คยไหม...ยิ่งต่อต้านใครสักคน แต่กลับยิ่งโหยหา เคยไหม...ยิ่งผลักไสใครสักคนให้ออกห่าง ก็ยิ่งเหมือนผูกพันหัวใจไว้กับเขา เคยไหม...ที่อยากวิ่งหนีหัวใจตัวเอง แต่หนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้น
คยไหม...ยิ่งต่อต้านใครสักคน แต่กลับยิ่งโหยหา เคยไหม...ยิ่งผลักไสใครสักคนให้ออกห่าง ก็ยิ่งเหมือนผูกพันหัวใจไว้กับเขา เคยไหม...ที่อยากวิ่งหนีหัวใจตัวเอง แต่หนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้น
สายลมกรรโชกแรงในยามดึกสงัดของราตรีกาลที่มีฝนฟ้าคะนอง ลอดผ่านหน้าต่างซึ่งเปิดแง้มเอาไว้ทำให้ชายผ้าม่านปลิวไสว บ้างก็แล่นฉิวเข้ามาในห้องกระทบกับมุ้งซึ่งถูกผูกโยงคลุมเตียงนอนขนาดใหญ่อีกทีเพื่อป้องกันยุงและริ้นไรไม่ให้มาไต่ตอม แม้ว่าบ้านไม้ริมน้ำหลังนี้จะติดมุ้งลวดรอบบ้านแล้วก็ตาม
แสงอสุนีบาตที่แลบแปลบๆ ราวกับแสงแฟลชจากกล้องขนาดใหญ่เป็นระยะ ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของสองร่างบนเตียงใหญ่ได้อย่างชัดเจน
“อา...”
เสียงครางต่ำลึกดังขึ้นอย่างสุดกระเส่าจากเรียวปากหยักลึก ในขณะที่สองมือเล็กได้แต่กำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ปากนุ่มที่บวมเบ่งจากแรงจุมพิตสุดเร่าร้อนครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนหน้านี้กำลังจะเผยอร้อง แต่ก็ถูกปิดทับด้วยปากร้อนเสียก่อน
จุมพิตดูดดื่มเริ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่เอวสอบเริ่มขยับโยกไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าใจจริงแล้วอยากจะรุกเร้าหนักหน่วงตามใจปรารถนาก็ตาม
ฝนเม็ดหนาทึบตกลงมากระทบหลังคาดังซ่าๆ นำพาความเย็นฉ่ำแผ่มาโอบล้อมทั่วอาณาบริเวณ สายลมที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบชายมุ้งเป็นระยะจนผ้าสีฟ้าปลิวไสวไม่ได้ทำให้สองกายหนาวซ่านแต่อย่างใด ตอนนี้บนเตียงใต้มุ้งบางเบากำลังเร่าร้อนด้วยอุณหภูมิของไฟสวาทที่โหมกระพือ มือเล็กยกขึ้นโอบร่างใหญ่ไว้แน่นยามที่เขาพาโลดทะยานไปพานพบความซ่านสยิวแปลกใหม่ เสียงครางหวานกระเส่าเริ่มดังขึ้นไม่ขาดสาย หลังจากปากร้อนผละออกจากการจุมพิตปากนุ่มแล้วเลยไปเชยชมพรมจุมพิตส่วนอื่น
สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร
ดวงตาคู่สวยกำลังกวาดมองตัวหนังสือบนป้ายดิจิตอล ซึ่งกำลังขึ้นตัวหนังสือแจ้งว่า ขณะนี้สายการบินที่เดินทางมาจากประเทศแคนาดากำลังลงจอดที่รันเวย์ของสนามบินอันใหญ่โตกว้างขวางแห่งนั้นเรียบร้อยแล้ว และในอีกประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาบุรุษหนุ่มรูปร่างสง่างาม เจ้าของใบหน้าหล่อคมติดดุดัน แต่ทว่ากลับเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลก็ก้าวเข้ามาในอาคารผู้โดยสารขาเข้าพร้อมๆ กับผู้โดยสารอื่นๆ ที่เริ่มทยอยออกมาอย่างไม่ค่อยหนาตามากนัก
ทันทีที่สายตาปะทะกับร่างสูงนั้น หัวใจของ ‘สายน้ำผึ้ง’ สาวน้อยวัยยี่สิบสองปีก็เต้นแรงระรัวราวกับมีกองทัพกำลังกระหน่ำกลองศึกอยู่ภายในนั้นก็ไม่ปาน มือไม้เกิดอาการสั่นอย่างไม่อาจระงับ เมื่อร่างสูงสง่าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
แต่แล้วอาการตื่นเต้นของสายน้ำผึ้งก็ค่อยๆ หายไป ใบหน้าเนียนใสเจื่อนลงเพราะเขาไม่ได้แม้แต่จะชายตาแลมาทางเธอด้วยซ้ำไป
“สวัสดีค่ะอาภีม”
‘อันดามัน’ ยกมือขึ้นไหว้ผู้ชายที่มีศักดิ์เป็น ‘อา’ ของตน ที่เรียกว่ามีศักดิ์เป็นอาก็เพราะ ‘ภีมภัทร’ กับเธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดใดๆ เลยแม้แต่นิด ปู่แท้ๆ กับย่าบุญธรรมของเธอเป็นม่ายลูกติดทั้งคู่ พ่อของเธอเป็นลูกติดพ่อ ส่วนภีมภัทรเป็นลูกติดแม่ และเมื่อปู่กับย่าแต่งงานกันจึงมีลูกด้วยกันอีกหนึ่งคน คือจอมทัพซึ่งเป็นอาคนเล็กของเธอนั่นเอง
“มาได้ยังไง”
ภีมภัทรถามด้วยน้ำเสียงห่างเหินเช่นเดียวกับทุกครั้ง แต่ตาไม่ได้คลาดไปจากใบหน้าเนียนใสของอันดามันเลยแม้แต่เศษเสี้ยวนาที แต่คนถูกมองแสร้งทำเป็นไม่สนใจอากัปกิริยาใดๆ ของคนมอง ทำเพียงแค่พยายามจะยิ้มและควบคุมน้ำเสียงให้ร่าเริงสดใสเท่านั้น
“มิ้มไม่มีเรียนช่วงบ่าย เห็นว่าอาภีมจะกลับวันนี้ก็เลยมารับ”
“แน่ใจเหรอว่าอยากมารับอาจริงๆ โดยที่ไม่มีอะไรแอบแฝง”
ตาคู่คมหรี่มองอย่างจับพิรุธขณะถามอย่างรู้ทัน ก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะมองแบบนั้น ในเมื่อเธอกับเขาไม่ได้ญาติดีกันมากว่าสองปีแล้ว
“แน่ใจสิคะ”
ปากยืนยันอย่างหนักแน่น แต่พฤติกรรมกลับตรงกันข้าม หลังจากพูดจบก็หันไปทางเพื่อนสาวของตัวเองที่ยืนอยู่ข้างๆ และแนะนำให้ผู้เป็นอารู้จักทันที
“นี่สายน้ำผึ้ง อาเรียกว่าหยีก็ได้ หยีเป็นเพื่อนสนิทและเป็นเพื่อนที่มิ้มรักที่สุดในมหาวิทยาลัยค่ะ”
“สวัสดีค่ะอาภีม”
สายน้ำผึ้งยกมือขึ้นไหว้อย่างขลาดๆ สายตาคมดุที่ปรายมามองแค่แวบเดียวสั้นๆ นั้นทั้งเย็นชาและมีแววรำคาญปนอยู่อย่างเปิดเผย ภีมภัทรไม่ได้เอ่ยทักทายตอบแต่อย่างใด แค่ยกมือขึ้นรับไหว้แล้วหันไปทางหลานสาวของตัวเองต่อ ทำเอาใบหน้าที่เจื่อนอยู่แล้วกลายเป็นสีขาวซีดราวกับกระดาษในทันที
“มิ้มกับเพื่อนกลับไปเถอะ อามีคนมารับแล้ว”
เธอ...รักอย่างภักดีและเจียมใจ เขา...จ้องแต่จะทำลาย เลยทำทุกอย่างเพื่อหลอกให้รัก สุดท้าย...สิ่งที่เธอได้รับการตอบแทน จากรักที่แสนภักดีก็คือคำว่า ง่าย ที่เขาตะโกนใส่หน้าอย่างไม่คิดแม้แต่จะสงสาร
ศาสตรา ภูวเดชาธร คือผู้ชายที่ ภัคธีมา บอกตัวเองว่าเขาช่างร้ายกาจสมกับชื่อ ผู้ชายคนนี้พร้อมจะฟาดฟันให้เธอย่อยยับแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั้งๆ ที่เธอคือว่าที่น้องสะใภ้ หรือเขารังเกียจว่าเธอจน ไม่คู่ควรกับคนในตระกูลภูวเดชธรเจ้าของไร่ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ เขาจึงกีดกันเธอกับน้องชายเขาทุกวิถีทาง แม้ภัคธีมาพยายามจะไม่ข้องแวะกับเขา หากทว่าในที่สุด โชคชะตาก็กลั่นแกล้ง ให้ต้องตกไปอยู่ในบ่วงพันธนาการของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ภัคธีมาจึงได้แต่นับวันรอ… รอวันที่กริชผู้แข็งกร้าวอย่างเขาจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ แต่ครั้นเมื่อถึงเวลาจริงๆ มันกลับไม่ง่ายเลย เพราะหัวใจที่แสนอ่อนไหวถูกบ่วงเสน่หาร้อยรัดเอาไว้อย่างแน่นหนา
ร่างบางดำดิ่งลึกลงเรื่อยๆ ร่างกายทุรนทุรายเพื่อความอยู่รอด แต่ใจเธอยอมแพ้แล้ว มันอึดอัด มันหนาวเหน็บ นี่สินะความตาย ความตายของเธอที่พี่อิสร์ต้องการ เอมทำให้แล้วนะคะ หวังว่าการกระทำของเอมในครั้งนี้ จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เอมทำให้พี่อิสร์มีความสุข ขอให้ความรักความแค้นระหว่างเราจบลงแค่นี้ เอมเจ็บ เจ็บจนไม่อยากจะหายใจแล้วเช่นกัน ขอบคุณที่บอกให้เอมมาตาย มันน่าจะเป็นหนทางดับทุกข์ที่ดีที่สุดของเอมแล้ว ลาก่อนค่ะพี่อิสร์...
เมื่อเด็กที่อยู่ในอุปการคุณของผู้เป็นบิดาทำท่าว่าจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยงของเขา ภาคิม วัชรอาชา ผู้ชายที่แสนจะหยิ่งยโสจึงยอมไม่ได้ สู้ให้บิดามีนางบำเรอเป็นร้อยเหมือนกับนางในฮาเร็มของสุลต่านยังจะดีเสียกว่าให้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนั้นมาร่วมสกุล เขาสลัดคู่ควงทุกคนทิ้งแทบจะทันทีแล้วหันมามุ่งมั่นกับการกำจัดว่าที่แม่เลี้ยงและจัดการลงทัณฑ์ผู้หญิงไม่เจียมตัวให้รู้สำนึกว่าอย่างมากเธอก็เป็นได้แค่ ‘นางบำเรอ’ เท่านั้น วิโรษณา ดุษยา เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ สาวน้อยไร้เดียงสาจึงต้องยอมตกเป็น ‘เมียบำเรอ’ ของผู้ชายกักขฬะไร้หัวใจโดยไม่ยอมปริปากบ่น และไม่แม้แต่จะเรียกร้องความสมเพชใดๆ จากเขา เพราะรู้ว่าในสายตาของซาตานร้าย ผู้หญิงข้างถนนอย่างเธอมีค่าไม่ต่างอะไรกับขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น “คุณภาคิม ได้โปรดอย่าทำกับปุ้มแบบนี้” “ฉันมีสิทธิ์ลงโทษเธอตามวิธีของฉันวิโรษณา” เสียงเขาแหบกระเส่า วิโรษณาดิ้นอย่างกระสับกระส่าย ทำไมเขาไม่ลงโทษเธอด้วยการเฆี่ยนตี หรือให้อดข้าวอดน้ำ ขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันก็ได้ เขาไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้ร่างกายของเธอปั่นป่วนและกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความทรมานอันแสนวาบหวาม ลิ้นร้อนดั่งไฟนาบจุมพิตทั่วทุกอณูเนื้อของดอกไม้แสนฉ่ำหวาน ก่อนจะแทรกลิ้นชื้นเข้าไปรุกรานความอ่อนนุ่มที่นิ้วเรียวของเขาได้สัมผัสมาแล้วก่อนหน้านี้ สาวน้อยพยายามตั้งสติไม่ปล่อยการกระทำไปตามอารมณ์เร่าร้อนที่กำลังรู้สึกอยู่ แต่ลิ้นอุ่นจัดของคนแสนชำนาญก็แทรกลึกเข้าไปในความอ่อนนุ่มกลางกายด้วยจังหวะอันร้ายกาจอย่างไม่หยุดหย่อน ใบหน้าสวยแดงซ่านด้วยอารมณ์ร้อนแรง มือเล็กจิกลงบนที่นอนและขยุ้มจนยับย่นเพื่อระบายความซ่านสยิวที่กำลังโรมรันกายสาวอย่างหน่วงหนัก ร่างบางกระตุกไหว คิ้วสวยขมวดนิ่วด้วยอารมณ์สะท้านซ่าน หลงใหลไปกับสัมผัสของเขาจนเผลอยกสะโพกขยับไปมาเบาๆ ปลายลิ้นหนาลากถูไถขึ้นลงตามกลีบกุหลาบแสนสวยที่เปียกชุ่มไปด้วยความฉ่ำหวาน สองขาเรียวสั่นระริกๆ เมื่อชายหนุ่มเริ่มออกแรงกดปลายลิ้นแตะต้องแรงขึ้น
เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับว่าที่เจ้าบ่าวในคืนแต่งงาน ทำให้พรรษรดาต้องเข้าพิธีกับน้องชายของเจ้าบ่าวแทน แม้วิวาห์ครั้งนี้จะเป็นเพียงวิวาห์สมมติในความรู้สึกของเขาและเธอ หากทว่าความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ข้างในนั้นต่างหากที่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เธอจะกล้าบอกความในได้อย่างไร ว่าแท้จริงแล้วผู้ชายที่เธอมีใจใฝ่ปองและอยากแต่งงานด้วยจริงๆ ก็คือเขา ในเมื่อผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าสามี เอาแต่เฉยเมยเย็นชาใส่ ซ้ำยังเอ่ยปากขอหย่าอยู่หลายครั้ง พรรษรดาจะจัดการปัญหาหัวใจครั้งนี้อย่างไรดี ในเมื่อยิ่งเขาทำให้เจ็บ หัวใจไม่รักดีก็ยิ่งรักเขามากขึ้นๆ เธอควรรั้งเขาไว้ให้เป็นสามีในนามเพื่อทรมานใจกันเล่นๆ หรือว่าปล่อยเขาไปให้สมรักกับผู้หญิงอื่นตามที่เขาร้องขอ ***ตัวอย่าง*** “ฉันรักเธอพรรษรดา ฉันรักเธอ รักเธอคนเดียว” เขาสารภาพออกมาเสียงแหบห้าว นัยน์ตาหม่นมัวไปด้วยแรงรักแรงปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ข้างใน “คุณภู...” “หัวเราะสิ หัวเราะเยาะฉัน หัวเราะไอ้ผู้ชายหน้าโง่ที่มันเป็นทาสรักของเธออย่างโงหัวไม่ขึ้นมาตลอดหลายปี หัวเราะเยาะไอ้ผู้ชายหน้าโง่ที่ตัดใจไม่ได้เสียที” คำสารภาพของเขาเหมือนระลอกคลื่นยักษ์ที่กระแทกโครมเข้าใส่หัวใจดวงน้อยของพรรษรดา เธอถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะแบกรับความรู้สึกอันท่วมท้นนั้นไม่ไหว “ฉันมันคงน่าสมเพชมากสินะ” ร่างใหญ่ขยับตัวเหมือนจะถอดถอนออกไป แต่พรรษตวัดขารัดรอบเอวสอบไว้แน่น ทำให้เขาดำดิ่งเข้ามาฝังลึกอยู่ในช่องสาวอีกครั้ง “อย่าบังอาจลุกจากตัวพรรษ” เธอแหวใส่เขาเสียงดังลั่น ตัวสั่นเทาเพราะความรัญจวนและความเต็มตื้นในหัวใจ “พรรษรดา...” “อย่าคิดว่าจะผลักไสพรรษง่ายๆ อีก รู้มั้ยว่าพรรษรอนานแค่ไหน รู้ไหมว่าต้องเสียน้ำตาไปกี่ครั้งเมื่อคิดว่าตัวเองรักคุณภูข้างเดียว อย่ามาบอกรักพรรษ ล้อเล่นกับหัวใจพรรษแล้วหนีไปง่ายๆ อีก พรรษไม่ยอมอีกแล้ว คราวนี้พรรษจะตามรังควานไปตลอดชีวิตเลย อย่าหวังว่าจะได้มีโอกาสมีความสุขกับผู้หญิงคนไหน อย่าหวังว่าจะได้บอกรักใครอีก เพราะคำว่ารักของคุณภูจะเป็นของพรรษคนเดียวตลอดไป”
ในเมื่อเธอเป็นเมียที่ได้มาจากการทรยศ ความรู้สึกเดียวที่เธอจะได้รับจากเขาก็มีแค่ ความชัง เท่านั้น อย่างหวังว่า เขาจะเลิกชัง อย่าหวังว่า เขาเหลียวแล อย่าหวังว่า จะได้แม้แต่เศษเสี้ยวความรักของเขา นภัทรบอกตัวเองเช่นนั้น อย่างหนักแน่นอยู่เสมอ แต่ความเกลียดชังโกรธแค้นของเขามันน้อยลงตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเป็นเพราะนัยน์ตาเศร้าๆ ซื่อๆ ของเด็กคนนั้น ที่มันค่อยๆ เขย่าความเย็นชาในหัวใจเขา ให้กลายเป็นความรู้สึกอื่น
ลี่สิงหยวนมีอาการเสพติดเซ็กส์กำเริบเป็นครั้งแรก แล้วก็เผลอมีอะไรกับเจียงหว่านหนิงโดยไม่รู้ตัว ตลอดสามปีหลังจากนั้น เขาไม่เคยเอ่ยปากสารภาพรัก แต่กลับหลงใหลในร่างกายของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น เจียงหว่านหนิงคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ จะสามารถละลายหัวใจของเขาได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือข่าวว่าเขากำลังคบกับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง “ตามจีบเธอมาตั้งนาน ในที่สุดเธอก็ยอมเป็นแฟนฉันสักที” ชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วพูดว่า “จากนี้ไปเราอย่าติดต่อกันอีกเลย” หลังจากนั้น เจียงหว่านหนิงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตามที่เขาต้องการ แต่ลี่สิงหยวนกลับเสียใจ แล้วออกตามหาเธอไปทั่วอย่างคนเสียสติ ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างต่ำต้อย วิงวอนว่า “หว่านหนิง กลับมาอยู่ข้าง ๆ ฉันได้ไหม?”
หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว
ซ่งชิงเหอโดนหักหลังและกลายเป็นฆาตกรในสายตาคนอื่น เธอจึงหย่ากับสีจั้นถิง สามีของเธอ และเดินทางออกจากเมืองหวยไปด้วยความเกลียดชัง หกปีต่อมา เธอหวนกลับมาราวกับนกฟีนิกซ์พร้อมกับคู่แข่งของสามีเก่าเธอ เธอเติบโตขึ้นกลายเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เธอสาบานกับตัวเองว่าจะทำให้ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำไว้กับเธอ เธอยอมร่วมมือกับเขาเพียงเพื่อแก้แค้น โดยไม่รู้เลยว่าเธอตกเป็นเหยื่อของเขาไปแล้ว ในเกมแห่งความรักและความปรารถนา ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ชนะที่แท้จริงจะเป็นใคร
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY