เมื่อได้รับมอบหมายจากท่านประธาน ให้ฝึกงานบอสใหม่ และเฝ้ายามเขาไม่ให้ริ้นไต่ไรตอม แต่ยังไง๊ ยังไง เธอดันไปงาบเขาซะเอง แง๊! บอสคะ เรื่องระหว่างเรามันจะต้องเป็นความลับนะคะ
เมื่อได้รับมอบหมายจากท่านประธาน ให้ฝึกงานบอสใหม่ และเฝ้ายามเขาไม่ให้ริ้นไต่ไรตอม แต่ยังไง๊ ยังไง เธอดันไปงาบเขาซะเอง แง๊! บอสคะ เรื่องระหว่างเรามันจะต้องเป็นความลับนะคะ
“ก็อยากจะเมาให้ลืมเธอ ลืมความรักที่แสนห่วยยยยย ความรักเหมือนควายยยย ทำไมฉันถึงโง่เป็นควายยย”
เสียงร้องเพลงที่ไม่ตรงกับเนื้อ แถมยังลากยาวกว่าทำนอง บอกได้ว่าคนร้องนั้น กำลังสติไม่อยู่กับตัวมากขนาดไหน แต่เจ้าหล่อนก็ยังไม่ปล่อยไมโครโฟน ยังคงพร่ำร้องเพลงต่อไป ไม่สนว่าเพื่อนรักสองคนตอนนี้ กำลังเอามืออุดหู และต่างมองหน้ากัน ขยิบตาให้กัน เหมือนเป็นสัญญาณว่า ใครก็ได้ ช่วยห้ามเธอที!
อย่ามาห้ามอะไรเธอตอนนี้
ไม่! เธอไม่ฟังอะไรใครทั้งนั้น เพราะเธอจะร้องเพลง ร้อง ร้องและร้อง ร้องให้มันระบาย
เธอถูกคนรักบอกเลิก!
ไอ้ห่านั่นหนีเธอไป มันบอกว่ามันจะแต่งงาน
ฮือ! ไม่ใช่เธอหรือยังไงกันที่จะต้องแต่งงานกับมัน
โอ๊ย! ช้ำใจ
แล้วแถมด้วยการแท็คภาพงานแต่งมาให้ดูยิ่งตอกย้ำความช้ำไปอีก
อื้อหือ...
จะมีอะไรเจ็บไปกว่านี้อีกไหมนะ ประกาศโต้งๆ ออกสื่อขนาดนี้ ปู้ยี้ปู้ยำหัวใจกันได้ขนาดนี้
อยากจะร้อง แต่ก็ร้องไปหมดแล้วเมื่อสองวันก่อน ร้องจนต้องลางานเพราะไปทำงานสภาพนั้นไม่ไหว เป็นการลางานครั้งแรกในรอบหลายปีของเธอตั้งแต่ทำงานมาก็ว่าได้ ลาเพราะแฟนทิ้ง เหอๆ ร้องไห้หนัก รู้ไปถึงไหน ก็อายไปถึงนั่นล่ะ
“ก็อยากจะเมาให้ลืมเธอ”
“พอแล้วยัยวาววา ร้องเป็นรอบที่ร้อยแล้ว เพลงของฉันล่ะยะ แบ่งกันมั่งสิ” ริญญารับอาสาเป็นหน่วยกล้า แย่งฉกไมโครโฟนออกมาจากคนอกหัก และเมากึ่มๆ อชิรญาส่งตาขวางให้ทันที แล้วทำท่าจะโผนมาแย่งไมค์กลับ เลยกลายเป็นศึกชิงไมค์วิ่งกันไปวนกันมารอบห้องคาราโอเกะวีไอพี ที่วันนี้ริญญาเป็นคนพาเพื่อนสาวมาเหมาเลี้ยง ในโอกาสฉลองวันแต่งงาน...
วันแต่งงานของแฟนเก่าของอชิรญา
“เอาไมค์มา เอามา แกมันคนใจร้าย ใจดำ ฮือๆ” แย่งไม่ได้เข้า หนนี้คนเมาก็ทำท่าจะร้องไห้ จนทองอุไรเพื่อนสนิทอีกคน ต้องดึงไมโครโฟนคืนมาจากริญญาแล้วส่งให้กับเธอ
“เอ้าๆ เอาคืนไป แต่พอก่อนนะเพลงนี้ แบบฉันฟังจนเบลอไปหมดแล้ว ขอนะเพื่อนนะ”
“เอ่อ...ไม่ร้องแล้วก็ได้ ไม่ให้ร้องเพลง ร้องไห้แทนได้ไหมล่า” สองสาวมองสบตากัน ก่อนที่ริญญา จะร้องเฮ้อ แล้วดึงเพื่อน มานั่งกอดคอให้เพื่อนรักอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับทองอุไร
“อย่าร้องไห้วาววา เพื่อนเลิฟ พอทีพอเถอะ กับไอ้ผู้ชายขี้เก๊กแบบนั้นอะ แกลืมๆ มันไปเหอะ”
“อยากลืม แต่เจ็บใจงะ มันเจ็บใจ” ว่าแล้วก็ตบไปที่หน้าอกของตัวเอง ดังปึกๆ ริญญารีบห้ามด้วยการเบรกเพื่อนเสียงนิ่งๆ
“อย่าตบแรงแก นมยิ่งน้อยๆ อยู่ เดี๋ยวยุบไปกันใหญ่”
“ยัยหญิง ยัยเพื่อนใจร้าย ฮือๆ มิ้นช่วยด้วย เพื่อนโดนรังแกเรื่องขนาดนม” ว่าแล้วก็โผไปซบทองอุไร ที่ทำทีขยับแว่นตาที่สวม มองดูริญญาที่ทำท่าไม่รู้ไมชี้ แต่อมยิ้มด้วยสายตาดุๆ
“แกนี่...แทนที่จะพูดดีๆ กับเพื่อนมั่ง ปลอบใจอะไรมั่ง ตั้งแต่แย่งไมค์มันแล้วนะ เพื่อนกำลังเศร้าอยู่ด้วย”
“พูดดีก็แล้ว ด่าก็แล้ว มันก็ยังร้องไม่เลิก จนแบบว่านี่ชักจะปวดหัวงะ” ริญญากอดอก มองดูคนที่กำลังซบอยู่กับอกของทองอุไร แล้วก็สั่นหน้า
“เศร้าโศกาอะไรขนาดนั้นหะ ยัยวาววา อีตาเดย์แฟนเก่าหล่อน มันก็ไม่ได้วิเศษอะไรนักไม่ใช่หรือไงอะ ขี้เก๊ก ขี้อวด สารพัดขี้ อ้อ...มันขี้เอาลับหลังแกด้วย มันเอาไปเรื่อย ขนาดฉันมันยังเคยคิดจะมาเอา”
“แล้วให้มันไหมล่ะ” หนนี้คนถามคือทองอุไร คนตั้งใจฟังจนหูผึ่งคืออชิรญา รู้กันในหมู่เพื่อนสนิท ที่คบกันมายาวนานในหมู่พวกเธอสามคนว่า ริญญานั้น เป็นสาวแรด และแรงเบอร์ไหน หล่อนเป็นสาวไฮโซ นามสกุลดัง ที่บิดามารดาเสียชีวิตไปในอุบัติเหตุเครื่องบินตก เรื่องนี้พวกเธอก็พึ่งเคยได้ยินริญญาหลุดปากออกมานี่แหละ เจ้าหล่อนรีบเอามือปิดปาก แล้วทำตาโต
“อุ๊บ”
“ตกลงว่า หล่อนเคยได้กับไอ้เดย์ไหมน่ะ”
“แรดขนาดไหนก็ไม่เอาปะวะ ผัวเพื่อนอะ” ริญญารีบโวย “แถมเอาก็ไม่คุ้ม อี๋ หนอนน้อยอะ”
คำพูดของหล่อน เล่นเอาอชิรญาหน้าแดง ก่อนจะขำก๊าก ส่วนทองอุไร คนที่เรียกได้ว่าใสๆ ที่สุดในกลุ่ม ทำตาปริบๆ แล้วถามหน้าซื่อ
“อะไรอะหนอนน้อย”
“แหม...แรดแล้วคุ้มค่า เสี่ยงผิดใจกับเพื่อนแล้วคุ้มกับปริมาณก็ดีอยู่หรอก แต่แบบ” ริญญายักไหล่ ก่อนจะยกมือไหว้เพื่อน ที่ตอนนี้ยังเปลี่ยนอารมณ์ขำไม่หยุดกับคำพูดว่าหนอนน้อยของเธอ
“ขอโทษนะยัยวาววา แต่แบบบังเอิญไปโดนงะ ไม่ได้เคยเห็นนะ ไม่ได้อยากเห็น ไม่ได้อยากเย เย้ พ่อคนหล่อของหล่อนแต่อย่างใด”
“อดีตแล้วย่ะ เหอๆ ใช่อย่างที่แกพูด ไอ้ผู้ชายกระเจี๊ยวเล็ก ทำก็ไม่เคยจะเสร็จ ถ่มถุยมากเหลือเกินชีวิต พวกแกคิดดูสิ๊ ฉันอะมีมันเป็นแฟน ไม่เคยนอกใจมัน ตั้งใจจะแต่งงานกับมันเพราะเสียจิ้นให้มันตอนอายุ 25 แล้วแบบ...อะไรอะ มันคืออะไร นี่คือสิ่งที่ฉันควรได้รับไหม ผู้ชายจอมทรยศ แถมยังไม่ได้เรื่อง มาพรากชีวิตวัยสาวของฉันไป ที่ผ่านมาฉันทำอะไรกับตัวเองวะ ฉันน่าจะเลิกกับมันไปตั้งแต่มันนอกใจฉันหนแรกแล้วด้วยซ้ำ ไม่น่าจะรอมาจนสามสิบกว่า ปูนนี้แล้วจะหาผัวใหม่ได้ปะละ”
ไฟร้ายอย่างเขา ไม่เคยเชื่อมั่นในความรัก ความสุขจากเซ็กส์แลกได้จากร่างกายอันแข็งแกร่ง และเงินตรา ผู้หญิงหน้าไหนก็อยากได้เขาเพราะสองสิ่งนี้ จนมาเจอกับเธอ หญิงสาวคนแรกที่กล้าสะบัดหน้าหนีเขา ฉีกเงินของเขาทิ้ง แล้วบอกให้ว่าเขาช่างไร้เสน่ห์สิ้นดี! กล้าดีแบบนี้ เกมล่าใจจึงเริ่มต้นขึ้น “ไม่ได้นะคะ เราไม่ควรทำแบบนี้ คุณอาร์ตมีคู่หมั้นแล้วนะคะ ปล่อยปลาไปนะ ถ้าไม่อย่างนั้นปลาจะไปฟ้องคู่หมั้นคุณ” เห็นว่าไม้นวมไม่ได้ผล ปราณปรียาก็ชักไม้แข็งขึ้นมาขู่ เธอหวังว่าเขาจะยอมปล่อยเธอไปแต่โดยดี โดยไม่รู้เสียเลยว่าคำพูดคำนั้น มันยิ่งจุดเพลิงให้ไฟที่กำลังจะสงบ กลับลุกโพลงขึ้นมาอีก “คู่หมั้น เหอะ ! ใครจะหมั้นกับใครกัน” เขาจับต้นแขนเธอแล้วดันเธอให้ผละออกจากอกกว้างเพื่อจะมองเผชิญหน้ากัน ปราณปรียาถึงกับอ้าปากค้าง เขาเปลี่ยนไวจริงๆ วันนี้ อารมณ์เดี๋ยวร้ายเดี๋ยวดี แล้วเธอจะทำอย่างไรดีนะ กับไฟร้อนที่กำลังคลุ้มคลั่งตรงหน้า สมองน้อยๆ เริ่มคิดถึงทางรอดอย่างว่องไว แต่ก็คิดไม่ออกเพราะความกลัวเขา “ผมไม่มีพันธะ ผมไม่ยอมให้ใครมาจับผมทั้งนั้น จำไว้นะปลา ผมจะไม่มีวันแต่งงาน” “ตะ แต่ว่า” หญิงสาวเอ่ยตะกุกตะกัก เนื้อตัวเริ่มสั่นเพราะความกลัว แต่อัคคีห้ามตัวเองไม่ได้เสียแล้ว เขากำลังร้อน กำลังพาลไปเสียทุกอย่าง เขามองจ้องหน้าเธอด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว ยิ้มเหี้ยม เมื่อเอ่ยเสียงเย็น “ผู้หญิง...หึๆ ชอบเล่นเกมใช่ไหมปลา เหมือนที่ปลากำลังเล่นเกมกับผม เกมใจแลกใจอะไรนั่น ผมไม่เล่นด้วยแล้ว ผมจะทำตามใจตัวเอง แล้วอย่าหวังว่าจะจับผมไปแต่งงานมีพันธะได้นะ ไม่มีทาง!”
ชายหนุ่มที่ผิดหวังในความรักเข้าขั้นสาหัส จนอาการหนักแอนตีผู้หญิงไปแล้วทั้งโลกอย่างเพลิง มีอันต้องป่วนหัวใจ เมื่อเธอก้าวเข้ามาวุ่นวายในสวนส้มตะวันฉาย ผู้หญิงอะไรน่ารักน่าหยิก แถมมาด้วยเป้าหมายไม่ธรรมดา อย่างนี้ต้องแกล้ง...เสียให้เข็ด เมื่อถูกยื่นข้อเสนอให้ไปเป็นสปายสายลับจับเกย์ ในสวนส้มตะวันฉาย ตวงรักจึงตะครุบงานนี้ไว้อย่างรวดเร็ว แต่ทว่าตั๋วเครื่องบินไปสวิส พร้อมกับพอกเก็ตมันนี่ มันจะคุ้มไหมนะ ถ้าเจอกับคนเจ้าเล่ห์แสนเนียนอย่างอีตาเพลิง! “ไม่มีครายเข้าใจผมเลยสักคน รู้ไหม คุณตวงรัก” น้ำเสียงยานคาน แฝงแววน้อยอกน้อยใจนั่น ทำเอาตวงรักหยุดดิ้นรนได้ชั่วครู่ เมื่อสัมผัสได้ว่า คนตัวโตที่กำลังกอดเธอไว้ กำลังทำเหมือนคนขาดความอบอุ่น จึงไขว่คว้าหามันจากเธอ ตวงรักเงยหน้ามองเขา แล้วสบกับสายตาคมกริบที่กำลังฉายแววตัดพ้อ ตวงรักมองเขานิ่ง หยุดดิ้นไปแล้ว มือนิ่มโอบตอบร่างหนา แถมลูบหลังให้เขาเบาๆ อีกต่างหากเหมือนจะปลอบโยน อาการของเธอทำให้เพลิงเกือบจะหลุดยิ้มออกมาเสียแล้ว ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงเศร้าและนัยน์ตาโศกมากกว่าเดิม “ทำไมผมถึงเป็นแบบนี้กันนะ” “คุณเพลิงเป็นอะไรไปเหรอคะ บอกตวงก็ได้นะ” เธอกล่าวอย่างปลอบประโลม ใจอ่อนยวบไปเสียแล้ว กับคนที่เธอกำลังลูบหลังไหล่ให้อยู่นี่ เขาเป็นอะไรไปกันนะ ทำไมถึงต้องเมามามากขนาดนี้ แล้วก็ทำท่าเหมือนกำลังเศร้าโศกอย่างหนักด้วย “ผมบอกใครไม่ได้” เพลิงส่ายหน้าเบาๆ ถือโอกาสโอบร่างเพรียวเข้าหาตัว และซบหน้าลงกับกลุ่มผมหอมกรุ่น แอบสูดกลิ่นหอมน่าชื่นใจนั่นเข้าปอด ตวงรักถึงกับครวญออกมาอย่างสงสารคนตัวโต ที่วันนี้ทำท่าท้อแท้ หมดแรงต่อสู้อย่างน่าประหลาด “โธ่...บอกตวงได้นะคะ ถึงเราจะรู้จักกันได้ไม่นานนัก แต่คุณเพลิงก็ไว้ใจตวงได้นะ เล่าให้ตวงฟังได้ทุกอย่างเลยค่ะ ตวงยินดี” “มันเป็นเรื่องน่าอายมากเลยครับ” ชายหนุ่มทำเสียงเศร้า แล้วแอบยิ้มกับกลุ่มผมของเธอ “อย่าเก็บไว้เลยนะคะ ตวงไม่เคยเห็นคุณเพลิงเป็นแบบนี้สักที มีอะไรอัดอั้นตันใจ ก็เล่าให้ตวงฟังได้เลยค่ะ” ยิ่งฟังน้ำเสียงของเขา ตวงรักก็ยิ่งสงสารเขา มือเรียวยังคงลูบหลังให้อย่างปลอบใจ เธอลืมไปสนิทว่า เธอกำลังกอดกับเขาอยู่ อย่างแนบชิดเสียด้วย เพราะมัวแต่จะปลอบโยนเขาให้คลายเศร้า “คือว่า ฟังแล้วคุณตวงอย่ารังเกียจผมนะครับ” เพลิงผละออกจากร่างนุ่มอย่างเสียดาย นัยน์ตาคมกริบที่สบกับตวงรัก มีประกายประหลาด ขณะที่เขาสารภาพเสียงอ่อน “ผมกำลังคิดว่า ผมคงจะเป็นเกย์ ผมชอบผู้ชาย จะทำยังไงดีครับ คุณตวงรัก” “หา!”
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
องค์หญิงสิบสามนามหลินฮุ่ยหมินสตรีผู้ที่งดงามโดดเด่นไม่เป็นรองผู้ใดแต่กลับมีฐานะต่ำต้อยในวังหลวงด้วยพระมารดาเสียชีวิตตั้งแต่นางยังเด็ก ท่ามกลางความคับแค้นใจนางยังต้องคำสาปร้ายต้องกลายร่างเป็นสัตว์ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เขาคือ หยางเอ้อหลาง แม่ทัพหนุ่มผู้มีความสามารถรูปโฉมสง่างามและเป็นวีรบุรุษคนสุดท้ายของสกุลหยาง ทั้งยังเป็นที่รักเคารพของชาวเมือง ทว่าด้วยความสามารถและตำแหน่งใหญ่โต ฮ่องเต้มิอาจวางใจจึงได้คิดกำจัดเขาให้พ้นตำแหน่งเสีย โดยมอบสมรสพระราชทานให้หยางเอ้อหลางกับพระธิดาของตน เดิมทีชีวิตของคนสองคนย่อมไม่บรรจบ เมื่อสตรีที่หมายหมั้นกับหยางเอ้อหลางคือองค์หญิงใหญ่ที่ปักใจรักเขาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเรื่องไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคนทั้งคู่เกิดอุบัติเหตุจนคนเข้าพิธีสมรสกลายเป็นองค์หญิงสิบสาม ท่ามกลางความหวาดกลัวขององค์หญิงสิบสามที่กลัวความลับจะเปิดเผย ท่ามกลางหยางเอ้อหลางที่พยายามพาสกุลหยางให้รอดพ้น ท่ามกลางการแตกหักของความสัมพันธ์พี่น้องที่แสนรักใคร่ระหว่างองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงสิบสามเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว หลินฮุ่ยหมินจะทำเช่นใด เพื่อจะยุติเรื่องราวน่าเวียนหัวนี้
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ในวันแต่งงาน เสิ่นเยวียนถูกคู่หมั้นและน้องสาวของเธอทำร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาสามปีด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก น้องสาวผู้ชั่วร้ายได้คุกคามด้วยชีวิตแม่และพยายามให้เธอมอบตัวกับชายชรา อย่างไรก็ตาม เธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิธิพลที่หล่อเหลาและเย็นชาแห่งแห่งสังคมด้านมืด อย่างไม่คาดคิด และชะตากรรมของเธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเซียวเป่ยหานจะเย็นชา แต่เขากลับปฏิบัติต่อเสิ่นเยวียนดั่งเป็นสมบัติล้ำค่า นับแต่นั้นมา เธอจัดการคนเสแสร้ง เอาคืนแม่เลี้ยงและไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY