การแก้แค้นที่แสนหอมหวาน...จับลูกสาวศัตรูมาทำเมีย
การแก้แค้นที่แสนหอมหวาน...จับลูกสาวศัตรูมาทำเมีย
หวงรักลูกสาวมาเฟีย
Part 1 Bastet
ป้ายสีชมพูเขียนข้อความ “Happy 8th Birthday” แขวนอยู่บนผนัง แน่นอนว่าวันเกิดก็ต้องมีเค้ก
สาวน้อยที่เกิดวันนี้โปรดปรานช็อกโกแลตทุกรูปแบบ บิดาจึงสั่งทำเค้กช็อกโกแลตประดับหน้าด้วยเจ้าหญิงน้อยนั่งอ่านหนังสือในสวนดอกไม้
“ขอบคุณค่ะปาป๊า สวยมากเลย” พีโอนี่กอดและหอมแก้มพ่อด้วยความดีใจเพราะเค้กถูกใจทุกอย่าง
“หนูอธิษฐานแล้วเป่าเทียนนะ” ราฟาเอลปิดไฟในห้องเพื่อให้แสงเทียนส่องประกาย สาวน้อยหลับตาอธิษฐานขอพรอยู่ในใจ เมื่อเพลงวันเกิดจบเทียนก็ดับ
“ไม่อยากเชื่อว่าหนูจะโตขนาดนี้แล้ว เหมือนเมื่อวานหนูเพิ่งหัดเดิน”
“เสียดายที่หม่ามี้ไม่อยู่นะคะ”
“หม่ามี้อยู่ในใจเราสองคนตลอดเวลา ไม่ได้ไปไหนเลย”
“ค่ะปาป๊า เรากินเค้กกันดีกว่าเนอะ”
“ขอบใจจ้ะสำลี” แม่บ้านนำกาแฟและชามาให้ พีโอนี่บอกขอบคุณสำลีซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของเธอด้วย
สำลีอยู่กับพีโอนี่ตั้งแต่เกิด มารดาของพีโอนี่เป็นคนไทยที่มาพบรักกับชาวต่างชาติ เขาร่ำรวยมีเงินเหลือเฟือบ้านช่องใหญ่โต เมื่อภรรยาสุดที่รักให้กำเนิดลูกสาว เขาจึงประกาศรับสมัครพี่เลี้ยง
เธอผ่านการสัมภาษณ์และการทดลองงานด้วยความโล่งใจ งานที่นี่ได้เงินดีแถมมีที่อยู่ที่กินไม่ต้องจ่ายเองสักบาท เงินที่ได้จึงส่งให้พ่อแม่ที่เมืองไทยเกือบทั้งหมด เธอเก็บไว้กับตัวเพียงนิดหน่อยเผื่อไว้ใช้ยามจำเป็น
สำลีทำงานดีและซื่อสัตย์จึงได้รับความไว้ใจจากเจ้านายโดยเฉพาะพวงแก้วที่เป็นสาวไทยพลัดถิ่นเหมือนกัน เธอเป็นแม่บ้าน พี่เลี้ยงและเพื่อนได้ดีเยี่ยม
เมื่อพวงแก้วจากไป พีโอนี่โศกเศร้าอยู่หลายเดือน ก็ได้สำลีช่วยปลอบใจให้คลายทุกข์ระทม
“สวีทพี เหมือนมายเลิฟของผมขึ้นทุกวัน สำลีว่าไหม”
“เหมือนคุณพวงแก้วย่อส่วนค่ะ”
“ลูกผู้หญิงเหมือนแม่จะอาภัพ”
“หนูพูดเรื่องอะไร , ใครบอกคะคุณหนู” ราฟาเอลกับสำลีถามพร้อมกัน
“นั่นสิ หมายความว่าอะไร ปาป๊าไม่เห็นเข้าใจเลย”
“คุณหนูไปได้ยินมาจากไหนคะ”
“แม่ของเพื่อนค่ะ แม่อรสา”
“พิโธ่ ! เป็นแค่ความเชื่อของคนไทยค่ะ คุณหนูอย่าเก็บมาใส่ใจเลย”
“หนูไม่ได้เหมือนแค่หม่ามี้สักหน่อย เหมือนปาป๊าด้วยทั้งความสูง สีตา สีผิวและที่เหมือนกันที่สุดก็คือ …”
“จมูก” สำลีกับพีโอนี่พูดพร้อมกัน
พีโอนี่คือลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่ลงตัวมากๆ เธอมีความเอเชียและยุโรปอยู่บนใบหน้า ไม่แปลกที่จะโดดเด่นดึงดูดสายตาผู้คน เธอเหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิต หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา สูงโปร่ง ผมสีน้ำตาลอ่อนเป็นลอนคลื่น นัยน์ตาสีเขียวอมเทา ปากและแก้มเจือสีแดงโดยธรรมชาติ
“ใช่แล้ว จมูกสวยๆ แบบนี้ มาจากปาป๊าแน่นอนแต่ดีแล้วที่ได้ไปแค่อย่างเดียว” ราฟาเอลหัวเราะร่วนเพราะส่วนอื่นของใบหน้าไม่ค่อยน่าพอใจนัก เขามีริมฝีปากหนา ตาเล็ก คิ้วดกเหมือนมีปลิงเกาะอยู่บนหน้าผาก
“ปาป๊าของหนูหล่อที่สุดในโลก”
“มีแค่สวีทพีกับมายเลิฟนี่แหละ ที่คิดว่าปาป๊าหล่อกว่าใคร” แม้ราฟาเอลจะไม่พอใจส่วนต่างๆ บนใบหน้าแต่พอมารวมกันแล้วมันก็ดูดีไม่น่าเกลียด ยิ่งตอนนี้มีทั้งเงินและอำนาจ จึงน่าดึงดูดกว่าเดิมหลายเท่า
“ค่ำนี้เสียงดังหน่อยนะสำลี เธอเข้านอนแต่หัวค่ำเลยก็ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยู่ช่วยดีกว่า วันเกิดคุณหนูจะรีบนอนได้ยังไง”
“สำลีอยู่เถอะ ถ้าไม่อยู่ฉันเหงาแย่เลย ปาป๊าต้องคอยต้อนรับคนที่มางาน”
เค้กช็อกโกแลตมีขนาดแค่ครึ่งปอนด์เพราะสั่งทำเพื่อคนสามคนส่วนเค้กของงานเลี้ยงค่ำนี้ก้อนใหญ่อลังการเพราะมีผู้มาร่วมงานหลายร้อยคน
นอกจากอวดลูกสาว ราฟาเอลก็อยากอวดบารมีและเส้นสายของตัวเอง เขาเชิญนักการเมือง นักธุรกิจ ตำรวจ ทหารและคนมีชื่อเสียงมาร่วมงานคับคั่ง
สองคนพ่อลูกดื่มด่ำกับชาและกาแฟพร้อมละเลียดเค้กไปด้วย เมื่อได้เวลาราฟาเอลก็ไปแต่งตัว พีโอนี่ก็เช่นกันโดยมีสำลีเป็นผู้ช่วยเพราะต้องทำผมให้สวยเป็นพิเศษ
“เรียบร้อยค่ะ คุณหนูชอบไหมคะ” สำลีบรรจงรวบผมสีน้ำตาลอ่อนแค่ด้านบนแล้วคาดด้วยมงกุฎเพชรอันเล็ก ส่วนผมที่เหลือปล่อยให้มันสยายยาวเต็มหลังเพื่ออวดความเงางามให้เต็มที่
“ชอบจ้ะ ขอบคุณสำลีที่สุดในโลกเลย” พีโอนี่กอดสำลีแล้วหลับตาพริ้ม เธอไม่ใช่แค่พี่เลี้ยงแต่เหมือนแม่คนที่สอง
“ไปกันเลยไหมคะ คุณราฟน่าจะรออยู่แล้ว”
“ไปเลยจ้ะแล้วสำลีไม่เปลี่ยนชุดสวยๆ เหรอ”
“ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกค่ะ ใส่ชุดนี้ดีแล้ว คนที่มางานจะได้เรียกใช้ถูก”
“แบบนี้ปาป๊าต้องจ่ายเงินพิเศษให้นะเนี่ย สำลีทำงานเกินเวลา”
“คุณราฟจ่ายให้ตลอดค่ะ คุณหนูไม่ต้องห่วง”
“องค์หญิงพีโอนี่” ราฟาเอลโค้งคำนับให้ลูกสาวที่สวมชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง
“เจ้าชายของหนู” พีโอนี่ถอนสายบัวให้พ่อ เธอคล้องแขนกับเขาแล้วออกเดินพร้อมกัน
สนามหน้าบ้านถูกเนรมิตเป็นพระราชวัง สิ่งของตกแต่งล้วนหรูหราแวววาวเพราะอยู่ในธีมสีทองกับชมพู ในงานไม่มีโต๊ะและเก้าอี้เพราะจัดแบบค็อกเทล ผู้คนจะได้เดินพูดคุยกันไม่นั่งติดที่
ราฟาเอลกล่าวเปิดงาน พีโอนี่พูดขอบคุณเล็กน้อยเพราะประหม่า แล้วงานเลี้ยงก็เริ่มต้น
“นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว”
“ต้องมาสิครับ วันเกิดคนสำคัญของพี่” บาสท์ ลองแมนน์เข้ามากอดราฟาเอล
“วันนี้มาคนเดียวเหรอ ผิดคาดนะเนี่ย”
“งานทางการแบบนี้ควงคนที่ยังไม่ทางการมาไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยววุ่นวาย”
“ฮ่าๆๆ ต้องยังงี้สิไอ้น้องรัก จัดลำดับความสำคัญได้ดีเยี่ยม”
“พีโอนี่โดนล้อมอยู่ ผมฝากของขวัญไว้กับพี่แล้วกัน”
“ได้ๆ เจ้าของวันเกิดก็ต้องโดนล้อมแบบนั้นแหละ” ราฟาเอลหันไปมองลูกสาวด้วยความปลื้มใจ เธอกำลังเล่นเปียโนขับกล่อมผู้คนในงาน
“เรื่องนั้น ยังสนใจอยู่รึเปล่าบาสท์”
“สนใจครับแต่ยังติดปัญหาเรื่องเงิน ผมยื่นกู้ไปแล้ว น่าจะทราบผลเดือนนี้”
“พี่ก็อยากได้หุ้นส่วนที่คุ้นเคยไว้ใจกันได้ ถ้าแกตกลงเราแบ่งกันครึ่งต่อครึ่งไปเลย ไม่ต้องสี่สิบหกสิบอะไรแล้ว”
“จริงเหรอพี่”
“จริงสิ กับคนอื่นพี่จะแบ่งแค่สามสิบด้วยซ้ำแต่นี่น้องก็ต้องแบ่งกันแบบใจๆ”
“ขอบคุณครับพี่ราฟ ผมหวังว่าจะกู้ผ่าน ไม่น่ามีปัญหาอะไร”
“พ่อกับแม่แกนี่ใจแข็งดีนะ ไม่ช่วยลูกเลย ทั้งที่รวยขนาดนั้น”
“ผมทำของผมเองดีกว่า ไม่อยากโดนดูถูกว่าเอาตัวไม่รอด”
“มันก็ใช่แต่พ่อแม่ส่วนมากทนเห็นลูกลำบากไม่ค่อยได้”
“ยกเว้นพ่อแม่ผมนี่แหละ ช่างเถอะพี่ มาดื่มกันดีกว่า งานเลี้ยงทั้งที อย่าคุยเรื่องงานเลย”
“เชิญจ้ะ ตามสบายนะ” กอบสุขบอกด้วยเสียงสั่นๆ เพราะดำรงไม่ได้มาคนเดียวแต่พาเพื่อนมาอีกสองคน “คุณกอบจำเรื่องที่เคยบอกผมได้ไหมครับ” ดำรงถาม “จำได้จ้ะ เรื่องนั้นใช่ไหม” “คุณกอบต้องพูดให้ชัดเจนนะครับ กระซิบบอกผมคนเดียวก็ได้เพราะทุกอย่างจะเกิดขึ้นเพียงทางเดียวเท่านั้นคือคุณกอบยินยอม” “ฉันอยาก xxx” กอบสุขสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเชิดหน้าบอกอย่างมั่นใจ เธอต้องการมันและไม่ใช่เรื่องผิดบาปใดๆ ที่ผู้หญิงอยากทำแบบนี้ หากมันไม่เดือดร้อนใคร ทำไมจะทำไม่ได้ เพื่อนๆ ของดำรงไม่รีรอเมื่อคนชวนมาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต
♡ แรกๆ ก็เอ็นดู หลังๆ ก็อยากให้ดูเอ็น ♡ บางส่วนจากนิยาย: กิตตินอนมองเอมิลี่แต่งตัวอย่างเพลิดเพลินแล้วความคิดซุกซนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่อยากให้เธอใส่เสื้อผ้าเลยให้ตายสิ อยากถอดเสื้อจัง อยากถอดกางเกงด้วย ชุดชั้นในก็ไม่ต้องใส่หรอกบดบังของสวยๆ ทำไม “แล้วพี่โก้ไม่แต่งตัวเหรอคะ” “แต่ง … แต่งครับ รอเดี๋ยวเดียวนะ” กิตติต้องหยุดความคิดฟุ้งซ่านลงก่อน “พี่โก้ไม่อยากไปใช่ไหมคะ” เอมิลี่เดินกลับไปหาคนที่ยังไม่ลงจากเตียง “อยากครับ ไปสิไปกันเลย พี่แต่งตัวอึดใจเดียวก็เสร็จแล้ว” “ไม่จริงหรอกค่ะ ทำอยู่ตั้งนานกว่าพี่โก้จะเสร็จ” คำเตือน: มีการสูญเสีย มีเหตุการณ์สะเทือนใจ
