© 2018-now MeghaBook
นายแพทย์จิรายุ พลพิพัฒกุลวานิช (ชื่อเล่นวายุ) อายุสามสิบปี รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ร่างกายบึกบึนสมชายชาตรี ศัลยแพทย์หนุ่มทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ครอบครัวของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ความจริงแล้ววายุอยากเป็นสถาปนิก แต่ก็ขัดบิดามารดาไม่ได้เพราะเขาเป็นลูกชายคนรอง เมื่อบุพการีอยากให้เป็นหมอ ชายหนุ่มจึงก้มหน้าก้มตาทำตามความฝันของบิดามารดาอย่างหน้าชื่นอกตรม ในขณะที่พี่ชายได้ทำงานตามอาชีพที่ใฝ่ฝัน พายุถูกตามใจทุกอย่าง แต่พอหันกลับมามองที่เขา แม้แต่เรื่องหัวใจก็ไม่สามารถเลือกเองได้ หมอหนุ่มกำลังจะถูกคลุมถุงชนมีหรือที่เขาจะยอม เมื่อหัวใจของเขาเต็มไปด้วยเธอคนนั้น ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงเวลาเข้าใกล้เธอ และไม่เคยมีใครทำให้เขาหวั่นไหวได้เหมือนเธอ นางสาวฝนสุดา ปัญญาเป็นเลิศ อายุยี่สิบปี หญิงสาวหุ่นเซ็กซี่หน้าตาดี เธอเป็นแอร์โฮสเตส บิดามารดาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว เธอดั้นด้นส่งน้องสาวเรียนมหา'ลัยจนใกล้จบ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนบินกี่ไฟท์ก็ไม่เคยบ่น แต่พักหลังหลายเดือนมานี้เธอเทียวเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ ความใฝ่ฝันของหญิงสาว คือการมีครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกที่น่ารัก แต่เมื่อคุณหมอวินิจฉัยโรค และบอกกับฝนสุดาว่าเธอมีโอกาสเสี่ยงสูงมาก อาจจะโดนตัดมดลูกทิ้งและไม่สามารถมีบุตรได้ เขาจึงแนะนำให้เธอรีบตั้งครรภ์ ก่อนที่จะไม่มีวันได้เป็นคุณแม่ แต่ทว่าเธอไม่เคยมีแฟน เมื่อหญิงสาวอยากมีลูกแต่ไม่อยากมีสามี เรื่องวุ่นๆ ระหว่างเขาและเธอ กำลังจะเกิดขึ้น ฝากติดตามด้วยนะคะ
ศาสตรา ภูวเดชาธร คือผู้ชายที่ ภัคธีมา บอกตัวเองว่าเขาช่างร้ายกาจสมกับชื่อ ผู้ชายคนนี้พร้อมจะฟาดฟันให้เธอย่อยยับแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั้งๆ ที่เธอคือว่าที่น้องสะใภ้ หรือเขารังเกียจว่าเธอจน ไม่คู่ควรกับคนในตระกูลภูวเดชธรเจ้าของไร่ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ เขาจึงกีดกันเธอกับน้องชายเขาทุกวิถีทาง แม้ภัคธีมาพยายามจะไม่ข้องแวะกับเขา หากทว่าในที่สุด โชคชะตาก็กลั่นแกล้ง ให้ต้องตกไปอยู่ในบ่วงพันธนาการของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ภัคธีมาจึงได้แต่นับวันรอ… รอวันที่กริชผู้แข็งกร้าวอย่างเขาจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ แต่ครั้นเมื่อถึงเวลาจริงๆ มันกลับไม่ง่ายเลย เพราะหัวใจที่แสนอ่อนไหวถูกบ่วงเสน่หาร้อยรัดเอาไว้อย่างแน่นหนา
" ผมใหญ่ครับ " " ใหญ่นี่ ชื่อหรือสรรพคุณคะ " " ก็... ทั้งสองอย่างครับ " +++++++++++++++++++++++++++ " ผมอยากเอาคุณเป็นบ้าเลย " ดวงตาของมิถุนาเบิกกว้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะพูดมันออกมาตรง ๆ อย่างไม่ให้เกียรติเธอแม้แต่นิด " ไอ้โรคจิต หยาบคาย ! " เธอผรุสวาทออกมาทั้งยังพยายามดิ้นรนผลักไสให้ตัวเองหลุดพ้นพันธนาการอันเป็นอ้อมแขนเหนียวแน่นนั้น และแน่นอนว่านอกจากไม่หลุดแล้วเขายังรัดเธอแน่นเข้าไปอีก " ปล่อยฉันนะ ! " " ก็คุณบอกให้ผมพูดเอง " " ใครจะไปรู้ว่าความคิดคุณจะทุเรศลามกขนาดนั้น " " มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ธรรมชาติสร้างให้สัตว์เพศผู้เพศเมียสมสู่กันเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ ความต้องการทางเพศมันเป็นเรื่องปกติ หรือว่าคุณไม่เคยมีมัน " " ฉันมีคู่หมั้นแล้วและไม่ได้อยากดำรงเผ่าพันธุ์อะไรกับคนแบบคุณ ! " เขาหัวเราะเบา ๆ ต่างกับเธอที่ตาเขียวปั้ด อยากจะยกมือขึ้นตะกายหน้าหล่อ ๆ นั่นแทบบ้า ไอ้คนไร้มารยาท ! " เราไม่ต้องดำรงเผ่าพันธุ์อะไรทั้งนั้น " เขาเริ่มบทสนทนาต่อก่อนโน้มตัวไปกระซิบที่ข้างหูเธอเบา ๆ " แค่เอากันก็พอ " ++++++++++++++++++++++++++++++++++++ " ...แค่อยากจะมาทักทายคนคุ้นเคยเป็นการส่วนตัว " " ฉันไม่ใช่คนคุ้นเคยของนาย " " งั้นคุณเป็นคนคุ้นเคยของผมฝ่ายเดียวก็ได้ " " อย่ามากวนนะ ระวังจะโดนเอาคืน " " ก็เอาสิ จะเอาคืน เอาวัน หรือเอาทั้งวันทั้งคืนเลยก็ได้นะ ผมไม่ติด "
เมื่อพยาบาลสาวต้องโทษในคดีอาญา วันเวลาไม่อาจเยียวยา รอยแผลที่เขาฝากฝังเอาไว้ในหัวใจเธอได้ แก้วกานดาก้มหน้ายอมรับกับโชคชะตาที่แสนจะโหดร้าย เมื่อลูคัสเป็นผู้กำหนด ถึงแม้ว่าเธอไม่ใช่คนที่พรากชีวิตเฮเลนไปจากเขาก็ตามที แต่เมื่อคดีสิ้นสุดลงแล้ว เธอก็ไม่อยากรื้อฟื้นถึงมันอีก “ผมขอโทษที่มาช้า ขอโทษที่ไม่ตามหา ขอโทษที่ไม่พยายามให้มากกว่านี้ ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะครับแก้วกานดา” “เดี๋ยวก่อนนะ คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เราไม่เคยคบกัน เรื่องราวระหว่างเรา มันไม่เคยมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่แรก ฉันคงทำตามคำขอของคุณหมอไม่ได้หรอกค่ะ” “ถ้าไม่เห็นแก่ผม คุณก็เห็นแก่ลูกเถอะนะแก้วกานดา” “ลูกเหรอ ฉันว่าคุณพูดจาเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว” หญิงสาวถึงกับเบือนหน้าหนี เมื่อพูดถึงแก้วตาดวงใจของเธอ “ขอให้ผมได้เข้ามาเติมเต็ม เพื่อเพิ่มสีสันให้กับชีวิตของคุณกับลูกเถอะนะแก้วกานดา” "ชีวิตของฉันไร้สีสันตั้งแต่วันที่ก้าวเท้าเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วละค่ะ จวบจนกระทั่งลูอิสเข้ามาในชีวิต ลูกคือสิ่งเดียวที่เป็นแรงผลักดัน ทำให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้" แก้วกานดาปรายตามองนายแพทย์ลูคัสด้วยสายตาว่างเปล่า ความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับจากเขามันด้านชา เสียจนเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งอยู่ในภาวะอธิบายความรู้สึกไม่ได้ เธอไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายอันตรายอย่างเขาอีกแล้ว "เด็กคนนั้นเป็นลูกของใคร" เขาเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเข้ม ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ เมื่อดีเอ็นเออยู่บนใบหน้าลูอิสชัดเจนขนาดนั้น คงไม่ต้องถามหาบิดาผู้ให้กำเนิดหรอกมั้ง เพียงแค่หวังอยากได้คำตอบจากแก้วกานดาเท่านั้นเอง "ลูกของแม่ค้าขายขนมหวานยังไงละค่ะ ชีวิตของฉันอาจดูต่ำต้อย แต่ฉันก็ไม่เคยลดคุณค่าในตัวเอง คุณหมอกลับไปเถอะค่ะ" “ผมก็ไม่ได้มองว่าคุณต่ำต้อย เพราะคุณกับลูกคือชีวิตคือจิตวิญญาณของผม” เขาพูดพลางเดินสำรวจข้าวของในร้านของเธอ ก่อนจะชะเง้อชะแง้มองเข้าไปด้านใน ซึ่งกว้างพอสำหรับเป็นที่พักและร้านขายขนมไทยในตัว “อย่ามาใช้ถ้อยคำที่ฟังแล้วชวนอาเจียนหน่อยเลยค่ะ ฉันเป็นคนตรงไปตรงไปตรงมา ลูกของฉัน ฉันเลี้ยงเองได้ ไม่จำเป็นต้องอาศัยคนอย่างคุณ” “ผมรู้ว่าผมผิด ที่ไม่คิดจะตามหา เพราะผมคิดว่าตัวเองคือสาเหตุที่ทำให้คุณได้รับบาดเจ็บจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด” คราวนี้ลูกผู้ชายอกสามศอก นายแพทย์ที่มากด้วยบารมีและอิทธิพล เริ่มหลั่งน้ำตาให้กับความรู้สึกผิด เมื่อเขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ “เมื่อจิตใจของคนเรามืดบอด ก็มักจะมองข้ามทุกสิ่งอย่าง แม้แต่ความเป็นมนุษย์ในตัวเอง ฉันไม่อยากกลับไปสัมผัสกับความรู้สึกแบบนั้นอีก เรื่องราวระหว่างเรา มันไม่ได้เริ่มต้นตั้งแต่แรก แต่กลับมีตอนจบ คุณกลับไปเถอะค่ะ คุณหมอลูคัส ฉันหวังว่าเราคงไม่ได้พบกันอีกนะคะ” แก้วกานดายังคงยืนกรานคำเดิม เพิ่มเติมคือความหนักแน่น เมื่อหญิงสาวไม่อยากพาตัวเองกลับไปยืนในจุดที่เคยผ่านมาแล้ว เพราะความเจ็บปวดมันยังคงอัดแน่นลงไปในหัวใจของเธอ แผลเป็นที่เกิดขึ้นนั้นยากต่อการเยียวยาเหลือเกิน
"เธอชอบเพื่อนฉันเหรอวะ เหอะดูสารรูปตัวเองซะก่อนเหอะยัยอ้วนก่อนจะมาบอกรักใครไอ้คิมมันหล่อขนาดนั้นเธอคิดว่ามันจะมาชอบผู้หญิงที่ทั้งอ้วนทั้งขี้เหร่แบบเธองั้นเหรอห๊ะ อย่างเธอมันไม่มองให้เปลืองลูกกะตาหรอกตัดใจจากมันซะเถอะ" "แต่...ฉันชอบคิมจริงๆนะ" "อย่างเธอถ้าอยากให้ไอ้คิมชอบมันก็พอมีวิธีอยู่นะอยากรู้มั้ยฉันจะบอก" "บอกมาสิ" "ข้อหนึ่งเธอคงต้องไปตายแล้วเกิดใหม่" "ห๊ะนายว่าอะไรนะ!!!" "ฟังฉันยังพูดไม่จบ ฉันยังมีข้อสองให้เธอเลือกนั่นก็คือเธอต้องไปศัลยกรรมให้มันดูดีกว่านี้ไม่แน่ไอ้คิมมันอาจจะหันมาสนใจเธอก็ได้ แต่..ฉันว่าเบ้าหน้าอย่างเธอคงไปไม่รอดทำไปก็แค่นั้นเปลืองเงินเปลืองแรงหมอเปล่าๆ เพราะฉะนั้นเธอตัดใจจากมันซะ" เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของชมจันทร์พยาบาลสาวสวยกับอาร์ตเพื่อนสนิทของคิมหันต์จากเรื่อง ชังรักเมียรับใช้ นะคะ
“ฉันเอง จะตกใจอะไรหนักหนา ไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ได้นอกจากฉันอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงไม่สบอารมณ์ มองใบหน้านวลที่ส่องกระทบกับแสงสีส้มจากหลอดนีออนแล้วพาใจสั่น ดวงหน้าหวานยามต้องแสงสีนี้ผสมผสานกับความเห่อร้อนจากความอาย ทำให้เธอเกิดความงดงามราวกับภาพวาดจากจิตรกรชั้นเอก เขาเผลอไผลหลงมองนิ่งงัน ลืมความไม่พอใจเรื่องที่เธอผลักร่างของตนจนสิ้น “ตาขอโทษค่ะ” เธอก้มหน้างุด ข่มความอายเมื่อเขามองเธอไม่วางตา เอ่ยคำขอโทษต่อเจ้าหนี้รายใหญ่ของบิดา เขาจะว่าเธอก็ไม่ถูกเพราะทีแรกเธอนอนคนเดียวในห้องนี้ แล้วตื่นมาเจอใครอีกคนอยู่ด้วยก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา “ทำหน้าที่เธอให้ดี แล้วฉันจะให้อภัย” สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงแค่นี้คือหาความสุขจากร่างสาวอวบอิ่ม ที่ทำให้เขาคิดถึงมาตลอดทั้งวันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เธอ...รักอย่างภักดีและเจียมใจ เขา...จ้องแต่จะทำลาย เลยทำทุกอย่างเพื่อหลอกให้รัก สุดท้าย...สิ่งที่เธอได้รับการตอบแทน จากรักที่แสนภักดีก็คือคำว่า ง่าย ที่เขาตะโกนใส่หน้าอย่างไม่คิดแม้แต่จะสงสาร
[เรื่องราวเกี่ยวกับน้องสาวสุดที่รัก การแก้แค้นพวกเลว การทำลายล้างทุกคน และฉากตบหน้าสะใจ] เย่ยวนเป็นบุตรสาวที่แท้จริงของตระกูลเย่ แต่ถูกเย่เหยาที่เป็นบุตรสาวตัวปลอมมาแทนที่ เย่เหยาวางแผนอย่างละเอียดเพื่อจัดการกับการลักพาตัว ซื้อใจโจรเพื่อทำให้เย่ยวนเสียชื่อเสียงหรือแม้กระทั่งหายตัวไป เย่ยวนทุ่มเททุกอย่างให้กับพี่ชายและคู่หมั้น แต่สุดท้ายกลับถูกทุกคนทรยศ เมื่อเป็นเช่นนั้น เธอจึงถอนตัวจากการช่วยเหลือทุกคน ไม่ให้อภัยและไม่คืนดี หลังจากรอดชีวิตจากความตายได้อย่างหวุดหวิด เธอจึงตัดขาดกับตระกูลเย่อย่างสิ้นเชิง ไม่คาดคิดเลยว่า จากนั้นเธอจะถูกกู้เย่เฉินที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ยมทูตเดินดิน" ตามตื้อ ต่อมา— เธอคือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่บรรดาเศรษฐีใหม่ในวงการแข่งขันกันเอาใจ เธอคือแฮกเกอร์ลึกลับที่เก่งกาจจนไม่มีใครกล้าท้าทาย เธอยังเป็นนักค้าหุ้นระดับชั้นนำในวงการการเงินอีกด้วย เธอกลายเป็นบุคคลที่ตระกูลเย่ต้องเงยหน้ามอง พี่ชายทั้งสามเสียใจจนต้องคุกเข่าขอให้เธอให้อภัย พ่อแม่ขอกลับมานับญาติด้วยความเศร้าโศกอีกครั้ง คู่หมั้นเก่ามาขอคืนดี “ยวนยวน พวกเราคือครอบครัวที่สายเลือดเดียวกันนะ” เย่ยวนประกาศเสียงในอินเทอร์เน็ตว่าตัดขาดจากครอบครัว พร้อมแนบข้อความว่า "ไม่ให้อภัยตลอดไป" กู้เย่เฉินที่เป็นมหาเศรษฐีระดับโลกประกาศรักอย่างเปิดเผย ว่าเย่ยวนเป็นคนของตระกูลกู้แล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลอื่นอีกต่อไป ชาวเน็ตทั้งโลกรู้สึกตกใจ : สาวที่ถูกตระกูลเย่ทอดทิ้งนั้น ทำไมถึงได้ครองใจมหาเศรษฐีได้ในทันที?!
นายปฐพี พลพิพัฒ อายุยี่สิบแปดปี ชายหนุ่มรูปหล่อ ร่างสูงใหญ่กำยำผิวขาว เขาเกลียดผู้หญิงทุกคนเข้าไส้ ใครเข้าใกล้ต่างก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาคือปีศาจในคราบเทพบุตรชัดๆ แต่ทำไมนะจีน่าจึงตกหลุมรักเขา นางสาวจีน่า ไนลา อายุยี่สิบสี่ปี ใบหน้าของเธอนั้นคมเหมือนกับสาวลูกครึ่ง เพราะมารดาของเธอเป็นคนอังกฤษ บิดาของเธอชื่อสรวิช ซึ่งความสวยของจีน่านั้นไม่เป็นรองใคร ดวงตาของเธอกลมโตจมูกโด่งรับกับริมฝีปากได้รูปสีชมพูระเรื่อ ใครเข้าใกล้ต่างก็ชอบในความน่ารักสดใสของเธอ แต่ไม่มีใครรู้ว่าหญิงสาวได้เก็บเรื่องราวบางอย่างไว้ในใจตลอดเวลา เมื่อคนที่เธอตกหลุมรักเขากำลังจะแต่งงานด้วยเหตุผลบางอย่าง ที่สำคัญเจ้าสาวของเขานั้น คือพี่สาวแท้ๆ ของเธอ ความรักของเขาและเธอจะลงเอยยังไงฝากด้วยนะคะ
ซ่งชิงเหอโดนหักหลังและกลายเป็นฆาตกรในสายตาคนอื่น เธอจึงหย่ากับสีจั้นถิง สามีของเธอ และเดินทางออกจากเมืองหวยไปด้วยความเกลียดชัง หกปีต่อมา เธอหวนกลับมาราวกับนกฟีนิกซ์พร้อมกับคู่แข่งของสามีเก่าเธอ เธอเติบโตขึ้นกลายเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เธอสาบานกับตัวเองว่าจะทำให้ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำไว้กับเธอ เธอยอมร่วมมือกับเขาเพียงเพื่อแก้แค้น โดยไม่รู้เลยว่าเธอตกเป็นเหยื่อของเขาไปแล้ว ในเกมแห่งความรักและความปรารถนา ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ชนะที่แท้จริงจะเป็นใคร
“คุณคมน์ฟังหนูนาก่อนค่ะ ได้โปรดฟังหนูนาก่อน” เธอยังคงพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา หวังจะให้เขายอมฟังเสียงนกเสียงกาอย่างเธอบ้าง หากปล่อยเอาไว้อย่างนี้มีหวังเธอกับประสงค์ต้องตายแน่นอน คมน์เวลานี้ไม่เหมือนคมน์ที่เธอเคยรู้จักเลย เขาคือปิศาจร้ายชัดๆ “จะตอแหลอะไรล่ะ จะตอแหลอะไร ฉันไม่เชื่องูพิษอย่างเธอหรอก อุตส่าห์เลี้ยงอย่างดี ทะนุถนอม ยังริอ่านไปนอกใจฉันไปมีอะไรกับไอ้หน้าอ่อนนั่นอีก วันนี้เธอกับชายชู้ได้ตายคามือคาเท้าฉันแน่...ว้าย..โอ๊ย” สิ้นคำพูดของคมน์ ร่างอรชรถูกเหวี่ยงลงบนพื้นห้องอย่างแรง เสียงแสดงความตกใจจึงหลุดออกมาจากลำคอสาว ตามด้วยเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดเมื่อศีรษะของเธอกระแทกโดนมุมโต๊ะตัวเล็กที่วางหนังสือพอดี “สมน้ำหน้า แต่เธอไม่ได้ตายตรงนี้หรอก” เขาไม่รู้สึกสงสารหรือว่าเมตตารุจิเรศแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามสะใจเสียมากกว่า ร่างบอบบางลุกขึ้นยืนเดินถอยหลังหนีไปสามสี่ก้าว ก่อนจะยกมือนุ่มมาจับบริเวณที่ศีรษะกระแทก มันแค่ปูดขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น “คุณคมน์ไม่มีเหตุผล ทำไมคุณคมน์ไม่ฟังหนูนาก่อนล่ะคะ” น้ำเสียงของเธอตัดพ้อและน้อยใจ “ไม่ฟัง เพราะสิ่งที่ฉันได้ยินมันบอกฉันหมดทุกอย่างแล้ว ร่าน...คำๆ นี้คงไม่เหมาะสมกับเธอเท่าไหร่ น่าจะเหมาะกับคำว่า เสี้ยน หรือไม่ก็คันมากกว่า ถึงได้แวะกลางทางให้ไอ้หน้าอ่อนมันช่วยเกาให้ ทำไม มันหนุ่มกว่าฉัน หรือว่ามันเก่งเรื่องบนเตียงกว่าฉัน ถึงได้หายไปครึ่งค่อนวันแบบนี้ เสี้ยนไม่รู้จักพอเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด”
เธอทำให้เขารัก เธอทำให้เขาแค้น และก็เป็นเธอที่กลับมาวนเวียนอยู่ข้างกายเขา เขาที่พยายามลืมความรักของเธอกดความเจ็บแค้นเอาไว้ในส่วนลึกสุดของหัวใจ เธอทำให้เขารู้จักคำว่า "ทั้งรัก ทั้งแค้น" เป็นอย่างดี ในเมื่อเธอเลือกจะกลับมาเขาก็จะสาดความเจ็บแค้นคืนกลับไปให้เธอได้รู้สึก ให้เธอได้รู้สึกถึงความเจ็บช้ำที่ไม่มีวันลืมได้ลง
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"
ในชีวิตชาติที่แล้ว เพื่อช่วยรักแรกของตัวเอง คนชั่วสามคนได้ทำลายพลังการต่อสู้ของนาง ตัดแขนขาของนางออก ตัดเส้นเลือดของนางและปล่อยเลือดของนางไหลออกมาทั้งอย่างนั้น และทรมานนางจนตาย เมื่อเกิดใหม่ครั้งนี้ นางวางแผนอย่างรอบคอบ โดยสาบานว่าจะให้พวกเขาได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานที่นางเคยประสบมา! รักแรกที่ไร้เดียงสาอะไรกัน ที่จริงก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ตีสองหน้าเก่ง อยากจะไต่ขึ้นไปสูงเหรอ งั้นก็จะให้เจ้าปีนขึ้นไป ยิ่งปีนขึ้นสูงมากเท่าไร ตอนตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น! พวกสวะสมควรได้รับบาปกรรมของพวกสวะ พวกมันทำชั่วกับนางไปชั่วชีวิตหนึ่ง นางจะทำให้พวกมันไม่ตายดี พวกคนที่เจ้าเล่ห์ ตีสองหน้าเก่ง นางจะจัดการกับทุกคน! แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าในการแก้แค้นของนาง นางจะไปมีเรื่องกับเสด็จอาที่เป็นเจ้าแผนการเข้า ที่วัน ๆ ต้องการให้นางจูบและกอดเขาตลอดทั้งวัน ในขณะที่นางแก้แค้นคนชั่วนั้นยังสามารถสนิทสนมกับเสด็จอาด้วย ในความจริงแล้ว การที่เป็นผู้หญิงชั่วๆ ก็มีความสุขมาทีเดียวกว่าที่คิดเลย!
นาธานผู้ชายหล่อ ..รวย.. ล่ำ ..น่าปล้ำ..มาทำสามีแห่งชาติ แต่ไหงกลับคลั่งรักสาวไทยหน้าตาบ้านๆ อย่างนางสาวธารใสเอามากๆ หากเจ้าหล่อนกลับชอบถีบหัวส่งเขาตลอดเวลาที่เข้าใกล้มันเพราะอะไรกันเล่า !!!
เสิ่นเฉียวหลงรักลี่จิ่งฮั่นโดยไม่สนใจอะไรมานานสามปีแล้ว ภาพถ่ายสัตว์ป่าที่เธอเสี่ยงชีวิตแทบตายเพื่อถ่ายได้ กลับถูกนำไปให้คนรักใหม่ของเขาใช้ขึ้นสู่ยอดการแข่งขันถ่ายภาพ เสิ่นเฉียวตาสว่างแล้ว ในเมื่อเขาไม่รักเธอ เธอก็ไม่ต้องการอีกต่อไป เธอทิ้งสัญญาการหย่าไว้ เธอสาบานว่าจะพิสูจน์ตัวเอง แต่ไม่คาดคิดว่าคู่แข่งของอดีตสามีจะยื่นข้อเสนอเข้ามา “ผมชื่นชมคนที่มีความสามารถ และไม่ชอบวิธีการที่ต่ำทรามแบบนี้ เกียรติและเสียงปรบมือควรเป็นของคนที่สมควรได้รับมันจริงๆ” เสิ่นเฉียวพยายามหลบเลี่ยง แต่อีกฝ่ายกลับรุกเข้าใกล้ จนกระทั่งเธอไม่สามารถถอยได้อีก “คุณเสิ่น ผมไม่ได้ทำเพราะแค่ความสนใจชั่วคราว แต่เป็นการวางแผนมานานแล้ว”