เรื่องนี้ไม่มีอะไรหรอก
นายหัวขาปรานีหนูหน่อย
นายหัวอารัณย์พยายามบอกับตัวเองว่า เพลงขวัญ ยังเด็ก และไม่ใช่สเปค แต่แล้วก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองเมื่อได้ลิ้มรสชาติหญ้าอ่อน เขาติดใจจนอยากจะกินซ้ำ ๆ แล้วเธอจะทนเขาได้นานแค่ไหน...... ******************************************************* "ขออีกครั้งเดียวนะ ....ครั้งเดียวนะเพลง" นายหัวหนุ่มทำเสียงอ้อนกลับ เพราะร่างกายของเขาต้องการปลดปล่อยออกมาให้ได้มากที่สุด "จะไม่ปรานีเพลงหน่อยเหรอคะ เพลงไม่ไหวแล้ว" "ปากเธอบอกให้ปรานี แต่ตอดถีึแบบนี้ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่า เธอต้องการแบบไหนกันแน่!"
บทที่ 1 เกินจะรับไหว
เพลงขวัญหญิงสาววัย 20 ปี นั่งมองรูปถ่ายสุดท้ายที่ตนเองและยายนวลปรางคุณยายของเธอถ่ายด้วยกันเมื่อวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเธอกับคุณยายไปทำบุญตักบาตรด้วยกันที่วัดและคุณยายของเธอก็แต่งตัวสวยมากเป็นพิเศษ
เธอยังจำคำพูดของคุณยายนวลปรางได้เป็นอย่างดีแต่ก็ไม่คิดว่าสิ่งที่คุณยายพูดจะมาถึงเร็วจนคาดไม่ถึงเช่นนี้
‘หนูเพลงถ่ายรูปให้ยายหน่อยสิ เผื่อยายตายไปจะได้เอารูปนี้ตั้งหน้างานศพ’
‘ยายขาอย่าพูดแบบนั้นสิคะ ยายของเพลงยังแข็งแรงอยู่เลยค่ะ’
‘ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอนนะลูก ดูอย่างพ่อกับแม่หนูสิอายุยั้งน้อยแท้ๆ ยังทิ้งพวกเราไปเลย’ บิดามารดาของหญิงสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่ชั้น ป.6
‘ยายคงไม่ทิ้งเพลงไปอีกคนหรอกนะคะ ยายต้องอยู่กับเพลงไปนานๆ อยู่ช่วยเลี้ยงลูกให้เพลงด้วยนะคะ’
‘หนูเพลงมีแฟนแล้วเหรอลูกถึงพูดแบบนี้’
‘ยังหรอกค่ะ เพลงก็แค่พูดเผื่อไว้เท่านั้นเองเรื่องมีแฟนเพลงยังไม่คิดค่ะ เพลงอยากรีบเรียนให้จบจะได้ทำงานมีเงินเดือนให้ยายจะได้ไม่ต้องลำบากไปทำงานที่บ้านนายหัวอีก’
‘ยายไม่ได้ลำบากอะไรเลย งานที่บ้านนายหัวไม่หนักหนาอะไรเลย’ ยายนวลปรางตอบหลานสาวด้วยรอยยิ้ม
‘แต่เพลงก็อยากให้ยายพักบ้าง ยายสัญญานะคะถ้าเพลงเรียนจบมีงานทำยายจะเลิกไปทำงานที่บ้านนายหัว’
‘จ้ะ ยายสัญญา’
เวลาผ่านมาแค่สามเดือนคุณยายนวลปรางก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหลานคือไม่ไปทำงานที่บ้านนายหัวเพราะท่านจากเธอไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้เพลงขวัญไม่เหลือญาติที่ไหนอีกแล้วเพราะพี่ชายของเธอก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน
เพลงขวัญได้รับข่าวร้ายจากคนในหมูบ้านว่าคุณยายนวลปรางเข้าป่าไปเก็บเห็ดและเป็นลมอยู่ในนั้น กว่าจะมีคนไปเจอท่านก็ผ่านมาหลายวัน ร่างของท่านนอนเสียชีวิตอยู่อย่างเดียวดายใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบ้านหลังนี้เพียงไม่ถึงสองกิโลเมตร
แต่เพราะยายนวลปรางอาศัยอยู่คนเดียวเธอหายไปจึงไม่มีใครรู้และเป็นช่วงที่เพลงขวัญอ่านหนังสือย่างหนักเพื่อสอบปลายภาค พอสอบเสร็จเธอจึงโทรหายายแต่ไม่มีใครรับสาย
เธอจึงโทรไปหาป้าแววซึ่งเป็นคนงานที่บ้านของนายหัวเหมือนกับยายจากนั้นชาวบ้านจึงช่วยกันหา พอเพลงขวัญกลับมาถึงบ้านก็เป็นจังหวะเดียวกับร่างไร้สติของคุณยายถูกหามขึ้นเปลออกมาจากป่า เธอร้องไห้อย่างหนักและโทษว่าเป็นความผิดของตนเองที่ไม่โทรหายายถึงสามวันเพราะถ้าไม่อยากนั้นคุณยายก็คงไม่จากไป
แต่หลังจากแพทย์ชันสูตรที่โรงพยาบาลตรวจเพื่อจะออกใบมรณบัตรก็พบว่าคุณยายไม่ได้เสียชีวิตเพราะเป็นลมแต่เป็นเพราะท่านถูกตีด้วยของแข็งบริเวณท้ายทอยจนเลือดคั่งในสมองและเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้ก็ยังหาคนร้ายไม่เจอ
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่เพลงขวัญอยู่ตามลำพังในบ้านหลังเล็กติดกับสวนยางพาราของนายหัวอารัณย์ เจ้านายของยายนวลปรางซึ่งเขาและคนงานในสวนมาช่วยจัดการงานศพของคุณยายจนทุกอย่างเรียบร้อย ส่วนตัวเธอเองนั้นแทบไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นมันหนักเกินกว่าหญิงสาวตัวคนเดียวจะรับไหว ถ้าไม่ได้เขากับคนงานช่วยก็คงจะแย่ เธอยังไม่มีโอกาสของได้ขอบคุณเขาอย่างจริงจัง วันนี้ก็เลยตั้งใจว่าหลังจากไปซื้อของใช้จำเป็นที่ตลาดหน้าหมูบ้านแล้วจะไปขอบคุณเขา
เธอปั่นจักรยานมายังตลาดนัดเล็กๆ ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ค้าจากในเมืองมาขายสัปดาห์ละครั้ง ตลาดตั้งใกล้กับกับร้านขายของชำร้านเดียวของหมู่บ้าน ติดๆ กันนั้นก็เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวและร้านกาแฟของอาแปะกงที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็ก
“อ้าว หนูเพลงมาซื้อของเหรอป้านึกว่าหนูกลับไปกรุงเทพแล้วเสียอีก” ป้านงค์เจ้าของร้านของชำทักทายเพลงขวัญที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็ก
“ค่ะป้านงค์ หนูยังไม่ได้ขอบคุณป้าเลยที่ไปช่วยงานคุณยาย ขอบคุณนะคะป้า”
“ไม่เป็นไรจ้ะลูก เราคนบ้านเดียวกันมีอะไรก็ช่วยเหลือกัน แล้วหนูจะอยู่ที่นี่นานไหมล่ะ”
“หนูว่าจะอยู่จนเปิดเทอมค่ะ”
“หนูอยู่ที่บ้านยายเหรอจ๊ะ”
“ค่ะ ป้านงค์”
“นายหัวนี่ก็ใจดีเหมือนกันนะที่ยังให้อยู่ต่อ”
“ให้อยู่ต่อ ป้าหมายถึงอะไรคะ”
“อ้าว ป้าก็นึกว่าหนูรู้แล้วเสียอีกว่าบ้านหลังนั้นน่ะเป็นของนายหัว”
“ไม่ใช่นะคะ บ้านเป็นของคุณยาย”
“ยายของหนูมาด่วนจากไปอย่างนี้คงยังไม่ทันได้บอกอะไร ป้าว่าหนูลองไปถามนายหัวดูนะลูกว่ามันยังไงกันแน่ ป้าเองก็ฟังคนอื่นมาอีกที”
“ค่ะ หนูก็กำลังจะเข้าไปขอบคุณนายหัวอยู่พอดีเลย”
เพลงขวัญปั่นจักรยานมาจากร้านขายของชำแล้วก็ตรงไปยังบ้านนายหัวระหว่างทางก็คิดถึงคำพูดของป้านงค์ที่บอกว่าบ้านหลังนั้นเป็นของนายหัว มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไงในเมื่อบ้านหลังนั้นพ่อกับแม่ของช่วยกันสร้างมา
มีทางเดียวที่เป็นไปได้ก็คือนายหัวอาจจะหลอกเอาบ้านไปจากคุณยายของเธอเพราะเห็นว่าท่านอายุมากแล้วและเธอเองก็นานๆ ถึงจะกลับมาที่บ้านสักครั้ง
สองเท้าเล็กๆ รีบปั่นอย่างรวดเร็วเพราะอยากจะไปเห็นหน้าคนที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้าน
พยศรักดวงใจมาเฟีย
การพบเจอที่ไม่คาดคิด... แรกเริ่มคือการ 'บังคับ' แต่นานวันกลับกายเป็น 'รัก' สุดหัวใจ เชื่อเถอะว่า พรหมลิขิต... มีจริง!! รักแรกพบ... ก็มีจริง!!! ความรัก แบบใน นิยาย... ก็มีจริง!! เคลวินพรากความสาวของสาวแปลกหน้า เขาชนะยกแรก แต่ใครจะรู้ล่ะ ยกต่อมาเขากลับแพ้ ผู้หญิงธรรมดาที่คว้าหัวใจเขาไปทั้งดวง หล่อนพยศ
ชะตาลิขิต
การหมั้นหมายที่มีมานับศตวรรษระหว่างตระกูลหรงและตระกูลเหร่วน ทำให้เขาและเธอที่แตกต่างกันราวฟ้าและดินได้มีความผูกพันกันอย่างใกล้ชิด หรงเฮ่าชวน"เธอเป็นใคร? เเธอมีคุณสมบัติอะไรที่จะเป็นภรรยาของผม? ถ้าต้องการแต่งงานก็ให้ขุดปูทวดสองคนจากสุสานมาทำพิธีแต่งงานด้วยตนเองซะ!" เหร่วนฉิง "ต้องแต่งงานสิ ทำไมถึงไ
ยอดดวงใจนายมาเฟีย
เขาเป็นลูกชายของมาเฟียที่ผันตัวเองมาทำธุรกิจ เขาควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าไม่จริงจังกับใครแต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้ช่วยชีวิตเธอไว้โดยบังเอิญแล้วนั่นก็เป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อเขาตกหลุมรักเธอโดยยังไม่รู้แม้แต่ชื่อ แต่เขาก็ไม่คิดจะปล่อยเธอไป
ภรรยาขัดดอก
จู่ๆ ก็มีแม่สาวน้อยฝีปากกล้าตกตุ๊บลงมาในอ้อมแขนโดยไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายที่หัวใจ ถูกปิดตายมาเนิ่นนานอย่าง ฟินิกซ์ อีเมอร์สัน จึงจำต้องอ้าแขนรับแม่นกน้อยเอาไว้ในกรงทอง ด้วยตำแหน่ง ‘เมียขัดดอก’ จดหมายของคุณย่าผู้ล่วงลับ นำพาให้มิรินต้องเดินทางข้ามขุนเขามาเพื่อพบกับเขา ฟินิกซ์ อีเมอร์สัน พ่อเทพบุตรนกไฟ
เจ้าสาวจำยอม สามีเศรษฐีนอกสายตา
ชูจี้ถูกเก็บไปอุปการะตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งถือเป็นความฝันของเด็กกำพร้าทั่วไปอย่างชูจี้ แต่ชีวิตหลังจากนั้นมันไม่ได้มีความสุขดั่งที่ชูจี้คิดฝันไว้เลย เธอต้องอดทนถูกเย้ยหยันและการทำทารุณจากแม่บุญธรรมของเธอ แต่ก็ยังโชคดีที่เธอได้รับความเมตตาจากคนใช้สูงวัยคนหนึ่งในบ้านหลังนั้น ชึ่งเป็นคนคอยดูแลและเอาใส่เธอ
ไฟรักเร่าร้อน NC18++
คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบ
ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
ซ่งชิงอวี่รักลู่เหยี่ยนจือ รักจนใครๆ ก็รู้หมด รักอย่างไร้ค่าเหมือนธุลี แม้ว่าในใจของลู่เหยี่ยนจือมีแต่คนรักเก่าก็ตาม แม้ว่าเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปีไปกับคนรักเก่าที่ต่างประเทศ แม้ว่าคนรักเก่าจะตั้งครรภ์ลูกของลู่เหยี่ยนจือแล้ว ซ่งชิงอวี่ก็ยังคงขอแต่งงานกับลู่เหยี่ยนจือ แต่ในวันไปจดทะเบียนเพราะคนร
คุณหมอ...อย่าใจร้าย
วามสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า ทำให้เธอ...ท้องไม่มีพ่อ .................... “คูน...คุณ” ชมพลอยทรุดตัวนั่งใกล้ร่างหนาที่หันมองเธอด้วยสายตาแปลกใจ เธอทักทายเขาด้วยภาษาสากล “คูณนอนกับช้านม้าย ฉันซิงนะ” บุรุษที่ชมพลอยเข้าไปทักคือ ภาคินทร์ ภักดีธำรง หรือหมอธาม ในวัยสามสิบปีที่มาเรียนแพทย์เฉพาะทางเพิ่มเติมในประเ
รักแท้ หรือรักเท็จ
การที่พวกเขาแต่งงานกันก็เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลทั้งสองฝ่ายก็เท่านั้น เขาสามารถที่จะเลือกใครมาเป็นเจ้าสาวของเขาก็ได้ แต่เมื่อเขาเห็นเธอครั้งแรก เขาก็รู้แล้วว่าเธอนั่นแหละคือผู้หญิงที่เขาต้องการ แต่แล้วการแต่งงานของพวกเขาก็ต้องจบลงในไม่ช้าเพราะความเย็นชาของเธอ และเขาก็ได้เห็นธาตุแท้ของเธอในวันที่เซ็น
เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ
ตลอดสิบปีที่ฉู่จินเหอรักเหลิ่งมู่หยวนฝ่ายเดียว เอาใจใส่กับเขาอย่างเต็มที่ แต่เธอไม่เคยคิดว่าที่แท้เธอเป็นแค่ตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น ที่สำนักงานเขตเพื่อทำการหย่า เหลิ่งมู่หยวนมองดูฉู่จินเหอด้วยความเย็นชาและพูดอย่างเหยียดหยามว่า "ถ้าเธอคุกเข่าลงและขอร้องฉัน ฉันอาจจะให้โอกาสเธอกอีกครั้ง ฉู่จินเหอเ
