..ตรงไหนก็ต้องได้ ถ้าเราจะเอา ! ..
..ตรงไหนก็ต้องได้ ถ้าเราจะเอา ! ..
รถจักรยานยนต์สีดำแล่นช้า ๆ เข้ามาในซอย มีเด็กหนุ่มเป็นผู้ขับ เด็กสาวเป็นผู้ซ้อน ทั้งคู่สวมชุดมัธยมปลาย ก่อนที่รถจะค่อย ๆ จอดที่หน้าบ้านแบบทาวเฮ้าส์สองชั้น
ผู้ซ้อนลงจากรถแล้วถอดหมวกกันน็อคยื่นให้ผู้ขับ เผยให้เห็นใบหน้าใสไร้เครื่องประทินผิวใด ตากลมโตขนตางอนเป็นแพ จมูกไม่ได้โด่งเชิดมากแต่ก็เล็กยาว รับกับปากอวบอิ่มที่มีรอยยิ้มอยู่เสมอ เธอไม่ได้สะสวยโดดเด่น แต่ก็มองดูสบายตาน่ารักสมวัย ยิ่งอยู่ภายใต้ทรงผมสั้นถูกระเบียบ เธอยิ่งดูไร้เดียงสา ผู้ขับรับหมวกกันน็อคไปแขวนไว้ที่กระจก ก่อนจะปลดของตนออกไปแขวนที่ข้างหนึ่ง เผยให้เห็นเครื่องหน้าเหมาะเจาะอย่างที่บุรุษเพศพึงมี ภายใต้กรอบใบหน้ายาว คิ้วเข้มพาดขวางอยู่บนดวงตาคมกริบ มีแววหวานออดอ้อนระคนซุกซนอยู่ในนั้น จมูกโด่งเป็นสันยาว ริมฝีปากหยักโค้งได้รูปยกขึ้นยิ้ม ยิ่งทำให้ใบหน้าคมสันนั้นมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว เขาใช้สายตาหวานจ้องมองมาที่เธอก่อนเอ่ยออดอ้อน “ ขอเค้าเข้าไปส่งตัวเองข้างในได้ไหม ตัวเองป่วย เค้าเป็นห่วง นะคะ คนดี ” เล่นเอาคนถูกอ้อนหน้าแดงหูแดงไปหมด
ฉันชื่อ ส้ม เป็นเด็กสาวคนนั้น ส่วนคนขับชื่อ สิงห์ เราทั้งคู่คบหากันเป็นแฟนได้ร่วมปีแล้ว
“ ไม่ได้หรอก เดี๋ยวพ่อกลับมาเห็นโดนด่าเปิงแน่ ตัวเองกลับไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันที่โรงเรียน ” ฉันปฏิเสธ ก่อนหันมาไขกุญแจประตูบ้าน แต่เขาไม่ฟัง เขาลงจากรถแล้วเดินมายืนด้านหลัง ยกมือทั้งสองขึ้นคร่อมตัวฉันไว้ สิงห์สูง ร้อยแปดสิบสี่ แถมยังเล่นกีฬาอยู่เสมอ เลยทำให้เขาทั้งสูงใหญ่กำยำ ส่วนฉันแค่ร้อยห้าสิบห้า เมื่อโดนเขาคร่อมแบบนั้นเลย ทำให้ดูเหมือนว่าฉันตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่กลาย ๆ สิงห์ก้มหน้าลงมาใกล้พร้อมออดอ้อนข้างหู
“ พ่อตัวเองกว่าจะกลับก็ค่ำ นี่มันพึ่งสี่โมงเย็นเอง ขอเค้าเข้าไปแป๊บเดียวนะ สิบนาที นะ นะ ”
ด้วยความที่ใกล้ขนาดนั้นเลยทำให้ลมหายใจของเขากระทบกับผิวเนื้อ มันทำให้ใจฉันเต้นแรงขึ้น มือที่ไขกุญแจอยู่สั่นเทา กว่าจะไขได้ต้องรวบรวมสมาธิมากโข ในที่สุดมันก็เปิดออก ฉันรีบพุ่งเข้าบ้าน สิงห์ก็เช่นกัน
“ สิงห์ ” ฉันเรียกอย่างเหนื่อยอ่อนกับความดื้อรั้นของเขา
“ จ๋า ” ตอบรับมาพร้อมยิ้มตาหยีอย่างยียวน
“ แค่สิบนาทีนะ ”
“ เย้ ” ส่งเสียงดีใจเหมือนเด็กได้ของเล่น ฉันอมยิ้ม ก่อนจะไขเปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้าไป เขาเดินตามต้อย ๆ
“ นั่งก่อนสิ ” ฉันผายมือไปยังโซฟาในห้องรับแขก
“ นั่งเยอะแล้ว นอนได้ป่ะ ” คนทะเล้นส่งเสียงมายียวน
“ ก็เอาดิ ”
“ เอาได้เหรอ ”
“ ไอ้บ้า ทะลึ่ง ”
“ ทะลึ่งอะไร เอา ก็หมายถึง นอน นี่ไง ตัวเองนั่นแหละ คิดอะไรอยู่ ใครทะลึ่งกันแน่ ”
“ ไม่อยากเถียงด้วยหรอก เพราะไม่เคยชนะ ไม่มีอะไรในตู้เย็นเลย มีแต่แอปเปิ้ล ตัวเองกินไหม เดี๋ยวเค้าปอกให้ ”
“ ไม่อะ เค้าไม่อยากกินแอปเปิ้ล ” สิงห์ตอบพลางลุกเดิน มาหาฉันที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เลยถามกลับไปอย่างพาซื่อ
“ ทำไมล่ะ ไม่ชอบเหรอ ”
“ เค้าอยากกินส้มมากกว่า ”
สิงห์ตอบพร้อมส่งยื่นจมูกเข้ามาเฉียดแก้ม ฉันรีบเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินหนีมานั่งที่โซฟา คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกริ่มก่อนเดินตามเข้ามานั่งเสียจนติดกัน
“ ตัวเอง เขยิบออกไปอีกได้ไหม ” ฉันรีบบอก เมื่อรู้สึกว่ามันแนบชิดมากกว่าที่ควรเป็น และหัวใจของฉันมันก็เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอก
แต่เขากลับไม่ได้ทำตามที่ขอ ทั้งยังเขยิบเข้ามาใกล้อีก ฉันขยับหนีแต่ก็จนมุมเพราะตอนนี้ตัวติดกับพนักโซฟาแล้ว
ใบหน้าหล่อเหลาคมสันที่มีสายตาแพรวพราวระยับก้มลงมาใกล้ จมูกโด่งกดลงบนแก้มนวล ฉันยกมือขึ้นผลักไสไหล่หนาให้ออกห่าง
“ ตัวเอง ไม่เอา ”
“ ทำไมล่ะ เราเป็นแฟนกันนะ ตัวเองไม่รักเค้าเหรอ ”
“ รักสิ แต่เค้าว่ามันไม่เหมาะสม ”
“ ไม่เหมาะยังไง เค้ารักตัวเองจะตาย ขอให้เค้าชื่นใจหน่อยนะคนดี นิดเดียวเอง นะ นะคะ ”
แขนแข็งแรงล้อมรัดฉันไว้จนหมดสิ้น เขากดจมูกลงบนซอกคอข้างหนึ่งแล้วซุกไซ้ไปทั่ว ฉันที่ไม่เคยผ่านมือชาย ไม่เคยมีประสบการณ์อะไรแบบนี้มาก่อน จึงได้แต่อ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนนั้น สติเตลิดจนกระทั่งไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในท่านอนเหยียดยาวบนโซฟา โดยมีร่างสูงใหญ่ทาบทับอยู่เบื้องบน
สิงห์ค่อย ๆ พรมจูบลูบไล้ไปทั่วซอกคอ ก่อนเลื่อนมายังแก้มทั้งสองข้าง ประทับไปบนหน้าผาก เลื่อนลงมาที่จมูก แล้วกระซิบชิดริมฝีปากของฉัน
“ สิงห์รักส้มนะ รักคนเดียว และจะรักตลอดไป ส้มล่ะ รักสิงห์บ้างไหม ”ตาคมเป็นประกายฉ่ำหวานที่ประสานมายังสายตาฉัน มันช่างเว้าวอนออดอ้อนแสนหวาน ชั่วโมงนี้ นาทีนี้อะไรก็คงต้องให้หมด หมดแล้วทั้งหัวใจ
“ ส้มก็รักสิงห์ รักที่สุด ”
แล้วเขาก็ทาบปากลงบนกลีบปากของฉัน เม้มดูดมัน เบา ๆ จนถ้วนทั่ว ก่อนสัมผัสนั้นจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ ลิ้นร้อน จาบจ้วงเข้ามาในโพรงปากของฉัน ก่อนจะรุกเร้าซุกซนซอกซอนไปทั่ว ล้อไล่รัดรึงกับลิ้นน้อย ๆ ของฉัน
โปรย : " ขออีกครั้งได้ไหม " " หมายถึงโอกาสเหรอคะ " " ก็ โอกาสด้วย อย่างอื่นด้วย " เธอยิ้ม ขยับเข้าไปหาแล้วกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ " อย่างอื่นนี่คืออะไรเหรอคะ " ลมหายใจอุ่น ๆ เป่าลงที่ซอกคอ และเธอตั้งใจแตะริมฝีปากให้ถากบนใบหูของเขา เพียงเท่านั้นเลือดหนุ่มก็เดือดพล่านเหลือเกินแล้ว " พูดได้เหรอ " " ถ้าไม่อยากพูด ทำเลยก็ได้ " ++++++++++++ มาเซ้ นางเอกเราสู้คนค่ะคุณขา หมายเหตุ : แมธธิว พระเอกของเรื่องนี้ เป็นตัวละครหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทจากเรื่อง คุณแสนร้าย , น้องนุ่ง , เล่ห์ร้อน ทุกเรื่องจะมีตัวละครทั้งสี่ปรากฏในเรื่อง แต่เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวข้อง สามารถอ่านแยกกันได้ แต่ถ้าจะให้ม่วนจอยครบสูตรก็ฝากทั้งสี่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ ++++++++++++++++++++++++ 4 เรื่อง 4 รส 4 หนุ่ม ดังนี้ 1. คุณแสนร้าย (แสนสราญ + หนึ่งฤทัย) 2. ขออีกครั้ง (แมธธิว + พราวด์ ) 3. น้องนุ่ง (เอกบุรุษ + เขมิรา) 4. เล่ห์ร้อน (เขมมะ + ขนม)
เธอไม่ได้ชอบเบา ๆ หรอก ฉันรู้ดี... โปรย : จากเด็กในบ้านที่มีสัมพันธ์กันลับ ๆ วันหนึ่งเธอตัดสินใจโบยบินไปจากอ้อมอก ตอนนั้นเขาพึ่งรู้หัวใจตัวเอง เขาหวง เขาหึง เขาคิดถึง เขาคลั่งแทบบ้า และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอคืนมา ! ตัวอย่าง : " คุณแสนมีธุระอะไรคะ " ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยยกยิ้มมุมปากทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น " พูดจาดูห่างเหินจังนะ " " คุณทราบได้ยังไงคะว่าหนึ่งอยู่ที่นี่ " " ก็แค่บังเอิญผ่านมา " " บังเอิญแน่เหรอคะ " " แน่สิ ทำไมล่ะ ที่นี่มันร้านกาแฟที่ลูกค้าที่ไหนจะมาซื้อก็ได้ทั้งนั้น รวมถึงฉันด้วย " " หนึ่งจะปิดร้านแล้วค่ะ " " ใจดำจังนะ ออกมาไม่บอกไม่กล่าว รีบอะไรขนาดนั้น " คราวนี้เธอเงียบ เขาจึงยิงคำถามต่อ " เห็นน้าละมุนบอกว่าวันที่ขนของมีหนุ่มไปรับ " คำพูดนั้นทำให้เธอเชิดหน้าขึ้น " ค่ะ แฟนหนึ่งเอง หนึ่งย้ายมาอยู่กับเขาที่นี่ " เธอเน้นย้ำคำว่า ที่นี่ ให้เขาได้ยินชัด ๆ เขานิ่งไปชั่วขณะก่อนจะยิ้มออกมา " แต่ตอนนี้ร้านดูเงียบ ๆ แฟนไม่อยู่เหรอ " " คุณแสนจะสั่งอะไรไหมคะ ถ้าไม่สั่งหนึ่งขออนุญาตเชิญกลับ เพราะหนึ่งต้องปิดร้าน " " นี่เป็นแม่ค้ายังไงจะไล่ลูกค้าออกจากร้าน ใจร้ายจังนะ " เธอยืนจ้องเขาเขม็ง คิ้วได้รูปขมวดนิด ๆ อย่างหงุดหงิด แสนสราญนึกสนุกที่ได้เห็นท่าทีแข็งกร้าวต่อต้าน และคนสันดานเสียอย่างเขาก็ชอบที่จะเอาชนะเสียด้วยสิ " อยากได้เครื่องดื่ม " " รับอะไรดีคะ " " นมสด " " นมสดไม่มีค่ะ เมนูตามนี้เลย " เธอผายมือไปยังป้ายเมนูไม้แบบมินิมอลน่ารักที่มีรายชื่อเครื่องดื่มอยู่บนนั้น แต่เขาไม่ได้มองตามไปที่นั่น สายตากรุ้มกริ่มจ้องอยู่ที่อกอวบ แม้มีเสื้อยืดสีขาวสกรีนชื่อร้านห่อหุ้มอีกทั้งผ้ากันเปื้อนทับอีกชั้น แต่เธอก็ยังรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่เกิดขึ้นภายในทรวงเพียงถูกเขาจ้อง " มีสิ เต็มปากเต็มคำดีเสียด้วย " หมายเหตุ : คุณแสน พระเอกของเรื่องนี้ เป็นตัวละครหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทจากเรื่อง ขออีกครั้ง , น้องนุ่ง , เล่ห์ร้อน ทุกเรื่องจะมีตัวละครทั้งสี่ปรากฏในเรื่อง แต่เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวข้อง สามารถอ่านแยกกันได้ แต่ถ้าจะให้ม่วนจอยครบสูตรก็ฝากทั้งสี่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ ++++++++++++++++++++++++ 4 เรื่อง 4 รส 4 หนุ่ม ดังนี้ 1. คุณแสนร้าย (แสนสราญ + หนึ่งฤทัย) 2. ขออีกครั้ง (แมธธิว + พราวด์ ) 3. น้องนุ่ง (เอกบุรุษ + เขมิรา) 4. เล่ห์ร้อน (เขมมะ + ขนม)
" ผมใหญ่ครับ " " ใหญ่นี่ ชื่อหรือสรรพคุณคะ " " ก็... ทั้งสองอย่างครับ " +++++++++++++++++++++++++++ " ผมอยากเอาคุณเป็นบ้าเลย " ดวงตาของมิถุนาเบิกกว้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะพูดมันออกมาตรง ๆ อย่างไม่ให้เกียรติเธอแม้แต่นิด " ไอ้โรคจิต หยาบคาย ! " เธอผรุสวาทออกมาทั้งยังพยายามดิ้นรนผลักไสให้ตัวเองหลุดพ้นพันธนาการอันเป็นอ้อมแขนเหนียวแน่นนั้น และแน่นอนว่านอกจากไม่หลุดแล้วเขายังรัดเธอแน่นเข้าไปอีก " ปล่อยฉันนะ ! " " ก็คุณบอกให้ผมพูดเอง " " ใครจะไปรู้ว่าความคิดคุณจะทุเรศลามกขนาดนั้น " " มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ธรรมชาติสร้างให้สัตว์เพศผู้เพศเมียสมสู่กันเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ ความต้องการทางเพศมันเป็นเรื่องปกติ หรือว่าคุณไม่เคยมีมัน " " ฉันมีคู่หมั้นแล้วและไม่ได้อยากดำรงเผ่าพันธุ์อะไรกับคนแบบคุณ ! " เขาหัวเราะเบา ๆ ต่างกับเธอที่ตาเขียวปั้ด อยากจะยกมือขึ้นตะกายหน้าหล่อ ๆ นั่นแทบบ้า ไอ้คนไร้มารยาท ! " เราไม่ต้องดำรงเผ่าพันธุ์อะไรทั้งนั้น " เขาเริ่มบทสนทนาต่อก่อนโน้มตัวไปกระซิบที่ข้างหูเธอเบา ๆ " แค่เอากันก็พอ " ++++++++++++++++++++++++++++++++++++ " ...แค่อยากจะมาทักทายคนคุ้นเคยเป็นการส่วนตัว " " ฉันไม่ใช่คนคุ้นเคยของนาย " " งั้นคุณเป็นคนคุ้นเคยของผมฝ่ายเดียวก็ได้ " " อย่ามากวนนะ ระวังจะโดนเอาคืน " " ก็เอาสิ จะเอาคืน เอาวัน หรือเอาทั้งวันทั้งคืนเลยก็ได้นะ ผมไม่ติด "
จะผิดไหม ถ้าอยากมีอะไรกับเพื่อนรัก เขาอยากสอดเสยลำใหญ่เข้าไปในกายเธอเหลือเกิน..เช่นเดียวกับเธอที่อยากให้เขาเข้ามาลึกๆ แรงๆ
พี่สาวครับ ตอนนี้ผมเป็นหนุ่มแล้วครับ ผมอยากกอด อยากหอม อยากจับ อยากเหลือเกินครับ อยากจะจับพี่ทำเมีย...
ถูกพ่อแท้ ๆ ขายให้กับชายแก่คราวพ่อเพื่อไปเป็น 'เมียน้อย' เธอไม่อยากเสียซิงให้ชายแก่คราวพ่อ จึงเลือกเสียมันให้กับหนุ่มหล่อที่ 'ขายตัว' แต่เธอดันตกใจจนหมดสติทั้งที่เขาเสียบเข้าไปได้แค่ส่วนหัว บ้าบอฉิบ ! เมื่อได้สติ ขวัญเอยอับอายเป็นอย่างมาก สบถสาบานเอาไว้ว่าจะไม่ทำอะไรไร้สติเช่นนี้อีกแล้ว และภาวนาอย่าได้พบได้เจอเขาอีกเลย แต่ดูเหมือนเทวดาไม่เป็นใจ เพราะหนุ่มเจนรักคนนั้น กลับกลายมาเป็นนักศึกษาในคลาสที่เธอสอน แถมบ้านอยู่ติดกับเธออีกด้วย เวรล่ะสิ !
คืนก่อนขึ้นดอยบรรดานายช่างต้องมีปาร์ตี้สังสรรค์กันบ้าง แต่เธอดื่มเกินลิมิตไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาตอนเช้าพร้อมกับมีร่างของผู้ชายคนเดิมที่เคยเจอกันเมื่อหลายปีก่อนนอนอยู่ข้างๆ
เพื่อค่ารักษาของพ่อ ฟางจิ้งหร่านยอมแทนที่น้องสาว แต่งงานกับชายผู้เสื่อมเสียชื่อเสียงและหูหนวก คืนแรกของวันแต่งงาน เธอค่อยๆ ถอดชุดทีละชิ้น ด้วยความคาดหวัง... แต่กลับได้ยินเพียงคำเตือนเย็นชาจากเขา "การแต่งงานของเราเป็นแค่สัญญา" อยู่ข้างกายชายเจ้าอารมณ์คนนี้ ฟางจิ้งหร่านต้องระมัดระวังทุกเมื่อ โดยกลัวว่าจะทำเขาไม่พอใจเข้า ทุกคนรอคอยดูเธอเสียหน้า... แต่ใครจะไปคิดว่า สามีคนนี้กลับกลายเป็น"ที่พึ่งที่มั่นคงที่สุด"ของเธอ จนกระทั่งวันที่สัญญาครบกำหนด ฟางจิ้งหร่านถือกระเป๋าเตรียมตัวจะจากไป... ชายคนนั้นกลับมีดวงตาแดงก่ำ กระซิบขอร้องว่า "อย่าไป..."
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
ธาริกาทนเห็นน้ำตาของวาติยาแฝดน้องไม่ได้ เธอจึงสลับตัวกับน้องสาว เพื่อมาจัดการ นายราเชนทร์ สามีจอมปลอมของวาติยา ให้รู้ซะบ้างว่า ผู้หญิงไม่ได้อ่อนแอทุกคน ...... “เธอออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไป!” ราเชนทร์ไล่หญิงสาวความโมโห “ไม่ไป แก้วเพิ่งมาจะไล่แก้วไปไหนล่ะคะ คืนนี้แก้วจะทวนความจำให้พี่เชนทร์ รับรองพรุ่งนี้พี่เชนทร์ไม่มีทางไล่แก้วออกจากบ้านแน่นอนค่ะ” “ไป! ฉันบอกให้เธอออกไปจากบ้านของฉัน แม่โสเภณี!” ราเชนทร์เริ่มตัวสั่นเพราะความโกรธ เขาไม่เคยโกรธใครเท่าผู้หญิงคนนี้เลย ทั้งโกรธทั้งเกลียด ทั้งขยะแขยง “คำก็โสเภณี สองคำก็โสเภณี ถามหน่อยเถอะว่าถ้าเมียเป็นโสเภณีแล้วผัวจะเป็นอะไร ก็เป็นแมงดาไง แสดงว่าพี่เชนทร์เป็นแมงดา ส่วนบ้านหลังนี้ก็เป็นซ่อง ” ธาริกาสวนกลับอย่างเจ็บแสบ ทำให้ราเชนทร์ถึงกับอึ้ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ แล้วเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างบันได เขาเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบใบหน้านวล แต่เสียงหวานใสของธาริกาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน “ตบสิ คุณตบฉัน ฉันจะตบคุณด้วยรองเท้าข้างนี้ เอาสิ! ตบสิ!” ธาริกาถือรองเท้าส้นสูงสีดำขึ้นเหนือศีรษะ ตั้งท่าจะฟาดกับใบหน้าของเขาทันทีที่เธอถูกทำร้าย ราเชนทร์ไม่คิดว่าวาติยาคนใหม่จะกล้าทำกับเขาแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาวาติยาคนเดิมไม่กล้าขึ้นเสียงกับเขา เขาว่าแรงๆ ก็เอาแต่ร้องไห้ แต่วาติยาคนนี้เถียงเขาทุกคำ แถมยังสู้ถ้าหากเขาคิดทำร้ายเธอ ร้ายมาร้ายกลับ...ไม่โกง
เพราะความเมตตาจากสวรรค์ ทำให้นางผู้ซึ่งสิ้นอายุขัยในวันที่คลอดลูก ได้กลับมาเกิดใหม่ ในร่างของคุณหนูสามผู้โง่เขลา บุตรีของท่านเจ้าสำนักศึกษาตระกูลหลี่
ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY