ดาวน์โหลดแอป ฮิต
หน้าแรก / โรแมนติก / แม่หยาดฟ้าของไอ้หมาดิน
แม่หยาดฟ้าของไอ้หมาดิน

แม่หยาดฟ้าของไอ้หมาดิน

5.0
33 บท
456 ชม
อ่านเลย

เกี่ยวกับ

สารบัญ

“ฉันจะเป็นเมียของนายดินค่ะ” ไม่รู้ว่าส้มหล่นหรือโชคร้ายกันแน่ที่จู่ๆ คุณหนู ‘หยาดฟ้า’ ของตระกูลเศรษฐีเมืองกรุงก็มาถวายตัวยอมเป็นเมียของ ‘ไอ้ดิน’ อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเสียอย่างนั้น ไอ้ดินค่อนข้างจะงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็จะไม่ให้งงได้อย่างไร เขาไม่รู้จักมัดจี่กับเจ้าหล่อนนี่ จู่ๆ ก็มาบอกว่าจะเป็นเมียเขา เป็นใครก็งงทั้งนั้นแหละ! ก่อนที่เขาจะได้รับรู้ว่าเหตุนี้เกิดขึ้นเพราะหยาดฟ้าถูกบิดาบังคับให้แต่งงาน เธอจึงหนีมาอยู่ที่บ้านพักตากอากาศในต่างจังหวัด และได้เจอกับกุลีหนุ่มที่นี่ ประจวบเหมาะกับที่บิดาของเธอโทรมาคาดคั้นให้เธอกลับไปแต่งงานพอดี เธอถึงได้ลั่นวาจานี้ออกมาให้บิดารู้ว่าเธอมีผู้ชายคนใหม่ที่ยินยอมพร้อมใจจะเป็น ‘เมีย’ ของเขาแล้ว หาใช่ผู้ชายที่บิดาจัดเตรียมมาให้ สำหรับไอ้ดิน นี่คงไม่ใช่ส้มหล่นหรอก เป็นคราวเคราะห์เสียมากกว่า เขาจึงรีบบอกปัดหัวขวิด “ไม่ล่ะครับคุณหนู ผมคงไม่อาจเอื้อมไปเด็ดดอกฟ้าหรอก ผมก็แค่กุลีใช้แรงงานไปวันๆ จะเอาเงินที่ไหนไปเลี้ยงให้คุณหนูอยู่ดีกินดีได้” “ไม่ต้องกินดีอยู่ดีก็ได้ แค่ให้ฉันอยู่ด้วยก็พอ” “ให้อยู่ด้วยก็ไม่ได้ครับ ก็คุณหนูน่ะเป็น...” “เป็นเมียนายดินไงล่ะ” เป็นที่ไหนกัน เขายังไม่ได้ซั่มเธอเลยสักกะยก! ไอ้ดินปวดขมับตุบๆ ขณะที่หยาดฟ้าเชื้อเชิญเขาเป็นการใหญ่ “แล้วนี่มัวรออะไรอยู่ รีบพาฉันเข้าบ้านสิ จะได้ทำอะไรอย่างที่ผัวเมียเขาทำกัน” เธอรู้หรือเปล่าว่าพูดถึงเรื่องอะไรอยู่น่ะ!? ไอ้ดินไม่แน่ใจนัก แต่แวบเดียวก็แน่ใจแล้ว เพราะจู่ๆ หญิงสาวก็ดึงคอเสื้อให้หน้าอกอิ่มล้นทะลักออกมา ไอ้ดินมองจ้องตาไม่กะพริบ ได้สติมาอีกครั้งก็ตอนที่สาวเจ้าเอ่ยปาก “มาสิพี่ดิน มาเอากัน ฟ้าพร้อมจะเป็นเมียพี่แล้ว” ดูพูดจาเข้า เรียกแทนตัวด้วยชื่อ แทนเขาว่าพี่ชวนให้เอ็นดูอีก! โอ๊ย! ไอ้ดินจะบ้าตาย! เห็นทีเขาคงหนีไม่พ้นการถูกยัดเยียดความเป็น ‘ผัว’ ด้วยฝีมือหยาดฟ้าแล้วล่ะ

บทที่ 1 การกระทำที่...โง่เง่า

การแต่งงานไม่ใช่เรื่องล้อเล่น จะทำเป็นทีเล่นทีจริงไม่ได้ เพราะคนที่จะแต่งงานกันนั้น นั่นหมายความว่าทั้งคู่มั่นใจและตกลงปลงใจกันแล้วว่าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในภายภาคหน้า ต่างต้องพึ่งพาอาศัยดูแลกัน เสมือนสามีภรรยา เสมือนเพื่อนพี่น้อง เสมือนคนรักที่แทบจะใช้ลมหายใจเดียวกัน...

นั่นเป็นคำสอนของบิดาที่ ‘หยาดฟ้า’ จำได้ดี แต่ในตอนนี้ เธอกลับรู้สึกว่าสิ่งที่บิดาพร่ำสอนกรอกหูเธอมานั้นเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งหมด

ทำไมน่ะหรือ?

ก็ไอ้เรื่องการแต่งงานบ้าๆ นั่น แท้จริงแล้วมันไม่ได้เกิดจากการตกลงปลงใจของเธอเลยสักนิดนี่นา!

ทำเอาเธอที่ผิดหวังจากคำพร่ำสอนของบิดาต้องระเห็จระเหินมาพักใจที่บ้านพักตากอากาศในชนบทของจังหวัดทางภาคกลางตอนบนเพียงลำพัง หยดน้ำตามากมายไหลออกจากดวงตาคู่สวยเป็นระลอกเมื่อคิดวกวนถึงคำพูดของคนเป็นพ่อที่ประกาศกร้าว...

‘ถ้าแกไม่ยอมแต่งกับผู้ชายที่ฉันหาให้ แกก็ออกจากบ้านนี้ไป แล้วไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่ออีก!’

เป็นการทะเลาะกันที่รุนแรงมากเสียด้วยล่ะ เพราะนอกจากหยาดฟ้าจะไม่ยอมรับการบังคับของบิดาแล้ว เธอยังท้าทายด้วยการออกจากบ้านมาตามคำสั่งของบิดา และไม่คิดจะหวนกลับคืนไปที่บ้านหลังใหญ่ชานเมืองกรุงเทพฯ อีกตลอดชีวิต!

ทว่าเด็กนักเรียนนอกที่เพิ่งจะเรียนจบและกลับไทยมาอย่างเธอก็ไม่รู้จะไปที่ไหน ญาติคนอื่นๆ ก็ไม่สนิทมากพอที่จะไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย เธอจึงตัดสินใจเลือกบ้านพักตากอากาศที่ครอบครัวไม่ค่อยได้มาอยู่เป็นที่พักพิงชั่วคราวระหว่างที่รอให้อารมณ์เดือดดาลและปัญหาระหว่างเธอกับพ่อคลี่คลายลง

แต่เอาล่ะ จะขอย้อนความกันหน่อย เผื่อจะยังไม่เข้าใจที่มาที่ไปว่าเหตุใดบิดาของหญิงสาวถึงได้หาผู้ชายมาประเคนให้เธอถึงที่ขนาดนี้

หยาดฟ้า หรือ ‘คุณหนูหยาดฟ้า’ เธอเป็นบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของเศรษฐีที่ดินรายหนึ่งที่ครอบครองที่ดินทองมากมาย ทำให้บิดาหวงแหนเธอมากประหนึ่งไข่ในหิน เมื่อครั้งที่ส่งเธอไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอกเมืองนา เขาก็กังวลเหลือเกินว่าบุตรสาวจะไปคว้าเอาฝรั่งมังค่ามาเป็นแฟน โชคดีที่หยาดฟ้าเป็นคนคงแก่เรียน กลับมาอย่างไร้พันธะให้ได้สบายใจ แต่เป็นบิดานี่ล่ะที่สร้างพันธะให้กับเธอเสียเอง ด้วยเห็นว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่เหมาะสมที่จะครองคู่กับเธอ นอกเสียจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่เขาจัดหามาให้

หยาดฟ้าไม่รู้จักผู้ชายคนนั้นเลยแม้แต่น้อย กระทั่งชื่อก็ไม่เคยได้ยิน อันที่จริงจะต้องบอกว่าเธอไม่สนใจจะฟังและจำมากกว่า เพราะเธอคัดค้านหัวชนฝาเมื่อคนเป็นพ่อหมายมั่นปั้นมือจะจับเธอคลุมถุงชน

‘นี่มันสมัยไหนแล้วคะพ่อ พ่อยังจะจับฟ้าคลุมถุงชนอีกเหรอ’

‘เพราะเป็นสมัยนี้ยังไงเล่า ฉันถึงจะต้องเฟ้นหาคนดีๆ ให้แก อยากแต่งไปแล้วน้ำตาเช็ดหัวเข่า เป็นทุกข์เป็นโศกเพราะมีผัวแย่ๆ หรือไง’

‘แต่ฟ้าไม่ได้รักเขา แม้แต่หน้าก็ยังไม่เคยเห็นเลย’

‘เรื่องนั้นจิ๊บจ๊อย ฉันนัดให้แกได้เจอเขาได้ ส่วนเรื่องรัก...แต่งๆ กันไป เดี๋ยวก็รักกันเองแหละ’

แต่งๆ กันไป เดี๋ยวก็รักกันเอง...หยาดฟ้ารังเกียจประโยคนี้ที่สุด มันเป็นประโยคที่เธอไม่เคยเชื่อเลยว่ามันจะเป็นความจริง และเพราะไม่เชื่อ เธอจึงได้โต้เถียงกับบิดาคอเป็นเอ็น จากการโต้เถียงกันไปมาก็ลุกลามใหญ่โตเมื่อหญิงสาวไม่มีท่าทีอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย ทำให้บิดาของเธอต้องตวาดกร้าวด้วยความเหลืออด

‘หยาดฟ้า! ฉันเลี้ยงแกมา มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก แต่ครั้งนี้แกไม่รับ ก็ถือว่าแกโง่เต็มทนแล้วรู้ตัวไหม เสียแรงที่ส่งไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา!’

‘แต่มันไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับการที่พ่อจะจับฟ้าคลุมถุงชนเลยนะคะ ไม่รู้ล่ะ ยังไงฟ้าก็ไม่แต่ง’

‘ถ้าแกไม่ยอมแต่งกับผู้ชายที่ฉันหาให้ แกก็ออกจากบ้านนี้ไป แล้วไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่ออีก!’

และนั่น...ก็เป็นประโยคสุดท้ายที่หยาดฟ้าได้ยินจากปากคนเป็นพ่อ

หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตา ไม่ใคร่สนใจสิ่งที่รบกวนจิตใจอีกต่อไป

เฮอะ พ่อนะพ่อ มาตัดพ่อตัดลูกกันเรื่องนี้หรือ? ก็ได้ แล้วจะได้รู้ว่าหยาดฟ้าไม่ใช่ตุ๊กตาที่พ่อจะจับแต่งตัวได้ตามใจ!

หญิงสาวหมายมั่นปั้นมือว่าจะมาตั้งหลักยังสถานที่แห่งนี้ก่อน จากนั้นก็จะหางานทำ แล้วออกไปใช้ชีวิตด้วยลำแข้งของตัวเองตามประสาสาวมั่นสมัยใหม่...ที่เธอคิดเอาเองว่าเธอเป็นสาวมั่น ทั้งที่จริงแล้ว เธอไม่ได้เป็นคนมั่นใจในตัวเองอะไรสักเท่าไรเลย ค่อนไปทางขี้กลัวด้วยซ้ำ แต่แปลก...เวลาที่ถูกท้าทาย เธอมักจะตัดสินใจหุนหันพลันแล่นทุกที ครั้งนี้ก็เช่นกันที่เธอพรวดพราดออกจากบ้านเพื่อประชดพ่อ

เป็นการกระทำที่...โง่เง่า

หญิงสาวรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ เหมือนกัน แต่ทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อออกมาแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อไป ถอยหลังกลับไปก็คงมีแต่ถูกจับแต่งงานเท่านั้น

เธอนั่งฟุบหน้านิ่งอยู่บนเคาน์เตอร์ในครัวเงียบๆ จนกระทั่งเสียงท้องร้องจ๊อกขึ้นมา หญิงสาวถึงได้ขยับตัวไปเปิดประตูตู้เย็นเพื่อดูว่าพอจะมีอะไรมาประทังความหิวได้บ้าง

ไม่มี...ไม่มีเลย

บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่มานาน ต่อให้มีแม่บ้านมาทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง แต่ก็ใช่ว่าแม่บ้านจะซื้ออาหารมาตุนไว้ให้เสียหน่อย ทำให้หยาดฟ้าจำต้องคว้าเอากุญแจรถยนต์มาถือไว้ในมือ แล้วตรงออกไปนอกบ้านเพื่อที่จะไปหาอะไรกิน

แต่การหาของกินในชนบทแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไรนัก เพราะบ้านพักตากอากาศของครอบครัวเธออยู่ในพื้นที่ห่างไกลชุมชนหลายกิโลเมตร ที่ใกล้ที่สุดก็คือโรงสีข้าวขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดไปอีกไม่กี่สิบไร่ ร้ายกว่านั้นคือหยาดฟ้าไม่รู้ว่าเมื่อเข้าเมืองไปแล้ว จะไปหาซื้อข้าวของจากที่ไหน จึงตัดสินใจที่จะขับรถไปยังโรงสีข้าวก่อนเพื่อจะถามไถ่คนที่นั่นเป็นข้อมูล

ใช้เวลาไม่นานก็ขับถึง ร่างสะโอดสะองที่หย่อนตัวลงจากรถนั้นเรียกสายตาของคนงานที่กำลังแบกกระสอบข้าวเปลือกให้หันมามองเป็นตาเดียว คิดกันไปในทางเดียวด้วยว่าทำไมจู่ๆ โรงสีแห่งนี้ก็มี ‘นางฟ้า’ เหาะจากสวรรค์ลงมาสถิตบนโลกมนุษย์

แต่หยาดฟ้าไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้นเลย หรือบางที...เธออาจจะชินไปแล้วก็ได้ เพราะชื่อว่าหยาดฟ้าของเธอนั้น ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ทว่าได้มาเพราะเธอมีดวงหน้าที่งดงามหยาดฟ้ามาดินตั้งแต่เยาว์วัย และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้บิดารักเธอดั่งไข่ในหิน

หญิงสาวเดินผ่านสายตาคนงานพวกนั้นไปข้างใน ก่อนจะชะเง้อชะแง้อยู่บริเวณหน้าออฟฟิศห้องกระจกราวกับว่ามองหาใคร

“มาหาใครเหรอครับ”

เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นจากทางด้านหลัง เมื่อหยาดฟ้าหันไปมองก็พบว่าเป็นเสียงของ...เอ่อ...คนงานหนุ่มที่เหงื่อโทรมกายเลยทีเดียวล่ะ สงสัยคงเพราะไปแบกกระสอบข้าวเปลือกมา

“ถ้าจะมาหาเถ้าแก่ เถ้าแก่ไม่อยู่หรอกนะครับ ออกไปทำธุระ ไม่กลับเข้ามาแล้ว คงต้องมาพรุ่งนี้”

เขาว่าต่อเมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดอะไร หยาดฟ้าจึงรีบโบกมือแล้วเปิดปาก

“ไม่ได้มาหาใครหรอกค่ะ ฉันแค่จะมาถามอะไรสักหน่อยเฉยๆ”

เรียวคิ้วเข้มของชายหนุ่มคนนั้นเลิกขึ้นสูง “ถามอะไรเหรอครับ”

“ก็...มาถามว่าแถวไหนมีของกินขายบ้างน่ะค่ะ”

คำถามแปลกประหลาดนี้ทำให้คนฟังย่นคิ้วลงมาทันควัน พร้อมกับยกหลังมือขึ้นเช็ดเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าคร้าม

“ของกินมีขายเยอะแยะครับคุณ ในตลาดน่ะ ขับรถเข้าเขตชุมชนไปก็จะมีตลาดใหญ่อยู่ เป็นตลาดเย็น กับข้าวขายเพียบ ถ้าจะซื้อวัตถุดิบไปทำกับข้าว ผมก็แนะนำตลาดเช้า แต่คงต้องไปพรุ่งนี้ เปิดตั้งแต่ตีสี่ตีห้า”

เขาว่าส่งๆ หยาดฟ้ายกมือขึ้นพนมไหว้ขอบคุณเขา

“ขอบคุณมากค่ะ พอดีฉันไม่ค่อยได้มาอยู่ที่นี่ ก็เลยไม่คุ้นเส้นทาง”

“คุณเพิ่งมาอยู่?”

เขาเดาเอาจากคำพูดของเธอ ทำให้หยาดฟ้าพยักหน้า

“ค่ะ เพิ่งมาอยู่วันนี้วันแรกเลย”

อ่านต่อ
img ไปดูความคิดเห็นเพิ่มเติมที่แอป
ออกใหม่ล่าสุด: บทที่ 33 แต่งงาน (จบ)   06-28 00:08
img
ดาวน์โหลดแอป
icon APP STORE
icon GOOGLE PLAY