“เพียงต้องมางานแต่งของน้ำตาลกับคุณวิชญ์ให้ได้นะ” เพียงใจยิ้มรับเซียวๆก่อนวางสายลง งานแต่งเพื่อนสนิทของเธอกับผู้ชายคนนั้นอีกตั้งหลายเดือน แล้วเธอจะกล้าหอบลูกในท้องที่เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆไปงานแต่งของคนเป็นพ่ออย่างเขาได้อย่างไร …
“เพียงต้องมางานแต่งของน้ำตาลกับคุณวิชญ์ให้ได้นะ” เพียงใจยิ้มรับเซียวๆก่อนวางสายลง งานแต่งเพื่อนสนิทของเธอกับผู้ชายคนนั้นอีกตั้งหลายเดือน แล้วเธอจะกล้าหอบลูกในท้องที่เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆไปงานแต่งของคนเป็นพ่ออย่างเขาได้อย่างไร …
“ผมไม่ต้องการผู้ช่วย หรือเลขา หรืออะไรทั้งนั้น”คนพูดบอกเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก
“ไหน ไอ้เคนมันว่าแกประกาศรับผู้ช่วย”
“ผมต้องการผู้ช่วยผู้ชาย ไม่ใช่เด็กเส้นแบบแม่นี่”
“หนูเพียงไม่ใช่เด็กเส้น”
บอกอย่างเอ็นดู เพราะเล็งเห็นความสามารถอันล้นเหลือ ความมุ่งมั่น อีกทั้งความรับผิดชอบที่คิดไว้ว่ามองไม่พลาดไปได้ เพียงใจนั้นมีสิ่งเหล่านั้นอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
“ฮึ! อย่ามาเปลืองน้ำลายเลยครับ ผมบอกว่าไม่ก็ไม่”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะปลดแกออกจากที่นี่ แกออกไปก่อตั้งตัวเองใหม่ พาแม่ของแกไปด้วย”
“ ! ”
วิชญ์ไม่ได้แคร์กับไอ้เรื่องถูกปลด แต่เขาแคร์แม่ที่เลี้ยงเขามาแต่เกิด ท่านนอนตรมตรอมใจอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความไม่รู้จักพอในตัณหาราคะของคนเป็นพ่อ วิชญ์ได้แต่ยืนเงียบ มองบิดาด้วยสายตาแข็งกร้าว
“พ่อจะได้เอาหนูเพียงใจมาช่วยงานเอง ส่วนแกจะไปไหนก็ไป”
“ตัณหาคนแก่นี่ ไม่มีทางหายเลยสินะครับ”
“ถ้ายังอยากบริหารงานที่นี่แกต้องรับหนูเพียงไว้” ยื่นคำขาด ก่อนจะพูดยิ้มๆ“แล้วแกจะรักหนูเพียงแบบที่พ่อเอ็นดู อย่าเล่นสกปรกก็พอ”
“เล่นสกปรกอย่างนั้นหรือครับ”
“ฉันเตือนแกไว้ก่อน ว่าอย่ายุ่งกับน้อง”
“โธ่...ต่อให้มานอนแก้ผ้ารอ ผมยังไม่อยากจะมองเลย ไม่มีทางที่ผมจะแตะยัยเด็กนั่น”
“จำคำพูดแกเอาไว้นะวิชญ์”
อานนท์จากไปแล้ว และทิ้งยัยเด็กนั่นเอาไว้ที่หน้าห้องทำงานของเขา มาคุยกันวันนี้ แล้วก็จะให้ทำงานวันนี้เลย มีที่ไหน วิชญ์อยากจะบอกว่ามีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
เด็กสาวในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัย เสื้อนักศึกษาตัวใหญ่โคร่งเหมือนเอาเสื้อผู้ชายมาใส่ ทับเข้าไปในกระโปรงพีทสีดำยาวกรอมเท้า สวมรองเท้าคัทชูสีดำไม่มีส้นหมดสง่าราศีของความเป็นสตรีอย่างที่สุดเท่าที่ผู้ชายอย่างวิชญ์เคยเห็นมา พอเงยขึ้นมองใบหน้าของเด็กสาวก็เห็นถึงความเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ทั้งยังสวมแว่นสายตากรอบสีดำสนิททรงกลมโตบิดบังใบหน้าไปเกือบครึ่ง
‘สภาพแบบนี้น่ะหรือ ไม่ได้ดึงดูดผู้ชายเลยสักนิด’
วิชญ์คิดอย่างดูแคลน เขาไม่ใช่คนปากมาก ปากไวที่คิดแล้วจะพูดออกมาทันที แต่วิชญ์มีสีหน้าแววตาที่ร้ายไปกว่านั้น เขาเป็นพวกพูดน้อยแต่ข่มคนเก่ง
คิดจะเอายัยเด็กนี่มาทำงานคลุกคลีและหวังจะให้คนอย่างเขาถูกใจก็ลองดูว่าจะทำได้ไหม อรสาที่เป็นป้าของยัยนี่คงอยากจะเอาหลานสาวมาจับเขาด้วยอีกคนสินะ หลังจากฉกพ่อของเขาไปจากแม่ได้ มั่นหน้ากันนักใช่ไหม เขาจะทำให้มันเป็นฝันร้ายของสองป้าหลานนี่เลย คอยดู!
ภาวรีแหงนหน้าขึ้นแล้วยิ้มกวนโมโหใส่หน้าเขา "มาขวางทำไม เชยไม่สนพี่เขื่อนแล้วนะรู้ไหม ให้หย่าก็ได้เลย ไปเลย เพราะไรรู้มะ เพราะพี่เขื่อนสู้หนุ่ม ๆ ในร้านไม่ได้เลยสักคน ในนั้นถึงใจกว่าพี่เขื่อนตั้งเยอะ" ลัพธวิทย์หรี่ตามอง ถามเสียงเรียบ "ถึงใจแบบไหน" "ใหญ่กว่า อึด แล้วก็เอาเก่งกว่าพี่เขื่อน" ได้ยินเสียงตัวเองพูดจาก๋ากั่นออกไปแบบนั้นแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อย พอได้ยินคำตอบของเธอที่หลับตาฟังก็รู้ว่าจงใจพูดจายั่วยุเขา ลัพธวิทย์ก็ค่อยหัวเราะออกมาลั่น พร้อมค่อนแคะกลับไป "น้ำหน้าอย่างเราเนี่ยหรือ กล้านอนกับผู้ชายตามบาร์" ภาวรีหน้าชาเมื่อถูกจับไต๋ได้ว่าโกหก เธอลอยหน้าลอยตาแล้วตอบเขากลับ "ทำไมจะไม่กล้า แม่เปิดห้องให้เชยลองแล้วด้วย หนุ่ม ๆ ในบาร์โฮสต์ทำให้เชยรู้แล้วล่ะว่าของพี่เขื่อนนี่เทียบชั้นกันไม่ติด แบบนั้นน่ะ..." ภาวรีพูดแล้วกวาดตาลงมองอย่างหยามเหยียด บอกต่อจนจบประโยค "น่าจะเอาไว้แค่ฉี่มากกว่านะ"
"ถอดชุดบนตัวเธอออกมาเดี๋ยวนี้!" "หนูทำไม่ได้..." ขวัญลดายังพูดไม่จบดีเลยว่าเธอถอดชุดที่ใส่บนตัวออกไม่ได้เพราะมันรัดมาก ๆ นี่ก็นัดกับออยลี่ ลูกของป้าเนืองไว้แล้วให้มาช่วยถอดชุด ไม่รู้น้องคนที่วานให้ช่วยเหลือจะหลับไปแล้วหรือยัง ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องฉีกมันออกแทนการถอด แต่เจ้าของห้องลับที่ใคร ๆ พูดปากต่อปากกันว่า ห้องนี้ใครเข้ามาแล้วต้องเสว ก็ปราดเข้ามาปล้ำถอดชุดของเธอออกจนหมด แต่เพราะชุดมันรัดมาก ๆ ดลวรัชญ์ลงมือถอดไปก็สบถไปพลางด้วยอาการหัวเสีย "แต่งตัวเชี่ยอะไรวะ รู้ไหมว่ามันรัดหน้าอก รัดโหนกจนเห็นเป็นเนินนูน นึกว่าลานจอดฮอ" พอชุดถูกถอดออกจนหมด ขวัญลดาค่อยหายใจได้ลึกขึ้นจากเดิม นึกขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ แม้จะดูเป็นการช่วยที่ไม่ปกตินักก็ตามที "หนูรู้ค่ะ" "รู้แต่ก็ยังใส่" "คุณป้าบอกว่ามันมีชุดเดียว ชุดนี้เมื่อก่อนท่านตัดไว้ให้พี่โรส แต่คุณเล่นพาพี่โรสมานอน หนูก็เลย..." "หึง?" เสียงเข้มถามขัดคำตอบของเธอ ขวัญลดามองเขาแล้วได้แต่ส่ายหน้า เธอยังไม่รู้จักเลยว่า หึง อาการเป็นอย่างไร "ไม่ใช่ค่ะ หนูกำลังอธิบายเรื่องที่ว่าทำไมต้องใส่ชุดนี้" "เธอหึง" คนชอบให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวเองอย่างดลวรัชญ์สรุปในสิ่งที่ตัวเองคิดได้ พร้อมด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเกร็งมันไว้ให้เหยียดตรงดังเดิม "และเธอเบี่ยงประเด็นนะลดา" "แล้วแต่คุณเลยค่ะ" ขวัญลดาบอกอย่างยอมแพ้ ++++++ เนื้อหานิยายเน้นอ่านเพลิน ๆ ย่อยง่าย ๆ และจบดี แฮปปี้ค่ะ
ปัญญารัตน์กำแท่งตรวจการตั้งครรภ์ในกระเป๋าไว้จนเหงื่อชุ่มเต็มมือ วันนี้เธอมาเพื่อบอกเขาว่า ท้อง แต่นายแพทย์อนลกลับเอ่ยปาก บอกเลิกความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน เพื่อกลับไปคบกับแฟนเก่าของเขาที่กำลังย้อนกลับมาคบกันอีกครั้ง
คำโปรย ปริญญ์เคยบอกว่ารักเธอ แต่เมื่อมีเหตการณ์บางอย่างทำให้ต้องเลิกรากันไป เขาย้อนกลับมาทำดีด้วย และขอเธอแต่งงาน หลังแต่งงานกับจินดาพรรณมาสี่ปี ปริญญ์เที่ยวคบหาผู้หญิงคนใหม่ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เธออับอาย ... นี่น่ะหรือความรักของเขา ตัวอย่างเนื้อหา "เดี๋ยวดา เรื่องที่เราคุยกันไว้ ดาต้องทบทวนดี ๆ ก่อน..." "พรุ่งนี้เลยปิน พรุ่งนี้ไปเจอกันตามที่ตกลงไว้ได้เลย" ปริญญ์มองเธอนิ่งอยู่เป็นนานสองนาน กว่าจะพูดอะไรได้สักคำหนึ่ง ก็ยากเย็นเต็มที "หรือไม่ ปินว่าเราลอง..." "อย่าเอาแต่พูดหลอกล่อกันแบบนี้อยู่อีกเลยปิน เราสองคนจบกันเท่านี้เถอะ ทิ้งทุกอย่างเอาไว้แค่นี้ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน เราจะได้ไม่เกลียดกันมากไปกว่านี้ หรือปินอยากให้ดาเกลียด จนไม่ไปเผาผีกันเลย ก็ได้นะปิน" ได้ยินและได้รู้ถึงความคิดของจินดาพรรณแล้ว ในใจของปริญญ์ปวดแปลบ เสียดและเสียวไปทั้งทรวงอก เขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คิดได้ในตอนนั้นเองว่านี่เขาทำอะไรต่อมิอะไรลงไปนั้น มันแย่มาก จินดาพรรณถึงได้บอกว่าเกลียดเขาถึงขนาดนี้ ปริญญ์รู้สึกได้ถึงก้อนขม ๆ ในคอ เขาฝืนที่จะกล้ำกลืนมันลงไป แล้วขยับเท้าเพื่อถอยหลังออกมา มาได้เพียงครึ่งก้าวแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก สายตาเจ็บปวดของเขายังคงมองไปยังจินดาพรรณ เปิดปากเพื่อจะพูดบางประโยคออกไป "แต่ดา...ปินระ...ปินรั" จินดาพรรณหมุนตัว เพื่อกลับเข้าห้อง เธอไม่อยากฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด แต่กลับโดนดึงตัวเข้าไปกอดเอาไว้แนบแน่น เธอไม่ได้ออกแรงดิ้น ทำเพียงปิดตาลง ซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ข้างในลึก ๆ บอกตัวเองว่าอย่าได้ถลำตัวและหัวใจไปกับภาพลวงตาของปริญญ์ อย่าได้หลงคารมของเขาอีกเป็นอันขาด บทจะหวาน ปริญญ์ก็ทำให้เชื่อได้ทั้งนั้น และเขาก็ทำเพียงเพราะต้องการให้เธอหลงเชื่อ เขาหลอกเธอซ้ำ ๆ แล้วทิ่มแทงเธอให้ผิดหวัง เจ็บปวดและเสียใจ ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน ปริญญ์สูดดมกลิ่นของภรรยาเข้าจมูกจนลึกสุดปอด ถูไถใบหน้าไปมาอย่างที่โหยหามาโดยตลอด พร้อมกับพึมพำที่ข้างหูของเธอ "ปินให้เวลาดาคิดอีกสามวัน ระหว่างนี้ถ้าดาเปลี่ยนใจ ก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าดายังคิดแบบเดิม วันนั้นเราค่อยไปเจอที่บริษัทตามที่คุยไว้ แต่ระหว่างนี้ ดาต้องคิดดูดี ๆ ก่อนนะ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจเด็ดขาด" จินดาพรรณถอนลมหายใจของตัวเองออกยาว ๆ เธอนี่หรือใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ตลอดมามีแต่ปริญญ์ที่ทำแบบนั้น และเธอไม่ต้องการเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาอีกแล้ว คิดได้แบบนั้นค่อยเปิดตาขึ้น แล้วออกแรงดันตัวเองจากอ้อมกอดของเขา หันมามองที่เขาด้วยสายตาว่างเปล่า บอกออกไปตามอย่างที่ตัดสินใจเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ "ดาไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจอะไรอีกแล้วล่ะปิน ถ้าปินว่างพอ พรุ่งนี้เราก็ไปจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อยได้เลย" ****************************** แนวพระเอกโบ้ ไม่ได้นอกใจ จบดีและไม่มีใครตุยค่ะ
พ่อหายตัวไปอย่างลึกลับ พี่สาวของฉันถูกข่มขืนและจุดไฟเผา พี่ชายถูกทำร้ายจนตายและโยนศพลงแม่น้ำ ใครจะช่วยฉันได้ในสถานการณ์แบบนี้ . "เป็นคนของผม แล้วผมจะช่วยคุณลากคนผิดมาแก้แค้น" เจ้าของคำพูดนั้นคือ รฐนนท์ นิยายไม่เน้นสืบสวน เน้นความสัมพันธ์ของตัวเอก จบดี แฮปปีค่ะ
วันดีคืนดีก็มีมาเฟียมาจอดหน้าบ้าน บอกว่าอยากได้ที่ของผืนสุดท้ายของเธอ มาเฟีย เจ้าของรีสอร์ท ฟาร์มควาย ม้า วัวที่อยู่ตรงรอยต่อของไทยมาเจรจาด้วยตัวเอง ทันทีที่เจอกัน ศศิร์ธาไม่ได้แค่อยากได้ที่ของเธอ ตัวเธอเองเขาก็อยากได้ด้วย เสียแต่ว่าเป็นม่ายลูกติด ไอ้ระยำนั่นมันเอาอะไรคิดถึงได้ถึงผู้หญิงแบบนั้นไป
เซี่ยอวี๋อันชอบเฟิงจี้หานตั้งแต่เด็ก งานแต่งงานที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมานานถึงสามปี แต่เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เขากลับพารักแรกกลับ เซี่ยอวี๋อันรู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความรักที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันนานๆ การเคารพกันและกัน ทุกอย่างก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น เธอตัดสินใจปล่อยมือ ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกันก็ปล่อยตัวเองไปด้วย แต่เมื่อเธอยื่นเอกสารหย่าให้ เขากลับคลั่ง "เซี่ยอวี๋อัน ทำหน้าที่คุณนายเฟิงให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องหย่าเลย" เซี่ยอวี๋อันหัวเราะ "เฟิงจี้หาน ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว รวมถึงนายด้วย"
กู้ชิงเฉิงเชื่อมั่นมาตลอดว่าตราบใดที่เธอประพฤติตัวดี สักวันหนึ่ง เธอก็จะสามารถชนะใจมู่ถิงเซียวให้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเสิ่นถัง รักแรกที่เขาคิดถึงมาตลอดกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กู้ชิงเฉิงเป็นคนว่าง่ายสอนง่ายจริงๆ เธอจัดงานแต่งงานด้วยคนเดียว และนอนคนเดียวในห้องผ่าตัดเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน มีข่าวลือว่าเธอบ้าไปแล้ว อันที่จริงเธอบ้าไปแล้วจริงๆ ที่รักใครสักคนอย่างไม่ละอายขนาดนี้ ต่อมา ทุกคนลือกันว่า กู้ชิงเฉิงป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต มู่ถิงเซียวถึงสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง "ฉันไม่ปล่อยให้เธอตาย" แต่เธอกลับยิ้มอย่างนิ่งๆ ว่า "ดีจังเลย ฉันเป็นอิสระแล้ว" ใช่แล้ว ไม่ต้องการกู้ชิงเฉิงอีกแล้ว"
หลังจากภรรยาของประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปจากไป มีคนพบว่าเขากลายเป็นคนดี ไม่เจ้าชู้มากใจอีก ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยกันกับลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอประจำตระกูลที่เขาจ้างมาใหม่มาที่บ้าน “คุณฮั่ว ให้ฉันตรวจดูอาการให้คุณไหมคะ? ” คุณฮั่วมองด้วยใบหน้าที่เล่าลือว่ากลายเป็นคนดีแล้ว และสายตาคมกริบดั่งมีด หมอประจำตระกูลวิ่งหนีไปด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หมอประจำตระกูลเข้ามาครองใจคุณฮั่วได้สำเร็จ “คุณนายฮั่ว คุณทำยังไงให้คุณฮั่วเปิดใจ เดินออกมาจากความคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับได้ยังไงเหรอครับ? ” “เฮอะ ๆ ง่ายมาก แต่งงานแล้วได้แถมสองไง! ” เจ้าสาวพูดอย่างไม่พอใจและจับมือเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเจ้าบ่าวสองคนออกมา!
หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”
กู้จือหลิงสูญเสียการมองเห็นทั้งสองข้างเพื่อช่วยซ่งจิ่งชวน แต่กลับถูกทรยศอย่างไร้เยื่อใยในคืนก่อนวันแต่งงาน อีกฝ่ายยังใช้ประโยชน์จากการที่เธอตาบอด ส่งเธอไปให้ผู้สืบทอดตระกูลลู่ที่มีชื่อเสียงในเป่ยเฉิงเพื่อชดใช้หนี้สิน กู้จือหลิงที่ทุ่มเทความรักให้ผิดคน ในเมื่อผิดแล้วจึงตัดสินใจผิดแต่งงานเข้าตระกูลลู่เสียเลย มีข่าวลือว่าทายาทของตระกูลลู่มีชื่อเสียงที่ไม่ดี ไร้ความสามารถทำอะไรไม่สำเร็จ คนทั้งเมืองต่างเฝ้ารอดูความล้มเหลวของสาวตาบอดและลูกชายตระกูลลู่ที่ไร้ค่า แต่ไม่คาดคิดเลยว่า สาวน้อยผู้น่าสงสารได้กลายเป็นนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก เป็นแฮกเกอร์ระดับโลก เป็นนักซิ่งระดับเทพที่มีชื่อเสียง และเป็นหัวหน้าขององค์กรลับเพื่อสันติภาพ คนทั้งเมืองต่างตกตะลึง อดีตคู่หมั้นถึงกับช็อกจนพูดไม่ออก ครั้งหนึ่งด้วยความเมาเขาร้องไห้สำนึกผิดต่อหน้าสื่อ : "สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดในชีวิตนี้คือการปล่อยกู้จือหลิงให้หลุดมือไป นี่มันเป็นการยกของดีให้กับไอ้บ้าตระกูลลู่ชัด ๆ !"
พิรุณญาผู้ไม่มีที่พึ่งพา ต้องถูกเพชรกล้ารังแกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็จำต้องทนเพราะความกตัญญูที่มีต่อพ่อแม่เขา ทว่าความอดทนก็จำต้องหมดไปเมื่อเขาทำลายทุกอย่างที่เธอมีจนพังพินาศลง จึงต้องพาตัวเองหนีจากเขาไปและไม่คิดจะหวนกลับคืนมา ------------------------------------------------------------------- “โผล่หัวออกมาแล้วเหรอ! ไม่เห็นรึไงว่าฉันกลับมาแล้ว ทำไมไม่หาเบียร์เย็นๆ มาให้ ฉันเพิ่งจะกลับจากไปทำงานหาเงินมาให้เธอใช้นะ อย่าลืมสิว่าไอ้ที่ได้กินได้ใช้อย่างสบายๆ น่ะมันเป็นเงินของใคร” “เบียร์หมดค่ะ พี่เพ็ญกำลังไปซื้อ รบกวนคุณเพชรรอสักครู่นะคะ” “ฉันไม่รอ! ฉันจะเอาเดี๋ยวนี้ไปหามาให้ฉัน ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่” เพชรกล้าตะคอกใส่หน้าหญิงสาวทันที ขณะเดินเข้าไปหาใกล้ๆ แล้วจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเอาเรื่อง จนพิรุณญาต้องถอยออกห่างไปสองสามก้าว แล้วก็ทำใจดีสู้เสืออธิบายให้เขาฟังอีกครั้ง “อีกหน่อยพี่เพ็ญคงจะมาค่ะ ในตู้เย็นไม่มีเหลือแล้วจริงๆ” “ไม่มีเธอก็ออกไปหาซื้อมาสิ! ฉันบอกแล้วไงว่าไม่รอ น้ำยาคนเป็นแม่บ้านใหญ่อย่างเธอทำได้แค่นี้เองเหรอ หรือจะเก็บแรงเอาไว้ทำอย่างอื่น หรือถ้าคนที่ยืนตรงหน้าเธอไม่ใช่คุณพ่อ เธอก็จะไม่สนใจดูแลอย่างนั้นใช่มั้ย” “คุณพูดอะไรของคุณฉันไม่เข้าใจ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอไปทำงานต่อนะคะ” พิรุณญาเริ่มไม่พอใจในน้ำคำของเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็พยัยามจะหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้มีปัญหาเหมือนครั้งก่อนอีก เธอจึงหันหลังเดินกลับไปเข้าครัว แต่ก็ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน ก็ถูกเพชรกล้าคว้าแขนเอาไว้ก่อน “ปล่อยนะคุณเพชร!” พิรุณญาพยัยามสบัดแขนออกจากมือเขา แต่ไม่อาจสู้แรงได้ “เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าฉันยังคุยธุระไม่เสร็จ เธอนี่มันเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันนะ ถึงได้ทำตัวไร้เดียงสาซะเหลือเกิน ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าที่ฉันพูดหมายความว่ายังไง อย่ามาเสแสร้งให้ฉันสมเพชเธอมากไปกว่านี้นักเลย เมื่อคืนไปออดอ้อนอะไรพ่อฉันล่ะ วันนี้แจ็คพ็อตถึงได้มาลงที่ฉันได้ ฉันล่ะเกลียดผู้หญิงขี้ฟ้องอย่างเธอจริงๆ เมื่อไหร่คนหน้าด้านหน้าทนอย่างเธอ จะไปจากชีวิตพวกฉันซักที เพราะในบ้านนี้มีแต่คนที่เกลียดเธอทั้งนั้น รวมทั้งฉันด้วย ได้ยินมั้ยว่าฉันเกลียดเธอ เกลียด! เกลียด! เลียด!” สิ้นคำแขนที่มีแรงมหาศาลก็สบัดจนร่างผอมบาง จนถลาล้มหน้าผากฟาดกับเหลี่ยมตู้โชว์อย่างแรง “โอ๊ย!” พิรุณญาทันได้ร้องออกมาแค่นั้น ก็เกิดอาการมึนขึ้นมาจนต้องนั่งอยู่กับพื้นนิ่งๆ
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY