรงหน้าเธอไม่ให้เธอเลิกกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กอดขาเธอ ถามว่าเขาทำผิดอะไร เขาจะได้ปรับปรุงตัว!
ฝนตกหนักไม่หยุดเป็นเวลาสามวันสามคืน ฉินเซินก็คุกเข่าอยู่ข้างล่างเป็นเวลาสามวันสามคืนเช่นกัน จนเป็นไข้สูงและหมดสติไป ซูเนี่ยนที่กลับจากโรงเรียนต้องพาเขาไปโรงพยาบาล
แม้แต่ตอนที่ไม่รู้สึกตัว ฉินเซินยังคงเรียกชื่อเธอ ถึงขนาดพยาบาลก็ยังทนดูไม่ได้จึงโทรหาซูหยางให้มาเยี่ยมเขาสักครั้ง
แต่ซูหยางตอบไปแค่ว่า “ถ้าเขาจะตาย ก็สมควรแล้ว”
ตั้งแต่นั้น คนรักก็กลายเป็นศัตรู ฉินเซินเกลียดเธอเข้าไส้
ยังไม่ทันจะหลุดจากความทรงจำ จู่ๆ ก็มีตะเกียบคู่หนึ่งคีบปูใส่ถ้วยของซูหยาง
ซูเนี่ยนพูดพร้อมรอยยิ้ม “ปูนี่ฉันทำเอง พี่ลองชิมดูสิ!”
ซูหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ล่ะ ฉันแพ้ปู……”
“กินคำหนึ่งจะเป็นอะไรไป?”
ฉินเซินพูดขัดจังหวะในทันที “มันจะตายเหรอ?”
เขามองซูหยางด้วยสายตาเย็นชาและเสียดสี
ซูหยางรู้สึกเจ็บแปลบในใจ
ช่วงที่อยู่ในมหาวิทยาลัย มีครั้งหนึ่งเธอกินปูโดยไม่ตั้งใจ กลางคืนแพ้อย่างรุนแรง ทำให้เป็นไข้สูง ฉินเซินต้องแบกเธอเดินเท้าเปล่าไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ความทรงจำมักทำให้คนอ่อนแอในทันที
ซูหยางไม่พูดอะไรอีก เธอคีบปูขึ้นมาแล้วกัดไปคำหนึ่ง
แม่ฉินที่อยู่ข้างๆ ก็หัวเราะแล้วพูดว่า “จริงสิ อย่าให้เนี่ยนเนี่ย นพักที่โรงแรมเลย บ้านเราก็มีตั้งหลายห้อง อีกอย่าง พวกเธอก็จะแต่งงานกันแล้ว จะเกรงใจไปทำไม!”
ฉินเซินเงยหน้ามองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่รู้ตัว
ซูหยางก้มหน้ากินปูอย่างตั้งใจ เหมือนไม่ได้ยินอะไร
จู่ๆ เขาก็รู้สึกปวดใจ จึงจับมือซูเนี่ยนแล้วพูด “พรุ่งนี้พ่อแม่ของเนี่ยนเนี่ยนก็จะมาเที่ยวที่นี่พอดี เราคุยเรื่องวันแต่งงานกันเถอะครับ รีบกำหนดให้สักที!”
ซูเนี่ยนหน้าแดงด้วยความเขินอาย เธอตีฉินเซินเบาๆ “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกฉันก่อนคะ?”
อาการคลื่นไส้รุนแรงขึ้น ซูหยางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และผลักถ้วยออกไป
“ฉันอิ่มแล้ว!”
แม่ฉินยังไม่ทันมีน้ำโห เธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ และน้ำก็ไหลออกมาพร้อมกับเลือดจากปากเธอ
ใช้เวลาสักพักกว่าเธอจะหายวิงเวียน ซูหยางพยายามลุกขึ้นล้างอ่างและล้างคราบเลือดบนใบหน้า
เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นใบหน้าของฉินเซินในกระจก
“คุณกำลังทำอะไร?”