“พ่อกับแม่ให้ฉันมารับเธอกลับบ้าน” ซ่งอันชวนอยู่ในชุดสูทเนี้ยบกริบ นาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์บนข้อมือสะท้อนแสงไฟสีขาวซีดในห้องเยี่ยมญาติ เกิดประกายเย็นยะเยือก “สามปีมานี้เธอคงจะลำบากแย่ ทางบ้านจะชดเชยให้เธอเป็นอย่างดี ”
ชดเชยงั้นเหรอ
ซ่งอันหรานเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา บทพูดช่างคุ้นหูเหลือเกิน เหมือนกับชาติที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน
ชาติก่อน พวกเขาก็ใช้วิธีนี้หลอกล่อให้ลูกสาวตัวจริงอย่างเธอกลับตระกูลซ่ง เพื่อให้ไปรับโทษจำคุกแทนซ่งอันโหรว ลูกสาวตัวปลอมคนนั้น
แต่พอครบกำหนดโทษสามปี พวกเขากลับไม่โผล่หน้ามาเลยสักคน ปล่อยให้เธอถูกพวกอันธพาลที่ซ่งอันโหรวจัดฉากไว้รุมข่มเหงจนตายตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าออกจากคุก
หลังตาย ตระกูลซ่งก็รีบคัดชื่อเธอออกจากผังตระกูลทันที แม้แต่เถ้ากระดูกก็ยังไม่ยอมรับไปทำพิธีด้วยซ้ำ
เธอเจ็บใจนัก!
วิญญาณเธอล่องลอยอยู่ในโลกมนุษย์เนิ่นนาน กว่าเธอจะได้รู้ความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่า ซึ่งก็คือ มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าอุ้มผิดตัวตั้งแต่แรกแล้ว
ปีนั้นเพียงเพราะหมอดูทักว่าเธอเป็น “ดาวกาลกิณี” ที่จะนำความวิบัติมาสู่คนทั้งบ้าน พ่อแม่แท้ ๆ จึงจงใจสลับตัวเธอกับซ่งอันโหรวที่มีดวงชะตาดีเลิศ แล้วทิ้งเธอไว้ที่บ้านนอก ปล่อยให้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดเองตามยถากรรม
แรงอาฆาตนั้นฝังลึกจนทำให้เธอย้อนเวลากลับมาในช่วงปีที่สามของการจำคุก
ครั้งนี้ เธอใช้ความทรงจำจากชาติก่อน แอบร่วมมือลับ ๆ กับเจ้าพ่อวงการธุรกิจอย่างซ่างกวนหวายจือ จนทำให้เธอได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดในวันนี้
“สามปีก่อนตอนพวกคุณรับฉันกลับไปที่ตระกูลซ่ง ก็บอกว่าจะชดเชยให้ฉันเหมือนกัน” ซ่งอันหรานวางปากกาลง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “แล้วผลเป็นยังไงล่ะ? ฉันต้องรับผิดคดีฉ้อโกงทางธุรกิจแทนซ่งอันโหรว ตอนอยู่ในคุกก็โดนคนแอบผสมเศษแก้วลงในข้าว ”
ซ่งอันชวนขมวดคิ้วมุ่น แววตาฉายความรำคาญออกมาวูบหนึ่ง “ตอนนั้นสถานการณ์มันบีบบังคับ ร่างกายของโหรวโหรวไม่แข็งแรง ทนสภาพในคุกไม่ไหวหรอก เธอเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลซ่ง ก็ควรจะ...”
“ควรจะติดคุกแทนนังลูกกาฝากนั่นน่ะเหรอ?” ซ่งอันหรานพูดขัดขึ้นมาด้วยการแค่นหัวเราะ “ซ่งอันชวน คนตระกูลซ่งของพวกคุณนี่มันเป็นบ้ากันไปหมดแล้วหรือไง ถึงได้เห็นคนนอกดีกว่าลูกในไส้แบบนี้? ”
“พูดจาบ้าบออะไรของเธอ?” ซ่งอันชวนตบโต๊ะและลุกขึ้นพรวด “ซ่งอันหราน มารยาทของเธอมันหายไปไหนหมด ใครอนุญาตให้เธอพูดจาว่าร้ายโหรวโหรวแบบนี้? ”
มารยาทงั้นเหรอ ซ่งอันหรานแทบจะหัวเราะจนน้ำตาไหล
เด็กที่ถูกพ่อแม่แท้ ๆ ทิ้งขว้างคนหนึ่ง โตมากับข้าวก้นบาตรชาวบ้าน จะไปเอา “มารยาทผู้ดี” มาจากไหนกัน
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก คว้ากระเป๋าผ้าใบเก่า ๆ ที่ถูกซักจนสีซีดขาว อันเป็นสัมภาระที่มีอยู่น้อยนิดขึ้นมา แล้วเดินตรงดิ่งไปยังประตูทางออกทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ซ่งอันชวนตวาดไล่หลังเสียงเข้ม “ถ้าไม่กลับตระกูลซ่ง แล้วเธอจะไปไหน? ”
ซ่งอันหรานไม่แม้แต่จะปรายตาหันกลับไปมอง “ก็ไปในที่ที่ฉันควรจะไปไงล่ะ ”
วินาทีที่ผลักประตูคุกออกไป แสงแดดต้นฤดูร้อนก็สาดส่องจนเธอต้องหรี่ตา สามปีที่ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน เธอเกือบลืมไปแล้วว่าแสงแดดมันให้ความรู้สึกอบอุ่นแค่ไหน
ในตอนนั้นเอง รถมายบัคสีดำสนิทคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบตรงหน้าเธออย่างเชื่องช้า กระจกรถค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง
“คุณซ่งครับ คุณซ่างกวนส่งผมมารับคุณครับ” คนขับรถก้าวลงมา และเปิดประตูให้เธอด้วยท่าทางนอบน้อม
ซ่งอันหรานพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปโดยไม่ลังเล
เมื่อมองผ่านกระจกมองหลัง เธอเห็นซ่งอันชวนกำลังวิ่งตามออกมาหน้าประตูเรือนจำ
พลางยืนทำหน้าตื่นตะลึง มองดูรถหรูราคาหลายสิบล้านคันนั้นแล่นจากไปจนลับสายตา