ในชาติก่อน ถูกผู้ชายใจร้ายใช้เป็นเครื่องมือ ทำให้ตัวเองต้องตาย และยังทำให้อาของเขาที่มีอิทธิพลสูงต้องพินาศด้วย เมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ในวันที่ขอแต่งงาน เธอตัดสินใจแต่งงานใหม่กับลี่โม่เป่ย อาเล็กของผู้ชายเฮงซวย คิดว่ามันจะเป็นแค่การตกลงเป็นพันธมิตร หลังจากแต่งงานกลับกลายเป็นว่าเขาคอยเอาใจเธอเป็นอย่างดี จากนั้นเธอจัดการกับชายเลว ส่วนเขาซ้ำเติม เธอฆ่าคน เขาก็ช่วยเก็บกวาด เธอทำเรื่องใหญ่โต เขาก็ช่วยแก้ไขปัญหา เมื่อสัญญาสิ้นสุด ตู้เซียวเซียวต้องการจะจากไป แต่เขากลับไม่พอใจ เขาขวางเธอไว้ที่ประตู น้ำเสียงเว้าวอน “เซียวเซียว เธอจะทิ้งฉันหรือ?” ตู้เซียวเซียวใจอ่อน “งั้นต่อสัญญาอีกปีดีไหม?” แต่สถานการณ์กลับยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวก่อน ไหนบอกว่าไม่สามารถมีลูกได้ แล้วทำไมท้องของเธอถึงโตขึ้นล่ะ!
สิ่งแรกที่เธอทำหลังจากการหย่าร้าง เธอไปหมั้นกับศัตรูของเขา ไปมีความรักกับชายหนุ่มน้อย เล่นงานมือที่สาม แก้แค้นอดีตสามี ตัวตนที่แท้จริงของเธอค่อยๆ ถูกเปิดเผย นักเปียโนอันดับหนึ่งของโลก? ดีไซเนอร์ Elan ที่หาตัวยาก? นักลงทุนลึกลับ? หลังจากการหย่าร้างหลี้จิงถิงถึงค้นพบว่าอดีตภรรยาของเขามีความลับมากมายอย่างนี้ เขาอยากตามตื้ออดีตภรรยาของเขากลับมาคบกัน แต่ยังเป็นไปได้ไหมล่ะ มีอยู่วันหนึ่ง เมื่อปริศนาแห่งประสบการณ์ชีวิตของเธอถูกเปิดเผยจริงๆ หัวใจของเขาแตกสลายอย่างสิ้นเชิง...
ซ่งเซียงทำสิ่งที่น่าอายที่สุดในชีวิต คือการเป็น "เลขานุการส่วนตัว" ให้กับเหยียนลี่หานนานถึงห้าปี เธอมอบทุกสิ่งให้เขา แต่ผู้ชายที่น่ารังเกียจกลับบอกว่าเบื่อ แล้วส่งเธอไปอยู่ในที่ที่ห่างไกลไม่มีใครสนใจ ชีวิตที่ถูกส่งไปอยู่ที่ห่างไกลนั้นไม่ง่าย แต่โชคดีที่เคราะห์ร้ายได้ผ่านพ้นไป เมื่อซ่งเซียงมาถึงระดับล่าง ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปวดหลังปวดขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง เธอจึงอดทนทำงานหนักจนประสบความสำเร็จ มีหนุ่มน้อยมาไล่ตาม ผู้ใหญ่ใจดีมอบผลงานให้ พ่อที่ไม่เคยพบหน้าเป็นมหาเศรษฐีใกล้ตาย พยักหน้าก็ได้รับมรดก ชีวิตมีขึ้นมีลงอยู่เสมอ เหยียนลี่หานคนโชคร้ายแน่ๆ! ในงานเลี้ยงเหยียนลี่หานถือแก้วไวน์ มองไปที่อดีตเลขานุการที่ไม่ได้เจอหลายวันด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "ยังคิดถึงฉันจนต้องมาที่งานเลี้ยงนี้ใช่ไหม?" ซ่งเซียงยิ้มเยาะ "คุณเหยียน ฉันไม่ได้เชิญคุณนะ" เหยียนลี่หานตอบ "เธอคิดอะไรอยู่?"
อวิ๋นซือเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่กับภริยาเอก นางเพียบพร้อมคู่ควรกับฐานะฮูหยินใหญ่ วัยสิบห้าหญิงสาวขึ้นเกี้ยวสีเเดงหลังใหญ่ ใช้แปดคนหามเข้าสู่ตระกูลสามี วัยสิบเจ็ดนางถือหนังสือหย่าออกจากจวนอย่างทระนง เป็นฮูหยินใหญ่เเล้วอย่างไร เมื่อในใจสามียังสู้อนุคนหนึ่งไม่ได้ด้วยซ้ำ
กู้จือหลิงสูญเสียการมองเห็นทั้งสองข้างเพื่อช่วยซ่งจิ่งชวน แต่กลับถูกทรยศอย่างไร้เยื่อใยในคืนก่อนวันแต่งงาน อีกฝ่ายยังใช้ประโยชน์จากการที่เธอตาบอด ส่งเธอไปให้ผู้สืบทอดตระกูลลู่ที่มีชื่อเสียงในเป่ยเฉิงเพื่อชดใช้หนี้สิน กู้จือหลิงที่ทุ่มเทความรักให้ผิดคน ในเมื่อผิดแล้วจึงตัดสินใจผิดแต่งงานเข้าตระกูลลู่เสียเลย มีข่าวลือว่าทายาทของตระกูลลู่มีชื่อเสียงที่ไม่ดี ไร้ความสามารถทำอะไรไม่สำเร็จ คนทั้งเมืองต่างเฝ้ารอดูความล้มเหลวของสาวตาบอดและลูกชายตระกูลลู่ที่ไร้ค่า แต่ไม่คาดคิดเลยว่า สาวน้อยผู้น่าสงสารได้กลายเป็นนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก เป็นแฮกเกอร์ระดับโลก เป็นนักซิ่งระดับเทพที่มีชื่อเสียง และเป็นหัวหน้าขององค์กรลับเพื่อสันติภาพ คนทั้งเมืองต่างตกตะลึง อดีตคู่หมั้นถึงกับช็อกจนพูดไม่ออก ครั้งหนึ่งด้วยความเมาเขาร้องไห้สำนึกผิดต่อหน้าสื่อ : "สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดในชีวิตนี้คือการปล่อยกู้จือหลิงให้หลุดมือไป นี่มันเป็นการยกของดีให้กับไอ้บ้าตระกูลลู่ชัด ๆ !"
หลังจากภรรยาของประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปจากไป มีคนพบว่าเขากลายเป็นคนดี ไม่เจ้าชู้มากใจอีก ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยกันกับลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอประจำตระกูลที่เขาจ้างมาใหม่มาที่บ้าน “คุณฮั่ว ให้ฉันตรวจดูอาการให้คุณไหมคะ? ” คุณฮั่วมองด้วยใบหน้าที่เล่าลือว่ากลายเป็นคนดีแล้ว และสายตาคมกริบดั่งมีด หมอประจำตระกูลวิ่งหนีไปด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หมอประจำตระกูลเข้ามาครองใจคุณฮั่วได้สำเร็จ “คุณนายฮั่ว คุณทำยังไงให้คุณฮั่วเปิดใจ เดินออกมาจากความคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับได้ยังไงเหรอครับ? ” “เฮอะ ๆ ง่ายมาก แต่งงานแล้วได้แถมสองไง! ” เจ้าสาวพูดอย่างไม่พอใจและจับมือเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเจ้าบ่าวสองคนออกมา!
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY