ในเมื่ออยากได้ไตของเขาเธอต้องเอาตัวเข้าแลกเท่านั้น! "ฉันไม่มีเงิน จะให้ทำอะไรก็ได้ช่วยพ่อฉันด้วยนะคะ" "เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ก็แค่..คุณมานอนกับผมแค่ครั้งเดียวก็น่าจะเกินพอ เพราะผมไม่ชอบกินของอะไรซ้ำ ๆ"
ในเมื่ออยากได้ไตของเขาเธอต้องเอาตัวเข้าแลกเท่านั้น! "ฉันไม่มีเงิน จะให้ทำอะไรก็ได้ช่วยพ่อฉันด้วยนะคะ" "เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ก็แค่..คุณมานอนกับผมแค่ครั้งเดียวก็น่าจะเกินพอ เพราะผมไม่ชอบกินของอะไรซ้ำ ๆ"
แสนรักอยู่ในชุดซาฟารีสีเข้มจากทีมอาสากู้ภัยทางภาคใต้ ปักชื่อแซ่พร้อมสรรพนั่งมองนักท่องราตรีสาว ๆ ที่แต่งตัวด้วยชุดสั้นเสมอหูจากรถกู้ภัยคันเก่าและแก่ ทางตอนหน้าด้วย แววตาเหนื่อยหน่าย ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนางแต่งตัวกันมาเพื่อยั่วยวนกวนกิเลสแบบนี้ คิดว่าสังคมคงไม่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่มักจะเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันแน่ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่มีพวกหล่อน อาสาอย่างพวกเธอก็คงจะตกงานเช่นกัน หรือถ้าจะให้เรียกแบบหยาบ ๆ ก็ไม่มีจะแดกจากค่าหัวคิวนั่นแหละ
พยาบาลสาวที่วันนี้มาในคราบอาสากู้ภัยกระตุกมุมปากคล้ายแสยะเล็กน้อยให้กับโชคชะตาของตัวเอง จนอมยิ้มที่อยู่ในปากเกือบหลุด ถ้าโชคดีวันนี้มีเหตุด่วนฉุกเฉินมากกว่าสามราย เธออาจได้ค่าน้ำร้อนน้ำชาจากผู้ประสบภัยหรือไม่ก็ได้จากรพ.ที่นำเคสไปส่งให้ ชื่อขึ้นว่าทำเพื่อการกุศล แต่เบื้องลึกเบื้องหลัง สลับซับซ้อน การกินนอกกินใน กินเส้นไม่กินเส้นกันระหว่างกลุ่มอาสาฯ และแก่งแย่งคนไข้กันระหว่างรพ. เรื่องราวมีเยอะแยะจนน่าปวดหัว ช่างปะไร เธอเป็นมนุษย์หาเงินตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน๊อต ใครจะสนความถูกผิด ขอแค่คุ้มค่าเหนื่อยที่อุตส่าห์เอาวันหยุดมารับจ๊อบพิเศษแทนเพื่อนก็เพียงพอแล้ว
จากหัวค่ำจนถึงตอนนี้เจอเคสไม่หนักหนา แค่รถเฉี่ยวชนกันเล็กน้อย ไม่ถึงกับสมองไหล แขนหัก ต้องเข้าผ่าตัดด่วน สองเคสก่อนหน้าสบายชิลล์กันไป พอได้ค่าขนมเก็บสะสมเป็นค่ารักษาพยาบาลให้พ่อที่นอนรอรับความช่วยเหลือด้วยโรคภาวะไตวายเรื้อรังในห้องไอซียู
กริ๊งงงง เสียงเตือนจากโทรศัพท์มือถือรุ่นกลางเก่ากลางใหม่หากมันก็ยังใช้ได้ดี คุ้มค่าและราคาที่ซื้อมาแพงแสนแพงในความรู้สึกตอนนั้น
"เฮ๊ย! ไอ้แสน ว่างหรือยัง ส่งเคสเรียบร้อยแล้วใช่ป่ะ"ปราโมทย์เพื่อนอาสาฯที่ยกโอทีวันนี้ให้เธอเพราะเมียกำลังอยู่ในห้องคลอด รอปากมดลูกเปิดอยู่ คุณพ่อมือใหม่ตื่นเต้นจนไม่รู้จะทำตัวยังไง โทรมาหาเธอทุกสิบนาที จนน่าหงุดหงิด
"เพิ่งส่งไปเมื่อ สิบนาทีที่แล้ว ตอนนี้มานั่งเฝ้าชะนีนุ่งสั้นเสมอหูหน้าผับอยู่" แสนรักพูดกับโทรศัพท์น้ำเสียงเนือย ๆ
"เอ้อ! เมื่อกี้พยาบาลบอก.."
"กี่เซนต์? ปากมดลูกเปิดกี่เซนต์แล้ว!"เธอพูดสวนกลับเพื่อนทันควัน ทั้งที่ไอ้เพื่อนรักพูดไม่ทันจบคำดีด้วยซ้ำ
"มึงรู้ได้ไง ว่ากูจะพูดอะไร"
"กูรู้เพราะมึงรายงาน กูทุกสิบนาที อยู่นี่ไง"ปกติเธอไม่ค่อยนิยมใช้คำไม่สุภาพนักหรอก แต่กับไอ้เพื่อนคนนี้ขอเว้นมันคนหนึ่งก็แล้วกัน
"กูตื่นเต้นนี่มึง"
"มึงก็เก็บอาการหน่อยดิวะ กูเป็นพยาบาลห้องฉุกเฉินนะเว้ย ไม่ใช่พยาบาลห้องคลอด หรือมึงจะให้กูออกเวรตอนนี้ ไปอยู่ให้มึงหายตื่นเต้นตรงหน้าเลยดีไหม"แสนรักตะคอกผ่านโทรศัพท์ กรอกหูไอ้เพื่อนสนิทด้วยความเดือดดาล
"เอ้อ! อย่าให้ถึงคราวมึงคลอดลูก กูจะคอยดูหนังหน้าผัวมึงว่าจะทำตัวยังไงคอยดู แค่นี้แหละ ไอ้เพื่อนไม่รัก"
"ไอ้! ยั้ยยย" ไอ้เพื่อนบ้ามันพูดอวยพรทิ้งท้ายเสียจนเธอขนลุกซู่ ท้องกะผีอ่ะสิไอ้บ้า!
ปึง ปึง!!
"เฮ๊ย!" โทรศัพท์ในมือเกือบหลุด เมื่อได้ยินเสียงทุบหนัก ๆ จากตัวรถด้านนอก
"เปิดประตู!"แสนรักเหลือบสายตาไปมองตามเสียงเข้มดุจากคนที่ทุบกระจกรถฝั่งคนขับที่เธอนั่งอยู่ หากมองจากมุมนี้กลับเห็นใบหน้านั้นไม่ชัดนัก
"ไอ้บ้าที่ไหนกันวะ รนหาที่ตายหรือยังไงกัน จะมาปล้นกู้ภัยเนี่ยนะ สิ้นคิดไปหรือเปล่าพวก"พยาบาลสาวที่ขึ้นชื่อว่าขาโหด เปิดประตูผลัวะใส่ไอ้โจรตาถั่วอย่างตั้งใจ
"อุ๊บ!"และนั่นก็ได้ผล เมื่อมุมประตูปะทะจุดยุทธศาสตร์ของมันอย่างถนัดถนี่เลยทีเดียว ร่างสูงหนาของหมอนั่นถึงกับเสียหลักนั่งคุกเข่าลงไปกุมเป้าตัวเอง คงเจ็บปวดน่าดูล่ะสิท่า..
"เล่นกับใครไม่เล่นไอ้หนู แม่จะเสยด้วยปลายเท้าเป็นของแถมให้ก็แล้วกัน"สายป่านก้าวขาเข้าไปยืนตรงหน้าร่างที่คุดคู้ของไอ้โจรกระจอกหมายจะหวดให้เต็มข้อเสียหน่อย
"ช่วยผม! อยากได้อะไรผมให้คุณได้หมด" เสียงเข้มปนหอบเหนื่อยคล้ายร่างนั้นกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่าง ทำให้พยาบาลสาวหยุดฝีเท้าที่กำลังทำท่าเหวี่ยงใส่เป้าหมายชะงักไว้ได้ทัน แต่ที่ฉุดไม่ให้ปลายเท้าที่สวมด้วยรองเท้าผ้าใบยี่ห้อคอนเวิร์สของแท้ ไว้ได้นั่นก็คือธนบัตรสีทองปึกหนึ่งถูกชูหราขึ้นมาตรงหน้าต่างหากเล่า
"นะ..นายเอาเงินพวกนี้มาจากไหน"ยอมรับว่าใจเธออ่อนยวบไปแล้วตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเงินนั่น แต่จิตใต้สำนึกอันดีงามของเธอยังอุตส่าห์เปล่งคำถามแบบผู้ดีออกไป
"อย่ามากเรื่อง จะเอาหรือไม่เอา"
"เฮ๊ย! จะใจร้อนไปไหนเฮีย อุ๊บ!"หมอนั่นกระโจนเข้าหาร่างของพยาบาลสาวทันที ฉวยโอกาสตอนที่เธอไม่ได้ตั้งตัว ใช้ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าโถมทับร่างเล็กจ้อยให้ล้มลงไปในเบาะรถที่เธอเผลอเปิดประตูทิ้งไว้ พร้อมกับมือหยาบหนาโปะทับมาทั้งใบหน้าของแสนรักจนแทบหายใจหายคอไม่ออก
"เฮ๊ย! แม่งมันหายไปไหนเร็วนักวะ กูเห็นหลังไว ๆ วิ่งมาทางนี้นี่หว่า"
"ก็เออดิวะ เ..ี๊ยเอ๊ย!"
"อ๊วย..อ๊วย!"แสนรักได้ยินเสียงชายวัยฉกรรจ์สองคนวิ่งมาบริเวณที่เธออยู่ จึงร้องเสียงอู้อี้ผ่านมือหนาแม้ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นจะได้ยินเธอหรือไม่ก็ตาม
"ชู่ว์..เงียบไว้ ห้ามส่งเสียง"
"แอ..อะ..อำ..อะ..ไอ.." ฉายาพยาบาลสาวขาโหดไม่ได้มาง่าย ๆ หญิงสาวร่างเล็กหลับหูหลับตาทั้งถีบทั้งดัน ไม่รู้เป้าหมายว่าโดนอะไรไปบ้าง
"บอกให้เงียบยังไงเล่า พูดไม่ฟังเลยใช่ไหมฮึ!"
แม่บอดี้การ์ดสาวจอมเปิ่นจำหน้าหล่อๆของเขาไม่ได้ เบ้าหน้าฟ้าประทานอย่างแดเนียลเฉินนักร้องชื่อดังก้องโลกถูกยัยเด็กนั่นเมินใส่!คอยดูเถอะเขาจะจับเธอให้มาหลงรักจนหัวปักปำเลยคอยดู
นาธานผู้ชายหล่อ ..รวย.. ล่ำ ..น่าปล้ำ..มาทำสามีแห่งชาติ แต่ไหงกลับคลั่งรักสาวไทยหน้าตาบ้านๆ อย่างนางสาวธารใสเอามากๆ หากเจ้าหล่อนกลับชอบถีบหัวส่งเขาตลอดเวลาที่เข้าใกล้มันเพราะอะไรกันเล่า !!!
จะทำอย่างไรดี กับหัวใจดวงน้อย ๆ ของนางสาวจอมขวัญ มงคลเกียรติ ซึ่งเพื่อน ๆ ชอบเรียกว่า “ จอมจุ้น” ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ดั๊น..ไปตกหลุมรักชายหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ ซึ่งเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนรักเพื่อนเลิฟของหล่อนเอง ล้อมดาว ก้องกังวาลไกล เข้าจังเบ้อเริ่ม ในงานวันเกิดเพื่อนรัก เพียงแค่แวบเดียวที่ได้เจอหน้าเขาหล่อนก็เผลอพูดออกมาด้วยฤทธิ์กามเทพ หรือเพราะฤทธิ์น้ำส้มก็ไม่รู้ และไม่อาจเดาได้ ถึงได้โพล่งวาจาราวกับจะสาบานกับเบื้องบน “ อยากใช้นามสกุลเดียวกับพี่ชายตัวจังเลยล้อม” และจะด้วยฤทธิ์คำขอส่ง ๆของเธอคงไปถึงหูท่านคิวปิด เลยให้เธอได้เข้าไปทำงานเป็นเบ้ในบริษัทของเขา จับพลัดจับผลู ได้เลื่อนขั้นเป็นถึงเลขาของเจ้านายสุดหล่อ แต่..ความหวังอันเลือนรางของหล่อนจะเป็นจริงขึ้นมาได้อย่างไรล่ะ ก็เจ้านายเธอน่ะสิเจอหน้ากันทีไรเป็นต้องทำหน้ายักษ์ใส่ อย่างกับโกรธกันมาสักร้อยชาติ ทำอะไรก็มีแต่จะคอยส่งสายตาดุ ๆ มาให้อย่างอย่างนั้น แถมยังโดนว่าสารพัดทำอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปหมด เฮ้อ! ชักจะเริ่มท้อแล้วสิ จอมขวัญเพิ่งคิดได้ว่าคนระดับสูงแบบเขาคงไม่มีทางมามองพนักงานธรรมดา ๆ อย่างหล่อนหรอกช่วงหลัง ๆ จึงพยายามที่อยู่ห่าง ๆ จากเจ้านายจอมเฮี้ยบเสีย เพื่อเก็บหัวใจตัวเองไว้ให้รอดปลอดภัยจากคำว่าอกหัก! มัฆวัฒน์ ก้องกังวาลไกล ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หล่อเหลาเอาการแถมยังอิมพอร์ตมาจากเมืองนอก ด้วยมาดนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ก้าวเข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัวแทนบิดา ทำให้วงการธุรกิจด้านการโรงแรมและรีสอร์ท ต่างก็ตื่นตัวกับฝีไม้ลายมือ บวกกับความสุขุมรอบคอบ เอาจริงเอาจังกับงานอย่างเขา เป็นที่น่าจับตามองจากคู่แข่งเป็นอย่างมากการงานไปได้สวย แต่เรื่องหัวใจเขากลับไม่มีใครที่จะสามารถทำให้หัวใจอันแข็งแกร่งของเขาหวั่นไหวได้ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ทำงานมา ชายหนุ่มไม่กล้าที่จะให้ความสนิทสนมกับเพศตรงข้ามเลย ไม่ใช่เพราะว่าเข็ดขยาดเรื่องความรักแต่อย่างใด เพียงแต่เขาต้องการทุ่มเทให้กับงานมากที่สุดเท่าที่มีกำลังจะทำได้ กอปรกับภาระหน้าที่อันหนักหน่วง ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาไปกุ๊กกิ๊กกับใคร จนมาพบกับสาวน้อยหน้าตาสดใส ซึ่งในตอนแรกก็ไม่ได้ให้ความสนสนใจอะไรหล่อนมากมายนักหรอก หากพอนานเข้า เขากลับเป็นคนหลงเจ้าหล่อนจนหัวปักหัวปำ แทบถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว แต่ไหงสาวเจ้ากลับมีท่าทีไม่สนในเขา อย่าหวังว่าจะหนีเขาพ้น คนอย่างนายมาร์คลองได้รักแล้วไม่มีวันไม่ปล่อยหล่อนไปง่าย ๆ แน่ "อย่ามายั่วให้รัก แล้วจากไปแบบนี้ ผมไม่ยอมแน่ "
เขา:คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่น พ่อค้าอัญมณีเพชรพลอยที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยบ่อย จนแทบจะนับได้ว่าเป็นบ้านเกิดของเขาอีกที่หนึ่ง จุดประสงค์หลักที่ทำให้เขาต้องเดินทางมาที่เมืองไทย ไม่ได้เพียงเพื่อนำสินค้ามาแสดงเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อตามหาแหวนเพชรอันล้ำค่าทางใจของท่านปู่ของเขา และแล้ว..โชคชะตาก็นำพาให้เขาได้พบของสิ่งนั้นจนได้..แต่น่าแปลกที่ของมีค่าราคาแพงขนาดนั้นกลับตกอยู่ในมือของผู้หญิงไทยตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง หล่อนเป็นใคร? และเกี่ยวข้องอะไรกับแหวนวงนั้น? ที่สำคัญหล่อนได้มันมายังไง? หรือว่า..หล่อนขโมยมันมา.. ไม่ได้การล่ะเขาจะต้องเอาตัวผู้หญิงคนนั้นมาเพื่อพิสูจน์หาความจริงให้จงได้ เธอ:น้ำริน ฤทธิ์รณชัย พยาบาลสาวหน้าใส ที่โดนข้อหาว่าเป็นขโมยแหวนเพชรมูลค่าราคาหลายล้านบาท จากนายหน้าหล่อที่เจอกันบนเครื่องบิน แถมเขายังลักพาตัวหล่อนไปที่ญี่ปุ่นด้วย อะไรกันเนี่ย?! ฉันไม่ได้ขโมยของ ๆ คุณมานะ มีคนให้ฉันมาเอง!..
กู้ชิงเฉิงเชื่อมั่นมาตลอดว่าตราบใดที่เธอประพฤติตัวดี สักวันหนึ่ง เธอก็จะสามารถชนะใจมู่ถิงเซียวให้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเสิ่นถัง รักแรกที่เขาคิดถึงมาตลอดกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กู้ชิงเฉิงเป็นคนว่าง่ายสอนง่ายจริงๆ เธอจัดงานแต่งงานด้วยคนเดียว และนอนคนเดียวในห้องผ่าตัดเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน มีข่าวลือว่าเธอบ้าไปแล้ว อันที่จริงเธอบ้าไปแล้วจริงๆ ที่รักใครสักคนอย่างไม่ละอายขนาดนี้ ต่อมา ทุกคนลือกันว่า กู้ชิงเฉิงป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต มู่ถิงเซียวถึงสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง "ฉันไม่ปล่อยให้เธอตาย" แต่เธอกลับยิ้มอย่างนิ่งๆ ว่า "ดีจังเลย ฉันเป็นอิสระแล้ว" ใช่แล้ว ไม่ต้องการกู้ชิงเฉิงอีกแล้ว"
หลังจากที่แฟนหนุ่มประสบอุบัติเหตุรถชนและหมดสติไปหนึ่งสัปดาห์ เขาก็ฟื้นคืนความทรงจำขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาจำได้ว่ามีคนที่เขารักมายาวนาน ดังนั้น สิ่งแรกที่เซิ่งหลินชวนทำเมื่อฟื้นจากอาการโคม่า คือการขอเลิกกับฉินเวย “เรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงที่ฉันความจำเสื่อม ไม่ได้เป็นสิ่งที่ฉันตั้งใจทำจริงๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราตัดขาดความสัมพันธ์ ความรักของเราก็ทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นเลย ” ฉินเวยไม่ได้ว่าอะไร บัญเอิญว่าการวิจัยยาใหม่ในห้องทดลองสำเร็จ ฉินเวยจึงขอเข้าร่วมการทดลองยา “เมื่อคุณรับประทานยาเม็ดนี้ ความทรงจำส่วนนี้จะถูกลบไปอย่างถาวร คุณฉินเวย คุณตัดสินใจดีแล้วหรือ?”
ซ่งชิงเหอโดนหักหลังและกลายเป็นฆาตกรในสายตาคนอื่น เธอจึงหย่ากับสีจั้นถิง สามีของเธอ และเดินทางออกจากเมืองหวยไปด้วยความเกลียดชัง หกปีต่อมา เธอหวนกลับมาราวกับนกฟีนิกซ์พร้อมกับคู่แข่งของสามีเก่าเธอ เธอเติบโตขึ้นกลายเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เธอสาบานกับตัวเองว่าจะทำให้ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำไว้กับเธอ เธอยอมร่วมมือกับเขาเพียงเพื่อแก้แค้น โดยไม่รู้เลยว่าเธอตกเป็นเหยื่อของเขาไปแล้ว ในเกมแห่งความรักและความปรารถนา ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ชนะที่แท้จริงจะเป็นใคร
กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...
ในขณะที่เขาเฝ้ารักสตรีผู้นั้น ทว่าในขณะเดียวกันนางก็เฝ้ารอความรักจากเขาอย่างมีความหวัง 'ความรักทำให้คนโง่งม' คำกล่าวนี้ช่างเหมาะสมกับนางยิ่ง หรือชั่วชีวิตนี้ของนางจะเป็นได้เพียงอากาศ วนเวียนอยู่รอบกายแต่กลับไร้ค่าไม่มีตัวตน "พระองค์จะหันมาเหลียวแลหม่อมฉันบ้างได้หรือไม่ หม่อมฉันก็มีหัวใจไม่ต่างจากผู้อื่นเช่นกัน"
หลังจากแต่งงานได้ 2 ปี ในที่สุดเจียงเนี่ยนอันก็ตั้งครรภ์สักที ความดีอกดีใจของเธอแต่กลับแลกกับคำขอหย่าของสามี หลังจากการสมคบคิด เธอนอนในกองเลือด และต้องการขอร้องเขาให้ช่วยเด็กเอาไว้ แต่กลับไม่สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้ ด้วยความสิ้นหวังเธอจึงออกจากประเทศไป ต่อมาในงานแต่งงานของเจียงเหนียนอัน คุณกู้เสียการควบคุมและคุกเข่าลง ดวงตาของเขาแดงก่ำ "มีลูกของฉัน แล้วเธออยากจะแต่งงานกับใครกัน?"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY