"พี่อภิเดชคะ" พรกมลเรียกเสียงเบา พนมมือไหว้ตามความเคยชิน เธอกำลังจะก้าวเข้าไปช่วยเขาถอดเนคไท
แต่อภิเดชกลับคว้าข้อมือของเธอไว้ก่อน แรงบีบที่ส่งผ่านมาทำให้เธอต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความเจ็บ
"อ๊ะ!"
เขาไม่พูดอะไรสักคำ แต่ลากเธอไปที่ผนังแล้วกดร่างเธอไว้ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ของเขา ริมฝีปากของเขาบดเบียดลงมาอย่างรุนแรงจนเธอแทบหายใจไม่ออก กลิ่นเหล้าที่รุนแรงทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้
พรกมลพยายามดิ้นรนผลักไสเขาออกไป แต่เมื่อได้กลิ่นโคโลญจน์ที่คุ้นเคยซึ่งเป็นกลิ่นประจำตัวของเขา ความรักที่เธอแอบมีให้เขามาตลอดสิบปีก็ทำให้ร่างกายของเธออ่อนลง ในที่สุดเธอก็หลับตาลง ยอมรับการกระทำอันป่าเถื่อนของเขาแต่โดยดี
แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะร้อนแรงขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังแสบแก้วหูก็ดังขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา ทำลายความวาบหวามในห้องจนหมดสิ้น
การกระทำของอภิเดชหยุดชะงักทันที เขามองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมา ชื่อ 'ศศิกานต์' ทำให้แววตาที่เต็มไปด้วยตัณหาของเขาเปลี่ยนเป็นความกระวนกระวายในทันที
เขาผลักพรกมลออกอย่างไม่ใยดี ร่างของเธอเสียหลักไปกระแทกกับขอบตู้จนเจ็บแปลบที่หลัง
อภิเดชรับโทรศัพท์ทันที น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เคยได้รับ
"ครับศศิ... ไม่ต้องกลัวนะ พี่กำลังจะไปเดี๋ยวนี้"
พรกมลยืนนิ่งมองเขาอย่างว่างเปล่า หัวใจของเธอค่อย ๆ เย็นลง
เขาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะ ไม่ได้อธิบายอะไรกับเธอสักคำ แล้วเดินออกจากห้องไป ปิดประตูดังปัง!
เสียงประตูปิดที่ดังสนั่นทำให้ร่างของพรกมลสั่นสะท้าน เธอค่อย ๆ กอดตัวเอง พยายามปลอบใจตัวเองว่าเขาคงแค่ไปจัดการเรื่องงานด่วน
แต่แล้วความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงก็ตีขึ้นมาจนจุกที่คอ พรกมลยกมือขึ้นปิดปากแล้ววิ่งโซซัดโซเซเข้าไปในห้องน้ำ
เธอโก่งคออาเจียนอยู่หน้าชักโครก ในท้องของเธอปั่นป่วนไปหมด มีเพียงน้ำย่อยสีเหลืองขม ๆ ที่ออกมา เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
พรกมลตัวสั่นเทา เธอค่อย ๆ เปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบกล่องที่เพิ่งซื้อมาเมื่อตอนกลางวันออกมา หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก
สามนาทีที่ยาวนานราวกับชั่วชีวิต
บนแท่งทดสอบการตั้งครรภ์ปรากฏขีดสีแดงสองขีดชัดเจน
ลูกตาของพรกมลเบิกกว้าง เธอค่อย ๆ เลื่อนมือไปลูบท้องที่ยังแบนราบของตัวเอง ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจอย่างสุดซึ้ง น้ำตาแห่งความสุขไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
ลูก... เธอกำลังจะมีลูกกับเขา
พรกมลกุมที่ตรวจครรภ์ไว้แน่น เธอตัดสินใจทันทีว่าจะต้องบอกข่าวนี้กับอภิเดช บางที... บางทีลูกอาจจะช่วยรั้งการแต่งงานครั้งนี้ไว้ได้
เธอไม่ได้ใส่รองเท้าด้วยซ้ำ วิ่งเท้าเปล่าออกจากห้องน้ำ คว้าโทรศัพท์มือถือแล้วกดเบอร์ของอภิเดช
แต่สายถูกตัดทิ้งทันที
พรกมลไม่ยอมแพ้ เธอคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับแล้ววิ่งตามออกไปที่โถงทางเดิน เธอต้องไปดักเขาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินให้ทัน
เธอวิ่งมาถึงโถงทางเดินที่เปิดโล่ง ลมร้อน ๆ ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า แต่เธอกลับรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก
พรกมลเกาะราวระเบียงแล้วมองลงไปข้างล่าง รถของอภิเดชจอดอยู่หน้าตึกพอดี หน้าต่างรถฝั่งคนขับถูกลดลงครึ่งหนึ่ง
เขากำลังคุยโทรศัพท์กับผู้ช่วยของเขา เสียงของเขาดังชัดเจนในความเงียบของยามค่ำคืน
"ของขวัญครบรอบแต่งงานของคุณพรกมลจะให้จัดการยังไงครับท่านประธาน"
เสียงหัวเราะเยาะเย็นชาของอภิเดชดังขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญ
"โยนทิ้งไปสิ จะเก็บไว้ทำไม"
หัวใจของพรกมลจมดิ่งลงทันที
"ผมรู้สึกผิดกับเธอ แต่คนที่ผมรักคือศศิกานต์ แสงสว่างหนึ่งเดียวของผม"
คำพูดประโยคนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของพรกมล ที่ตรวจครรภ์ในมือของเธอล่วงหล่นลงบนพื้นปูนเสียงดัง 'แกร็ก'
อภิเดชเหมือนจะได้ยินเสียง เขาเงยหน้าขึ้นมอง แต่พรกมลก็ย่อตัวลงหลบหลังราวระเบียงได้ทันเวลา
เขาคงไม่เห็นอะไรผิดปกติ จึงเหยียบคันเร่งแล้วขับรถสปอร์ตคันหรูออกไป ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ยังก้องอยู่ในหูของเธอ
พรกมลทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เธอยกมือขึ้นปิดปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงร้องไห้ของตัวเองเล็ดลอดออกมา หัวใจของเธอเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ
เธอมองที่ตรวจครรภ์ที่แตกละเอียดบนพื้น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสิ้นหวังเป็นความเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
พรกมลค่อย ๆ วางมือบนท้องของตัวเอง
'ไม่เป็นไรนะลูก... จากนี้ไป แม่จะมีแค่หนูคนเดียวก็พอ'