เพื่อรักษาเกียรติท่านอาจารย์ ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์ของสำนักเซียวเหยา ถูกทรมานจนตาย ภพชาติใหม่นี้นางขอเป็นเพียงมนุษย์เดินดิน มิขอเกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์อีก ไยท่านจึงกลับมาพัวพันวาสนาชะตาชีวิตนาง...
เพื่อรักษาเกียรติท่านอาจารย์ ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์ของสำนักเซียวเหยา ถูกทรมานจนตาย ภพชาติใหม่นี้นางขอเป็นเพียงมนุษย์เดินดิน มิขอเกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์อีก ไยท่านจึงกลับมาพัวพันวาสนาชะตาชีวิตนาง...
‘ไป๋เหม่ยหลาน ศิษย์ทรยศ!’
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเหล่าศิษยานุศิษย์ดังกึกก้อง แสงจัดจ้าของโซ่แห่งหยางรั้งตรึงข้อมือโชกชุ่มโลหิตของร่างผอมบางในอาภรณ์สง่า ถักทอด้วยลายปักท้องนทีสีคราม ใต้ผ้ารัดเอวห้อยหยกดาราเปล่งประกาย สัญลักษณ์เซียนสตรีผู้บำเพ็ญตน นางมิได้ขัดขืนการจับกุมเพื่อสำเร็จโทษ
‘ไป๋เหม่ยหลาน’ ขยับยิ้ม หวนคิดถึงความทรงจำเมื่อครั้งนางยังคงอยู่สำนักเซียวเหยา
ครั้งหนึ่งท่านอาจารย์สั่งสอนนางว่า ‘เมื่อกระทำความดี ย่อมได้รับความเคารพนับถือ’
ทว่าหากประพฤติชั่ว เหล่าเซียนมิอาจละวางความรู้สึกชิงชัง พวกเขาต่อต้านความชั่วร้ายและจะรุมประณามนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการผิดประเวณี
ถึงแม้ว่าสหายผู้ยึดมั่นในความดีของไป๋เหม่ยหลาน ออกความเห็นว่าสมควรขับไล่นางไปสถานที่อันห่างไกล เพื่อเห็นแก่ความดีของนาง ในเมื่อนางเคยช่วยเหลือภพภูมิสวรรค์ นางรักษาความสงบสุขให้ผู้บำเพ็ญเพียรอยู่เสมอ ผู้นำสำนักเซียวเหยาไม่เพียงไม่เห็นด้วยเท่านั้น ความผิดอันใหญ่หลวงของนางมิได้รับการละเว้นโทษทัณฑ์ นางถูกทรมานในหุบเหว ให้มารร้ายกัดกินดวงวิญญาณ ตราบจนกว่าร่างทิพย์จะสูญสิ้น
ยามเซินในฤดูวสันต์ใบไม้หลากสีผลิบาน แตกต่างจากเมืองเทพซึ่งนางเคยขยับปลายเท้าวาดวิชากระบี่เคียงข้างท่านอาจารย์ ท่ามกลางพรรณพฤกษาหลากสีสะท้อนแสงระยิบระยับ วิจิตรตระการตา ต้นไม้ทิพย์ไม่มีวันสิ้นสลายหากไม่ถูกทำลาย พวกมันล้วนเป็นวัตถุมีชีวิตอันถาวรนานบนเทวโลก
ใบหน้างดงามอ่อนหวานเศร้าหมอง เฝ้ามองการเจริญเติบโตของผลส้มงอกเงยเต็มสวนผ่านหน้าต่างไม้เปิดอ้ากว้าง ร่างผอมบางในชุดฮั่นฝู งดงามถีบทะยานขึ้นสู่ยอดไม้สูงใหญ่ สะบัดมือเก็บผลส้มลงตะกร้าในอ้อมแขน
“ไยเจ้าออกตัวแทนพวกเขาอีกแล้ว ลูกสาวข้า...”
บิดาเงยหน้าขึ้นถาม ขณะปลายเท้าของบุตรสาวเหยียบย่างลงบนพสุธาด้วยท่วงท่าสง่างาม
“ระวังเถิด พวกชาวนาชาวไร่จะเคยตัว”
ไป๋เหม่ยหลานยกมือประสานกันอย่างนอบน้อม “ขออภัยท่านพ่อ ข้าเป็นผู้มีเมตตาธรรมสม่ำเสมอ เกรงว่าข้าจะไม่ทำให้พวกเขาแค่เคยตัว ป่านนี้ชาวนาชาวไร่คงยกย่องข้าเป็นเทพธิดา”
“อืม... ลูกสาวข้างดงามปานเทพธิดา จิตใจเปี่ยมด้วยคุณธรรม วิทยายุทธล้ำเลิศไม่เป็นรองใคร สำหรับข้าฉางผิง ลูกสาวเป็นหนึ่งในใต้หล้า”
“ท่านพ่อเยินยอข้ามากไป จะอย่างไรก็ดี ข้าขอน้อมรับไว้” เสียงหวานเอ่ยสุภาพ รอยยิ้มบนใบหน้าปรากฏขึ้น กระทั่งในดวงตาเรียวรี
ผู้คนรอบกายไป๋เหม่ยหลานมองว่าใบหน้าขาวผ่องงามหมดจดของนางแลดูเศร้าหมอง บางครั้งนางก็หาได้แสดงอารมณ์ใด ๆ นางเป็นผู้สุขุมเยือกเย็น เฉลียวฉลาดมีความรู้ราวบัณฑิต ผิดจากบุตรสาวผู้สูงศักดิ์คนอื่น
คืนวานนี้เกิดเรื่องราวที่ยังไม่ได้สืบสวนเรื่องราวให้แน่ชัด หากคาดเดาว่าเป็นการทะเลาะวิวาทอันเนื่องมาจากชายพเนจรขี้เมามารบกวนสวนส้ม ไป๋เหม่ยหลานออกตัวรับผิดแทนชาวสวนว่าพวกเขาไม่เกี่ยวข้อง ราวกับสองตาเห็นด้วยตน นางไม่ยอมให้ใครถูกเจ้าของที่นาลงโทษแม้สักคนหนึ่ง
“แม่เฒ่าอาวุโสกล่าวกับข้าว่าคำเชยชมของบิดามารดาเปรียบดังสารประกาศิต พวกท่านเอ่ยอย่างไร บุตรมักเป็นเช่นนั้น”
“จริงอย่างเจ้าว่า ข้าถึงได้ชื่นชมบุตรสาวคนเก่งทุกวัน เจ้าจะได้เป็นไปตามคำของบิดา”
“ขอบคุณท่านพ่อ”
บิดาลูบศีรษะน้อยด้วยแววตาเอ็นดู มิได้เอ่ยว่าบุตรสาวเรื่องการรับผิดชอบแทนผู้อื่น
ธรรมดานางเป็นผู้ชอบทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ชอบออกตัวรับผิดแทนผู้น้อยกว่า แถมพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องให้บิดาหันมาสนใจความพูดของนางได้
‘ฉางผิงโหว’ เคยเอ็ดว่าไป๋เหม่ยหลานไยชอบพูดจาเหลวไหล กระทั่งวันหนึ่งจึงตระหนักได้ว่าบุตรสาวตนอาจเป็นเซียนผู้หวนคืนสู่วัฏสงสาร เมื่อนางมักเล่าเรื่องประหลาด ๆ เกี่ยวกับเทวโลก คติธรรม ไม่มีผู้ใดเคยได้ยิน นางเข้าใจในคำสอนในลัทธิขงจื่อ สามารถอธิบายให้ผู้ใหญ่ฟังได้ว่าคืออะไร ทว่าสตรีไม่มีโอกาสได้เล่าเรียนปรัชญา แม้กระทั่งวันที่นางสูญเสียมารดาไป เด็กหญิงวัยห้าขวบจะมีความรู้เรื่องโรคร้ายได้อย่างไร
ในวัยเด็กของไป๋เหม่ยหลาน มีสติปัญญาฉลาดเฉลียวเกินเด็ก นางสุขุมเยือกเย็น กิริยาสง่างามดังผู้บำเพ็ญตน นางไม่มีนิสัยซุกซนเหมือนเด็กทั่วไป
“ข้ามีเรื่องพูดคุยกับเจ้ามากมายทีเดียว ข้าจะเข้าเมืองหลวงไปทำธุระเสียก่อน ค่อยกลับมาพูดคุยกับเจ้าทีหลัง”
“เดินทางปลอดภัยท่านพ่อ มีเรื่องใดให้ข้าช่วยเหลือ ขอให้บอกข้าจะตามไปคุ้มกันท่านพ่อ”
“ข้าไปไม่ไกล อีกเดี๋ยวก็กลับ เจ้าควรใช้เวลาพักผ่อนของเจ้า ลูกสาว”
เสียงหัวเราะเริงร่าของบิดาในวัยสี่สิบลับหายไป พร้อมคำว่าไม่เป็นไร ๆ ลูกสาวไม่ต้องตามมา
--------------------------------
บิดาจากไร่ส้มไปสักเค่อหนึ่งกับทหารองครักษ์สามนาย ไป๋เหม่ยหลานยังคงนั่งอยู่บนยอดไม้ต้นที่สูงที่สุด เอนแผ่นหลังพิงพฤกษาพรรณสูงตระหง่าน หลังขจัดความฟุ้งซ่านจากนิมิตในวันวานด้วยการนั่งกินผลส้ม
ชาวนาชาวไร่ไม่ได้รับความเป็นอยู่ที่ดีเช่นนาง บุตรสาวท่านโหวผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้น ‘โหว ’
ชาวนาส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่นา พวกเขารับจ้างทำนา นำเงินไปจุนเจือครอบครัว ด้วยความเป็นชนชั้นล่างของสังคมที่ยากจนข้นแค้น ถึงแม้ว่าจะมีฮ่องเต้รวบรวมดินแดนแว่นแคว้นให้กลายเป็นหนึ่งแผ่นดิน ชนชั้นแรงงานกลับมีความเป็นอยู่ย่ำแย่กว่าขุนนางและเหล่าชนชั้นสูงหลายเท่า
แม้ในยามที่บ้านเมืองแบ่งแยกอีกครั้งหนึ่ง ก็ยังไม่ต่างไปจากเดิม นางได้ยินว่าชาวบ้านที่อดอยากยากจนต่างพากันหนีลงใต้ หลังจากที่ฮ่องเต้ทำการอวยยศให้แม่ทัพผู้ร่วมกันก่อตั้งราชวงศ์ ให้ครองแคว้นรอบนอกเรียกท่าน ‘อ๋อง ’
โชคดีของไป๋เหม่ยหลานได้เกิดเป็นสตรีสูงศักดิ์ ถึงนางจำต้องอยู่เงียบ ๆ ในเรือนบิดา ไม่ทำตัวโดดเด่น นางเก็บตัวพอสมควรไม่เข้าสังคมกับบุตรสาวขุนนางทั้งหลาย นางแทบไม่เดินทางไปที่ไหนไกลจากไร่ส้ม อย่างมากนางก็ไปซื้อของในตลาดบ้าง เพราะถึงนางไม่คบหาใครมากนักนางชื่นชอบหลงใหลในความงาม นางสวมผ้าแพรต่วน ซึ่งสวยงามเป็นอย่างมาก หญิงสาวผู้ดีมีเงินต่างสวมใส่มัน นางดูแลคนงานของบิดา ไม่เช่นนั้นก็อยู่แต่ในเรือนบิดา
“ไป๋เหม่ยหลาน ๆ ข้ามีของมาฝากเจ้า!” เสียงตะโกนปลุกร่างบางในชุดฮั่นฝูถักด้วยลวดลายนภาสีคราม ไป๋เหม่ยหลานสะดุ้ง มองตามปีกสีขาวสะอาดโผลงมา ยื่นมือออกไปรับหยกเปล่งแสงจากจะงอยปากนกนางนวล
“ขอบใจเจ้าสำหรับของฝาก อี้เจ๋อ ถึงข้าจะไม่ต้องการมันอีกก็ตาม”
‘มิตรรักลวงใจ’ เรื่องราวของเพื่อนสนิท คิดคดกับเธอมานานแล้ว ดันมาโพล๊ะเข้าได้ในวันเมามายไร้สติ ได้ลองกินเพื่อนสักคำหนึ่งแล้วก็ต้องมีคำที่สองคำที่สาม คำเดียวจะอิ่มพอได้ไง ----------------------- ‘เรือนใจนายอคิน’ เมื่อหนุ่มนักเฝ้าหนังสือ มาเฝ้ามองหาความรักจากครูสาวทุกวัน หลายคนคงเห็นเขาเอาแต่มองคุณครูสาวมาเป็นปี ๆ ได้ขับรถผ่านไปดูประตูรั้วโรงเรียนหน่อยก็ยังดี...
‘แม่แก้ว’ ลูกสาวเศรษฐีโรงฝิ่นมีความจำเป็นต้องแต่งงานกับ ‘คุณหลวงจัน’ เพื่อรักษาหน้าตาวงศ์ตระกูลและชื่อเสียงของหล่อน ทว่าหลังแต่งงานไปกลับต้องพบกับเรื่องแปลกประหลาด ความลับบางอย่างของคุณหลวงและคุณพระบ้านนี้ ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน ภพคุณหลวง (ภาคพิเศษ) พันวาเสน่หา
Arachné Tailors ‘เพราะบุคลิกภาพที่ดีเริ่มต้นจากเสื้อผ้า’ เป้าหมายสายตาเสื้อผ้าหน้าผมโดนใจ เข้าสโลแกนหน้าร้านบนป้ายตัวเบ้อเริ่ม หลายคนยังได้ยิน ‘ตรึงใจ’ ถูกหัวหน้างานเรียก ตามด้วยเจ้านายหนุ่ม ภายใต้รูปลักษณ์หล่อเหลา เอาการเอางาน ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของห้องเสื้อสูทชื่อดัง แท้จริงแล้วคือปีศาจแมงมุม! ผู้มาพร้อมสัญญาแห่งความปรารถนา ซึ่งเธอจะต้องเสียสละวิญญาณเข้าแลก และกฎแรงดึงดูดเที่ยงตรงเสมอ... “อ่านก่อนเซ็นนะครับ คุณดาว...” “ด้วยความหวังดี...” คำเตือนถึงสองครั้งสองครา! หญิงสาวก็ยังพลาด จนเกิดแต่เรื่องประหลาด ๆ ยิ่งสัมผัสจากเจ้านายหนุ่มช่างแตกต่างจากใคร เขาแสนอ่อนโยนกับเธอที่เผลอใจเต้นตึกตัก แต่นั่น... ก็จนกระทั่งเรียวปากหนาหยักได้รูปอ้ากว้าง คายเจ้าแมงมุมตัวสีดำออกมา... ให้ตายเหอะ นี่มันยิ่งกว่าหนังสยองขวัญ! อีกหนึ่งผลงานโรมานซ์ทริลเลอร์ แฟนตาซี 18+ ของพันพราย ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน - ภพคุณหลวง - (พีเรียด) พันวาเสน่หา
ชายหนุ่มนามว่า ‘จัน’ ผู้ต้องคำสาปมนตร์ตาละวัน นั่นก็คือเขาจะต้องกลายเป็นจระเข้ในเวลากลางคืน เป็นบุรุษรูปงามผู้โดดเดี่ยวเดียวดายในเวลากลางวัน เจ้าสาวจระเข้เท่านั้นที่จะทำให้หลุดพ้นจากคำสาป แน่นอนว่าความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขาไม่ใช่ความตาย ตัวเขาและบ่าวคนสนิทจึงใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาตลอดหลายร้อยปี จนได้พบเจ้าของพรหมลิขิตผู้ชี้ชะตาชีวิตอย่าง ‘กัญญาวีร์’ ทว่าเธอดันเป็นถึงพนักงานขายอันดับหนึ่งของโรงงานผลิตหนังจระเข้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป... จระเข้หน้ามึนอย่างนายจันจะต้องตายหรือไม่? ฤาจะโดนกุดหาง ถลกหนังไปเป็นกระเป๋าให้แม่แก้วตาดวงใจ ร้ายที่สุดคงได้กลายเป็นสเต๊กจระเข้ในยุคข้าวยากหมากแพง “เนื้ออิ่มอวบแนบเนื้อ นวลนาง ขยับถอดสอดแท่งกาม เข้าไซร้ เคลื่อนอีกท่าคว้าดารา ได้ต่อ หนอแม่ กี่ราตรีควบขี่ข้าง พี่นี้ ดุร้าย นำพา” “ลามกจกเปรต! ผู้ชายที่ไหนเขาแต่งกลอนแนว Sexual Harassment จีบสาวกัน” กระแทกเสียงบริภาษว่า ทั่วทั้งวงหน้าหวานเต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แก้มแดงก่ำเพราะโกรธและอับอาย หนุ่มใหญ่กลับยิ้มกรุ้มกริ่ม “แล้วน้องต้องการเยี่ยงไร?” “สายเปย์ค่ะ พ่อบุญทุ่มหมดตัวหมดใจ กลับบ้านตรงเวลา ไปไหนกับใครส่งข้อความบอก สำคัญที่สุดคือไม่เจ้าชู้มีหลายเมีย กันไม่ชอบ ไม่เอาเด็ดขาด กลัวโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้ผัวร่วมกับใคร มีไม่ดีไม่มีดีกว่า...” กัญญาวีร์หน้าบึ้งตึงใส่คนข้างกายที่อยู่ในชุดโบราณ นุ่งโจงกระเบนสีดำ อกกว้างกำยำเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวเหลืองนวลทอประกายสีทองอ่อนราวสีสันของแสงอรุณยามเช้า สตรีนางไหนได้เห็นคงต้องตาต้องใจทันทีเว้นเพียงเธอ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยสติสำนึกรู้ตน ไม่สบตา ไม่แม้แต่จะสนใจเส้นผมดำขลับมัดเกล้าแซมสีขาวเทาเป็นปอย ขนานไปกับกรามแกร่งราวม่านน้ำ บุรุษรูปงามราวกับว่าเป็นเทวดาบนสรวงสวรรค์ ทว่าคงไม่ใช่... ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน ภพคุณหลวง (ภาคพิเศษ) พันวาเสน่หา
ไม่รู้โชคช่วยหรือดวงซวย! เลขาฯ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ‘André Bernard’ เลยได้มาเป็นเลขาฯ คนที่แปดของเจ้านายสาวเรื่องเยอะ ลูกสาวคนเดียวของบ้านคุณหญิงวริศรา ทายาทไฮโซ ร่ำรวยลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย
โปรย : สภาวะของโลกที่เปลี่ยนไปเนื่องมาจากโรคระบาด Covid ทำให้หนุ่มเกียร์ขี้หลีอย่าง เตชิน ต้องดิ้นรนมาแลนดิ้งดิ่งตรงลงสุวรรณภูมิแอร์พอร์ตกลับสู่อ้อมอกเมืองไทย สถานที่กักตัว ASQ โรงแรมระดับห้าดาวด้วยฝีมือแม่ชักแม่สื่ออย่าง ขวัญฤดี ที่อยากได้ลูกสะใภ้นักหนา จึงไปเที่ยวปล่อยเงินกู้ด้วยดอกเบี้ยแสนถูก ยื่นข้อเสนอออฟชั่นพร้อมให้เลือกลูกชายได้ทั้งสามคน! เขาจึงได้พบน้องพิมพ์สาวงามสมญานาม สวยทะลุแมสก์! สายรุกบุกอ่อย คอยส่งงานยั่วอย่างหนัก สมิงหนุ่มผู้หิวกระหายเคยโลดโผนอยู่ในป่าดงดิบ ไม่ได้ออกล่าเหยื่อมามาแรมปี ตั้งแต่สาวน้อยนามว่าโคโรน่าถือกำเนิดบนโลกนี้ จะจับเธอขย้ำเสียก็ได้ ถ้าไม่ติดว่าน้องพิมพ์... เด็กแม่! คือของต้องห้าม ++++++++++++++++++++++++ "น้อง... หมดเวลาไปกับการย้อมสีผมเหรอ? โรงแรมนี้มีบริการกักตัวซาลอนด้วยหรือยังไงกัน?" "กวนนะคะพี่เต... ถ้าไม่ใช่เพราะพี่หน้าตาดี พิมพ์คงไม่ให้อภัยอย่างแน่นอน" เธอพูดผ่านรอยยิ้มใต้แมสก์ดำ ยิ้มอันแฝงไปด้วยจุดประสงค์บางอย่าง "มีอะไรล่ะครับ? กักตัวไม่สบาย หรือว่าเหงาเลยอยากมาเจอคนหล่ออย่างพี่เต" เตชินยังหลงตัวเองเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน หญิงสาวแค่เงียบไป มองคนในฝั่งตรงข้ามกันด้วยแววตาแน่วแน่ ในสิ่งที่เธอคิดว่าตัวเองตัดสินใจมาดีแล้ว "พิมพ์อยากมีหลานให้ป้าขวัญค่ะ" เธอรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปตรงข้ามกับอีกคนที่นั่งนิ่งอึ้ง เตชินเห็นอยู่ก่อนหน้านี้ว่าเธอไม่ชอบให้เขาจีบ พูดจาหยอด หรือแสดงกริยาว่าชอบพอต้องการได้เธอมาเป็นคู่ควงจะชั่วคราวหรือตลอดไปก็ตาม พิมพ์ลภัสเป็นคนประหลาด... กว่าที่เขาคิดเอาไว้... พันพรายขอฝากอีกหนึ่งผลงานไว้ในใจด้วยนะคะ และอย่าลืม... การ์ดอย่าตก!
หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
... ในวันครบรอบแต่งงาน ฮั่วเยี่ยนสือ สามีผู้มั่งคั่งทิ้งเธอไป แล้วหาคนรักแรกของเขา ผู้ชายที่ไม่รักนวลสงวนตัวก็เหมือนสิ่งไร้ค่า ผู้ชายที่เธอเคยอ่อนข้อให้แต่ก็ไม่สนใจเธอ งั้นเธอไม่ต้องการแล้ว จึงขอหย่าทันที ฮั่วเยี่ยนสือไม่สนใจ ซูหว่านหนิงกลับเข้าสู่วงการบันเทิงและเฉิดฉาย รักแรกในอุดมคติชอบแกล้งอ่อนแองั้นเหรอ งั้นก็ให้เธอเผยธาตุแท้จริงให้ทุกคนได้เห็น อดีตสามีที่เป็นคนปากแข็งที่สุด "เมื่อเธอเบื่อแล้วเธอจะกลับมาหาฉัน" แต่ภรรยาที่เคยเต็มใจทำทุกอย่างให้เขานั้นไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพเท่านั้น แต่ยังมีคนมากมายมาตามจีบเธออีก ดาราระดับโลกแสดงความรักอย่างแรงกล้า ผู้บริหารบริษัทสื่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เธอยิ้ม แม้แต่ทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งก็ต้องการเธอเท่านั้น จากนั้นฮั่วเยี่ยนสือเริ่มตระหนก เปลี่ยนจากคนเย็นชากลายเป็นคนที่คอยติดตามไม่ห่าง ใช้ทุกวิถีทางเพื่อตามจีบภรรยา ซูหว่านหนิงไม่แม้แต่จะมอง "เมื่อก่อนคุณเฉยเมยกับฉัน ตอนนี้คุณไม่คู่ควรกับฉันแล้ว" ฮั่วเยี่ยนสือขอร้องเธออย่างบ้าคลั่ง "หนิงหนิง เราแต่งงานใหม่เถอะ" ซูหว่านหนิงแสดงท่าทางหยิ่ง "คุณฮั่ว ฉันไม่เคยกลับไปหาของที่ทิ้งไปแล้ว"
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
ลู่หมิงเยว่ถูกแฟนนอกใจ และยังโดนดูถูกว่าเธอแค่ดีแต่หน้าตา ด้วยความโกรธ ลู่หมิงเยว่ใช้เสน่ห์ของเธอไปมีความสัมพันธ์กับเยี่ยนเฉิงจือประธานบริษัท แต่เธอกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ หลังจากเสร็จธุระนั้นเธอก็หนีไปเงียบๆ และยังเข้าใจผิดว่าคนในคืนนั้นคือเพลย์บอย เสิ่นเว่ยตง ทำให้เยี่ยนเฉิงจือเข้าใจผิดว่าเธอชอบคนอื่น เขาเลยแอบอิจฉาและหึงหวงอยู่เงียบๆ มานาน
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY