เรื่องราวของชายที่อยู่จุดสูงสุด ต้องปกปิดความจริง เพื่อมารับตำแหน่งที่ประเทศไทย ทำให้เขาได้เจอกับ เจ้าเลขาจอมเถียงแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงต้องยอมตลอดและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ที่ไม่อยากให้เด็กคนนี้ห่างจากสายตา
เรื่องราวของชายที่อยู่จุดสูงสุด ต้องปกปิดความจริง เพื่อมารับตำแหน่งที่ประเทศไทย ทำให้เขาได้เจอกับ เจ้าเลขาจอมเถียงแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงต้องยอมตลอดและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ที่ไม่อยากให้เด็กคนนี้ห่างจากสายตา
บทนำ
อัดฮัม อัจมาน คาล์ล ชายที่ไม่เคยลงให้กับผู้ใด ยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง อำนาจครึ่งหนึ่งของประเทศที่เขาเป็นคนครอบครอง ทำให้ทุกคนหวาดกลัวในตัวเขา หากนั่นคือตอนที่เขาอยู่ที่ ดูไบไม่ใช่ประเทศไทยเช่นตอนนี้ ที่ยอมบินลัดฟ้ามาลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ที่นี่พร้อมใช้นามแฝงในการเข้ามาบริหารบริษัทชั้นนำด้านอสังหาริมทรัพย์
เมฆา สุวรรณเมธีร์ หนุ่มนักธุรกิจใหญ่ไฟแรงที่ไม่เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวเลยสักครั้ง ทุกคนรู้จักเขาเท่าที่เขาให้รู้จักนั้นคือ CEO หน้าใหม่ไฟแรงที่ดังขึ้นมาได้เพราะผลงานการสร้างชื่ออันยิ่งใหญ่ให้กับบริษัทที่เคยล้มละลายด้วยการ ได้เซ็นทำสัญญาด้านสังหาริมทรัพย์กับประเทศแห่งสมบัติอย่างดูไบ โดยใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น และยังไม่มีใครได้เป็นเจ้าของหัวใจหนุ่มหน้าแขกคนนี้สักที
แต่ความเพอร์เฟกต์มันไม่มีอยู่ในโลกเมื่อเขาต้องมาเจอกับ
อิง แสงตะวัน ภูรินนท์ เด็กน้อยสู้ชีวิต ที่ปากจัดที่สุดเท่าที่เคยเจอมา แต่ทำไมก็ไม่รู้แค่เห็นประวัติของเด็กคนนี้ในวันนั้น มาถึงวันนี้ ตัวเขาก็ไม่อยากปล่อยเจ้าเด็กนี่ให้ห่างตัวเลย เป็นเหตุให้ต้องหิ้วไปด้วยทุกที่แบบตอนนี้...
"คุณเมฆ..จะพาอิงไปไหน"
"..."
"ถ้าไม่บอกแล้วอิงจะรู้ไหม"
"เงียบ"
"เฮ้ยนั้นมันเฮลิคอบเตอร์นิ"
"..."
"เฮ้!!..ตอบผมก่อนสิ"
"Shut up and up"
"ทำไมต้องเสียงดังใส่ผมด้วย"
คาล์ลที่ยอมทนฟังมานาน หยุดเดินก่อนจะหันกลับไปสั่งเสียงเข้ม แล้วรวบตัวเจ้าเด็กนี่ขึ้นเครื่องไป หากใช้เครื่องบินรวมคงตกเครื่องแบบไม่ต้องคิด บางทีเขาว่าให้เด็กนี่อยู่ต่อหน้าผู้บริหารคนอื่นยังจะดีเสียกว่า ต่างกันลิบลับ
ณ ดูไบ
คาล์ลปล่อยให้เขาได้พักผ่อนหลังจากพากันเข้าห้องประชุมไปตั้งแต่เช้า จนตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว เขาเลยถือวิสาสะเดินชมคฤหาสน์ใหญ่ของเจ้านายตัวเองสักหน่อย จนมาเจอกับสิ่งมีชีวิตสีขาวสามตัวนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เลยเดินย่องเบาเข้าไปดูใกล้ๆ
"น่ารักจังเจ้าแมวน้อย เอ๊ะหรือลูกหมา"
"คุณเมฆเห็นมืดมนแบบนั้นก็มีมุมมุ้งมิ้งนะเนี่ย"
เจ้าตัวขาวขนปุยเมื่อได้ยินเสียงและกลิ่นที่ไม่คุ้นเคยก็พากันลืมตาตื่นขึ้นมาเจอกับแสงตะวันที่นั่งยองๆมองพวกมันอย่างชื่นชอบ เจ้าเด็กสามตัวพอเจอของเล่นชิ้นใหม่ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก พวกมันพากันลุกขึ้นแล้วก้มหน้าลงต่ำสายตาก็มองที่ของเล่นไม่วางตา
แต่ แสงตะวันตอนแรกออกจะชอบแต่พอเห็นตอนมันลุกขึ้นก็รู้สึกแปลก ๆ
"ทำไมพวกนายตัว ยะ..ใหญ่กันจัง"
"!!!"
"ละ..แล้วแล้วจะแยกเขี้ยวใส่เราทำไม"
พอเห็นท่าไม่ดี แสงตะวัน ก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะ ค่อยๆเดินถอยหลังช้า ๆ แต่ตอนนั้นเองเขาถึงได้สำรวจเจ้าแมวสามตัวใหม่อีกที พอรู้ว่าไอ้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่แมวอย่างที่คิดขามันก็กลับหลังหันวิ่งสุดขีดซะแล้ว
"อ๊าค!!...คุณเมฆทำไมไม่บอกอิงว่าเลี้ยงสิงโตไว้ในบ้าน!!"
ขณะที่ แสงตะวันวิ่งหนีสุดชีวิตเจ้าเด็กแสบสามตัวก็ยิ่งคิดว่าเล่นกับมัน มันก็ยิ่งวิ่งไล่ตามจนหนึ่งในสามตัวตัดสินใจกระโดดตะครุบร่างของแสงตะวันจนกลิ้งกันไปตามทางอีกสองตัวพอเห็นว่าพี่ใหญ่จับได้แล้วก็ยิ่งกระโดดเข้าไปทับเพิ่มอีก ก่อนจะพากันคำรามออกมาพร้อมกัน อย่างผู้ชนะ แต่ตอนนั้นเองที่มีชายตัวใหญ่ที่เพิ่งกลับเข้ามาบ้านอีกครั้งหลังจากออกไปทำธุระข้างนอก ปล่อยให้เด็กแสบได้พักแต่ใครจะคิดว่าจะมาพักไกลถึงคอกสิงโตลูกของเขาได้
"Gild! Given! Ethan! stop now"
หยุนซีแต่งงานกับกู้ซือเฉิน คุณชายที่สูญเสียสิทธิ์ที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลแทนน้องสาว ตอนแรก พวกเขาเพียงแค่ว่าที่สามีภรรยาในนามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวของหยุนซีถูกค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตาม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดาอย่างที่คิดเลย ใครจะไปคิดว่าเธอเป็นทั้งแฮ็กเกอร์มืออาชีพ นักประพันธ์เพลงลึกลับ และทายาทคนเดียวของนักแกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับชาติ.... มีทั้งนักร้องชื่อดัง นักแสดงที่เคยได้รับรังวัลมากมายและผู้สืบทอดของตระกูลที่ร่ำรวยมาตามจีบว่าที่ภรรยาของเขา กู้ซือเฉินควรทำอย่างไรดี?
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
ซูหลีพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจตระกูลซูมาตลอดห้าปี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อคำใส่ร้ายของน้องสาวเพียงคำเดียว เรื่องที่ซูหลีเป็นคุณหนูปลอมก็ถูกเปิดเผย ทำให้คู่หมั้นทิ้งเธอ เพื่อนๆ ก็ห่างเหิน และพี่ชายขับไล่เธอออกจากบ้าน บอกให้เธอกลับไปหาพ่อแม่ชาวนาของเธอ ในที่สุดซูหลีก็สิ้นหวังและตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซู ยึดความช่วยเหลือทุกอย่างคืนและไม่อดทนอีกต่อไป แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าชาวนาที่พี่ชายพูดถึงนั้นกลับกลายเป็นตระกูลลั่วผู้มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ในคืนเดียวเธอเปลี่ยนจากคุณหนูตัวปลอมที่ถูกทุกคนรังเกียจเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีที่มีพี่ชายสามคนที่รักเธอ พี่ชายคนโตที่เป็นผู้บริหารใหญ่“เลิกประชุม จองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ ฉันอยากดูสิว่าใครกล้าแกล้งน้องสาวฉัน” พี่ชายคนที่สองที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมระดับโลก“หยุดการวิจัย ฉันจะไปรับน้องสาวกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ” พี่ชายคนที่สามที่เป็นนักดนตรีระดับโลก “เลื่อนคอนเสิร์ต ไม่มีอะไรสำคัญเท่าน้องสาวของฉัน” จู่ๆ คนทั้งเมืองจิงก็ต้องตกใจช็อก ตระกูลซูเสียใจจนสุดขีด คู่หมั้นก็กลับมาขอคืนดี ผู้คนที่มาขอจีบเธอก็แห่กันมาถึงหน้าบ้าน ไม่ทันที่ซูหลีจะตอบสนอง ตระกูลชือซึ่งเป็นตระกูลสูงสุดในเมืองจิงและมีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพเรือ ก็เสนอใบสมรสให้เธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนดังในสังคมชั้นสูง!
... ในวันครบรอบแต่งงาน ฮั่วเยี่ยนสือ สามีผู้มั่งคั่งทิ้งเธอไป แล้วหาคนรักแรกของเขา ผู้ชายที่ไม่รักนวลสงวนตัวก็เหมือนสิ่งไร้ค่า ผู้ชายที่เธอเคยอ่อนข้อให้แต่ก็ไม่สนใจเธอ งั้นเธอไม่ต้องการแล้ว จึงขอหย่าทันที ฮั่วเยี่ยนสือไม่สนใจ ซูหว่านหนิงกลับเข้าสู่วงการบันเทิงและเฉิดฉาย รักแรกในอุดมคติชอบแกล้งอ่อนแองั้นเหรอ งั้นก็ให้เธอเผยธาตุแท้จริงให้ทุกคนได้เห็น อดีตสามีที่เป็นคนปากแข็งที่สุด "เมื่อเธอเบื่อแล้วเธอจะกลับมาหาฉัน" แต่ภรรยาที่เคยเต็มใจทำทุกอย่างให้เขานั้นไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพเท่านั้น แต่ยังมีคนมากมายมาตามจีบเธออีก ดาราระดับโลกแสดงความรักอย่างแรงกล้า ผู้บริหารบริษัทสื่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เธอยิ้ม แม้แต่ทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งก็ต้องการเธอเท่านั้น จากนั้นฮั่วเยี่ยนสือเริ่มตระหนก เปลี่ยนจากคนเย็นชากลายเป็นคนที่คอยติดตามไม่ห่าง ใช้ทุกวิถีทางเพื่อตามจีบภรรยา ซูหว่านหนิงไม่แม้แต่จะมอง "เมื่อก่อนคุณเฉยเมยกับฉัน ตอนนี้คุณไม่คู่ควรกับฉันแล้ว" ฮั่วเยี่ยนสือขอร้องเธออย่างบ้าคลั่ง "หนิงหนิง เราแต่งงานใหม่เถอะ" ซูหว่านหนิงแสดงท่าทางหยิ่ง "คุณฮั่ว ฉันไม่เคยกลับไปหาของที่ทิ้งไปแล้ว"
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY