"กลับมาคบกันไม่งั้นฉันจะบอกพ่อแม่เธอเรื่องคืนนั้นที่ฉันเอาเธอแล้ว"
"กลับมาคบกันไม่งั้นฉันจะบอกพ่อแม่เธอเรื่องคืนนั้นที่ฉันเอาเธอแล้ว"
ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง
เด็กสาวหน้าตาน่ารักผิวพรรณสดใสเธออยู่ในชุดเครื่องแบบชั้นมัธยมปลายของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งข้างกายของเธอนั้นมีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีกำลังนั่งเตรียมพร้อมที่จะรับฟังคำพูดของเธอหลังจากที่เขาพึ่งจะพูดคำว่า ‘เลิก ’ออกไป
“พี่เวหา~ นี่พี่คิดจะทิ้งพิงค์กี้ใช่มั้ยคะ” เด็กสาวชั้นมัธยมปลายพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่อยากจะเอาเรื่องชายหนุ่ม มือเรียวเล็กยกขึ้นกอดอกแน่นซึ่งท่าทางรวมไปถึงน้ำเสียงเล็กแหลมของเธอทำให้ชายหนุ่มรีบเบือนหน้าหันเมินเธอทันที
เวหานั่งนิ่งพลางหันมองไปทางอื่นแต่แล้วสายตาคมก็เหลือบไปเห็นเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งเข้าอย่างจัง เธอคนนี้สวยหวานใบหน้าสดใสน่ารัก รูปร่างกำลังดีมองไปมองมาก็เหมือนกับว่าเขาคุ้นๆและอาจจะรู้จักเธอ
“พี่เวหามองอะไรของพี่!!” พิงค์กี้ที่มองไปตามสายตาของเวหาก็เห็นเข้ากับเธอคนนั้นผู้หญิงที่เวหากำลังจ้องมองอยู่ไม่รอช้าหญิงสาวเริ่มเกิดอาการหึงหวงจนเลือดลมในกายพลุ่งพล่าน มือเล็กจับเข้าที่ท่อนแขนกำยำพลางดึงรั้งให้ชายหนุ่มรุ่นพี่หันกลับมามองที่เธอ
“อะไรของเธอวะ!!” หนุ่มมัธยมปลายที่โดนดึงรั้งร่างกายก็เริ่มระงับสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่จึงได้ส่งเสียงดังตวาดใส่รุ่นน้องสาวจนร่างบางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ที่ผ่านมาเธอไม่เคยโดนเขาพูดเสียงดังแบบนี้ด้วยเลยสักครั้งใบหน้าสวยเริ่มเบะปากราวกับเด็กน้อยที่โดนรังแก
เวหาที่เห็นดังนั้นก็อึ้งแต่เขาไม่ได้สงสารหรือเข้าใจอะไรในตัวเธอหรอกนะที่อึ้งก็แค่งงๆว่าเธอทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ใส่เขาความเบื่อหน่ายและไม่อยากพูดคุยเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นวันนี้เขาต้องจบเรื่องเธอกับเขาให้ได้
พิ้งค์กี้ที่ผ่านมาเธอก็ทำตัวน่ารักดีหรอกนะ เชื่อฟังว่าง่ายเก็บเรื่องของเขาและเธอไว้เป็นความลับได้ดีแต่พอพักหลังๆมาทำไมเธอเปลี่ยนไปก็ไม่รู้ทั้งจ้องจับผิดหาเรื่องขอดูโทรศัพท์มือถือของเขาอีกทั้งยังห้ามไม่ให้เขามองผู้หญิงคนไหนสักคน
เธอทำตัวเองทั้งนั้นแค่อยู่เฉยๆทำตัวน่ารักๆเขาและเธอก็คงจะได้แอบกินกันต่อไปเรื่อยๆไม่ต้องมาจบความสัมพันธ์แบบนี้เพราะเธอเองนะที่ทำให้เขาต้องทำแบบนี้ทำตัวประดุจดัง ‘แฟน’ ของเขาทั้งที่ก็ไม่ใช่!!
เวหาสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่แล้วจึงถอนหายใจออกมา ความรู้สึกรำคาญเธอคนนี้มีเพิ่มมากขึ้นทุกวันจนมาถึงวันนี้ วันที่เขาเริ่มทนไม่ไหวจึงได้นัดเธอคนนี้ให้มาพบเพื่อที่จะได้จบความสัมพันธ์ลับๆของเขาและเธอสักที
“จะเรียกว่าทิ้งได้ยังไงในเมื่อพวกเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน!!” เวหาปรายตามองเด็กสาวรุ่นน้องที่เรียกร้องให้เขารับผิดชอบทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยบอกเธอไปแล้ว
“ไม่นะคะ..” สิ้นเสียงของเวหาเธอคนนั้นก็รีบคว้าข้อมือของเขาเอาไว้พร้อมกับนำมาแนบเข้าที่ใบหน้าเรียวสวยของตัวเอง
“พิ้งค์กี้รักพี่เวหามากนะคะแล้วพวกเราก็..เอากันไปแล้ว” เธอค่อยๆขยับร่างกายเข้าใกล้ร่างกำยำของผู้ชายตรงหน้าโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีกี่สายตาที่มองมายังเธอและเขา คนที่ตัวสูงกว่าดันร่างเล็กให้ห่างออกจากตัวเขาก่อนที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเขาเองก็ได้เคยพูดบอกเธอไปแล้ว
“แล้วไงในเมื่อวันนั้นพี่บอกเธอแล้วว่าพี่ไม่คิดที่จะจริงจังกับเธอหรือแม้แต่กับใครทั้งนั้นเพราะว่าพี่มีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้ว!!” ชายหนุ่มตัวร้ายหยิบยกเรื่องคู่หมั้นที่ซึ่งตัวเขาเองก็พึ่งจะนึกขึ้นได้ในตอนที่พูดบอกเธอไปเมื่อครู่นี้
“ว่าไงนะ!! ว่าที่คู่หมั้นอะไรของพี่ เมื่อกี้พี่ยังพูดอยู่เลยว่าจะไม่คิดจริงจังกับใคร นี่พี่มีคู่หมั้นแล้วเหรอคะ ทำไมถึงไม่ยอมบอกกัน” พิงค์กี้เบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคคำพูดของรุ่นพี่หนุ่มที่เธอรัก เธอและเขาได้แอบมีความสัมพันธ์กับแบบลับๆเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้วและเป็นตัวเธอเองที่เป็นฝ่ายขอเริ่มความสัมพันธ์บ้าๆพวกนี้ขึ้นมาโดยที่เขาก็ได้บอกเธอไว้แล้วว่าเขาไม่คิดที่จะจริงจังกับเธอหรือแม้แต่กับใครทั้งนั้นซึ่งเธอก็ยอมรับและตกลงที่จะนอนกับเขา
ก็นะ..พี่เวหาเขาทั้งหล่อทั้งรวยแถมยังตรงสเปคเธอเป็นอย่างมากแล้วเรื่องอะไรที่เธอจะต้องไม่ชอบเขาด้วยละได้กินของดีแถมยังอร่อยเลิศล้ำเป็นใครจะไม่เอาบ้างถึงแม้ว่าตัวเองจะต้องเอาตัวเข้าแลกก็เถอะแต่มันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องเสียไปซึ่งเธอก็ไม่ได้อะไรมากหรอกนะก็เพราะพี่เขาไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของเธอนี่
แต่เธอก็ไม่คิดเลยว่าเขาว่าพี่เขาจะหาเรื่องเทเธอได้เร็วถึงขนาดนี้!!
“คนนี้พ่อแม่พี่เลือกให้” เวหายิ้มอย่างผู้ชนะพร้อมทั้งเหลือบตามองรุ่นน้องสาวที่เอาแต่ยืนจ้องหน้าเขาตาเขม็งใบหน้าเรียวสวยโกรธจัดจนแก้มเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อซึ่งชายหนุ่มที่ซึ่งไม่คิดที่จะสนใจเธออยู่แล้วก็เลือกที่จะไม่สนใจอะไรไม่ว่ายังไงวันนี้เขาก็จะต้องสลัดเธอทิ้งให้ได้
“สรุปก็คือพี่หลอกเอาพิ้งค์กี้ใช่มั้ยไม่ต้องมาพูดอะไรให้มันเยอะแยะหรอกนะคะ” พิงค์กี้รุ่นน้องสาวคนสวยยืนกำหมัดแน่นในแววตามีแต่ความเคืองโกรธอย่างเห็นได้ชัดที่ผ่านมาก็มีที่เคยคิดเอาไว้บ้างว่ายังไงก็คงต้องมาถึง
“เฮ้อ~ อยากคิดอะไรก็แล้วแต่เธอแล้วกัน” เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นคนที่เขามองเธออยู่ได้เดินเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทันใดนั้นหัวสมองพลันนึกอะไรสนุกๆขึ้นมาจนได้
“นั่นไงเธอคนนั้นมาแล้ว ว่าที่คู่หมั้นของฉัน” เวหาชี้มือไปที่ผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับบอกคนตัวเล็กไปว่าเธอคนนั้นนั่นแหละก็คือว่าที่คู่หมั้นของเขา
ร่างหนาไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปพูดคุยกับเธอคนนั้นให้รู้เรื่องเสียก่อนที่เธอจะทำเรื่องแดงขึ้นมาด้วยความไม่รู้และเมื่อเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นไอ้หัวใจดวงน้อยๆของเขาก็เริ่มใจเต้นแรงขึ้นและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาใจเต้นแรงให้กับผู้หญิง อย่าบอกนะว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าให้แล้ว
เวหาเดินไปหยุดยืนขวางทางเธอเอาไว้ทำให้ร่างบางที่กำลังเดินเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาด้วยความงงงวยและเขาไม่รอช้าที่จะขอคุยกับเธออย่างเร่งด่วนฉับพลัน
“นี่ขอคุยด้วยหน่อย” เสียงทุ้มพูดขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมไปจับเข้าที่ข้อมือเรียวเล็กของเธอคนนั้นอย่างถือวิสาสะยอมรับเลยว่าใจเต้นแรงยามที่มองสบตาคู่สวย เธอสวยมากขนาดที่ไม่ได้แต่งหน้าหน้าสดก็ยังสวยหวานราวกับหยดน้ำผึ้งเดือนห้า ปากนิดจมูกหน่อยผิวก็ขาวอมชมพูทำเขาละสายตาจากเธอไม่ได้เลย
“คะ คุยกับเราเหรอ?” เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองสายตาก็มองไปยังบริเวณข้อมือเล็กของตัวเองที่ตอนนี้กำลังโดนเขาเกาะกุมมือของเธออยู่และด้วยความตกใจจึงทำให้สมองคิดประมวลผลช้าไปหมด
เชอรีนเดินตามเขาไปเรื่อยๆทั้งๆที่ใบหน้าสวยใสก็ยังมึนงงอยู่ว่าเขาคนนี้คือใครกันนะ
“ใช่ มาคุยกันหน่อย” เวหาเดินจับข้อมือเล็กค่อยๆเดินมาตามทางแต่แล้วเชอรีนที่เริ่มพลันคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองต้องดิ้นต้องไม่ยอมให้เขาเดินจูงมือเธอแบบนี้ก็เริ่มขัดขืนแสดงความต้องการของตัวเองว่าไม่อยากที่จะเดินไปกับเขา
“นี่ปล่อยนะ! อยากคุยอะไรก็คุยตรงนี้ไม่รู้จักกันอยู่ดีๆมาจับมือได้ไง หรือว่าเป็นพวกโรคจิต?” ร่างบางสะบัดมือออกจากการจับกุมของเขาและเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ไม่มีเวลาแล้วฉันจะพูดกับเธอแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!!” เวหาหันมาพูดแล้วยิ้มขึ้นที่มุมปากบอกเธอในตอนนี้ไม่มีเวลาที่จะพาไปนั่งอธิบายแล้วคงจะพูดได้เพียงเท่านี้อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด
“....”
“ฉันอยากให้เธอช่วยปลอมเป็นว่าที่คู่หมั้นให้ฉันหน่อย”
"พี่ไม่คิดที่จะชอบเธอหรอกนะ! พี่ไม่ชอบคนอ้วนน่ะเข้าใจไว้ด้วย”
“ฉันก็แค่อยากช่วยเพื่อนให้ห่างจากผู้หญิงแบบเธอ” “ผู้หญิงแบบฉันมันเป็นยังไง” “ก็อยากได้ผัวของคนอื่นไง!!!”
“พี่นี่แหละว่าที่คู่หมั้นเธอและยังเป็นผัวคนแรกและคนเดียวของเธออีกด้วย!!!”
“ฉันไม่ชอบเธอ! อย่าเข้ามายุ่งกับฉันอีก” “ชะเอมก็ไม่เคยคิดที่จะชอบคนอย่างพี่เหมือนกัน แต่ที่ทำก็เพราะ..”
อลิสหญิงสาวลูกคุณหนู เธอถูกแฟนหนุ่มที่เพิ่งจะเริ่มคบได้เพียงแค่3เดือนวางยาปลุกเซ็กส์หวังจะเคลมเธอแต่ดันมีเจ้าหนี้หนุ่มโผล่เข้ามาเสียก่อน
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
หลินหว่านยินขอหย่าครั้งที่ 99 ฟู่ซือเหนียนรับโทรศัพท์จากคนรักในดวงใจ ก็ไล่เธอลงจากรถ “กลับไปคิดทบทวนให้ดี ฉันหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอทำงี่เง่าแบบนี้” เพื่อเซี่ยจือเวย เขาทิ้งเธอ ดูถูกเธอทั้งแล้วครั้งเล่า ฟู่ซือเหนียนมั่นใจว่าหลินหว่านยินไปจากเขาก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้ แต่กลับไม่รู้ว่าพี่ชายของเซี่ยจือเวย กำลังแอบใกล้ชิดกับภรรยาของเขาสารพัดเพื่อให้เธอหย่าและเดินทางไปต่างประเทศ
เขาเต็มใจแต่งงานกับเธอตามเงื่อนไขของพี่เขย แต่พอถึงวันส่งตัวเจ้าสาวของเขากลับเปลี่ยนไปทุกอย่าง ...ทั้งน้ำหนัก...รูปร่าง...รสจูบ...และเขาได้รู้ความจริงว่า...เจ้าสาวตัวจริงของเขาถูกวางยาสลบและปล่อยให้ตายอยู่ในห้องเก็บของ ...เขาจึงรู้ความจริงว่า...คนที่หน้าเหมือนเจ้าสาวของเขาเป็นใคร?...และมาเปลี่ยนตัวกับเจ้าสาวของเขาทำไม?...
เขาแอ๊บเป็นเด็กมหาลัยรอบที่ห้าก็ถูกผู้หญิงมอมเหล้าแถมใส่ยาปลุกเซ็กส์เอาไว้ ทำเอายอดมนุษย์ที่อายุยืนกว่าชาวบ้านต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับหอพักเพราะกลัวว่าจะไปเผลอกัดใครเข้า แต่คน(ครึ่งผี)หรือจะสู้ลิขิตฟ้า ระหว่างเดินเข้าซอยมืดดันบังเอิญได้กลิ่นหอมเหมือนขนมหวานลอยมาแตะจมูก นาทีนั้นสัญชาตญาณดิบก็พ่ายแพ้ให้กับของหวาน แวมไพร์เก๋าประสบการณ์อย่างเขาก็กลายร่างเป็นหมาเห็นกระดูก งับ...ของหวานนั้นโดยไม่รู้เลยว่าได้เผลอทิ้ง(พิษ)เอาไว้กับเธอ
เสิ่นสุยยินถูกบังคับให้ดำรงชีวิตในสถานะที่ด้อยกว่าตั้งแต่เด็ก การถูกกดขี่มาอย่างยาวนานไม่ได้ทำให้เธอสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเองแม้แต่น้อย การตกต่ำของตระกูลเสิ่นในสายตาของคนภายนอกดูเหมือนจะเป็นความเสื่อมของตระกูลสูงศักดิ์ แต่แท้จริงแล้วนี่เป็นโอกาสเดียวของเสิ่นสุยยินที่จะกลับคืนสู่ชีวิตใหม่ นางต่อสู้กับคนอื่นเพื่อแก้แค้นให้ท่านแม่ทว่ากลับไม่รู้ว่าทุกแผนการของนาง เขากำลังจ้องตามองอยู่ ลู่จินหวยให้นางหลอกใช้ตนเองเป็นประโยชน์ได้ตามอำเภอใจของนาง แต่ไม่เคยให้นางต้องเปื้อนเลือดแม้แต่นิด สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงตัวนางเท่านั้น “เสิ่นสุยยิน ทางที่ดีเจ้าจะแกล้งทำไปตลอดชีวิต”
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY