หนึ่งคนเสียสละเพื่อให้อีกคนพบสิ่งที่ดีกว่า
หนึ่งคนเสียสละเพื่อให้อีกคนพบสิ่งที่ดีกว่า
“ฟ้า เย็นนี้ไปดูหนังกันไหม” อิงอรถามเพื่อนของเธอ
“ไม่ไป ฟ้าจะรีบกลับไปอ่านหนังสือ” พราวฟ้าตอบเพื่อนสนิท
“โอเค งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ” อิงอรตอบแล้วเดินไปกับกลุ่มเพื่อนๆ ที่รออยู่
พราวฟ้า กิตติวรกุลและอิงอร เมธาวัลย์ เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ห้า ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมต้น พราวฟ้ามีชื่อเล่นว่าฟ้าส่วนอิงอรมีชื่อเล่นว่าอร ทั้งสองคนกำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย
อิงอรเกิดในครอบครัวชั้นกลาง เธอมีพี่น้องสามคนตัวเธอเป็นคนโตและมีน้องชายกับน้องสาว บ้านของอิงอรไม่ได้กวดขันอะไรกับลูกมากนักเพราะพ่อแม่ของเธอยินดีและเต็มใจกับทุกสิ่งที่ลูกจะมีความสุข อิงอรจึงเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยแบบสบายๆ ถ้าไม่ได้ตามที่ตั้งใจเธอก็แค่ไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิดก็เท่านั้นเอง
อิงอรอยากเป็นดีไซเนอร์ เธอรักการแต่งตัว รักสวยรักงาม เธอคิดว่าถ้าเรียนด้านการออกแบบมันจะต่อยอดไปทำอะไรได้อีกหลายอย่างมากเพราะการออกแบบไม่ได้หยุดอยู่แค่เสื้อผ้า เธอชอบดูคลิปที่บล็อกเกอร์สาวๆ สาธิตการแต่งหน้าเพราะหลงใหลแพ็คเกจเครื่องสำอางเหลือเกิน หลายครั้งที่เธอซื้อก็เพื่อดูรายละเอียดของสินค้าว่ามันทำมาจากอะไร
พราวฟ้าเป็นลูกสาวคนเดียวของบิดาที่เป็นทันตแพทย์หรือหมอฟันส่วนมารดาเป็นกุมารแพทย์หรือที่ใครๆ เรียกว่าหมอเด็ก ไม่บอกก็น่าจะเดากันออกว่าครอบครัวของพราวฟ้าอยู่ในระดับสูง ทุกอย่างในชีวิตของเด็กสาวโปรยไปด้วยกลีบกุหลาบเธอไม่เคยผิดหวังและไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้ ผลการเรียนของเธอเป็นที่หนึ่งมาตลอดผิดกับอิงอรเพื่อนสนิทที่สอบได้เลขสองตัวเสมอแต่เพื่อนเธอกลับไม่รู้สึกอะไร
พราวฟ้าไม่ได้เสพติดความสมบูรณ์แบบ เธอไม่ได้อยากแข่งขันเอาเป็นเอาตายกับลำดับตัวเลขและเกรดเฉลี่ยแต่พ่อกับแม่ตั้งความหวังไว้กับเธอสูงเหลือเกินเพราะเธอคือลูกสาวคนเดียวของแพทย์มือดีเบอร์ต้นๆ ของประเทศไทย
สองบ่าเล็กๆ ของพราวฟ้าจึงแบกความหวังอันยิ่งใหญ่ของบิดามารดาเอาไว้
“สวัสดีค่ะป้านิ่ม” พราวฟ้ายกมือไหว้ป้าแม่บ้านจริงๆ คือแม่คนที่สองของเธอมากกว่า เธอเจอหน้าป้านิ่มมากกว่าพ่อกับแม่ของตัวเองซะอีก
พราวฟ้าโตมากับคำว่า “เสียสละ” และ “หน้าที่” เธอเข้าใจดีว่าพ่อกับแม่ต้องช่วยชีวิตคนไข้ ทั้งสองคนสอนให้เธอคิดถึงคนอื่นให้มากและที่ทั้งคู่เข้มงวดกวดขันกับเธอเรื่องเรียนก็เพราะท่านทั้งสองอยากให้เธอเป็นหมอเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์
“หนูฟ้าจะทานข้าวเลยไหมคะ”
“ทานเลยค่ะป้านิ่ม หนูขอไปเปลี่ยนชุดแปบเดียวค่ะ”
ป้านิ่มมาเริ่มงานที่บ้านด้วยหน้าที่แม่บ้านคอยดูแลทำความสะอาดและทำอาหารด้วยพอคุณแม่ตั้งท้องและคลอดเธอออกมา ป้านิ่มก็กลายเป็นแม่เลี้ยงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตำแหน่งด้วยความเต็มใจ นิ่มเป็นสาวโสดถึนทึกไม่ได้แต่งงานและไม่มีญาติที่ไหนมีก็แต่ครอบครัวกิตติวรกุลที่เธอรับใช้มาร่วมสามสิบปีเท่านั้น
บ้านของพราวฟ้าเป็นบ้านขนาดสามห้องนอนและมีสวนเขียวขจีแถมยังมีน้ำตกจำลองอยู่ด้านหลังตัวบ้านด้วย วันหยุดเด็กสาวมักจะหอบหนังสือไปอ่านที่ศาลาไม้ใกล้กับน้ำตก เธอชอบเสียงน้ำไหลเบาๆ มันทำให้เธอมีสมาธิในการอ่านหนังสือ
“ว่าไงเบลล์คนสวย หวัดดีจ้ะอดัมสุดหล่อ” เบลล์คือแมวสาวขนสีขาวสะอาดตา ส่วนอดัมคือแมวหนุ่มรูปหล่อสีส้มขนฟู เจ้าเหมียวทั้งสองอยู่ๆ ก็มานอนซุกกันตรงถังขยะหน้าบ้านเมื่อสามปีก่อนเธอเลยขออนุญาตพ่อกับแม่เลี้ยงทั้งคู่ไว้
ชื่อของแมวทั้งสองตัวมาจากการ์ตูนเรื่องโปรด “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” หรือ “Beauty and the Beast” เธอสามารถเปิดการ์ตูนเรื่องนี้ฉายซ้ำวนไปทั้งวันโดยไม่มีความเบื่อเลย
พราวฟ้าเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนของตัวเอง แวะเติมข้าวให้เจ้าแมวทั้งสองแล้วจึงเดินลงไปทานมื้อเย็น
“ป้านิ่มคะ ตอนเข้ามหาวิทยาลัยถ้าหนูไปอยู่หอพักป้านิ่มจะเหงาไหมคะ” พราวฟ้าถามระหว่างที่ช่วยกันล้างจานชามหลังจากทานอิ่มแล้ว
“เหงาสิคะหนูฟ้าแต่ถ้าหนูฟ้าต้องลำบากไปๆ กลับๆ ป้าก็จะอดทนค่ะ รถรามันติดขนาดนั้นหนูฟ้าจะเหนื่อยเกินไป”
“หนูเหงากว่าป้านิ่มแน่ๆ” พราวฟ้าตอบแล้วครุ่นคิดว่าเธอจะมีชีวิตอยู่เพียงลำพังได้ยังไง จริงอยู่ว่าพ่อกับแม่ห่วงและหวงเธอมากแต่เรื่องไปอยู่หอพักทั้งคู่กลับสนับสนุน
พ่อกับแม่บอกว่าการออกไปอยู่ด้วยตัวเองจะทำให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น รู้จักรับผิดชอบมากขึ้นและก็เป็นการวัดใจด้วยว่าเวลาห่างหูห่างตาพ่อแม่ เธอจะทำตัวยังไงจะปล่อยตัวปล่อยใจจนเหลวแหลกเสียคนไหม
“ถ้าป้านิ่มง่วงก็นอนเลยนะคะไม่ต้องเอานมขึ้นไปให้หนูหรอก”
เมื่อทานมื้อเย็นเสร็จพราวฟ้าก็จะขึ้นไปอ่านหนังสือจนดึกดื่นทุกคืน ส่วนมากป้านิ่มจะเอานมอุ่นๆ มาให้เธอตอนสี่ทุ่มกว่า ป้านิ่มพักอยู่ในบ้านหลังเล็กติดกับบ้านใหญ่ของเธอ
“เจ้าเหมียวน่ารักจริง” สามทุ่มกว่าพราวฟ้าพักสายตาด้วยการเข้าไปดูเพจแมวต่างๆ ที่เธอตามไว้ในเฟสบุ๊ค เธอเป็นทาสแมวตัวจริงเสียงจริง ดูได้จากของทุกอย่างในห้องมีแมวเกลื่อนไปหมดทั้งที่นอน หมอน ผ้าม่าน เสื้อผ้า ของใช้ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีแมวอยู่ในนั้นเสมอ เจ้าเหมียวทั้งสองนอนกับเธอบนเตียงแต่เจ้าขนฟูก็สามารถเดินไปไหนต่อไหนได้สะดวกสบายเพราะประตูห้องเธอติดประตูแมวบานเล็กไว้ด้านล่าง
“เหมียวชายแดน” พราวฟ้าตามเพจแมวอยู่หลายสิบเพจแต่มีแค่เพจเหมียวชายแดนเท่านั้นที่เธอกดติดดาวไว้เพื่อที่จะไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว
แอดมินเพจคือทหารชายแดนที่จังหวัดปัตตานี ทุกสองสามวันพี่ทหารก็จะอัพรูปแมวในฐานพร้อมข้อความน่ารักๆ ที่เรียกว่าภาษาแมวให้แฟนเพจได้อ่าน เธอใจหายใจคว่ำทุกครั้งเวลาที่เพจไม่มีอะไรอัพเดทติดกันหลายๆ วัน เพราะกลัวแอดมินจะเป็นอะไร
ที่ฐานมีแมวอยู่ห้าสิบกว่าตัวตามคำบอกเล่าของแอดมินและก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพราะแมวเหล่านั้นไม่ได้ทำหมัน การจะเดินทางลงไปพื้นที่อันตรายแบบนั้นเป็นเรื่องลำบากมาก ต้องใช้กำลังคนในการคุ้มกันไหนจะต้องหาที่พักให้สัตวแพทย์อีก พี่ทหารทุกคนจึงทำเท่าที่จะทำได้
นอกจากเพจจะอัพรูปแมวแล้วแอดมินก็ยังเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของทหารชายแดนให้แฟนเพจอ่านด้วย เธอคิดไม่ออกเลยว่าการต้องใส่เสื้อเกราะหนักกว่าสิบกิโล ถือปืนอันใหญ่มหึมา นอนกลางดินกินกลางทราย มันจะลำบากและทรมานขนาดไหน เวลาฝนตกพวกพี่ทหารๆ ก็วิ่งหลบฝนไม่ได้ถ้ายังอยู่ในหน้าที่พวกเขาต้องยืนตากฝนอยู่แบบนั้นจนกว่าจะออกเวร
“ง่วนแล้ว ตัวแนวไปนอนก่อนเนะ” นี่คือภาษาแมวที่แสนจะน่ารักคิขุที่ออกมาจากปลายนิ้วของทหารหาญ เธออ่านแล้วก็ได้แต่อมยิ้มให้กับความอารมณ์ดีของแอดมิน
“ฟ้า พ่อกับแม่กลับมาแล้วลูก” สี่ทุ่มนิดๆ ทั้งคู่ก็เดินเข้ามาหาเธอในห้อง
“ทานข้าวกันรึยังคะ”
“ทานแล้วลูก เหนื่อยเหลือเกินขอไปนอนก่อนนะหนูก็อย่านอนดึกมาก” แม่หอมแก้มเธอส่วนพ่อก็ลูบหัวเบาๆ แล้วก็เดินออกไป เด็กสาวกลับมาตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออีกครั้งเป้าหมายวันนี้คือนอนเที่ยงคืน
“หนูฟ้า จะเที่ยงคืนแล้วนอนเถอะค่ะ” นิ่มเห็นไฟในห้องนอนของหนูฟ้ายังไม่ปิดจึงอุ่นนมขึ้นมาให้
“ค่ะป้า หนูก็ว่าจะนอนแล้ว” ห้าทุ่มห้าสิบห้านาที พราวฟ้าลุกไปอาบน้ำแล้วกลับมาดื่นนมอุ่นๆ และเมื่อหัวถึงหมอนเธอก็หลับสนิททันที
“เชิญจ้ะ ตามสบายนะ” กอบสุขบอกด้วยเสียงสั่นๆ เพราะดำรงไม่ได้มาคนเดียวแต่พาเพื่อนมาอีกสองคน “คุณกอบจำเรื่องที่เคยบอกผมได้ไหมครับ” ดำรงถาม “จำได้จ้ะ เรื่องนั้นใช่ไหม” “คุณกอบต้องพูดให้ชัดเจนนะครับ กระซิบบอกผมคนเดียวก็ได้เพราะทุกอย่างจะเกิดขึ้นเพียงทางเดียวเท่านั้นคือคุณกอบยินยอม” “ฉันอยาก xxx” กอบสุขสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเชิดหน้าบอกอย่างมั่นใจ เธอต้องการมันและไม่ใช่เรื่องผิดบาปใดๆ ที่ผู้หญิงอยากทำแบบนี้ หากมันไม่เดือดร้อนใคร ทำไมจะทำไม่ได้ เพื่อนๆ ของดำรงไม่รีรอเมื่อคนชวนมาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต
♡ แรกๆ ก็เอ็นดู หลังๆ ก็อยากให้ดูเอ็น ♡ บางส่วนจากนิยาย: กิตตินอนมองเอมิลี่แต่งตัวอย่างเพลิดเพลินแล้วความคิดซุกซนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่อยากให้เธอใส่เสื้อผ้าเลยให้ตายสิ อยากถอดเสื้อจัง อยากถอดกางเกงด้วย ชุดชั้นในก็ไม่ต้องใส่หรอกบดบังของสวยๆ ทำไม “แล้วพี่โก้ไม่แต่งตัวเหรอคะ” “แต่ง … แต่งครับ รอเดี๋ยวเดียวนะ” กิตติต้องหยุดความคิดฟุ้งซ่านลงก่อน “พี่โก้ไม่อยากไปใช่ไหมคะ” เอมิลี่เดินกลับไปหาคนที่ยังไม่ลงจากเตียง “อยากครับ ไปสิไปกันเลย พี่แต่งตัวอึดใจเดียวก็เสร็จแล้ว” “ไม่จริงหรอกค่ะ ทำอยู่ตั้งนานกว่าพี่โก้จะเสร็จ” คำเตือน: มีการสูญเสีย มีเหตุการณ์สะเทือนใจ
ซ่งชิงเหอโดนหักหลังและกลายเป็นฆาตกรในสายตาคนอื่น เธอจึงหย่ากับสีจั้นถิง สามีของเธอ และเดินทางออกจากเมืองหวยไปด้วยความเกลียดชัง หกปีต่อมา เธอหวนกลับมาราวกับนกฟีนิกซ์พร้อมกับคู่แข่งของสามีเก่าเธอ เธอเติบโตขึ้นกลายเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เธอสาบานกับตัวเองว่าจะทำให้ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำไว้กับเธอ เธอยอมร่วมมือกับเขาเพียงเพื่อแก้แค้น โดยไม่รู้เลยว่าเธอตกเป็นเหยื่อของเขาไปแล้ว ในเกมแห่งความรักและความปรารถนา ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ชนะที่แท้จริงจะเป็นใคร
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
ลู่หลีเคยได้รับการช่วยชีวิตจากสามีของเธอ แต่หลังจากเขาสูญเสียความทรงจำ เขากลับลืมเธอเสียสนิท สามปีหลังจากแต่งงาน เพ่ยซือหานถึงกับนอกใจต่อหน้าผู้คน ทำให้เธอรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างมาก ลู่หลีรู้สึกผิดหวังมาก จากนั้นก็เซ็นเอกสารหย่าทันที ตั้งแต่นั้นมา เธอได้กลับมาเป็นหญิงสาวที่มีอำนาจอีกครั้ง หมอผีที่มีชื่อเสียงโด่งดังคือเธอ ตำนานนักแข่งรถคือเธอ แฮกเกอร์ระดับโลกคือเธอ และนักออกแบบอัจฉริยะก็เป็นเธอเช่นกัน ต่อมา เพ่ยซือหานไม่เพียงแต่เสียใจจนสุดขีด แต่ยังฟื้นความทรงจำได้อีกด้วย เขาถึงกับบุกเข้าไปในงานแต่งงาน “เสี่ยวหลี ขอร้องเถอะ ให้โอกาสผมอีกครั้ง!” แต่เอวของลู่หลีถูกโอบกอดไว้โดยใครอีกคนหนึ่งที่มีอำนาจ เขาหัวเราะในลำคอว่า “ที่รัก มีคนที่กำลังเล่นกับไฟ”
ซูหลีพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจตระกูลซูมาตลอดห้าปี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อคำใส่ร้ายของน้องสาวเพียงคำเดียว เรื่องที่ซูหลีเป็นคุณหนูปลอมก็ถูกเปิดเผย ทำให้คู่หมั้นทิ้งเธอ เพื่อนๆ ก็ห่างเหิน และพี่ชายขับไล่เธอออกจากบ้าน บอกให้เธอกลับไปหาพ่อแม่ชาวนาของเธอ ในที่สุดซูหลีก็สิ้นหวังและตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซู ยึดความช่วยเหลือทุกอย่างคืนและไม่อดทนอีกต่อไป แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าชาวนาที่พี่ชายพูดถึงนั้นกลับกลายเป็นตระกูลลั่วผู้มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ในคืนเดียวเธอเปลี่ยนจากคุณหนูตัวปลอมที่ถูกทุกคนรังเกียจเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีที่มีพี่ชายสามคนที่รักเธอ พี่ชายคนโตที่เป็นผู้บริหารใหญ่“เลิกประชุม จองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ ฉันอยากดูสิว่าใครกล้าแกล้งน้องสาวฉัน” พี่ชายคนที่สองที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมระดับโลก“หยุดการวิจัย ฉันจะไปรับน้องสาวกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ” พี่ชายคนที่สามที่เป็นนักดนตรีระดับโลก “เลื่อนคอนเสิร์ต ไม่มีอะไรสำคัญเท่าน้องสาวของฉัน” จู่ๆ คนทั้งเมืองจิงก็ต้องตกใจช็อก ตระกูลซูเสียใจจนสุดขีด คู่หมั้นก็กลับมาขอคืนดี ผู้คนที่มาขอจีบเธอก็แห่กันมาถึงหน้าบ้าน ไม่ทันที่ซูหลีจะตอบสนอง ตระกูลชือซึ่งเป็นตระกูลสูงสุดในเมืองจิงและมีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพเรือ ก็เสนอใบสมรสให้เธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนดังในสังคมชั้นสูง!
ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY