ไม่รู้โชคช่วยหรือดวงซวย! เลขาฯ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ‘André Bernard’ เลยได้มาเป็นเลขาฯ คนที่แปดของเจ้านายสาวเรื่องเยอะ ลูกสาวคนเดียวของบ้านคุณหญิงวริศรา ทายาทไฮโซ ร่ำรวยลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย
ไม่รู้โชคช่วยหรือดวงซวย! เลขาฯ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ‘André Bernard’ เลยได้มาเป็นเลขาฯ คนที่แปดของเจ้านายสาวเรื่องเยอะ ลูกสาวคนเดียวของบ้านคุณหญิงวริศรา ทายาทไฮโซ ร่ำรวยลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย
“ดูสิ... คนที่แปดแล้วแก...”
เสียงกระซิบกระซาบของพนักงานสาววัยกลางคนหน้าเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับ ยกมือป้องปากบอกเพื่อนร่วมงานอย่างใช้ความระมัดระวัง ทันทีที่เจ้าของร่างสูงในเชิ้ตหล่อเหลาสีน้ำเงินเข้มขยับขายาวชะลูดผ่านหน้าไป
ฝรั่ง! ฝรั่ง!
ไม่แปลกที่สาว ๆ แต่ละนางจะตื่นเต้นเกินเบอร์ เมื่อบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งนี้ไม่เคยว่าจ้างต่างด้าวเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขานุการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เอกสารส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย มีภาษาอังกฤษแทรกแซมอยู่ประปรายประสาบริษัทสินค้าแบรนด์เนมไทย อาจทำให้การทำงานมีปัญหา
แล้วพ่อฝรั่งขายาวจะอ่านเขียนไทยได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมรองรับอารมณ์เจ้านายหรือ? มันจะเป็นไปได้ยังไง แต่ก็นั่นแหละ พ่อฝรั่งขายาวได้รับการให้อภัย
“อุ๊ยแม่เจ้า นาน ๆ จะมีฝรั่งหล่อลากกระชากตับหลุดมาสักคน”
“งานดีเป็นบ้า แต่ป้าให้เต็มที่สามวันอะคุณน้อง”
“วันเดียวก็เหลือแหล่ค่ะป้าปิ๊ก”
“โธ่... นุ้ยรู้สึกเสียดายจังเลย ทำไมบอสเราผีเข้าผีออก ไล่เลขาฯ ออกในเดือนเดียวตั้งเจ็ดคน มิสเตอร์อองเดรของพวกเราจะอยู่เป็นอาหารตาได้สักกี่วัน” เสียงหัวเราะคิกคักดัง ต่างคนมองซ้ายขวาหน้าหลังก่อนนินทา ลดเสียงลงให้เบาที่สุด โดยไม่มีคำว่าพลาด ใคร ๆ ก็รู้ เจ้านายที่นี่ดันเหมือนใครเสียที่ไหน
‘คุณเฌอเอม’
ลูกสาวคนเดียวของบ้านคุณหญิงวริศราและศาสตราจารย์ชรัณ ทายาทนักธุรกิจกลุ่มคอสเมติก ร่ำรวยลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย
บ้านไอยเรศเป็นทั้งเจ้าของห้างสรรพสินค้า เสื้อผ้าแฟชั่นงานแบรนด์เนม เครื่องสำอางสำหรับคนรักสุขภาพ ดีต่อทุกสภาพผิว สินค้าของคุณหญิงเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงมายาวนาน หนึ่งในตลาดหุ้นภายใต้ชื่อบริษัท IMR คอสเมติก จำกัด (มหาชน)
ว่าก็ว่าเถอะ บ้านคุณหญิงน่ะ ไฮโซของแท้แน่จริง คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด พอลูกสาวคนเดียวเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในลอนดอน หล่อนก็สั่งให้ลูกสาวเข้ามาบริหารงานต่อ นั่งเก้าอี้ตำแหน่ง CEO ในทันที
เลขานุการคนใหม่เพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้ ยังไม่ทันเริ่มงาน เขาก้มลงมองพนักงานสาวชาวเอเชียทั้งสามในแผนกต้อนรับชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ทักทายอย่างสุภาพด้วยสำเนียงไทยชัดถ้อยชัดคำ
“สวัสดีครับ ผมอองเดรนะ ที่ส่งไลน์ไปเมื่อคืน ได้รับข้อความนะครับ”
“ได้รับค่ะคุณน้อง” พนักงานสาวในชุดสูทเรียบร้อยอายุรุ่นราวคราวแม่เอาแต่ส่งยิ้มหวาน มองแววตาฉงนของหนุ่มรูปงาม “คุณน้องพูดไทยชัดมากเลยนะคะ อยู่เมืองไทยมานานหรือยังนะ ป้าว่าตาคุณน้องสวยมาก เกรงว่าป้าคงถูกดูดวิญญาณไปแล้ว I love Farang”
“ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ I appreciate มาก But...” ปลายเสียงเงียบไป ฉีกยิ้มให้พวกหล่อนอย่างมีจุดประสงค์แอบแฝง “ผมรีบนิดนึง ยังไม่อยากโดนไล่ออกวันนี้น่ะครับ คุณเฌอเอมเธอต้องการเอกสารด่วน รบกวนด้วยนะครับ”
“ดาวเตรียมไว้แล้วค่ะคุณอองเดร เอกสารรายงานการประชุม เลขาฯ คนเก่าเพิ่งส่งอีเมลมาให้เมื่อเช้า”
ในความหวังดีของสาววัยยี่สิบปลายตั้งใจเก็บเอกสารเอาไว้เป็นอย่างดี หล่อนส่งกระดาษให้แล้วยังคงยิ้ม ส่วนฝรั่งหนุ่มรีบคว้ากระดาษเก็บเข้าแฟ้มอย่างระวังไม่ให้ยับ พร้อมมอบคำขอบคุณผ่านรอยยิ้มกระชากวิญญาณสาว ค่อยเดินจ้ำอ้าวไป
----------------------------------
André Bernard ชื่อภาษาไทยนั้นเขียนตรงตัว ‘นายอองเดร เบอร์นาร์ด’ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส หรือหนุ่มตาน้ำข้าวที่คนไทยเรียกกัน
ฝรั่ง!
ชายหนุ่มชินชากับคำนี้ ไปไหนมาไหนก็มักได้ยิน ซึ่งมันดันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้เอาเสียเลย ในเมื่อเขามีแค่ใบหน้าหล่อเหลาคลับคล้ายคลับคลาคุณแม่นวล แต่พันธุกรรมส่วนอื่นดันไปเหมือนคุณพ่อและคุณปู่ทุกกระเบียดนิ้ว
ด้วยความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรทำให้เขาดูโดดเด่น ขยับขายาวชะลูดผ่านหน้าสาวน้อยใหญ่ พวกหล่อนก็เอาแต่จ้อง ทั้งผมสีบลอนด์ทองดูนุ่มสลวยเป็นประกาย นัยน์ตาสีมรกตราวท้องทะเลสีคราม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอย่างหนุ่มฝรั่งเศส ขณะที่เขากลับมีผิวขาวละเอียดดูนุ่มเนียนเหมือนผิวของผู้หญิง แทนที่จะเป็นหนุ่มผิวแทนตามความนิยมของชาวต่างชาติส่วนใหญ่ ซึ่งคลั่งไคล้การเข้าเครื่องอบผิวเสียเหลือเกิน
น้อยคนจะรู้ว่าอองเดรสามารถ พูด-อ่าน-เขียน ภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่วเพราะเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนนานาชาติไทย-ฝรั่งเศสใจกลางกรุงเทพฯ มาตั้งแต่โรงเรียนอนุบาลหรือ K1 ก่อนได้ทุนไปเรียนต่อบ้านเกิดในลียง (Lyon) โดยใช้สิทธิการถือสัญชาติฝรั่งเศส
ชายหนุ่มมาส่งเอกสารตามนัดหมาย มาก่อนเวลาถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ ปลายรองเท้าเป็นเงามันหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่สไตล์โมเดิร์นเข้ากับห้องทำงานกว้างขวาง ด้วยสีหน้าสุขุมนุ่มลึกและนิ่งเฉย
ขณะใบหน้าสดสวยของเจ้านายสาวเงยขึ้นจากแท็บเล็ตในมือ ถัดจากคอมพิวเตอร์จอใหญ่ เธอเลิกคิ้วขึ้นพูด
“ฉันอยากคุยเรื่องเมื่อวาน คุณควรระมัดระวังมากกว่านี้ มันไม่ควรมีคำว่าผิดพลาด การก้าวพลาดสักก้าวหนึ่งเป็นปัญหาสำหรับฉัน” ในน้ำเสียงเย็นยะเยือก ดวงตาคู่สวยสว่างใสเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร ไม่เป็นมิตรกับคนมาใหม่ แถมเธอกำลังพูดถึงเรื่องเมื่อวาน ตอนรับพนักงานคนใหม่กะทันหัน ขอให้มาพบเธอที่บ้านตอนเย็น จากนั้นก็เกิดเรื่องราวไม่คาดฝัน
“ไม่ทันได้สัมภาษณ์เลขาฯ สักคำ เลยไม่มีโอกาสได้ไล่ออก เมื่อคืนนี้ฉันยังนอนไม่หลับ เกิดกลัวขึ้นมาว่าอาจโดนฆ่าตายเสียก่อน”
“ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มนะครับ แล้วผมแน่ใจว่าใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ผมคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ตอนนี้ก็ยังคิด...”
“Of course... เป็นอุบัติเหตุ สรุปว่าเป็นความผิดของฉันอย่างนั้นสิ”
“ในฐานะลูกจ้างคงไม่เหมาะสมถ้าหากผมจะพูดว่าคุณผิด ผมไม่พูดออกมาแน่ ๆ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของผมอยู่ดีนะครับคุณเฌอเอม” มือหนาพลันวางแฟ้มหนาลงบนโต๊ะกระจกสีดำสนิท เลขานุการหนุ่มคนใหม่คล้ายจะยั่วโทสะเจ้านาย ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นฝ่ายผิด
มันเหมือนกับว่าเขากำลังเล่นสงครามประสาท ยิ่งเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องประตูบ้าน มันเปิดออกกว้างด้วยมือของแม่บ้านผู้ไม่ได้ใช้ความตั้งใจในการเปิดประตู ทำให้ลูกสาวเจ้าของบ้านวิ่งออกมาล้มทับฝรั่งหนุ่ม
Mouth to mouth... ปากกระแทกปาก!
จูบแรกของเฌอเอมถูกช่วงชิงไปโดยฝรั่งแปลกหน้า แถมอีตาว่าที่คู่หมั้นเดินออกมาพอดี เธอเลยอาศัยจังหวะนั้นเล่นใหญ่ไปซะเลย
ริมฝีปากแนบริมฝีปาก ปลายลิ้นไม่เป็นงานถือโอกาสฉกฉวยเอาบางอย่างจากฝรั่งหนุ่มหล่อล่ำ อองเดรไม่ใช่คนชอบปฏิเสธใคร โดยเฉพาะสาว ๆ สวย ๆ เขาก็ตอบกลับจูบเงอะงะของเธอ จนเธอหายใจหอบระทวย
เจ้านายสาวไม่ถึงกับต้องหยิบยาพ่นสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดขึ้นมาพ่นใส่ปาก
“ช่างเป็นการต้อนรับเลขานุการคนใหม่ที่น่าจดจำ อื้ม... ฉันดูใบตรวจโรคก่อนรับเข้าทำงานแล้วไม่มีปัญหา ฉันคงไม่จำเป็นต้องไปตรวจสุขภาพปากและฟันหลังจากที่เผลอจูบฝรั่ง ก็ดี...”
จะมีสักกี่คนที่กล้าปะทะคารมกับเจ้านายตั้งแต่ก้าวแรกเหยียบบริษัท! ส่วนใหญ่มักพยักหน้าแล้วขอโทษขอโพย
เพื่อรักษาเกียรติท่านอาจารย์ ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์ของสำนักเซียวเหยา ถูกทรมานจนตาย ภพชาติใหม่นี้นางขอเป็นเพียงมนุษย์เดินดิน มิขอเกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์อีก ไยท่านจึงกลับมาพัวพันวาสนาชะตาชีวิตนาง...
‘มิตรรักลวงใจ’ เรื่องราวของเพื่อนสนิท คิดคดกับเธอมานานแล้ว ดันมาโพล๊ะเข้าได้ในวันเมามายไร้สติ ได้ลองกินเพื่อนสักคำหนึ่งแล้วก็ต้องมีคำที่สองคำที่สาม คำเดียวจะอิ่มพอได้ไง ----------------------- ‘เรือนใจนายอคิน’ เมื่อหนุ่มนักเฝ้าหนังสือ มาเฝ้ามองหาความรักจากครูสาวทุกวัน หลายคนคงเห็นเขาเอาแต่มองคุณครูสาวมาเป็นปี ๆ ได้ขับรถผ่านไปดูประตูรั้วโรงเรียนหน่อยก็ยังดี...
‘แม่แก้ว’ ลูกสาวเศรษฐีโรงฝิ่นมีความจำเป็นต้องแต่งงานกับ ‘คุณหลวงจัน’ เพื่อรักษาหน้าตาวงศ์ตระกูลและชื่อเสียงของหล่อน ทว่าหลังแต่งงานไปกลับต้องพบกับเรื่องแปลกประหลาด ความลับบางอย่างของคุณหลวงและคุณพระบ้านนี้ ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน ภพคุณหลวง (ภาคพิเศษ) พันวาเสน่หา
Arachné Tailors ‘เพราะบุคลิกภาพที่ดีเริ่มต้นจากเสื้อผ้า’ เป้าหมายสายตาเสื้อผ้าหน้าผมโดนใจ เข้าสโลแกนหน้าร้านบนป้ายตัวเบ้อเริ่ม หลายคนยังได้ยิน ‘ตรึงใจ’ ถูกหัวหน้างานเรียก ตามด้วยเจ้านายหนุ่ม ภายใต้รูปลักษณ์หล่อเหลา เอาการเอางาน ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของห้องเสื้อสูทชื่อดัง แท้จริงแล้วคือปีศาจแมงมุม! ผู้มาพร้อมสัญญาแห่งความปรารถนา ซึ่งเธอจะต้องเสียสละวิญญาณเข้าแลก และกฎแรงดึงดูดเที่ยงตรงเสมอ... “อ่านก่อนเซ็นนะครับ คุณดาว...” “ด้วยความหวังดี...” คำเตือนถึงสองครั้งสองครา! หญิงสาวก็ยังพลาด จนเกิดแต่เรื่องประหลาด ๆ ยิ่งสัมผัสจากเจ้านายหนุ่มช่างแตกต่างจากใคร เขาแสนอ่อนโยนกับเธอที่เผลอใจเต้นตึกตัก แต่นั่น... ก็จนกระทั่งเรียวปากหนาหยักได้รูปอ้ากว้าง คายเจ้าแมงมุมตัวสีดำออกมา... ให้ตายเหอะ นี่มันยิ่งกว่าหนังสยองขวัญ! อีกหนึ่งผลงานโรมานซ์ทริลเลอร์ แฟนตาซี 18+ ของพันพราย ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน - ภพคุณหลวง - (พีเรียด) พันวาเสน่หา
ชายหนุ่มนามว่า ‘จัน’ ผู้ต้องคำสาปมนตร์ตาละวัน นั่นก็คือเขาจะต้องกลายเป็นจระเข้ในเวลากลางคืน เป็นบุรุษรูปงามผู้โดดเดี่ยวเดียวดายในเวลากลางวัน เจ้าสาวจระเข้เท่านั้นที่จะทำให้หลุดพ้นจากคำสาป แน่นอนว่าความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขาไม่ใช่ความตาย ตัวเขาและบ่าวคนสนิทจึงใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาตลอดหลายร้อยปี จนได้พบเจ้าของพรหมลิขิตผู้ชี้ชะตาชีวิตอย่าง ‘กัญญาวีร์’ ทว่าเธอดันเป็นถึงพนักงานขายอันดับหนึ่งของโรงงานผลิตหนังจระเข้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป... จระเข้หน้ามึนอย่างนายจันจะต้องตายหรือไม่? ฤาจะโดนกุดหาง ถลกหนังไปเป็นกระเป๋าให้แม่แก้วตาดวงใจ ร้ายที่สุดคงได้กลายเป็นสเต๊กจระเข้ในยุคข้าวยากหมากแพง “เนื้ออิ่มอวบแนบเนื้อ นวลนาง ขยับถอดสอดแท่งกาม เข้าไซร้ เคลื่อนอีกท่าคว้าดารา ได้ต่อ หนอแม่ กี่ราตรีควบขี่ข้าง พี่นี้ ดุร้าย นำพา” “ลามกจกเปรต! ผู้ชายที่ไหนเขาแต่งกลอนแนว Sexual Harassment จีบสาวกัน” กระแทกเสียงบริภาษว่า ทั่วทั้งวงหน้าหวานเต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แก้มแดงก่ำเพราะโกรธและอับอาย หนุ่มใหญ่กลับยิ้มกรุ้มกริ่ม “แล้วน้องต้องการเยี่ยงไร?” “สายเปย์ค่ะ พ่อบุญทุ่มหมดตัวหมดใจ กลับบ้านตรงเวลา ไปไหนกับใครส่งข้อความบอก สำคัญที่สุดคือไม่เจ้าชู้มีหลายเมีย กันไม่ชอบ ไม่เอาเด็ดขาด กลัวโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้ผัวร่วมกับใคร มีไม่ดีไม่มีดีกว่า...” กัญญาวีร์หน้าบึ้งตึงใส่คนข้างกายที่อยู่ในชุดโบราณ นุ่งโจงกระเบนสีดำ อกกว้างกำยำเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวเหลืองนวลทอประกายสีทองอ่อนราวสีสันของแสงอรุณยามเช้า สตรีนางไหนได้เห็นคงต้องตาต้องใจทันทีเว้นเพียงเธอ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยสติสำนึกรู้ตน ไม่สบตา ไม่แม้แต่จะสนใจเส้นผมดำขลับมัดเกล้าแซมสีขาวเทาเป็นปอย ขนานไปกับกรามแกร่งราวม่านน้ำ บุรุษรูปงามราวกับว่าเป็นเทวดาบนสรวงสวรรค์ ทว่าคงไม่ใช่... ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน ภพคุณหลวง (ภาคพิเศษ) พันวาเสน่หา
โปรย : สภาวะของโลกที่เปลี่ยนไปเนื่องมาจากโรคระบาด Covid ทำให้หนุ่มเกียร์ขี้หลีอย่าง เตชิน ต้องดิ้นรนมาแลนดิ้งดิ่งตรงลงสุวรรณภูมิแอร์พอร์ตกลับสู่อ้อมอกเมืองไทย สถานที่กักตัว ASQ โรงแรมระดับห้าดาวด้วยฝีมือแม่ชักแม่สื่ออย่าง ขวัญฤดี ที่อยากได้ลูกสะใภ้นักหนา จึงไปเที่ยวปล่อยเงินกู้ด้วยดอกเบี้ยแสนถูก ยื่นข้อเสนอออฟชั่นพร้อมให้เลือกลูกชายได้ทั้งสามคน! เขาจึงได้พบน้องพิมพ์สาวงามสมญานาม สวยทะลุแมสก์! สายรุกบุกอ่อย คอยส่งงานยั่วอย่างหนัก สมิงหนุ่มผู้หิวกระหายเคยโลดโผนอยู่ในป่าดงดิบ ไม่ได้ออกล่าเหยื่อมามาแรมปี ตั้งแต่สาวน้อยนามว่าโคโรน่าถือกำเนิดบนโลกนี้ จะจับเธอขย้ำเสียก็ได้ ถ้าไม่ติดว่าน้องพิมพ์... เด็กแม่! คือของต้องห้าม ++++++++++++++++++++++++ "น้อง... หมดเวลาไปกับการย้อมสีผมเหรอ? โรงแรมนี้มีบริการกักตัวซาลอนด้วยหรือยังไงกัน?" "กวนนะคะพี่เต... ถ้าไม่ใช่เพราะพี่หน้าตาดี พิมพ์คงไม่ให้อภัยอย่างแน่นอน" เธอพูดผ่านรอยยิ้มใต้แมสก์ดำ ยิ้มอันแฝงไปด้วยจุดประสงค์บางอย่าง "มีอะไรล่ะครับ? กักตัวไม่สบาย หรือว่าเหงาเลยอยากมาเจอคนหล่ออย่างพี่เต" เตชินยังหลงตัวเองเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน หญิงสาวแค่เงียบไป มองคนในฝั่งตรงข้ามกันด้วยแววตาแน่วแน่ ในสิ่งที่เธอคิดว่าตัวเองตัดสินใจมาดีแล้ว "พิมพ์อยากมีหลานให้ป้าขวัญค่ะ" เธอรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปตรงข้ามกับอีกคนที่นั่งนิ่งอึ้ง เตชินเห็นอยู่ก่อนหน้านี้ว่าเธอไม่ชอบให้เขาจีบ พูดจาหยอด หรือแสดงกริยาว่าชอบพอต้องการได้เธอมาเป็นคู่ควงจะชั่วคราวหรือตลอดไปก็ตาม พิมพ์ลภัสเป็นคนประหลาด... กว่าที่เขาคิดเอาไว้... พันพรายขอฝากอีกหนึ่งผลงานไว้ในใจด้วยนะคะ และอย่าลืม... การ์ดอย่าตก!
ในระยะเวลาสองปีที่แต่งงานกัน เนี่ยเหยียนเซินจู่ๆ ก็เสนอขอหย่า เขาพูดว่า "เธอกลับมาแล้ว เราหย่ากันเถอะ คุณอยากได้อะไรบอกมาได้เลย" ชีวิตการแต่งงานสองปีสู้อีกคนที่หันหลังกลับมาไม่ได้ ตามอย่างที่คนเขาว่ากัน "คนรักเก่าแค่ร้องไห้สักหน่อย คนรักปัจจุบันก็ย่อมแพ้แน่นอน" เหยียนซีไม่ได้โวยวายอะไร เลือกที่จะตอบตกลงและเสนอเงื่อนไขว่า "ฉันต้องการรถซูเปอร์คาร์ที่แพงที่สุดของคุณ" "ได้" "วิลล่าสุดหรูชานเมือง" "ตกลง" "กำไรหลายพันล้านที่หามาในช่วงสองปีนี้ แบ่งคนละครึ่ง" "อะไรนะ"
เมื่อเธอโดนนอกใจจากคนที่รัก จึงหนีไปเริ่มต้อนชีวิตใหม่ที่ดูไบ และเธอก็ได้เจอกับหนุ่มอาหรับสุดแซ่บ ที่มายั่วยวนหลอกล่อให้เธอมีเซ็กส์ที่เร่าร้อนกับเขา และเขายังต้องการให้เธอท้องลูกของเขาอีก.... เรื่องย่อ.... “คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…” “ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…” “ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…” “หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…” “อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้” “ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ” “อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….” อัสลาน ราเชด บรูฮัมนี อายุ 37 ปี “อัสลาน...” หนุ่มนักธุรกิจชาวอาหรับที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตรในนิยาย แต่ต้องมาคัดสรรหาเมียเพื่อจะมีลูกสืบทอดวงตระกูลตามคำสั่งของพ่อแม่ ทำให้เขานั้นเลี่ยงไม่ได้กับการที่จะหาเมียสักคนมารับหน้าที่นี้ แต่เขาดันไปถูกใจแม่สาวไทยใจแข็งเข้านี่สิ ไม่ว่าเขาจะเสนออะไรไปเธอก็ไม่ยอมที่จะมาเป็นเมียของเขาเลย เพียงเพราะว่าเขานั้นแก่กว่าเธอไม่กี่ปีเท่านั้น ทำให้เขาต้องใช้เล่ห์กลหลอกล่อเธอให้มาทำงานกับเขา ก่อนจะค่อยๆอ่อยแล้วก็รุกจัดการตะครุบเหยื่ออย่างเธอให้กลายมาเป็นนกน้อยในกรงทองของเขา…. มารียา เวทติวัตร อายุ 27 ปี “มีน มารียา…” สาวไทยหน้าคมที่มีหุ่นอวบอัดเป็นที่ยั่วน้ำลายของพวกหนุ่มนั้น กลับไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรักเอาซะเลย เธอจึงหนีจากความเสียใจแล้วมาหางานทำอยู่ที่ดูไบ...เพื่อจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอ และเธอก็ได้เจอกับเจ้านายขี้อ่อย ขี้ยั่ว ที่ไม่ว่าเธอจะทำอะไรหรือไปไหน เขาก็มักจะมายั่วน้ำลายทำให้หัวใจที่บอบช้ำของเธอนั้นปั่นป่วนอยู่เสมอ จนเธอถลำตัวมีอะไรกับเขาอย่างห้ามใจไม่อยู่ และเธอก็ได้รู้ว่าเขานั้นเป็นผู้ชายแก่ที่หื่นสุดๆเลย…แต่จะหื่นแค่ไหนต้องไปตามอ่านในนิยายนะคะ
เซียวหลิ่นตาบอดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลูกสาวคนรวยทุกคนต่างหลีกเลี่ยงเขา มีแต่สวี่โยวหรานยอมแต่งงานกับเขาโดยไม่ลังเล สามปีต่อมา เซียวหลิ่นกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง จากนั้รเขา็ยื่นข้อตกลงการหย่าเพื่อยุติการแต่งงานนี้ เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า "ฉันพลาดกับชิงชิงมานนานมากพอแล้ว ฉันไม่อยากให้เธอต้องรอนานกว่านี้!" สวี่โยวหรานลงนามในข้อตกลงการหย่าโดยไม่ลังเล ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะเธอตลอด - หัวเราะเยาะว่าที่เธอแต่งเข้าตระกูลเซียวถือว่าเกาะผู้มีอิทธิพลเข้า จากนั้นก็มาหัวเราะเยาะเธอที่ถูกทอดทิ้ง เป็นหญิงที่ไร้ค่า แต่ทุกคนกลับไม่รู้ว่า เธอคือหมออัศจรรย์ที่รักษาดวงตาของเซียวหลิ่นให้หายดี เป็นผู้ออกแบบเครื่องประดับมูลค่าหลักร้อยล้าน ผู้เป็นมือหนึ่งแห่งหุ้นที่ครองตลาดหุ้น และแม้แต่แฮกเกอร์ระดับแนวหน้าและลูกสาวแท้ๆ ของผู้มีอิทธิพล อดีตสามีมาขอร้องขอคืนดี ซีอีโอผู้เผด็จการก็โยนเซียวหลิ่นออกไปนอกประตูอย่างเย็นชา "ดูดีๆ นี่ภรรยาของผม"
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
"นางเป็นบุตรีผู้สูงศักดิ์ของฮูหยินเอกของจวนเสนาบดี นางมีหน้าตาโดดเด่น ทั้งอ่อนโอนและมีน้ำใจไมตรีต่อผู้อื่น แต่... นางทำดีต่อป้าของนาง นางกลับฆ่าแม่ของนางตาย นางรักเอ็นดูน้องสาวของนาง แต่น้องสาวกลับแย่งสามีของนางไป นางคอยสนับสนุนและดูแลสามีของนางอย่างสุดหัวใจ แต่สามีกลับทำให้นางตายทั้งกลม...ตระกูลฝ่ายมารดาของนางก็ถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลด้วย นางตายตาไม่หลับและสาบานว่าหากมีชาติหน้า นางจะไม่เมตาตาต่อใครอีก ใครก็ตาม กล้ามาทำร้ายข้า ข้าจะล้างแค้นด้วยชีวิตทั้งตระกูลของพวกเจ้า เมื่อเกิดใหม่อีกครั้ง นางอายุได้สิบสี่ปี นางสาบานว่าจะต้องเปลี่ยนชะตากรรมและแก้แค้นชาติก่อน ป้านางใจ้ร้าย นางจะใจร้ายกลับยิ่งกว่านาง นางคิดจะได้ครองตำแหน่งฮูหยินงั้นเหรอ บอกเลยไม่มีทาง! ส่วนน้องสาวชอบผู้ชายชั่ว ๆ นักไม่ใช่หรือ ได้!ข้าจะยกให้เลย ส่วนชายชั่วนั่น ข้าจะทำให้เจ้าไม่สามารถมีทายาทได้อีกตลอดทั้งชาติ!แต่ข้าจะแก้แค้น เหตุใดเจ้าต้องมาช่วยข้าด้วย?"
ลู่จื้อ อาศัยอยู่ในไต้หวัน เธอเป็นเจ้าของคาสิโนขนาดใหญ่ ที่ส่งต่อมาจากพ่อบุญธรรมที่รับเธอมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า เธอวางมือคืนอำนาจให้ญาติพี่น้องของพ่อบุญธรรม แต่พวกเขากลับตามฆ่าเธอ
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY