เพราะรักจึงทำให้หนูนิดทำทุกอย่างเพื่อผู้มีพระคุณของเธอ ยอมแม้กระทั้งแต่งงานกับชายคนที่เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเธอเลยสักนิด แถมเขายังควงคนอื่นมาเยาะเย้ยเธอให้เจ็บใจอีกทั้งๆที่รู้ว่าเธอรักเขามากแค่ไหน
เพราะรักจึงทำให้หนูนิดทำทุกอย่างเพื่อผู้มีพระคุณของเธอ ยอมแม้กระทั้งแต่งงานกับชายคนที่เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเธอเลยสักนิด แถมเขายังควงคนอื่นมาเยาะเย้ยเธอให้เจ็บใจอีกทั้งๆที่รู้ว่าเธอรักเขามากแค่ไหน
5 ปีที่แล้ว คฤหาสน์บดินเดชา
"ไม่แต่งนะครับคุณย่าน้อย คุณแม่ครับผมไม่มีทางแต่งงานกับเด็กที่คุณย่ารับมาเลี้ยงเด็ดขาดนะครับ "
"ไม่ได้แกต้องแต่งงานกับหนูนิดให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นแกก็ออกจากบ้านของฉันไปและอย่าหวังว่าจะได้อะไรติดตัวไปแม้แต่ชิ้นเดียว"
คุณหญิงสมรที่เป็นประมุขใหญ่ที่สุดในบ้านเอ่ยกับชายหนุ่มที่เป็นหลานชายวัย 23 ปีที่ตอนนี้โมโหอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับเรื่องที่เกิดขึ้น
"โธ่เว้ย!! เลิกร้องไห้เรียกคะแนนสงสารจากคุณย่าฉันสักที ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายโดนกระทำไม่ใช่เธอยัยเด็กเก็บมาเลี้ยง"
"หยุดเดี๋ยวนี้นะตานนท์ แกห้ามไปว่าน้องอย่างนั้นเด็ดขาดเลยนะ แกเองไม่ใช่หรือไงที่เมาแล้วลากน้องเข้าห้องไปทำไม่ดีไม่ร้ายแกยังจะมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกงั้นเหรอ "
"แต่คุณย่าครับมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆนะครับไม่เชื่อถามเด็กนั้นดูก็ได้ จะมัวแต่ร้องไห้อยู่ทำไมว่ะ พูดออกมาสักทีสิว่าฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลย"
"นนท์น้องอายุเพิ่งจะ 17 ปีเข้า 18 ยังไม่ดีเลยนะอย่างน้อยแกก็บรรลุนิติภาวะแล้วสมควรที่จะมีความรับผิดชอบได้แล้วฉันไม่เคยเลี้ยงแกมาให้เป็นคนไม่มีความรับผิดชอบชั่วดีแบบนี้นะ "
คุณหญิงสมรไม่พอใจเป็นอย่างมากที่หลานชายเพียงคนเดียวของเธอทำนิสัยที่แย่เกินที่เธอจะรับได้
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้วณนนท์เมาอย่างหนักหลังจากไปสังสรรค์กับเพื่อนเพื่อเลี้ยงส่งที่เขาจะไปเรียนโทต่อที่ต่างประเทศ
เขาเมามากจนแทบเดินขึ้นบันไดไม่ไหวเลยคิดว่าจะนอนที่ห้องนั่งเล่นมันนี่แหละแต่แล้วเดินเข้าบ้านมาก็เจอกับ หนูนิดหลานสาวคนโปรดของคุณย่าน้อยที่ยืนค่อยเสนอหน้ารอเขาอยู่ ไม่สิต้องบอกว่าคนโปรดของคนทั้งบ้านยกเว้นเขาคนเดียวที่เสน่ห์ของแม่นี่ทำอะไรเขาไม่ได้
เธอชอบทำตัวเป็นผู้ปกครองคอยตามดูแลเขาไม่ว่าจะเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับเขาคุณย่าน้อยและคุณแม่ของณนนท์จะสอนให้เธอทำทุกอย่าง เหมือนกับเตรียมมาเป็นเมียของเขาอย่างนั้นแหละ
แล้วยัยเด็กคนนี้ก็ชอบทำตัวน่าสงสารหาเรื่องให้เขาโดนด่าประจำ เธอจะคอยมายืนรอต้อนรับเขาเวลากลับบ้านทุกครั้งด่าไปก็อ้างแต่ 'คุณย่าน้อยสั่งหนูนิดค่ะ'
เขาโดนคุณย่าบ่นอยู่ประจำว่าชอบสร้างเรื่องให้กับหนูนิดต้องคอยตามดูแลตลอด อย่าว่าหนูนิดนะ อะไรๆก็หนูนิดเขาล่ะรำคาญชื่อนี้เอามากๆ ดีที่สอบติดโทที่ฝรั่งเศสจะได้หนีไปจากยัยเด็กนี่เสียที แต่แล้วเหมือนยิ่งหนีเรื่องมันก็ยิ่งวิ่งตาม
ใครจะไปรู้พอพยุงมาถึงห้องเขาแล้วชายหญิงอยู่ในห้องเดียวกัน และด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์รึเปล่าไม่รู้ทำให้เขามองเด็กสาวในบ้านที่เขาเคยรังเกียจ แถมยังด่าทอเธออยู่ตลอดว่าเป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง
ณนนท์คิดว่าหนูนิดคนดีคนนี้ต้องตั้งใจอ่อยเขาแน่ๆ ทำไมยิ่งมองยิ่งสวยน่ารักอ่อนหวานท่าทีที่อ่อนแอแต่แววตาดื้อรั้นเวลามองมาที่เขานั้นมันช่างมีเสน่ห์เสียเหลือเกินมันทำให้เขาอยากปกป้องและอยากปราบพยศเธอด้วยในที
ไม่รู้อะไรโดนใจให้ณนนท์ก้มลงไปจูบเธออย่างดูดดื่มโดยที่เธอขัดขืนไม่ได้ด้วยแรงผู้ชายและเธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กแต่หน้าอกหน้าใจนั้นดันแก่แดดแก่ลมเกินสาวน้อยวัย 17 ปีไปเสียแล้ว
เขามัวแต่มัวเมากับรสจูบที่หอมหวานดังน้ำผึ้งเดือน 5 ก็ไม่ปานอยู่นั้นเสียงเอะอะโวยวายตรงหน้าประตูก็ดังขึ้น เมื่ออยู่ดีๆผู้เป็นแม่ก็เดินเข้ามาในห้องเขาและเห็นฉากที่เขากำลังทำไม่ดีไม่ร้ายลูกสาวคนโปรดของท่านอยู่ นั่นแหละเรื่องมันเลยมาถึงตรงนี้
"แต่หลานสาวคนโปรดของคุณย่าเข้ามาอ่อยผมถึงในห้องเองนะครับ ทำไมผมถึงจะต้องรับผิดชอบเธอด้วยในเมื่อเรายังไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กันเลยผมเอาเธอแล้วนะสิว่าไปอย่าง "
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหน้าตายโดยที่ไม่ได้หันไปสนใจสาวน้อยที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาอาบสองแก้มนุ่มนิ่มนั้นอย่างน่าสงสาร ที่นั่งอยู่ข้างคุณหญิงสมรเลยแม้แต่นิดเดียว
"เอาเลยสิแกก็ไม่ต้องแต่งสิฉันจะได้ทำตามที่พูด แกจะได้รู้ว่าฉันเอาจริงไหม"
"โถ่คุณย่าครับจะให้อนาคตผมจบลงเพราะเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้จริงๆหรือครับคุณย่า"
"ทำไมจะไม่มีอนาคตแกแต่งแล้วแกก็ไปเรียนได้ จบแล้วก็กลับมาทำธุรกิจที่บ้านไม่ต้องไปตะลอนหางานที่ไหน แกไม่มีอนาคตตรงไหนแกบอกฉันมาสิ"
"นนท์แม่ว่าฟังคุณย่าน้อยเขาเถอะนะลูกคุณย่าน้อยท่านทำเพื่อลูกนะ "
"เหอะ!!ทำเพื่อผมงั้นเหรอ ได้!ผมจะแต่งงานกับหลานสาวสุดที่รักนอกคอกคนนี้ของคุณย่า แต่หลังจากที่ผมเรียนจบกลับมาผมจะหย่ากับเธอทันที และครั้งนี้คุณย่าเองก็ห้ามผมไม่ได้ด้วย"
พูดจบคนอารมณ์ร้อนก็เดินหนีขึ้นห้องไปเสียงดังตึ้งตั้งจนคนที่เป็นย่าเอามือมากุมหัวใจตัวเองกับความเอาแต่ใจของหลานชายคนเดียวคนนี้จริงๆ
"คุณย่าน้อยขา หนูนิดไม่แต่งไม่ได้เหรอคะคุณย่า " หนูนิดเอ่ยกับผู้มีพระคุณท่วมหัวเธอ
"ทำเพื่อย่านะหนูนิดถือว่าทำเพื่อคนแก่ๆใกล้ตายให้ชื่นใจสักครั้งเถอะนะย่าขอ"
คุณหญิงสมรจับมือของหลานสาวและมองดูใบน่าจิ้มลิ้มนั้นอย่างเอ็นดูพลางคิดว่าไม่มีใครเหมาะสมจะเป็นภรรยาของณนนท์เท่าเธอคนนี้อีกแล้ว
"ถ้าเป็นความต้องการของคุณย่าหนูนิดก็จะทำให้ค่ะ"
หนูนิดตอบรับคำคุณหญิงสมรด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอชอบณนนท์มานานแสนนานเพียงแค่คิดว่าได้ดูเขาอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้วแต่นี่เธอได้แต่งงานกับเขาแถมเขายังเกลียดเธอมากกว่าเดิมอีก เธอจะต้องดีใจหรือเสียใจดีที่ทุกสิ่งทุกอย่างออกมาแบบนี้
เช้าวันต่อมาคุณหญิงสมรและคุณสุดารัตน์แม่ของณนนท์ก็ไปหาฤกษ์แต่งงานกับพระอาจารย์ที่ครอบครัวนับถือกันแต่เช้าตรู่
"มาทำอะไรแต่เช้าล่ะโยมน้อย" พระอาจารย์ทักขึ้น
"อิฉันจะมาดูฤกษ์แต่งงานให้หลานชายและหลานสาวเจ้าค่ะ อยากได้แบบเร็วๆ วันที่ดีที่ทั้งสองอยู่กันจนแก่เฒ่าเลยเจ้าค่ะ"
"ฤกษ์ดีคือฤกษ์สะดวกนะโยม มันไม่มีหรอกฤกษ์ที่โยมว่ามา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่มีกรรมเป็นตัวกำหนด หมดกรรมก็เลิกกันถ้ายังมีกรรมต่อกันก็ยังอยู่ด้วยกันแค่นั้น "
พระอาจารย์บอกกับทั้งสามแล้วกลับไปนั่งสมาธิเช่นเดิมไม่ได้พูดอะไรต่อ จนคุณหญิงสมรก็ไม่อยากกวนท่านแล้วคงต้องเอาฤกษ์สะดวกนั่นแหละ
"งั้นเราก็แต่งหลังวันเกิดหนูนิดต้นเดือนเลยแล้วกัน คงเตรียมงานทันอีกอย่างหนูนิดอายุพอที่จะจดทะเบียนสมรสได้ด้วย"
คุณหญิงสมรหันมาพูดกับลูกสะใภ้ที่คอยดูแลท่านมาอย่างดีตั้งแต่พ่อของณนนท์เสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็ง เธอก็อยู่ดูแลแม่สามีตลอดมาตามที่ผู้เป็นสามีร้องขอก่อนสิ้นใจ
"ค่ะคุณแม่ หนูนิดล่ะลูกเตรียมตัวทันไหมอีกแค่สองอาทิตย์เอง"
คุณสุดารัตน์หันมาหาลูกสาวคนโปรดและกำลังจะเลื่อนขั้นมาเป็นลูกสะใภ้ของเธอ
"หนูนิดยังไงก็ได้ค่ะแล้วแต่คุณย่าน้อยกับคุณแม่เลย"
"แม่ดาไม่ต้องกลัวจะเตรียมตัวไม่ทันหรอกเราก็จ้างทีมงานเก่งๆที่เขาสามารถทำงานได้ตามเวลาที่เรากำหนดมาทำสิ อีกอย่างงานเราก็ไม่ได้จัดอะไรใหญ่โตจัดแค่คนรู้จักและคนในครอบครัวเท่านั้น มันคงจะไม่ยุ่งยากจนเกินไปหรอกนะ"
"ค่ะคุณแม่"
เพราะความเมาหรือความหิวผู้ชายจนหน้ามืดตามัวก็ไม่รู้ทำให้ดวงมณีสาวแก่วัยขึ้นคานแบบเธอลากหนุ่มรุ่นลูกมากินอย่างตะกละตะกาม แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกชายหนุ่มคนนั้นดันเป็นหนุ่มเนิร์ดที่ทำงานในบริษัทเธออีก
"กล้ามากเลยนะเอยที่นอกใจฉัน กล้ามากที่พามันมาถึงที่นี่แถมยืนจูบกันอยู่หน้าห้องไม่อายฟ้าดินแบบนี้" "เอยไม่ได้จูบนะคะ เอยจะล้มคุณนทีเลยพยุงหน้าเลยใกล้กันแบบนั้น " เจ้าขาอธิบายตามความจริง "ทำไมโทรมาไม่รับ ข้อความอ่านแล้วก็ไม่ตอบเธออยากให้ฉันเป็นบ้าเหรอเอย" เขาถามเธอเสียงเครียดไม่เคยต้องเป็นแบบนี้มาก่อนเลยไม่รู้ว่าต้องจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง มันทั้งคิดถึงโหยหาแต่ก็กลัวเธอจะหาว่าเขาพูดเกินจริง นอกจากเธอจะไม่เชื่อแถมมองว่าเขาบ้าอีกเพราะเธอรู้จักเขาดีกว่าใครดีมากจนเขานึกอายเรื่องที่ผ่านมา แม้มันไม่ใช่ความผิดเขาในเมื่อตอนนั้นเขายังไม่ทำสัญญาและรู้สึกแบนนี้กับเธอ "เอยไม่คิดว่าคุณขุนจะคิดมากขนาดนี้ ก็เห็นวันก่อนบอกจะเรียกสาวๆ มาแก้เหงาไงคะ" เธอยังน้อยใจเรื่องนี้ไม่หายแม้รู้ว่าไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเขา "เธอก็รู้ว่าตั้งแต่มีเธอฉันก็ไม่เคยเรียกใครมาอีก ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังเธอฉันติดเธอแค่ไหนทำไมเธอถึงมองไม่เห็นหรือตั้งใจจะมองข้ามมันคิดว่าฉันเป็นของเล่น" ......................................................................................................................................... "อื้อ! " มือเรียวยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกจนหมดอย่างรู้หน้าที่ ก่อนที่มือเล็กจะไล้ลงมาที่เข็มขัดราคาแพงของเขา แกร๊ก! "ถ้ารีบปล่อยมันออกมาเดี๋ยวก็ควบคุมไม่อยู่" "เอยคิดถึงคุณขุนมากนะคะ อื้อ!! " ได้ยินแบบนั้นคนที่ใจตรงกับเธอก็ก้มลงจูบปากฉ่ำหวานอีกรอบ ลิ้นใหญ่สอดแทรกเข้าไปดูดกลืนความหวานในนั้นด้วยความตะกละตะกลาม
สาวแสนสวยสุดมั่นแต่ก็ยังโดนทิ้งตลอดไม่ว่าจะคบหากับใครยิ่งคนล่าสุดที่เธอคาดหวังเอาไว้มากๆว่าคือชายที่จะแต่งงานด้วย แต่เขาก็ยังทิ้งเธอเพียงคำง่ายๆว่าเธอหวงตัวเกินไป งานนี้ต้องลำบากเพื่อนสนิทอย่างแทนไท ที่บังคับกึงขอร้องให้มาสอนบทรักที่เร่าร้อนให้จะได้ไม่โดนดูถูกแต่ทำไมเธอถึงลืมคืนนั้นไม่ลง แถมเพื่อนสนิทก็ยังมีท่าทีว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกด้วย "อื้ออ อย่ามากวนคนจะนอน " "แต่ฉันเป็นผัวเธอนะ จะทำอะไรก็ได้" หญิงสาวที่ยังหลับสนิทไม่รู้ตัวเพียงแค่ละเมอบอกปัดอย่างลำคาญเพียงเท่านั้น มือหนาลูบไล้ตามผิวเนียนนุ่มไปมาอย่างหลงไหลปากหนาเองก็พรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานซึ้งยิ่งอยู่ใกล้เธอเขายิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ ความอดทนอดกลั้นที่มีมา 4-5ปีพังทลายลงเพราะคืนเดียว ไอ้ที่ปากเก่งว่าลืมเธอได้แล้วมันเป็นเรื่องที่เขาแต่งขึ้นมาหลอกตัวเองทั้งนั้น "อื้อ แทนบอกแล้วไงว่าอย่ามากวนแพร คนบ้า" เสียงแว้ดของเธอทำให้แทนไทต้องผงกหัวขึ้นมาดู ปรากฏว่าแม่เสือสาวของเขาเพียงแค่ละเมอแว้ดออกมาเพียงทำนั้น "ดีนะที่พูดชื่อผัวตัวเองถ้าพูดชื่อคนอื่นพ่อจะเอาให้จมเตียงทั้งวันทั้งคืนไม่ให้ไปไหนได้เลย" อีโรติก
ครอบครัวเสิ่นเลี้ยงดูเซี่ยซางหนิงเป็นเวลา 20 ปี และเธอเองก็ถูกเอาเปรียบมาเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน วันหนึ่ง พวกเขาตามหาลูกสาวตัวจริงพบ และเซี่ยซางหนิงก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่น ได้ยินมาว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก แต่ความเป็นจริง พ่อแม่ทางสายเลือดของเธอเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่ตระกูลเสิ่นไม่สามารถเอื้อมถึงได้ ตระกูลเสิ่นที่คอยดูว่าเซี่ยซางหนิงจะต้องตกอับอย่างน่าสมเพช แต่กลับต้องตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตัวตนของเซี่ยซางหนิง ผู้มีอิทธิพลในการเงินระดับโลก วิศวกรระดับแนวหน้า นักแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก... เธอยังมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกกี่อย่างกันแน่ คู่หมั้นยกเลิกการหมั้นกับเซี่ยซางหนิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซี่ยซางหนิงไปออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของเขา เขากลับปรากฏตัวขึ้นและสารภาพรักกับเธอ
‘สวรรค์หรือโชคชะตาที่เล่นตลก คนอื่นทะลุมิติมามีแต่คนรุมรัก ทว่าตั้งแต่ข้าฟื้นมามีแต่คนอยากจะฆ่า ในเมื่อข้าอยากเป็นเพียงคุณหนูเสพสุขไปวัน ๆ แต่บารมีไม่ถึงวาสนาไม่อำนวย เช่นนั้นข้าจะทำตามลิขิตฟ้า กลายเป็นนางร้ายอย่างที่สวรรค์ต้องการ’
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
หลังจากภรรยาของประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปจากไป มีคนพบว่าเขากลายเป็นคนดี ไม่เจ้าชู้มากใจอีก ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยกันกับลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอประจำตระกูลที่เขาจ้างมาใหม่มาที่บ้าน “คุณฮั่ว ให้ฉันตรวจดูอาการให้คุณไหมคะ? ” คุณฮั่วมองด้วยใบหน้าที่เล่าลือว่ากลายเป็นคนดีแล้ว และสายตาคมกริบดั่งมีด หมอประจำตระกูลวิ่งหนีไปด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หมอประจำตระกูลเข้ามาครองใจคุณฮั่วได้สำเร็จ “คุณนายฮั่ว คุณทำยังไงให้คุณฮั่วเปิดใจ เดินออกมาจากความคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับได้ยังไงเหรอครับ? ” “เฮอะ ๆ ง่ายมาก แต่งงานแล้วได้แถมสองไง! ” เจ้าสาวพูดอย่างไม่พอใจและจับมือเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเจ้าบ่าวสองคนออกมา!
หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"
เธอคิดว่าพวกเขาจะต่างคนต่างไปหลังจากการหย่าร้าง โดยเขาใช้ชีวิตของเขาเอง ส่วนเธอก็มีความสุขกับเธอไป-- แต่แล้ว... "ที่รัก ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาได้ไหม" ชายใจร้ายที่เคยหักหลังเธอสุดท้ายก็ก้มหัวที่หยิ่งผยองลง "เราคืนดีกันเถอะ ผมขอร้องล่ะ" ซูเชียนชือผลักดอกไม้ที่ชายคนนั้นมอบให้ออกไปอย่างเย็นชา และตอบอย่างใจเย็น "มันสายไปแล้ว"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY