ชิงซานปฏิเสธการแต่งงานกับหญิงสาวที่บิดาหาให้ และโกรธมากเมื่อรู้ว่าบิดาจะแต่งงานกับเธอ แต่เขากลับพิศวาสในตัวเธอตั้งแต่แรกเห็น ความโกรธทำให้เขาครอบครองเธอ และไม่สามารถหยุดเสนห่าในตัวเธอได้
ชิงซานปฏิเสธการแต่งงานกับหญิงสาวที่บิดาหาให้ และโกรธมากเมื่อรู้ว่าบิดาจะแต่งงานกับเธอ แต่เขากลับพิศวาสในตัวเธอตั้งแต่แรกเห็น ความโกรธทำให้เขาครอบครองเธอ และไม่สามารถหยุดเสนห่าในตัวเธอได้
ในพื้นที่กว้างหลายร้อยตารางวาเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์สี่หลังที่สร้างด้วยอิฐสีแดงฉาบปูนทาสีขาวรูปทรงเหมือนกันปลูกเป็นตึกสามชั้นในพื้นที่กว้างขวางท่ามกลางสนามหญ้าเขียวขจีมีน้ำพุขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางเชื่อมต่อถึงบ้านลูกชายลูกสาวกันด้วยแผ่นหินอ่อนสีขาวสะอาดตาโดยมีบ้านบิดาอยู่ด้านในสุด
ลูกชายคนสุดท้องยังอยู่บ้านเดียวกับบิดามารดาเพราะยังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัวเหมือนพี่สาวพี่ชายทั้งสามคน แต่บิดามารดาบอกความตั้งใจแก่ลูกทุกคนแล้วว่าจะยกบ้านหลังนี้ให้ลูกชายคนเล็ก เมื่อมารดาถึงแก่กรรมเขาจึงอยู่บ้านกับบิดาเพียงสองคน
ชิงซานเป็นลูกชายคนเล็กที่เติบโตมาจากความรักตามใจของมารดามากกว่าลูกคนอื่น เขาจึงเป็นลูกคนเดียวที่ไม่เป็นโล้เป็นพายในสายตาของบิดา เพราะเรียนจบมาก็ยังไม่ยอมเข้าทำงานในบริษัทเหมือนพี่สาวพี่ชายและใช้ชีวิตอิสระสนุกกับการกินเที่ยวแบบที่ทุกคนในครอบครัวเห็นว่า...ไร้สาระ...แต่หลังจากวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าบิดาก็ยื่นคำขาด
“ป๊าให้เวลาแกหนึ่งเดือน เลิกยุ่งเกี่ยวกับจื่อรั่ว อย่างเด็ดขาด และแต่งงานกับผู้หญิงที่ป๊าเลือกให้”
คำพูดของบิดากระชากแรงโกรธจากชิงซานออกมาเป็นคำปฏิเสธไม่มีเยื่อใย เขาถือความอิสระเป็นใหญ่และไม่ต้องการให้บิดามาบงการชีวิตทุกอย่าง เขาอาจจะยอมบิดาเรื่องงานของบริษัทที่เขาต้องเรียนรู้เพื่อสืบต่อธุรกิจเหมือนกับพี่สาวพี่ชาย แต่เขาจะไม่ยอมเรื่องการคลุมถุงชนหรือการแต่งงานโดยบิดาจัดหาให้เหมือนอย่างพี่ทุกคน
“ผมโตแล้วนะป๊า ไม่ใช่เด็กที่ป๊าต้องมาตัดสินใจแทนทุกอย่าง และถ้าจะมีเมีย ผมจะเลือกเมียของผมเอง” เขามองสบตาบิดาอย่างท้าทาย
“ใช่ แกโตแล้ว ปีนี้ก็อายุยี่สิบห้าปีเต็ม ป๊าจึงเห็นว่าแกควรมีครอบครัวได้แล้ว ถึงจื่อรั่วจะไม่ใช่ผู้หญิงเลวร้ายอะไร แต่ผู้หญิงอย่างจื่อรั่วไม่เหมาะสมกับแกหรอก เชื่อป๊าเถอะ" ห่าวซินนิ่วหน้าใส่ลูกชาย เมื่อคิดว่าเขาจะจริงจังกับเพื่อนสาวคนปัจจุบัน
“จะเหมาะสมหรือไม่ผมจะเป็นคนตัดสินใจเองครับ" ชิงซานไม่ยอม
“ผู้หญิงที่แกคบหาเป็นคู่รัก ไม่มีใครมีประวัติเหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้สกุลฟ่านของเราสักคน ล่าสุดนี่ก็เป็นแม่ม่ายเลิกกับผัวและเป็นแค่พนักงานระดับล่างของบริษัทขายมือถือของฝรั่งเท่านั้น" ห่าวซินติดตามเช็กประวัติหญิงสาวที่ลูกชายคนเล็กคบหามาทุกคน และพบว่าถ้าไม่เป็นม่ายก็เป็นผู้หญิงรักอิสระมีสัมพันธ์รักกับผู้ชายโดยไม่ผ่านการแต่งงานมาแล้วทั้งสิ้น
“จะสำคัญอะไรล่ะป๊า ยุคสมัยนี้เขาเลิกสนใจเรื่องฐานะสูงต่ำหรือเลิกใส่ใจเรื่องความบริสุทธิ์ผุดผ่องของผู้หญิงกันแล้ว และผมก็ไม่ถือสาเรื่องนี้ด้วย” ชิงซานบอกบิดาน้ำเสียงหนักแน่น อยากให้บิดาเลิกใส่ใจเรื่องนี้เสียที
“แต่ป๊าถือสา แกต้องได้ผู้หญิงดีๆมาเป็นแม่ของลูก และป๊าก็หาคนเหมาะสมไว้ให้แกแล้ว แกจำลูกสาวอาซีฮันญาติห่างๆของหม่าม๊าแกได้ไหม ป๊าว่าเหมาะสมกับแกมากที่สุดเลยละ”
“ไม่เอาหรอก ผมไม่ชอบสาวไซต์ไหกิมจิอย่างเด็กคนนั้น โตขึ้นน้ำหนักคงเพิ่มขึ้นอีกเยอะ” ชิงซานนึกเห็นภาพเด็กสาวที่เคยเจอเมื่อสามปีก่อน หล่อนมีรูปร่างอวบอ้วนเหมือนไหกระเทียมต่อขา
“ผู้หญิงอ้วนหรือผอมจะสำคัญอะไร เธอเรียนจบปริญญาตรี เฉลียวฉลาด มีน้ำใจ เรียบร้อยอ่อนหวาน ขยันขันแข็ง และทำงานเก่ง ป๊าว่าดีก็ต้องดีสิ แกอย่าเพิ่งปฏิเสธเลย" ห่าวซินบรรยายคุณสมบัติดีงามของหญิงสาวสวยที่เลือกให้ลูกชายด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“จะดีจะเก่งแค่ไหน แต่อ้วนเป็นโอ่งเป็นไหกิมจิไม่ใช่สเป็กผมหรอกนะ”ชิงซานอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงเด็กสาวตัวอวบอ้วนคนนั้น
“ป๊าเชื่อว่าได้เจอฮุยยินคราวนี้แกจะไม่ปฏิเสธแน่ ที่สำคัญป๊ากับหม่าม๊าทาบทามไว้ให้แกนานแล้ว" ห่าวซินไม่ได้บอกรายละเอียดกับลูกชายคนเล็กถึงเหตุผลที่เขากับภรรยาและมารดาของฮุยยินเคยตกลงกันว่าจะให้ลูกชายบุตรสาวสองครอบครัวแต่งงานกัน และฮุยยินกับชิงซานก็เป็นคู่ที่อยู่ในช่วงวัยเหมาะสมกัน
“โห...นี่มันยุค 2022 นะป๊า หมดยุคสมัยจับคู่ให้ลูกหลานกันแล้ว ผมไม่รับรู้เรื่องของป๊ากับหม่าม๊าด้วยนะ และตอนนี้ผมก็ยังมีจื่อรั่วเป็นคู่รักอยู่ ป๊าไม่ต้องมาเร่งรัดผมหรอก" ชิงซานทำหน้าเบื่อหน่าย
“อุวะ...อายุยี่สิบห้าปีแล้ว แกจะรออะไร เดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้หรอก แต่งเร็วก็มีลูกเร็วทันใช้แกไม่ชอบหรือ” ห่าวซินถามลูกชาย
“ผมยังไม่อยากมีลูก ถ้าหล่อนดีนักหนาป๊าก็แต่งกับหล่อนเสียเองสิ หม่าม๊าก็ตายไปสองสามปีแล้ว คงไม่มีใครว่าหรอก” ชิงซานประชดบิดาโดยไม่รู้ว่า...คำประชดของเขาจะทำให้เขาต้องเจ็บปวดภายหลัง...
“ไอ้บ้า...ป๊าขอเธอมาเป็นเมียแกไม่ใช่เมียป๊า ที่หามาให้เพราะเห็นว่าแกยังไม่มีใคร ป๊ารู้ว่าแกไม่ได้จริงจังกับจื่อรั่ว และแกก็ถึงวัยควรแต่งงานมีลูกได้แล้ว” ห่าวซิน พยายามชี้ให้เห็นถึงความจริงว่าชิงซานถึงวัยสร้างครอบครัวได้แล้ว แต่ลูกชายกลับมองไม่เห็นความหวังดีที่เขาเข้ามาจัดการเรื่องคู่ครองให้
“สมัยนี้เขาไม่รีบร้อนกันแล้วป๊า”
“แกไม่รีบแล้วผู้หญิงที่แกควงอยู่ล่ะ แกไม่รักก็ควรปล่อยหล่อนไปเจอผู้ชายที่รักหล่อนไม่ดีกว่าหรือ" ห่าวซินจ้องหน้าลูกชาย
“จื่อรั่วอยู่กับผมอย่างเต็มใจ ผมไม่เคยรั้งเธอไว้ เธออยากอยู่กับผมเอง” ชิงซานแก้ตัว
“เพราะแกไม่ได้บอกหล่อนว่าแกไม่คิดจะแต่งงานกับหล่อน ปล่อยหล่อนไปซะ ป๊าจะให้ทนายจัดการเรื่อง ค่าเสียเวลาของหล่อนเอง”ห่าวซินต้องการให้จื่อรั่วออกไปจากชีวิตลูกชายอย่างถาวร
“อย่านะป๊า ผมขอเวลาอีกสักพัก ถ้าพร้อมเมื่อไรผมบอกป๊าเอง” ชิงซานต้องการเวลาใช้ความหนุ่มอย่างอิสระอีกสักสองสามปี
“ขืนรอแกป๊าตายก่อนแน่" ห่าวซินว่า
“ป๊าเพิ่งหกสิบแปดเองนะ จะรีบตายทำไม”ชิงซานขบขันความคิดของบิดา
“อุวะ...ใครจะรู้วันตายได้ล่ะ”
“ป๊าแข็งแรงไม่ตายง่ายๆหรอก”
“แกจะไม่ให้ฉันได้เห็นหน้าลูกแกสักคนเลยหรือ”
“หลานป๊าก็มีตั้งสี่ห้าคนแล้วนะ”
“แล้วมันใช่ลูกแกหรือเปล่าล่ะ”
“โอ๊ยป๊า จะอยากเห็นลูกผมทำไม เมียผมยังหาไม่ได้เลย ถ้าจะรอก็อีกสองสามปีแหละป๊า”
“เออ...แล้วอย่ามาเสียดายทีหลังนะ”ห่าวซินถอนใจเฮือกกับความดื้อรั้นของลูกชายคนเล็ก
ห่าวซินกลัดกลุ้มใจที่ลูกชายคนเล็กปฏิเสธขันแข็งที่จะรับเจ้าสาวที่เขาเลือกให้แต่งงาน ห่าวซินคิดว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่างให้ลูกชายคนเล็กได้รับบทเรียนบ้าง และคิดวางแผนอยู่ในใจว่าเขาจะพาฮุยยินมาเจอชิงซานในรูปแบบที่ลูกชายคาดไม่ถึง เจ้าลูกชายผู้ดื้อรั้นสมควรได้รับบทลงโทษจากเขาเสียบ้าง
การปลอมตัวเป็นญาติผู้พี่ ทำให้เธอต้องตกกระไดพลอยโจน รับงานกับเงื่อนไขพิเศษที่ไม่รู้มาก่อน ความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเร่งด่วน เธอจึงไม่ปฏิเสธและขอเพิ่ม จากความสาวบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ความเผอเรอทำให้เธอตั้งครรภ์ ที่มารู้ภายหลังการถูกจ้างออกจากงาน โดยหญิงสาวที่แต่งงานเป็นภรรยาเขา เธอตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แต่เขากลับตามมาจะพาเธอกลับไป เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนมีภรรยาแล้ว จึงขู่จะฟ้องร้องโดยไม่รู้ว่าเขาเป็นอิสระ จากพันธะการแต่งงานครั้งนั้นแล้ว
เธอเดินทางกลับจากเยี่ยมน้องชายกระทันหันจากการถูกเรียกตัวมาเข้าร่วมสัมมนาที่วิชาการพิเศษจากต่างประเทศมาให้ความรู้ แต่เข้านอนยังไม่ทันหลับดีก็มีวัตถุหนักอืึ้งล้มทับลงกลางตัว และจากที่นอนปิดไฟมืดเธอต้องตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่ามีผู้บุกรุกและคว้าปืนขึ้นมาป้องกันตัว แต่กลายกลับว่า...บุรุษผู้นั้นเป็นแขกพิเศษของโรงแรม...และจากวันนี้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง **************************************** เขาคือผู้บุกรุก ที่เธอคิดว่าเป็นโจรย่ามใจเข้ามาปล้นสวาท เธอคือสาวงาม ที่เขาคิดว่าเป็นของแถมเข้ามานอนรออยู่ในห้อง เขาคือจอมโอหัง ที่บังอาจกอดจูบเธอโดยไม่ไถ่ถามความสมัครใจ เธอคือสาวสวย ที่สามารถปลุกความรู้สึกด้านชาของหัวใจให้เต้นระทึก เขาวางแผน พาเธอมายังบ้านเมืองเพื่อพิสูจน์รักแท้ในหัวใจ เธอถูกลักพาตัว เพื่อฆ่าทิ้งกลางทะเลทราย มาลุ้นกันว่า...เจ้าชายคริสตินกับมินทราภา จะผ่านพ้นภัยร้ายน่าระทึกใจได้ครองรักกันหรือไม่... **************************
เขาจำยอมจดทะเบียนกับเด็กกะโปโลตามใจบิดาที่กำลังจะสิ้นลม และทิ้งร้างจากเธอไปนานนับปี แต่เมื่อกลับมาเจอเธออีกครั้ง เขาถึงรู้ว่า...เธอสวยและน่าพิศวาสนักหนา...แต่ที่คิดว่าจะได้เธอมาครอบครองเธอตามสิทธิ์สามีถูกต้องตามกฎหมายกลับมีเรื่องเข้าใจผิดคิดว่าเธอทำให้มารดาเขาตายก่อนเวลาอันควร ฯลฯ นิยายรักแนวโรมานซ์(18+)อีกเรื่องหนึ่งที่ขอแนะนำให้เพื่อนมาอ่านด้วยกัน
เขาไม่สนใจว่าที่คู่หมั้นที่หนีตามหนุ่มต่างชาติไปก่อนวันหมั้นหมายเพียงวันเดียว แต่พอมาเจอสาวสวยเชื้อสายไทยที่มีหน้าตาละม้ายเหมือนว่าที่คู่หมั้น เขาพึงพอใจในตัวเธอและสืบประวัติจนรู้ว่า...เธอเป็นน้องสาวคู่แฝดของว่าที่คู่หมั้น...และลักพาตัวมาไว้ในพระตำหนักสวนกุหลาบของพระมารดาที่ไม่เคยมีหญิงสาวคนใดได้เยี่ยมกรายเข้ามาและครอบครองเธอด้วยความรักพิศวาส แต่เกิดปัญหาเมื่อบิดามารดาของเธอมาตามบุตรสาวและพี่สาวคู่แฝดมาอดีตว่าที่คู่หมั้นปรากฏตัวก่อนวันอภิเษกสมรส
นิยายแนวทะเลทรายเรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เชิญชวนให้อ่าน เพราะเป็นนิยายที่มีหลากหลายอารมณ์ในเรื่องเดียวกัน นักเขียนได้พาผู้อ่านไปสัมผัสกับชีวิตนางเอกที่ต้องเผชิญภัยจากผู้ปองร้ายโดยมีพระสวามีคอยปกป้องด้วยความรักห่วงใยต่างจากนิยายแนวทะเลทรายอื่นๆที่ให้ความสุขใจกับผู้อ่านอีกรูปแบบหนึ่ง *****...มกุฎราชกุมารีพระธิดาสุลต่านองค์ประมุขแห่งสหราชอาณาจักรต้องเข้าพิธีอภิเษกโดยไม่รู้ตัวและเดินทางสู่พระราชวังของพระสวามีเพื่อลี้ภัยจากผู้ปองร้าย แต่กลับต้องมาเจอศึกรักจากความริษยาของเหล่านางห้ามในพระราชวังและแผนร้ายของพระญาติฝ่ายพระสวามีกับผู้ปองร้ายหมายชิงบัลลังก์ร่วมมือกันวางแผนปลิดชีวิต...ชีวิตรักของพระ-นางคู่นี้จะเป็นอย่างไรไปติดตามด้วยกัน ...**** **********************
นิยายแนว...ทะเลทรายสวีต...ที่ยิ่งอ่านยิ่งสนุกของนักเขียนเล่มนี้ ได้พานางเอกไปผจญภัยร้ายท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุจากโจรทะเลทรายตัวปลอมและโจรทะเลทรายตัวจริงที่กักขฬะด้วยการเอาคืนของพระเอกที่ถูกนางเอกใส่ร้ายให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและทำให้รู้ความจริงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำด้วยความเข้าใจผิด แต่การเดินทางที่ใกล้ชิดทำให้ความรู้สึกของทั้งสองเปลี่ยนจากคู่กัดเป็นคู่ที่ถูกตาต้องใจกัน เกล็ดทรายอันร้อนระอุจากแสงแดดแผดเผาจึงกลายเป็นเกล็ดน้ำตาล ...***...“นายก็พูดได้สิ ลองมาเป็นฉันดูบ้าง จะได้รู้ว่าต้องกระตือรือร้นไปทำไม" เธอย้อนอย่างโมโห “เลิกอยากรู้อยากเห็นเสียที แล้วฟังฉัน ระหว่างพักอยู่ที่นี่ทุกคนต้องมีหน้าที่ หล่อนก็ต้องทำงานเหมือนกัน" เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติที่เธอไม่ค่อยจะได้ยินนัก “นี่นายโจร ฉันไม่ใช่ลูกน้องหรือคนรับใช้ของนายนะ นายเป็นคนจับตัวฉันมา ก็ต้องเลี้ยงดูให้ฉันอยู่สุขสบาย จะมาใช้งานกินแรงกันไม่ได้นะ" เธอโวยลั่น “ฉันไม่สน ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องกิน อาหารมีไว้ให้คนที่ต้องออกแรงทำงานเท่านั้น" เขาข่มขวัญ คงคิดว่าเธอกลัวอดตายแล้วจะยอมทำตามทุกอย่างละสิ...ฝันไปเถอะ...เธอเชิดหน้าใส่ “แต่ไม่ใช่ฉัน ดูปากฉันนะ..." เธอชี้ที่ปากตัวเองอย่างที่น้องณัชชาลูกสาวพี่บ๊อบชอบทำ “ฉัน...ไม่...ทำงาน...อะไร...ทั้งนั้น..." เธอเน้นทุกถ้อยคำให้เขาฟังก่อนจะหันหลังเดินจากมาพร้อมไฟโกรธลุกท่วมตัว ...ตาบ๊องเอ๊ย...จิตสำนึกเข่นเขี้ยวเหมือนอยากจะเคี้ยวเขาให้แหลกคาปาก เธอไม่ได้เป็นฝ่ายร้องตามเขามาถึงจะต้องยอมทำทุกอย่างที่เขา...สั่ง...สั่ง...สั่ง... โดยเฉพาะการทำงานแลกข้าวน้ำประทังชีวิต...เขาสิต้องรับผิดชอบหาข้าวหาปลามาเลี้ยงดูให้อิ่มหนำสำราญ หากเขาต้องการใช้ประโยชน์จาก ตัวเธอ... “งานแรก..." เขาพูดต่ออย่างไม่สนใจ “หล่อนต้องซักเสื้อผ้าให้ฉัน งานอย่างที่สอง-ต้องทำความสะอาดกระโจมที่เราพักด้วยกันทุกเช้ากลางวันเย็น เก็บที่นอน ปูที่นอน กวาดพื้น ถูพื้น และปัดฝุ่นทำความสะอาดตากเครื่องนอนทุกชิ้นทุกวัน อย่างที่ สาม-ต้องนำอาหารมาเสิร์ฟให้ฉันทุกมื้อ เสร็จงานแล้วหล่อนจึงจะได้อาหารกิน ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้กิน เข้าใจไหม” มิลินยืนอ้าปากค้าง อยากจะกรี๊ดให้ลั่น เขามันจอมบงการสิ้นดี แล้วถือดีอย่างไรมาใช้งานเธอเยี่ยงนางทาสีประจำตัวแบบนี้ เธอยืนกำหมัดแน่น อยากจะแล่นเข้าข่วนหน้ารกเคราของเขาให้สาสมกับความโกรธที่ถูกโยนตำแหน่งทาสรับใช้ใส่แล้วเดินหนีไปซึ่งๆหน้า ...ตาบ้า...ตาบ๊อง...ตาบื้อ...ตา...ขี้เก๊ก...เธอก่นว่าเป็นชุด สุดจะทนพฤติการณ์แบบเจ้าใหญ่นายโต...สั่ง...สั่ง...สั่ง...โดยไม่ฟังเสียงใคร คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่มาจากไหนกัน...ฮึ...***... **************************************************** นิยายเรื่องนี้เป็นความคิดสร้างสรรค์ของนักเขียนอย่างแท้จริง สงวนลิขสิทธิ์โดย : ศิรารัย-ศิรารัยนิยายรัก ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์คอมพิวเตอร์และสิ่งพิมพ์ ห้ามลอกเลียนทุกส่วนของหนังสือเล่มนี้ ห้ามเผยแพร่-จำหน่าย-ดัดแปลง-ทำซ้ำ-จัดพิมพ์ หรือห้ามกระทำการใดๆทุกประการกับนิยายเรื่องนี้ ก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน **************************************************
คืนก่อนขึ้นดอยบรรดานายช่างต้องมีปาร์ตี้สังสรรค์กันบ้าง แต่เธอดื่มเกินลิมิตไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาตอนเช้าพร้อมกับมีร่างของผู้ชายคนเดิมที่เคยเจอกันเมื่อหลายปีก่อนนอนอยู่ข้างๆ
ครอบครัวเสิ่นเลี้ยงดูเซี่ยซางหนิงเป็นเวลา 20 ปี และเธอเองก็ถูกเอาเปรียบมาเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน วันหนึ่ง พวกเขาตามหาลูกสาวตัวจริงพบ และเซี่ยซางหนิงก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่น ได้ยินมาว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก แต่ความเป็นจริง พ่อแม่ทางสายเลือดของเธอเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่ตระกูลเสิ่นไม่สามารถเอื้อมถึงได้ ตระกูลเสิ่นที่คอยดูว่าเซี่ยซางหนิงจะต้องตกอับอย่างน่าสมเพช แต่กลับต้องตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตัวตนของเซี่ยซางหนิง ผู้มีอิทธิพลในการเงินระดับโลก วิศวกรระดับแนวหน้า นักแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก... เธอยังมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกกี่อย่างกันแน่ คู่หมั้นยกเลิกการหมั้นกับเซี่ยซางหนิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซี่ยซางหนิงไปออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของเขา เขากลับปรากฏตัวขึ้นและสารภาพรักกับเธอ
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
กติกาคือ กอดได้แต่ห้ามรัก เมื่อหัวใจถลำรัก เธอควรฉีกกติกานั้นหรือถอยห่างจากกันดี “มนเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นที่ต้องได้รับการบำบัด” “ยังไง” สายตาคมไหวเหมือนจะยิ้มได้ ทำมนสิชาหน้าร้อนผ่าว ทั้งที่นั่งอยู่ในห้องแอร์ กลับเหมือนมีเปลวแดดมาลูบแก้มให้ร้อนวูบวาบ สีหน้าและลักษณะการเอียงคอมองอย่างใคร่รู้ของหญิงสาวชวนให้หนุ่มทั้งแท่ง เลือดร้อนฉ่าใคร่ลงมือสาธิตการบำบัดเสียเดี๋ยวนี้ “อย่าทำหน้าแบบนั้น” “แบบไหน” เธอนิ่วหน้า งงจัดจริงๆ ไม่ใช่การเสแสร้งมารยา กฤษฎิ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กวาดสายตายิ้มได้ ลูบไล้นวลแก้มละมุนที่เริ่มซับสีเรื่อ แล้ววกกลับมาสบตาคู่งาม “แบบที่กำลังมอง สนใจ ใคร่รู้ มันทำให้ผู้ชายเกิดอารมณ์ ไม่รู้หรือ” บ้าจริง! มนสิชาหน้าม้าน หลบตาวูบ เบี่ยงหน้าหนีจากใบหน้าคมเข้มอย่างรวดเร็ว ใจหวามไหว ทำลมหายใจติดขัด เสียงหัวเราะที่ดังจากลำคอหนาเบาๆ ยิ่งสร้างความอับอายแก่เธอ ตาคมหรี่หลุบทอดมองนวลแก้มปลั่ง เขารู้ว่าเธออายจริงๆ ไม่ใช่มารยาหญิงแบบผู้หญิงที่เคยเจอ แบบนี้แหละที่เขาสนใจ ขี้อายแต่อยากรู้ บางครั้งเข้าใจยากแต่...น่าเอาเป็นบ้า!
... ในวันครบรอบแต่งงาน ฮั่วเยี่ยนสือ สามีผู้มั่งคั่งทิ้งเธอไป แล้วหาคนรักแรกของเขา ผู้ชายที่ไม่รักนวลสงวนตัวก็เหมือนสิ่งไร้ค่า ผู้ชายที่เธอเคยอ่อนข้อให้แต่ก็ไม่สนใจเธอ งั้นเธอไม่ต้องการแล้ว จึงขอหย่าทันที ฮั่วเยี่ยนสือไม่สนใจ ซูหว่านหนิงกลับเข้าสู่วงการบันเทิงและเฉิดฉาย รักแรกในอุดมคติชอบแกล้งอ่อนแองั้นเหรอ งั้นก็ให้เธอเผยธาตุแท้จริงให้ทุกคนได้เห็น อดีตสามีที่เป็นคนปากแข็งที่สุด "เมื่อเธอเบื่อแล้วเธอจะกลับมาหาฉัน" แต่ภรรยาที่เคยเต็มใจทำทุกอย่างให้เขานั้นไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพเท่านั้น แต่ยังมีคนมากมายมาตามจีบเธออีก ดาราระดับโลกแสดงความรักอย่างแรงกล้า ผู้บริหารบริษัทสื่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เธอยิ้ม แม้แต่ทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งก็ต้องการเธอเท่านั้น จากนั้นฮั่วเยี่ยนสือเริ่มตระหนก เปลี่ยนจากคนเย็นชากลายเป็นคนที่คอยติดตามไม่ห่าง ใช้ทุกวิถีทางเพื่อตามจีบภรรยา ซูหว่านหนิงไม่แม้แต่จะมอง "เมื่อก่อนคุณเฉยเมยกับฉัน ตอนนี้คุณไม่คู่ควรกับฉันแล้ว" ฮั่วเยี่ยนสือขอร้องเธออย่างบ้าคลั่ง "หนิงหนิง เราแต่งงานใหม่เถอะ" ซูหว่านหนิงแสดงท่าทางหยิ่ง "คุณฮั่ว ฉันไม่เคยกลับไปหาของที่ทิ้งไปแล้ว"
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY