เธอถูกพ่อแท้ๆ ที่เพิ่งพบหน้าฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด ในตอนแรกเธอคิดว่าคงไม่ชีวิตรอดเป็นแน่ ที่จะเจอผู้ชายที่เป็นหนี้ชีวิตเธออีกครั้ง แต่อยู่ๆ เธอกลับฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างของน้องสาวของเธอเอง และโชคชะตาของเธอทำให้เธอต้องแต่งงานกับคนที่เธอรักจนหมดใจ
เธอถูกพ่อแท้ๆ ที่เพิ่งพบหน้าฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด ในตอนแรกเธอคิดว่าคงไม่ชีวิตรอดเป็นแน่ ที่จะเจอผู้ชายที่เป็นหนี้ชีวิตเธออีกครั้ง แต่อยู่ๆ เธอกลับฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างของน้องสาวของเธอเอง และโชคชะตาของเธอทำให้เธอต้องแต่งงานกับคนที่เธอรักจนหมดใจ
หลินเพ่ยเพ่ยสาวน้อยอายุสิบขวบที่อาศัยอยู่สถานสงเคราะห์มาตั้งแต่เด็ก เธอเป็นสาวน้อยที่หน้าตาน่ารักและสวยงามมากคนหนึ่ง แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกคนใจร้ายนำมาทิ้งไว้หน้าสถานสงเคราะห์แห่งนี้ตั้งแต่ยังเป็นทารกแรกเกิด
ที่ผ่านมามีคนต้องการที่จะอุปการะเธอไปเลี้ยงดูอยู่แล้วหลายคน แต่พอถึงวันที่จะมารับตัวเธอไปนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นทุกครั้ง เลยทำให้พวกเขาคิดว่าเธอเป็นนั้นตัวซวย พอหลายครั้งเข้าทำให้ไม่มีใครกล้ามาอุปการะเธออีกเลย เด็กน้อยหลินเพ่ยเพ่ยจึงจำต้องอยู่สถานที่นี้ต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ มองดูเพื่อนๆ ของเธอถูกอุปการะไปคนแล้วคนเล่า
"เพ่ยเพ่ยเธออยู่ไหน" หลันอี้เรียกหาหลินเพ่ยเพ่ย เธอเป็นคุณครูที่คอยสอนและช่วยดูแลเด็กๆ อยู่ที่สถานสงเคราะห์แห่งนี้มานาน วันนี้อิ้งหานตี้มาเฟียใหญ่ของเมือง A พร้อมกับอิ้งหานเหนียนลูกชายเพียงคนเดียวของเขามาที่นี่เพื่อมาทำบุญกับเด็กๆ เนื่องในวันครบรอบวันเกิดสิบแปดปีของอิ้งหานเหนียนลูกของเขา
"หนูอยู่นี่คะ"
"มาหลบอยู่นี่เอง ทำไมถึงไม่ออกไปรับของกินอีกล่ะ"
"หนูไม่กล้าออกไปค่ะ หนูมันตัวซวย"
สาวน้อยหลินเพ่ยเพ่ยโดนเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันอิจฉาในความสวยของเธอ พวกเขาจึงเอาเรื่องที่เธอเป็นตัวซวยมาล้อกับเธอ ทำให้เธอกลายเป็นเด็กที่ไม่เข้าหาใครและไม่ค่อยพูดจากับใคร ซึ่งเป็นเรื่องที่หลันอี้กังวลใจเป็นอย่างมาก
"เรื่องนี้หนูไม่ต้องคิดมากนะเพ่ยเพ่ย มีครูอยู่ทั้งคนต่อไปใครกล้ามาว่าเธอให้มาบอกครู ครูจะให้ความเป็นธรรมแก่เธอเอง"
"......."
"เอาล่ะๆ ออกกันไปเถอะได้เวลาทานข้าวเที่ยงแล้ว"
เมื่อหลันอี้เห็นว่าหลินเพ่ยเพ่ยยังคงนิ่งอยู่ จึงจับมือน้อยๆ ของเธอจะพาเธอเดินออกไป ตอนนี้คนใช้บ้านตระกูลอิ้งกำลังแจกจ่ายอาหารเที่ยงให้กับเด็กอยู่
"ยืนเข้าแถวตรงนี้แล้วรอรับอาหารเที่ยงนะ ครูต้องไปดูแลส่วนอื่นก่อน"
หลันอี้บอกกับหลินเพ่ยเพ่ยก่อนที่เธอจะไป แต่พอหลินเพ่ยเพ่ยอยู่คนเดียวเธอกลับโดนเพื่อนๆ แกล้งเบียดเธอจนเธอล้มลงไปกับพื้น ถึงเธอจะเจ็บมากแต่ก็ต้องทนไว้
"ยัยเพ่ยเพ่ยตัวซวย แกกล้ามากนะที่ออกมาเสนอหน้า"
"ใช่ พวกเราอย่าไปเข้าใกล้มันนะ เดี๋ยวจะตายเอาได้"
"นั่นสิ ใครที่จะเอามันไปเลี้ยงก็ตายหมดทุกคนเลยนี่ ตัวซวยชัดๆ "
หลินเพ่ยเพ่ยเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป พวกเด็กเหล่านั้นก็พากันหัวเราะอย่างสะใจที่ได้เห็นหลินเพ่ยเพ่ยวิ่งร้องไห้ออกไป ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของอิ้งหานเหนียนทั้งหมด ชายหนุ่มรู้สึกไม่ชอบใจจึงเดินไปสั่งคนรับใช้ว่าห้ามให้ข้าวเที่ยงแก่สามสาวด้านหลังเป็นเด็ดขาด แม้แค่ข้าวเม็ดเดียวก็ห้ามให้
หลินเพ่ยเพ่ยเข้าไปหลบอยู่ในห้องเก็บของ ซึ่งที่นี่เป็นสถานที่หลบภัยสำหรับเธอ งานเลี้ยงเริ่มจัดขึ้นเรื่อยๆ อิ้งหานเหนียนสั่งคนให้ออกไปตามหาหลินเพ่ยเพ่ยแต่ก็ไม่พบ สามสาวที่โดนคาดโทษไว้ก็ได้แต่แค้นใจ เป็นเพราะหลินเพ่ยเพ่ยพวกเธอจึงโดนทำโทษให้อดข้าวเที่ยงที่แสนอร่อยไป พวกเธอรู้ดีว่าหลินเพ่ยเพ่ยนั้นต้องหลบอยู่ในห้องเก็บของ แต่ก็ไม่มีใครบอกไปในเมื่อพวกเธอทั้งสามคนไม่ได้กินข้าวเที่ยงก็อย่างหวังว่าหลินเพ่ยเพ่ยจะได้กินด้วยเช่นกัน
"พวกเธอทำเกินไปแล้วนะ ครูบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่างพูดแบบนั้นกับเพ่ยเพ่ย"
"พวกหนูพูดตามความจริงมันผิดด้วยเหรอคะ"
"เสี่ยวอี้! ถ้ากลับกันคนที่ถูกว่าเป็นเธอล่ะ เธอจะรู้สึกอย่างไร"
"ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นหรอกค่ะ อาทิตย์หน้าพ่อแม่บุญธรรมก็จะมารับหนูแล้ว ต่อไปก็จะไม่มีใครกล้ามาว่าร้ายหนูได้อีก"
เสี่ยวอี้พูดอย่างมั่นใจก็ครอบครัวที่จะมาอุปการะเธอนั้นเป็นตระกูลผู้ดีที่ร่ำรวยมากตระกูลหนึ่ง เธอเลยอดไม่ได้ที่จะพูดจาโอ้อวดออกมา เพียงแค่ได้ออกจากที่นี่ไปเธอก็จะกลายเป็นคุณหนูของตระกูลดังแล้ว
"เธอคงลืมไปสินะ ที่จริงเขาเลือกเพ่ยเพ่ยไม่ใช่เธอ ถ้าเพ่ยเพ่ยไม่ปฏิเสธละก็เธอจะมีโอกาสนี้เหรอ เธอสมควรที่จะขอบคุณเพ่ยเพ่ยด้วยซ้ำไป"
"หึ! โอกาสเหรอ บ้าสิ้นดี ยัยเพ่ยเพ่ยมันตัวซวย ใครๆ ก็รู้ว่าครอบครัวไหนคิดจะอุปการะยัยนั่นก็ล้วนแต่มีคนตายเกิดขึ้น เขาได้หนูไปแทนก็ถือไว้โชคดีที่ครอบครัวของเขาจะได้ไม่มีใครตาย"
"เสี่ยวอี้! การเกิดแก่เจ็บตายไม่ล้วนเกิดขึ้นเอง และเป็นสิ่งที่ใครก็ห้ามไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเพ่ยเพ่ยเลย"
"แย่แล้วครับ ไฟไหม้ห้องเก็บของ! "
ในระหว่างที่นั้นมีคนตะโกนว่าไฟไหม้ห้องเก็บของก็ดังขึ้น ทุกคนต่างพากันตกใจไม่คิดว่าไฟจะไหม้ได้ ไฟไหม้ได้อย่างไงกัน ทางฝั่งของหลินเพ่ยเพ่ยที่นอนหลับไปเพราะร้องไห้อย่างหนัก ตื่นขึ้นมาก็เจอว่าไฟไหม้ห้องเก็บของแล้ว เธอพยายามจะออกไปแต่ก็ไม่มีทางออกไปได้เลยตอนนี้ไปมันล้อมรอบเธอ ควันไฟก็เข้าทั้งตาและจมูกของเธอจนเธอเริ่มหายใจไม่ออกล้มลงไปกับพื้นอย่างสิ้นหวัง นี้เธอจะตายแล้วจริงๆ เหรอชีวิตเธอยังไม่เจอกับความสุขเลยนะ แม้แต่พ่อแม่เป็นใครเธอยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำไป
"เด็กๆ หลบไปที่ปลอดภัยก่อนเร็ว ใช่แล้วมีใครเจอเพ่ยเพ่ยแล้วหรือยัง อย่าบอกนะว่าเพ่ยเพ่ยอยู่ในห้องเก็บของน่ะ"
หลันอี้มัวแต่จัดการกับเสี่ยวอี้อยู่จนเกิดเหตุไฟไหม้ ก็ลืมนึกไปว่าหลินเพ่ยเพ่ยชอบไปหลบอยู่ในห้องเก็บของ ยิ่งตอนนี้ไฟไหม้เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าหลินเพ่ยเพ่ยจะเป็นอย่างไรบ้าง
"ว่าไงนะครับ คุณแน่ใจนะครับว่าเธออยู่ในนั้นจริงๆ "
อิ้งหานเหนียนถามหลันอี้ออกไปด้วยใจร้อนรน ในใจก็คิดไปว่าถ้าเด็กน้อยคนนั้นอยู่ในนั้นจริงละก็....ทันใดนั้นเขาก็วิ่งไปที่ห้องเก็บของทันที ก่อนที่จะนำผ้าห่มที่ตากอยู่ใกล้ๆ มาชุบน้ำก่อนจะเอามาคลุม แล้วถีบประตูห้องเก็บห้องเข้าไป
"นายน้อยครับ! "
"มัวทำอะไรอยู่รีบไปหาอะไรมาดับเพลิงสิ ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปพวกแกตาย! "
อิ้งหานตี้รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่ลูกชายอย่างอิ้งหานเหนียนเข้าไปช่วยเด็กคนหนึ่งอย่างไม่คิดชีวิตเช่นนี้ เดิมทีนิสัยของลูกชายคนนี้เป็นคนที่เย็นชาและไม่ยุ่งวุ่นวายกับคนอื่น
"ครับนายใหญ่ เอาเร็วรีบไปให้อะไรมาดับเพลิง"
อิ้งหานเหนียนลุยไฟไปก็พบกับหลินเพ่ยเพ่ยนอนกรีดร้องอยู่บนพื้น ใบหน้าของเธอโดนไฟลุกไปซีกหน้า เขาจึงวิ่งเข้าไปช่วยเธอใช้ผ้าผืนนั้นดับไฟให้เธอ จังหวะนั้นเขาเองก็โดนไฟคลอกเข้าที่หลังด้วยเช่นกัน ยังดีที่เขาถอดเสื้อนอกทันไฟจึงโดนไฟคลอกไปเพียงเล็กน้อย
"เด็กน้อยไม่เป็นไรแล้ว ฉันจะพาเธอออกไปเอง"
อี้หานเหนียนพูดกับหลินเพ่ยเพ่ย แต่ตอนนี้สายตาเธอพร่ามัวนักจึงไม่สามารถเห็นหน้าเขาได้ชัดเจน ในทันใดนั้นสติของเธอนั้นก็ดับวูบไปมารู้สึกตัวอีกทีก็สามวันให้หลังจากนั้น ตอนนี้เธออยู่โรงพยาบาลใบหน้าถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล
"ตื่นแล้วเหรอเพ่ยเพ่ย หนูเจ็บตรงไหนบ้าง ครูจะได้ไปตามหมอมาให้ดูอาการ"
"หนูไม่เจ็บ...หนูรอดมาได้ไงคะ"
"นายน้อยอิ้งหานเหนียนช่วยหนูออกมาน่ะสิ ตอนนี้เขาก็ได้รับบาดเจ็บและก็รักษาตัวอยู่ที่นี่เหมือนกันนะ"
"จริงเหรอคะ! เพราะหนูอีกแล้วหนูมันตัวซวยที่นั่นเลยไฟไหม้ เขาเลยได้รับบาดเจ็บ..."
หลินเพ่ยเพ่ยพูดไปร้องไห้ไป เหตุการณ์นี้มันทำให้เธอคิดว่าเธอคือตัวซวยจริงๆ และนี้ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อแม่ของเธอไม่ต้องการเธอจึงเอาเธอมาทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์ก็ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นจะมีเหตุผลอะไรที่พ่อแม่จะทิ้งลูกของตัวเองได้ล่ะ
"ไม่เอาอย่าโทษตัวเองเลยเด็กน้อย ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นหรอกนะ"
"ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างคะ"
"เท่าที่ครูรู้มาก็ปลอดภัยดีจ้ะ แค่มีบาดแผลที่โดนไฟคลอกที่ด้านหลังเล็กน้อยก็เท่านั้นเอง"
"หนูสามารถเยี่ยมเขาได้มั้ยคะ"
"เห็นทีจะยากจ้ะ นายใหญ่อิ้งหานตี้โกรธพวกเรามาก แต่ดีที่นายน้อยห้ามไว้เลยไม่เอาเรื่องกับพวกเรา เราเลยได้แค่ทำตัวอยู่เฉยๆ อย่างเงียบๆ ถึงอยากจะไปเยี่ยมก็คงจะยาก เพราะมีคนเฝ้าอยู่เยอะแยะ คนที่จะเข้าไปได้ก็มีแค่หมอและพยาบาลบางคนเท่านั้นเอง"
"อย่างนั้นเหรอคะ แล้วหนูจะขอบคุณเขาอย่างไรดี"
"หนูไม่ต้องกังวลวันนี้ไม่ได้ขอบคุณ วันหน้ายังมีโอกาสตราบใดที่หนูยังมีชีวิตอยู่สักวันหนึ่งคงได้ตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ของเขาอย่างแน่นอน"
"ค่ะ หนูจะไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้ของเขาอย่างแน่นอน วันข้างหน้าหนูจะตอบแทนบุญคุณของเขาไม่ว่าจะแลกด้วยชีวิตหนูทั้งชีวิตหนูก็ยอมค่ะ"
หลินเพ่ยเพ่ยให้สัญญาไว้กับตัวเองไม่ว่าอย่างไรก็ตามอิ้งหานเหนียนคนคนนี้คือผู้มีพระคุณของเธอที่ต้องตอบแทนพระคุณให้ได้ หลังจากนั้นเธอก็ได้พักรักษาตัวอยู่นานที่โรงพยาบาลกินเวลาไปหลายเดือน เนื่องจากแผลที่ใบหน้าของเธอนั้นได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง และทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนใบหน้าของเธอด้วย
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่ออัศวินอยากจะมีลูกน้อยเพื่อเป็นโซ่คล้องใจ แต่พลอยไพลินยังคงรักสนุก เธอยังคงยึดติดกับชีวิตการทำงานและวัยสาวของเธอ ทำให้เธอไม่พร้อมที่จะมีลูกในช่วงเวลานี้ อัศวินจึงต้องวางแผนทุกแผนการเพื่อที่จะมีลูกกับเธอ
ชาลีมาเฟียหนุ่มแห่งอิตาลีเจ้าของกาสิโน เขาเกลียดผู้หญิงไทยเพราะแม่ที่เคยทอดทิ้งเขาในวัยเด็ก เขามีน้องสาวต่างมารดาหนึ่งคนที่เป็นคนไทยชื่อว่าจันทร์เจ้า สามีของจันทร์เจ้าเคยเป็นคู่หมั้นของเอมอรหญิงไทยคนหนึ่งที่กำลังครรภ์ แม้เอมอรจะปฏิเสธว่านั้นไม่ใช่ลูกของภูชิตสามีของน้องสาวตน แต่ชาลีก็ไม่เชื่อคำพูดของเธอ เขาจึงจับตัวเอมอรมาและบังคับให้เธอจดทะเบียนสมรสกับเขา
จะเป็นอย่างไรเมื่อสาวน้อยวัย 18 ปี อย่างพลอยไพลิน ต้องแต่งงานกับหนุ่มใหญ่วัย 32 ปี อย่างอัศวิน เพราะสถานะทางครอบครัว และเขาดันเข้ามาสอนในมหาลัยที่เธอสอบติด ทำให้เธอและเขามีสถานะเพิ่มอีกหนึ่ง คือ “ลูกศิษย์กับอาจารย์”
ความสัมพันธ์ของเธอและเขาเริ่มจากเจ้านายกับลูกน้อง เพราะเขาต้องการใช้เธอเป็นสะพานเข้าไปหาเพื่อนรักของเธอ แต่เพราะความใกล้ชิดทำให้เรา....จนต้องเกิดการรับผิดชอบเกิดขึ้นในสองเดือนคือการทดลองคบกัน
จะเป็นอย่างไงเมื่อสาวน้อยอย่าง "รถเมล์" ต้องกลายเป็นคุณแม่วัยยังสาว และหนุ่มหล่ออย่าง "บิ๊กเอ็ม" ต้องกลายเป็นคุณพ่อซุปตาร์ เพราะเพียงความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนของทั้งคู่ทำให้เธอท้อง เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้งในวันที่ถ่ายแบบด้วยกัน ซึ่งหลังจากเหตุการณ์คืนนั้นมันก็ผ่านมาแล้วเป็นเวลา 2 เดือน เธอที่เพิ่งเข้าวงการกับเขาที่อยู่ในวงการถ่ายแบบมานานแล้วและเขากำลังจะเป็นดาราดัง แล้วอย่างนี้ทั้งสองจะทำอย่างไรกับเด็กน้อยที่กำลังจะเกิด
สามีที่เธอมองว่าเขาดีต่อเธอมาตลอด กลับใช้มีดหมอกรีดลงกลางอกของเธอ เขาทำมันก็เพื่อนำหัวใจของเธอไปให้น้องสาวต่างมารดาของเธอ ก่อนที่จากโลกใบนี้ไปก็ปรากฏชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยเธอจากการผ่าตัด ชายผู้ที่เธอเคยเกลียดชังเขาและหนีออกมาจากเขา แต่มันก็สายเกินไปแล้วที่เธอจะนึกเสียใจ ถ้าสามารถกลับไปยังช่วงเวลานั้นได้เธอจะดีต่อเขาและเชื่อฟังเขา
ซ่งหยุนหยุนแต่งงานไปแล้ว แต่เจ้าบ่าวไม่เคยปรากฏตัวตั้งแต่ต้นจนจบเลย ด้วยความโกรธหนัก เธอจึงมอบกายให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งแทนในคืนการแต่งงานนั้น หลังจากวันนั้น เธอก็ถูกชายคนนั้นจับตาเข้า...
หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"
ตลอดสิบปีที่ฉู่จินเหอรักเหลิ่งมู่หยวนฝ่ายเดียว เอาใจใส่กับเขาอย่างเต็มที่ แต่เธอไม่เคยคิดว่าที่แท้เธอเป็นแค่ตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น ที่สำนักงานเขตเพื่อทำการหย่า เหลิ่งมู่หยวนมองดูฉู่จินเหอด้วยความเย็นชาและพูดอย่างเหยียดหยามว่า "ถ้าเธอคุกเข่าลงและขอร้องฉัน ฉันอาจจะให้โอกาสเธอกอีกครั้ง ฉู่จินเหอเซ็นอย่างไม่ลังเลและออกจากตระกูลเหลิ่ง สามเดือนต่อมา ฉู่จินเหอปรากฏตัวอย่างเปิดเผย ในเวลานั้น เธอเป็นประธานเบื้องหลังของ LX นักออกแบบลับที่ล้ำค่าที่สุดในโลก และเจ้าของเหมืองที่มีมูลค่าหลายร้อยล้าน ทางตระกูลเหลิ่งคุกเข่าลงและขอร้องให้คืนดีและขอการให้อภัย ฉู่จินเหอแยู่ในโอบกอดของซีอีโอโจว ซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตในโลกธุรกิจอย่างมีความุข เธอเลิกคิ้วพลางเยาะเย้ย "ฉันในตอนนี้ไม่ใช่คนที่พวกคุณมาเกี่ยวข้องได้"
หลังจากภรรยาของประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปจากไป มีคนพบว่าเขากลายเป็นคนดี ไม่เจ้าชู้มากใจอีก ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยกันกับลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอประจำตระกูลที่เขาจ้างมาใหม่มาที่บ้าน “คุณฮั่ว ให้ฉันตรวจดูอาการให้คุณไหมคะ? ” คุณฮั่วมองด้วยใบหน้าที่เล่าลือว่ากลายเป็นคนดีแล้ว และสายตาคมกริบดั่งมีด หมอประจำตระกูลวิ่งหนีไปด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หมอประจำตระกูลเข้ามาครองใจคุณฮั่วได้สำเร็จ “คุณนายฮั่ว คุณทำยังไงให้คุณฮั่วเปิดใจ เดินออกมาจากความคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับได้ยังไงเหรอครับ? ” “เฮอะ ๆ ง่ายมาก แต่งงานแล้วได้แถมสองไง! ” เจ้าสาวพูดอย่างไม่พอใจและจับมือเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเจ้าบ่าวสองคนออกมา!
‘หญิงแกร่งชายแกร่ง + การต่อสู้ทางธุรกิจ + ความรักหวานชื่น + การแก้แค้น + ลึกลับ + คลั่งรักแบบอันตราย’ “ เข้าคุกตอนอายุยี่สิบ พ้นโทษตอนอายุยี่สิบสาม... สามปีแห่งการเคี่ยวกรำ มันเพียงพอแล้วที่จะส่งพวกแกทุกคน—ลงนรก!” ซ่งอันหราน คุณหนูตัวจริงที่พลัดพรากของตระกูลซ่ง ชาติก่อนเธอถูกพ่อแม่และพี่ชายแท้ๆ ส่งเข้าคุกเพื่อรับโทษแทนคุณหนูตัวปลอมในคดีอาชญากรรมทางการเงิน เธอต้องทนทุกข์ทรมานในคุก ในขณะที่คุณหนูตัวปลอมเสวยสุขในกองเงินกองทอง สืบทอดกิจการ มิหนำซ้ำยังจ้างนักเลงมาทรมานเธอจนตาย เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอได้ย้อนเวลากลับมาในวันแรกที่เข้าคุก ชาตินี้ เธอตัดทิ้งซึ่งความไร้เดียงสา และใช้ชีวิตในคุกเพื่อ…… เรียนรู้การเงิน ควบคุมตลาดหุ้น วางกลยุทธ์จากในเรือนจำ จนมีเงินทุนก้อนแรกในชีวิต ฝึกการต่อสู้ ศึกษาจิตวิทยา สยบเหล่านักโทษเดนตาย เพื่อสร้างขุมกำลังใต้ดินของตัวเอง อาศัยความทรงจำจากชาติก่อนวางหมากอย่างรัดกุม เพื่อรอคอยวันที่จะเริ่มงานเลี้ยงแห่งการแก้แค้นในวันที่พ้นโทษ! สามปีให้หลัง เธอพ้นโทษออกมา สาวน้อยผู้อ่อนแอในวันวานได้เปลี่ยนไปเป็นกุหลาบที่อันตรายที่สุดแห่งโลกธุรกิจ แผนการทุกอย่างดำเนินไปอย่างแยบยล ทว่าซ่างกวนหวายจือ……ผู้ที่ได้รับฉายายมทูตแห่งโลกธุรกิจผู้เย็นชาไร้ใจ กลับล็อกเป้าหมายมาที่เธอ เขาต้อนเธอจนมุม ใช้ปลายนิ้วลูบคลำหมายเลขนักโทษบนลำคอระหงของเธอ พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทว่าแฝงความอันตรายว่า “ซ่งอันหราน เกมแก้แค้นของเธอ…… ให้ผมเข้าร่วมด้วยคนสิ?”
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY