เธอถูกบังคับแต่งเข้าตระกูลเสิ่น ทุกคนต่างก็คาดหวังว่าเย่ชิงซีจะสามารถให้กำหนดลูกของคุณชายเสิ่น เสิ่นเซียวเหยาได้ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในอาการหมดสติ เดิมที่เธอคิดว่าเธอคงจะต้องอยู่เป็นหม้ายไปแบบนี้ตลอดชีวิตนี้แล้ว แต่ไม่คิดว่าสามีเจ้าชายนิทราของเธอกลับฟื้นขึ้นมาได้! ชายหนุ่มลืมตาขึ้น จ้องมองไปยังเธอด้วยสายตาที่เย็นชา "คุณเป็นใคร?" "ฉันเป็นภรรยาของคุณ..." เสิ่นเซียวเหยามีสีหน้างุนงง "ทำไมผมถึงจำไม่ได้ว่าผมมีภรรยาแล้ว ผมไม่ยอมรับการแต่งงานนี้ พรุ่งนี้ผมจะให้ทนายมาจัดการเรื่องหย่า" ถ้าไม่ใช่เพราะคนในตระกูลเสิ่นเข้ามาหยุดเขาไว้ เธอคงจะกลายเป็นภรรยามหาเศรษฐีที่โดนทิ้งในวันที่สองหลังจากการแต่งงานไปแล้ว ต่อมาเธอตั้งครรภ์และวางแผนว่าจะออกไปจากตระกูลเสิ่นอย่างเงียบๆ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไป เย่ชิงซียืนยัน"เสิ่นเซียวเหยา คุณรังเกียจฉันมากนักไม่ใช่เหรอ ฉันต้องการหย่า!" เขาลดท่าทีที่เย่อหยิ่งมาโดยตลอดลงและเข้าไปกอดเธอไว้ในอ้อมแขน "ในเมื่อคุณแต่งงานกับผมแล้ว คุณก็เป็นคนของผม คิดจะหย่างั้นเหรอไม่มีทางน่ะ!"
ณ ห้องจัดเตรียมงานแต่งงานของโรงแรม
เย่ชิงซีในชุดแต่งงานสีขาว แต่งหน้าอย่างงดงาม กำลังนั่งอ่านเอกสารยินยอมการทำกิ๊ฟท์ และสัญการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ซึ่งการทำกิ๊ฟจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้
และเจ้าของเชื้ออสุจิก็คือลูกชายคนโตของตระกูลเสิ่น เสิ่นเซียวเหยา ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวในงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษนี้
แต่น่าเสียดายที่เจ้าบ่าวประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อน และกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เลยไม่สามารถมาร่วมงานแต่งได้
“คุณเย่ ถ้าอ่านเสร็จแล้วกรุณาลงชื่อเร็ว ๆ ด้วยครับ นายท่านกำลังรออยู่” ทนายจางจ้องมองเย่ชิงซีด้วยสีหน้าจริงจัง และนำเสียงก็แฝงไปด้วยการเร่งเร้า
ผู้คนพากันลือว่า เสิ่นเซียวเหยาเป็นเหมือนตะเกียงที่ใกล้จะหมดน้ำมัน จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
ตระกูลเสิ่นเป็นตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่ ให้ความสำคัญกับทายาทที่จะมาสืบทอดทรัพย์สมบัติของตระกูลเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเสิ่นชางป๋อถึงต้องรีบร้อนไปขอเจ้าสาวให้กับลูกชาย เพื่อจะได้นำเชื้ออสุจิที่เก็บไว้เมื่อนานมาแล้ว มาทำทายาทให้กับเสิ่นเซียวเหยาก่อนที่เขาจะเสียชีวิต
สีหน้าของเย่ชิงซีดเผือก ใบหน้าเล็ก ๆ ดูตึงเครียด มีความตื่นตระหนกแฝงอยู่ในดวงตามใส ๆ ที่ยากจะสังเกต
“ขอโทษค่ะ ฉันต้องอ่านเอกสารยินยอมนี้อย่างละเอียดก่อนค่ะ คุณออกไปก่อนได้ไหมคะ”
ทนายจางนิ่งเงียบไปหลายวินาที จากนั้นก็พยักหน้า และออกไปจากห้องจัดเตรียมการแต่งงาน
เย่ชิงซีรอให้เขาออกไปเเล้ว ก็รีบวางสัญญาข้อตกลงในมือลง และโทรหาแฟนหนุ่มของเธอด้วยความตื่นตระหนก
ใช่ เธอมีแฟนแล้ว แต่ไม่มีใครรู้
ที่บังเอิญก็คือ เสิ่นเจ๋อ แฟนของเธอคนนี้เป็นคุณชายรองของตระกูลเสิ่น น้องชายต่างมารดาของเสิ่นเซียวเหยา
และจริง ๆ แล้ว งานแต่งงานครั้งนี้ก็เป็นแผนร้ายของเสิ่นเจ๋อ
หนึ่งเดือนก่อน พ่อของเย่ชิงซีล้มป่วยจนเสียชีวิต หลินเซี่ยะ แม่เลี้ยงของเธอถือโอกาสนี้ยึดครองทรัพย์สินของตระกูล และขับไล่เย่ชิงซีออกจากบ้าน ถึงขนาดยึดทรัพย์สินของแม่ผู้ให้กำเนิดเธอไปด้วย
เย่ชิงซีถูกบีบจนหมดหนทาง และบังเอิญเสิ่นเจ๋อแฟนหนุ่มของเธอก็มาหาเธอตอนนั้นพอดี เขาเสนอให้เย่ชิงซีแต่งงานหลอก ๆ กับเสิ่นเซียวเหยา เพื่อที่จะได้หาโอกาสทำลายการทำกิ๊ฟท์ แบบนี้เมื่อเสิ่นเซียวเหยาตายไป เสิ่นเจ๋อก็จะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่น
เสิ่นเจ๋อสัญญาว่า หลังจากทำสำเร็จจะแต่งงานกับเย่ชิงซี และจะช่วยเธอทวงทรัพย์สินของแม่เธอกลับคืนมา
ด้วยการรบเร้าอย่างไม่ลดละของเสิ่นเจ๋อ เย่ชิงซีก็ใจอ่อนตอบตกลง แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงตอนนี้ เธอก็รู้สึกเสียใจ เธอพบว่าตัวเธอไม่สามารถทำเรื่องแบบนั้นได้
เมื่อโทรไปไม่ติด เย่ชิงซีก็กระวนกระวายใจขึ้นมา เธอเดินไปเดินมาในห้อง สุดท้ายก็แอบออกไปตามหาเสิ่นเจ๋อ
เย่ชิงซีร้อนใจเป็นอย่างมาก เธอกลัวว่าจะมีคนอื่นพบเข้า แม้แต่ลิฟต์ก็ไม่กล้าขึ้น เธอจึงตัดสินใจถอดรองเท้าส้นสูง แล้วเดินลงบันไดไป
เมื่อเดินผ่านห้องรับรองที่อยู่ในสุดของทางเดิน ฝีเท้าของเย่ชิงซีก็หยุดชะงักทันที
ประตูห้องรับรองไม่ได้ปิดสนิท มีเสียงหัวเราะออดอ้อนที่คุ้นเคยดังออกมาจากช่องว่างของประตู
“เสิ่นเจ๋อ อยู่กับฉันอีกหน่อยนะ ยังไงตอนนี้เย่ชิงซีก็ไม่มีเวลามาหาคุณหรอก”
เย่ชิงซีรู้สึกจุกอกขึ้นมาทันที เธอเดินย่องเบา ๆ เข้ามาใกล้ ๆ และมองผ่านช่องว่างระหว่างประตูเข้าไปข้างใน
เห็นเพียงชายหญิงคู่หนึ่งเสื้อผ้ายับยู่ยี่ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่กันบนโซฟา และผู้หญิงที่นอนอยู่ด้านบนก็คือเย่หว่านหว่าน น้องสาวที่เป็นลูกติดของเเม่เลี้ยงเธอ และผู้ชายที่อยู่ด้านล่างของเธอก็คือ เสิ่นเจ๋อ แฟนหนุ่มที่เย่ชิงซีกำลังตามหา
“ผมกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ หนีการแต่งงาน ไม่จับตาดูไว้ ก็วางใจไม่ได้” น้ำเสียงของเสิ่นเจ๋อค่อนข้างหงุดหงิด เขาผลักเย่หว่านหว่านออกไป เพื่อจะลุกขึ้น
เย่หว่านหว่านกลับไม่ยอม เธอก้มหน้าลงจูบเสิ่นเจ๋ออย่างเร่าร้อน “ไม่หรอกน่ะ นังนั่นมันฟังคุณมาแต่ไหนแต่ไร อีกอย่างสมบัติของแม่มัน ก็ยังอยู่ในมือของเรา มันจะกล้าได้ยังไง”
“ก็ใช่” เมื่อเสิ่นเจ๋อได้ยินอย่างนั้นก็คลายความกังวลลง แล้วกลับไปนอนลงอีกครั้ง มือก็ล้วงเข้าไปในชายเสื้อผ้าของเย่หว่านหว่าน “พอเย่ซานตาย มันก็ไม่มีที่พึ่ง มันไม่มีทางเลือก...”
“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณแอบใส่อะไรลงไปในยาของเย่ซานเพื่อให้มันตายเร็วขึ้น เรื่องก็คงจะไม่ราบรื่นแบบนี้” เย่หว่านหว่านส่งเสียงครางออกมาตามการเคลื่อนไหวของมือเสิ่นเจ๋อ และร่างกายของเธอก็อ่อนระทวยลงในอ้อมแขนของเสิ่นเจ๋อ เธอหัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ยขึ้นว่า “พี่สาวหน้าโง่ของฉันยังเฝ้ารอคุณไปขอมันแต่งงานอยู่เลย ต่อให้มันคิดยังไงก็คงจะคิดไม่ถึงว่าคุณเป็นคนทำร้ายพ่อที่มันรักมากที่สุด คุณนี่มันเลวจริง ๆ ”
“คุณก็ชอบที่ผมเลวไม่ใช่เหรอ...” เสิ่นเจ๋อพลิกตัวและกดเย่หว่านหว่านให้อยู่ใต้ร่าง และจูบอย่างอดรนทนไม่ไหว “ไม่ต้องห่วงน่ะ ใครจะไปแต่งงานกับผู้หญิงที่มีตำหนิ ผ่านการแต่งานมาแล้วล่ะ ผมต้องการแค่คุณเท่านั้น…”
ฉากต่อไปยิ่งไม่น่ามองมากขึ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจเร่าร้อนแผ่ซ่านอยู่ในห้อง
เย่ชิงซีพยุงร่างกายไว้ไม่ไหว เซไปด้านหลังสองสามก้าว
ที่แท้เสิ่นเจ๋อก็ทรยศเธอมานานแล้ว! คำว่ารักที่เขาพูดออกมาทั้งหมด ก็คือการหลอกใช้และหลอกลวง! ยิ่งไปกว่านั้น เขายังทำร้ายพ่อของเธอจนตาย!
น้ำตาหยดออกมาจากดวงตา ความจริงอันโหดร้ายทำให้เย่ชิงซีหายใจไม่ออก
เธอจับชายกระโปรงแน่น ฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากในห้อง โกรธแค้นจนกัดฟันแน่น
ในเมื่อพวกเขาต้องการครอบครองตระกูลเสิ่น งั้นเธอก็จะทำให้พวกเขาไม่สมปรารถนา!
เย่ชิงซีเช็ดน้ำตาจนแห้ง สวมรองเท้าส้นสูง เดินกลับไปยังห้องจัดเตรียมงานแต่งงาน และเซ็นชื่อในสัญญาข้อตกลงโดยไม่ลังเล
เธอต้องเป็นนายหญิงใหญ่ที่แท้จริงของตระกูลเสิ่น และคอยดูหญิงร้ายชายชั่วคู่นี้ลงนรกด้วยตาของเธอเอง!
ยามค่ำคืน ณ คฤหาสน์ตระกูลเสิ่นเต็มไปด้วยแสงไฟที่สว่างไสว
ทันทีที่งานแต่งงานสิ้นสุดลง เย่ชิงซีก็ถูกส่งมาที่นี่ และมาถึงห้องของเสิ่นเซียวเหยาด้วยการนำทางของแม่บ้าน
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ชิงซีได้เห็นสามีของเธอ
จากปากของเสิ่นเจ๋อนั้น เสิ่นเซียวเหยามีอารมณ์ร้าย นิสัยวิปริต ไร้ความปรานี แม้แต่อยู่ต่อหน้าญาติสนิทของเขาเอง เขาก็ยังใจดำไร้ความปรานี คำคุณศัพท์ที่แย่ที่สุดที่ถูกเสิ่นเจ๋อใช้ออกมาทั้งหมด รวมถึงคำว่า “อัปลักษณ์” ด้วย
เย่ชิงซีเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง เธอได้เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับสามีอัปลักษณ์ไว้แล้ว ทว่าเธอไม่คาดคิดเลยว่าผู้ชายตรงหน้านี้จะหล่อมาก แม้ว่าเขาจะป่วยอยู่ แต่ก็ไม่สามารถปกปิดความสง่างามที่มีมาตั้งแต่เกิดของเขาได้
เธอยืนเหม่อลอยอยู่ข้างเตียง มองใบหน้าที่งดงามได้รูปของเสิ่นเซียวเหยาจนตกอยู่ในห้วงของความสงสัย
ดังนั้นสิ่งที่เสิ่นเจ๋อพูดเป็นเรื่องเพ้อเจ้อทั้งหมดงั้นสิ?
และในตอนนั้นนั่นเอง ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสิ่นเจ๋อที่กำลังเมาถือขวดเหล้าเดินโซเซเข้ามา และพูดเสียงดังเอะอะ โดยไม่กลัวว่าเสิ่นเซียวเหยาที่นอนเป็นผักแบบนี้จะตื่นขึ้นมา
“ซีซี ผมขอโทษนะที่ผมเพิกเฉยคุณ วันนี้ผมยุ่งมาก เลยไม่ได้รับโทรศัพท์คุณ”
ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาฉีกหน้าอีกฝ่าย เย่ชิงซีเลยทำได้เพียงอดทนกับความขยะแขยง และแสร้งทำเป็นเข้าใจ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ได้โทษคุณ”
เสิ่นเจ๋อยกขวดเหล้าขึ้น ดื่มเข้าไปอึกนึง จากนั้นยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ แล้วพูดว่า “ผมว่าแล้ว คุณรักผมขนาดนี้ จะต้องเข้าใจผมแน่นอน”
เย่ชิงซีกำหมัดแน่น อดทนจนเส้นเลือดตรงขมับปูดนูนขึ้น “ดึกมากแล้ว มีเรื่องอะไรไว้คุยกันวันพรุ่งนี้เถอะ...”
หลังจากพูดจบ กลับเห็นว่าเสิ่นเจ๋อล็อกประตู ปิดไฟ และเดินเข้ามาใกล้เย่ชิงซี
เย่ชิงซีถอยหลังออกไปด้วยความตื่นตระหนก “เสิ่นเจ๋อ คุณจะทำอะไรน่ะ”
“ช่วงเวลาค่ำคืนของวันแต่งงานมีค่ามาก อย่าปล่อยให้มันเสียเปล่าน่า”
มุมปากของเสิ่นเจ๋อมีรอยยิ้มชั่วร้าย กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยมา ทำเอาเย่ชิงซีตกใจจนถอยหลังออกไปหลายก้าว
เขาไม่ได้เห็นเสิ่นเซียวเหยาอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ ถึงขนาดกล้าคิดจะทำอะไรพี่สะใภ้ของตัวเองต่อหน้าเขา!
เย่ชิงซีโกรธจนตัวสั่น เธอออกแรงผลักเสิ่นเจ๋อ “มีสติหน่อย! อย่าลืมแผนของเราสิ”
ไม่คิดว่าเสิ่นเจ๋อจะทำตัวไร้ยางอายถึงเพียงนี้ “ผมเปลี่ยนใจแล้ว ขอเพียงคุณท้องลูกของผม ก็สามารถสืบทอดตระกูลเสิ่นได้เช่นกัน”
เย่ชิงซีไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ตอนที่เธอกำลังจะสู้สุดชีวิตนั้น เธอก็พบว่าเสิ่นเจ๋อไม่ขยับแล้ว
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ก็เห็นสีหน้าของเสิ่นเจ๋อเต็มไปด้วยความกลัวราวกับเห็นผี ขณะมองไปทางด้านหลังเธอ
“พี่ พี่ใหญ่...”
เธอถูกบังคับแต่งเข้าตระกูลเสิ่น ทุกคนต่างก็คาดหวังว่าเย่ชิงซีจะสามารถให้กำหนดลูกของคุณชายเสิ่น เสิ่นเซียวเหยาได้ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในอาการหมดสติ เดิมที่เธอคิดว่าเธอคงจะต้องอยู่เป็นหม้ายไปแบบนี้ตลอดชีวิตนี้แล้ว แต่ไม่คิดว่าสามีเจ้าชายนิทราของเธอกลับฟื้นขึ้นมาได้! ชายหนุ่มลืมตาขึ้น จ้องมองไปยังเธอด้วยสายตาที่เย็นชา "คุณเป็นใคร?" "ฉันเป็นภรรยาของคุณ..." เสิ่นเซียวเหยามีสีหน้างุนงง "ทำไมผมถึงจำไม่ได้ว่าผมมีภรรยาแล้ว ผมไม่ยอมรับการแต่งงานนี้ พรุ่งนี้ผมจะให้ทนายมาจัดการเรื่องหย่า" ถ้าไม่ใช่เพราะคนในตระกูลเสิ่นเข้ามาหยุดเขาไว้ เธอคงจะกลายเป็นภรรยามหาเศรษฐีที่โดนทิ้งในวันที่สองหลังจากการแต่งงานไปแล้ว ต่อมาเธอตั้งครรภ์และวางแผนว่าจะออกไปจากตระกูลเสิ่นอย่างเงียบๆ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไป เย่ชิงซียืนยัน"เสิ่นเซียวเหยา คุณรังเกียจฉันมากนักไม่ใช่เหรอ ฉันต้องการหย่า!" เขาลดท่าทีที่เย่อหยิ่งมาโดยตลอดลงและเข้าไปกอดเธอไว้ในอ้อมแขน "ในเมื่อคุณแต่งงานกับผมแล้ว คุณก็เป็นคนของผม คิดจะหย่างั้นเหรอไม่มีทางน่ะ!"
เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยสนใจ แต่ก็ยังดึงดันอยากจะอยู่ใกล้ ต่อให้เธอเป็นเมียแต่งเขาก็คงไม่มีวันเปลี่ยนใจ เพราะเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจจากไปในคืนแต่งงาน "จากนี้ไปเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก" 🥀
องค์หญิงสิบสามนามหลินฮุ่ยหมินสตรีผู้ที่งดงามโดดเด่นไม่เป็นรองผู้ใดแต่กลับมีฐานะต่ำต้อยในวังหลวงด้วยพระมารดาเสียชีวิตตั้งแต่นางยังเด็ก ท่ามกลางความคับแค้นใจนางยังต้องคำสาปร้ายต้องกลายร่างเป็นสัตว์ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เขาคือ หยางเอ้อหลาง แม่ทัพหนุ่มผู้มีความสามารถรูปโฉมสง่างามและเป็นวีรบุรุษคนสุดท้ายของสกุลหยาง ทั้งยังเป็นที่รักเคารพของชาวเมือง ทว่าด้วยความสามารถและตำแหน่งใหญ่โต ฮ่องเต้มิอาจวางใจจึงได้คิดกำจัดเขาให้พ้นตำแหน่งเสีย โดยมอบสมรสพระราชทานให้หยางเอ้อหลางกับพระธิดาของตน เดิมทีชีวิตของคนสองคนย่อมไม่บรรจบ เมื่อสตรีที่หมายหมั้นกับหยางเอ้อหลางคือองค์หญิงใหญ่ที่ปักใจรักเขาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเรื่องไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคนทั้งคู่เกิดอุบัติเหตุจนคนเข้าพิธีสมรสกลายเป็นองค์หญิงสิบสาม ท่ามกลางความหวาดกลัวขององค์หญิงสิบสามที่กลัวความลับจะเปิดเผย ท่ามกลางหยางเอ้อหลางที่พยายามพาสกุลหยางให้รอดพ้น ท่ามกลางการแตกหักของความสัมพันธ์พี่น้องที่แสนรักใคร่ระหว่างองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงสิบสามเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว หลินฮุ่ยหมินจะทำเช่นใด เพื่อจะยุติเรื่องราวน่าเวียนหัวนี้
วิญญาณแพทย์นิติเวชที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 21 ได้เข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูของจวนเสนาบดีอย่างบังเอิญ ผู้คนกล่าวหาว่านางไม่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และทำให้บุตรชายของแม่ทัพตาย ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้ต้องการฆ่านางเพื่อให้คำอธิบายกับแม่ทัพ! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนหยิ่งยโสและเจ้ากี้เจ้าการ ทุกคนเกลียดนาง และครอบครัวของนางต้องการไล่นางออก! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนเลวทรามและไร้ความปรานี วางยาน้องสาว และพ่อของนางต้องการโบยนางจนตาย! ในความเป็นจริงหากอยากจะกล่าวหาผู้ใดสักคน มันก็หาข้ออ้างได้ทั่ว แต่นางเป็นคนไม่ยอมใคร นางผอมบางนางหนึ่งปลุกปั่นโลกด้วยความสามารถอันทรงพลังตนเอง ท่านอ๋องกล่าวว่า หากได้เจ้ามาครอบครอง ข้ายอมทรยศทุกคนในโลก นางกล่าวว่า เพื่อท่าน ต่อให้ทุกคนในโลกเกลียดข้า ข้าก็ยอม
ชูจี้ถูกเก็บไปอุปการะตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งถือเป็นความฝันของเด็กกำพร้าทั่วไปอย่างชูจี้ แต่ชีวิตหลังจากนั้นมันไม่ได้มีความสุขดั่งที่ชูจี้คิดฝันไว้เลย เธอต้องอดทนถูกเย้ยหยันและการทำทารุณจากแม่บุญธรรมของเธอ แต่ก็ยังโชคดีที่เธอได้รับความเมตตาจากคนใช้สูงวัยคนหนึ่งในบ้านหลังนั้น ชึ่งเป็นคนคอยดูแลและเอาใส่เธอเหมือนแม่แท้ ๆ ของเธอ จนกระทั่งคนใช้จากไปด้วยอาการป่วย ชูจี้ก็ถูกบังคับให้แต่งกับผู้ชายที่ไม่เอาการเอางานแทนลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อแม่บุญธรรมของเธอเพื่อชดใช้ค่ารักษาพยาบาลของคนใช้ เรื่องราวจะเป็นเช่นเดียวกับซินเดอเรลล่าหรือไม่? อย่างไรก็ตาม ชายที่เธอจะแต่งงานด้วยนั้นไม่เหมือนเจ้าชายเลยสักนิดนอกจากรูปร่างหน้าตาของเขาที่สามารถเทียบเท่ากับเจ้าชายได้เท่านั้นเอง ลู่เหยี่ยนเป็นลูกชายนอกสมรสของครอบเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง เขาใช้ชีวิตไปวันๆ (พอลอดไปด้วยค่ะ)มาโดยตลอด ที่เขาตกลงแต่งกับชูจี้ก็เพราะอยากจะทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของแม่ของเขาสมหวังเท่านั้น แต่ในคืนวันแต่งงาน เขากลับพบว่าเจ้าสาวคนนี้มีพฤติกรรมที่ผิดกับที่เคยได้ยินได้ฟังมา โชคชะตาจะบันดาลให้พวกเขาเป็นอย่างไร และลู่เหยี่ยนจะเป็นดั่งที่เราคิดหรือไม่ สิ่งที่น่าประหลาดใจคือลู่เหยี่ยนมีหลายอย่างที่คล้ายๆ กับมหาเศรษฐีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้อย่างพิลึก สุดท้ายแล้ว ลู่เหยี่ยนจะสามารถรู้ได้หรือไม่ว่าชูจี้ คือเจ้าสาวจำเป็นที่ต้องได้แต่งงานแทนพี่สาวของเธอ การแต่งงานของพวกเขาจะเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวสุดโรแมนติกหรือวิบากกรรมของชีวิต โปรด ติดตามและค้นหาชีวิตและเรื่องราวของทั้งสองคนด้วยกันเถอะ
เคนคู่หมั้นของริกะจังนอกใจเธอไปแอบคบกับผู้หญิงอีกคน ริกะจังจับได้แต่ก็อดทนไว้เพราะรักเขา วันหนึ่งเธอไปงานเลี้ยงรุ่นได้พบแฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว แต่ใจของริกะอยากจะเอาคืนเคนเธอจึงเผลอใจให้กับแฟนเก่า ตัวอย่างบางตอน "ผมใส่แล้วนะ" "อื๊อ เร็ว ๆ หน่อยสิคะเสียวจะแย่แล้ว อ๊า อ๊า" ชายหนุ่มหล่อเหลาคนหนึ่งคล่อมร่างของหญิงสาวสวยผิวขาวหุ่นดี หน้าอกตูมอย่างช้า ๆ ในขณะที่มือเรียวบีบหน้าอกของตนเองคลายความอยากพร้อมทั้งเลียปากอย่างกระหาย
หวังฉีหลิน อายุ 25 ปีสาวเจ้าหน้าที่การเกษตรและพ่วงมาด้วยเจ้าของสวนสมุนไพรรายใหญ่ เสียชีวิตกระทันหันหลังจากกลับมาจากท่องเที่ยวพักผ่อนและเธอได้เก็บเอาก้อนหินสีรุ้งมาจากพระราชวังโปตาลามาได้เพียงสามเดือน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หากตายไปแล้วก็ไม่เป็นไรเพราะเธอเองเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนกระทั่งมีอายุได้ 18ปี ถึงได้ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองตอนนี้เธอ ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว เพียงแต่เสียดายที่เธอยังไม่ได้ทำตามความฝันของตัวเองเลย เฮ้อ ชีวิตคนเรานั้นมันแสนสั้น อายุ25 แฟนไม่เคยมี สามียังอยากได้ ไหนจะลูกๆที่ฝันอยากจะมีอีก คงต้องหยุดความหวังและความฝันเอาไว้เท่านี้ เหนือสิ่งอื่นใด ตายแล้วตายเลยจะไม่ว่า แต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างหญิงชาวนายากจน ชื่อหวังฉีหลินเช่นเดียวกับเธอพ่วงมาด้วยภาระชิ้นใหญ่ อย่างสามีที่ป่วยติดเตียงและลูกชายฝาแฝดทั้งสอง แถมยังมีภาระชิ้นใหญ่ม๊ากกกมาก กอไกล่ล้านตัวอย่างพ่อแม่สามีและน้องๆของสามี ที่โดนบ้านสายหลักกดขี่ข่มเหงรังแก เอารัดเอาเปรียบและบังคับแยกบ้านหลังจากที่สามีของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุที่หวังฉีหลินต้องมาตายไปนั้นเพราะโดนลูกสะใภ้บ้านสายหลักผลักตกเขาระหว่างที่กำลังยื้อแย่งโสมคนที่หวังฉีหลินขุดมาได้