มีร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งนอนตะแคงหันหลังให้อยู่ แสงสลัวยามเช้าที่ลอดผ่านม่านเข้ามา ทำให้เธอเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างกับเรือนผมสีดำสนิทเท่านั้น
ความกลัวจู่โจมเข้าจับขั้วหัวใจ เธออยากจะกรีดร้องออกมา แต่ลำคอกลับแห้งผากจนไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาได้
เธอพยายามกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องอย่างรวดเร็ว การตกแต่งที่หรูหราและวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่นอกหน้าต่าง ทำให้เธอจำได้ในที่สุด ที่นี่คือโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โรงแรมที่หรูที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
แต่เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
เศษเสี้ยวของความทรงจำสุดท้ายเริ่มผุดขึ้นมาในหัว... วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่สามของเธอกับวิทยา สามีของเธอจัดดินเนอร์สุดโรแมนติกที่ร้านอาหารบนดาดฟ้า เขายื่นแก้วไวน์แดงให้เธอ... แล้วหลังจากนั้นล่ะ
หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับมืดไปหมด
ความจริงที่โหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าเธออย่างจัง เธอถูกวางยา และคนที่ทำเรื่องเลวร้ายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากวิทยา สามีของเธอเอง
ความเย็นเยียบแล่นไปทั่วร่าง ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจจนหายใจไม่ออก
มยุรีข่มความคลื่นไส้และความเจ็บปวดทางร่างกายเอาไว้ เธอค่อย ๆ หย่อนเท้าลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุด กลัวว่าจะทำให้ผู้ชายข้าง ๆ ตื่นขึ้นมา
ทันทีที่เท้าแตะพื้นพรมหนานุ่ม ขาของเธอก็อ่อนแรงจนเกือบล้มลง โชคดีที่คว้าโต๊ะข้างเตียงไว้ได้ทัน
ในแสงสลัวนั้นเอง เธอเห็นเสื้อผ้าของผู้หญิงและผู้ชายกองระเกะระกะอยู่บนพื้น ในนั้นมีชุดเดรสลูกไม้สีขาวของเธอที่ใส่เมื่อวาน มันถูกฉีกขาดจนไม่เหลือชิ้นดี
ความอัปยศอดสูท่วมท้นเข้ามาในใจราวกับคลื่นสึนามิ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนได้รสเลือด บังคับให้น้ำตาไหลกลับเข้าไป
เธอรีบก้มลงเก็บเสื้อผ้าของตัวเองแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ
ภาพผู้หญิงในกระจกทำให้เธอแทบไม่กล้ามอง ริมฝีปากบวมเจ่อ ดวงตาไร้แวว ลำคอและไหปลาร้าเต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงน่ารังเกียจ
เธอเปิดฝักบัว ปล่อยให้น้ำเย็นเฉียบชะล้างร่างกาย พยายามจะล้างความสกปรกโสมมของเมื่อคืนออกไปให้หมดสิ้น
และในตอนนั้นเองที่เธอสังเกตเห็น... แหวนแต่งงานบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอหายไป
หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม แหวนวงนั้นไม่ใช่แค่แหวนแต่งงานธรรมดา แต่มันเป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้ก่อนตาย
ความตื่นตระหนกเข้าจู่โจมอีกครั้ง เธอรีบปิดน้ำ คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันกายอย่างลวก ๆ แล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้องนอน
เธอก้มลงมองหาบนเตียง บนพื้นพรม แต่ก็ไม่เจอ เธอไม่กล้าเปิดไฟ ไม่กล้าส่งเสียงดัง
เวลาผ่านไปทีละวินาที หัวใจของเธอก็ยิ่งร้อนรนเหมือนถูกไฟเผา
สุดท้ายเธอก็ต้องยอมแพ้ เธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะตื่น
เธอสวมชุดเดรสที่ขาดวิ่น ใช้ผมยาว ๆ ปิดร่องรอยบนลำคอ
จากนั้นเธอก็หยิบกระเป๋าเงินออกมา ในนั้นมีเงินสดอยู่ประมาณหนึ่งหมื่นบาท เธอหยิบมันออกมาทั้งหมด มือสั่นเทาด้วยความรู้สึกรังเกียจตัวเอง
เธอวางเงินปึกนั้นลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแรง เสียงดัง 'ปึก' เหมือนเป็นการจ่ายค่าบริการสำหรับค่ำคืนอันน่าอดสู
เธอหันไปมองแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นเป็นครั้งสุดท้าย สลักภาพร่างของเขาไว้ในความทรงจำ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ทันทีที่ประตูปิดลง เรี่ยวแรงทั้งหมดของมยุรีก็เหมือนจะหมดไป เธอยืนพิงกำแพงแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างสูงบนเตียงก็ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาจะค่อย ๆ เปิดขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาสีดำสนิทที่คมกริบและกระจ่างใส ไม่เหมือนคนเพิ่งตื่นนอนเลยแม้แต่น้อย
อธิวัฒน์ลุกขึ้นนั่ง มองเงินสดที่ถูกขยำวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรออกไปยังเบอร์ของคนสนิท
"ภาคิน ช่วยตรวจสอบผู้หญิงที่อยู่กับฉันเมื่อคืนหน่อย ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมดของเธอ"
เขาวางสายแล้วลุกจากเตียง ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยรอยข่วนจาง ๆ แต่เขาไม่ได้ใส่ใจมันเลยสักนิด
อธิวัฒน์เดินไปที่หน้าต่าง เปิดม่านออกกว้าง มองดูแสงแรกของวันในกรุงเทพฯ ด้วยแววตาเย็นชา เมื่อคืนเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไม่ได้ฝันร้ายและได้นอนหลับอย่างสนิท ความสงบที่ห่างหายไปนานทำให้เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะถูกแทนที่ด้วยแผนการที่ลึกล้ำกว่า
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง ภาคินส่งข้อมูลมาให้แล้ว
มยุรี คุ้มภัย ภรรยาของ วิทยา จรัญสนิทวงศ์
เมื่อเห็นชื่อ 'วิทยา' แววตาของอธิวัฒน์ก็วาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่ากลัว
ช่างบังเอิญเสียจริง ภรรยาของน้องชายต่างมารดาที่แสนดีของเขานี่เอง