“เจียงหลี ได้ข่าวว่าเซี่ยฉือกลับมาแล้วนะ เธอรู้หรือยัง?”
ภายใน VIP ที่มีบรรยากาศครึกครื้น หญิงสาวที่นั่งข้างเจียงหลีเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
คืนนี้เป็นงานเลี้ยงรุ่นสมัยมหาวิทยาลัย บรรยากาศนับว่าคึกคักพอสมควร แต่พอชื่อของเซี่ยฉือถูกพูดขึ้นมา ทุกคนต่างพากันเงียบเสียงลง เพื่อรอดูเรื่องตลกของเจียงหลี
โต๊ะกลมตัวใหญ่ถูกรายล้อมไปด้วยผู้คน แต่ร่างของเจียงหลีกลับดูโดดเด่นเป็นที่สุด ใบหน้าสวยหวานราวกับสลักจากหยกขาวเนื้อดี เปล่งประกายความนวลเนียนละมุนตาไปทัวทุกตารางนิ้ว
แววตาคู่สวยของเจียงหลีราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ เธอหยิบแก้วน้ำตรงหน้าขึ้นมาจิบเล็กน้อย “ฉันไม่รู้”
คนอื่นพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “คิดถึงตอนนั้นที่พวกเธอสองคนรักกันปานจะกลืนกิน พวกเราต่างก็คิดว่าพวกเธอจะครองรักกันตลอดไปซะอีก ใครจะไปคิดล่ะว่าจู่ ๆ เธอจะไปแต่งงานกับคนอื่น ตอนนี้เซี่ยฉือกลายเป็นประธานใหญ่ของสตาร์ไลท์มีเดียไปแล้ว เธอคงไม่ได้กำลังเสียใจหรอกนะ!”
เพื่อนสาวร่วมชั้นคนเดิมเอ่ยเย้า “ได้ข่าวว่าสามีเธอก็พอมีเงินอยู่บ้างนี่นา แต่คงสู้เซี่ยฉือไม่ได้หรอก รักใหม่จะไปสู้รักเก่าที่ตราตรึงได้ยังไง จริงไหมล่ะ?”
ทุกคนต่างพากันเอามือกุมปากขำออกมา
วันนี้เจียงหลีดื่มเหล้าไปเล็กน้อย จึงรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย พอได้ยินเสียงคนพวกนี้ก็ยิ่งรู้สึกรำคาญ เธอจึงคว้ากระเป๋าลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “พวกเธอสนุกกันต่อเถอะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวกลับก่อนนะ”
“จะรีบไปไหนล่ะ สามีเธอตามกลับบ้านแล้วเหรอ?”
เสียงหยอกล้อของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายสองคนที่เดินพ้นประตูห้องเข้ามาพอดี
เมื่อเจียงหลีเงยหน้าขึ้นก็มองเห็นคนที่เดินตามหลังมา ซึ่งก็คือเซี่ยฉือนั่นเอง
สามปีผ่านไป เขาอยู่ในชุดสูทสีดำเข้ารูป ดูมีมาดและสุขุมเยือกเย็นกว่าเดิม สายตาคู่คมจ้องมองมาที่เธอโดยตรง
คนที่เพิ่งพูดเมื่อครู่คือโจวหมิง เพื่อนสนิทร่วมหอพักของเขา
ทันทีที่เซี่ยฉือปรากฏตัว ดวงตาของสาว ๆ ในห้องก็เป็นประกายขึ้นมาทันใด หน้าตาของเขาจัดว่าหล่อเหลาไม่เบา สมัยเรียนก็เป็นถึงระดับเดือนมหาวิทยาลัย
โจวหมิงมองเจียงหลีด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนจะยิ้มเยาะ “เจียงหลี ให้สามีเธอมาสนุกด้วยกันที่นี่ไหมล่ะ?”
“เขายุ่งน่ะ ฉันเองก็ควรกลับแล้ว” เจียงหลีทำเมินเฉยต่อสายตาของเซี่ยฉือ เธอพยักหน้าให้โจวหมิงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินออกไป
หลังจากที่เธอจากไป โจวหมิงก็หันไปพูดกับเซี่ยฉือ “เห็นไหมล่ะ ตอนนี้เธอไม่กล้าสู้หน้านายด้วยซ้ำ เมื่อก่อนเพราะเห็นแก่เงินถึงได้ทิ้งนายไป ผู้หญิงแบบนี้ไม่คู่ควรจะมาอยู่ที่นี่หรอก”
เซี่ยฉือไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ ต่อคำพูดนั้น เขาเพียงแค่หันหลังเดินตามไปในทิศทางที่เจียงหลีเพิ่งจากไป
โจวหมิงทำหน้าไม่เข้าใจ พลางตะโกนไล่หลัง “นายจะไปไหนน่ะ!”
เจียงหลีออกจากลิฟต์แล้วเดินตรงไปยังประตูทางออก
“เจียงหลี!” เซี่ยฉือพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าต้นแขนของเธอไว้แล้วเค้นถาม “เจอหน้าผมแล้วรีบหนีไปแบบนี้เลยเหรอ หรือว่าในใจคุณรู้สึกผิดต่อผม?”
เจียงหลีเซเล็กน้อยจนเกือบจะเสียหลักล้มลง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “ปล่อย”
นอกจากเซี่ยฉือจะไม่ปล่อยแล้ว เขายังรั้งเธอให้เข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม และใช้ความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงมองเธอจากมุมที่สูงกว่า “ตอนนั้นคุณทิ้งผมไปแต่งงานกับเขา แต่เขากลับไม่ยอมแม้แต่จะซื้อเครื่องประดับดี ๆ ให้คุณใส่ นี่น่ะเหรอคือสิ่งที่เลือกในวันนั้น?”
“เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ” เจียงหลีไม่พอใจที่ถูกแตะเนื้อต้องตัว เธอพยายามสะบัดมือเขาออกอย่างแรง
คนทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่ที่หน้าประตู
ในตอนนั้นเอง รถลัมโบร์กินีสีดำคันหนึ่งก็ค่อย ๆ เคลื่อนมาจอดที่หน้าประตู
เจียงหลีมองเห็นเลขทะเบียนรถที่คุ้นตา แววตาคู่สวยพลันสั่นไหวเล็กน้อย
เซี่ยฉือสังเกตเห็นท่าทางของเธอ จึงหันไปมองผู้มาใหม่ แววตาของเขาฉายหม่นลงโดยไม่รู้ตัว
เมื่อประตูรถเปิดออก ร่างสูงสง่าก็ปรากฏสู่สายตา บรรยากาศรอบตัวราวกับจะลดอุณหภูมิลงไปหลายองศาตามการมาถึงของเขา
เจียงหลีอาศัยจังหวะนั้นสะบัดมือหลุดจากเซี่ยฉือ แล้วรีบวิ่งไปหาเขา “คุณบอกว่าจะกลับมะรืนนี้ไม่ใช่เหรอคะ?”
ฉืออวี้เดินเข้ามาโอบเอวเธอไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังจะดังขึ้น “งานเสร็จก่อนกำหนด ผมเลยรีบกลับมา”
สายตาของเซี่ยฉือจับจ้องไปยังท่าทางสนิทสนมของคนทั้งคู่ แววตาพลันดำถมึงลงทันที
ฉืออวี้มองพินิจเซี่ยฉือด้วยสายตาเย็นชา แต่กลับเอ่ยถามเจียงหลีว่า “นี่เพื่อนร่วมชั้นของคุณเหรอ?”
ดวงตาของเจียงหลีฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตอบเงียบ ๆ เขารู้อยู่แล้วว่าเธอมีความสัมพันธ์อย่างไรกับเซี่ยฉือ บรรยากาศจึงเริ่มกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที
ฉืออวี้พยักหน้าเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังอีกฝ่าย “สวัสดีครับ ผมเป็นสามีของเจียงหลี”