เธอ…เลขาสุดมั่นแสนร้าย เขา…เจ้านายคนใหม่ขี้เก๊ก
เธอ…เลขาสุดมั่นแสนร้าย เขา…เจ้านายคนใหม่ขี้เก๊ก
ตอนสายๆ ที่ส่วนต้อนรับของโรงแรมสุดหรูก็ยุ่งและวุ่นวายเหมือนทุกวันมันคือเวลาที่ลูกค้าเช็คเอ้าท์และเป็นช่วงที่ทัวร์จากบริษัทต่างๆ จะมารับลูกค้าไปท่องเที่ยว ทุกคนต่างก็อยากได้รับบริการที่รวดเร็วและพนักงานคนสวยก็พยายามอย่างสุดความสามารถ
“อุษาสวรรค์ รัตนสุข” ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับสุดมั่นฝีมือการทำงานกว่าสิบปี เป็นที่ไว้วางใจจากเจ้าของโรงแรมเป็นอย่างมาก ช่วงเช้าเธอมีหน้าที่ดูแลลูกค้าส่วนตอนบ่ายจะขึ้นไปเป็นเลขาให้ผู้บริหารสุดหล่อ ซึ่งเขากำลังจะวางมือแล้วส่งต่อให้น้องชายที่จะกลับมาสัปดาห์นี้
“คุณวิน น้องแพร สวัสดีค่ะ” อุษาสวรรค์หรือแอ้มเพิ่งจะได้พักหายใจเพราะเพิ่งเคลียร์ลูกค้าชุดสุดท้ายแล้วเจ้านายก็เดินเข้ามาพอดี
“ทานอะไรรึยังครับคุณแอ้ม” วินสตันทักทายลูกน้องด้วยความเป็นห่วง
“นั่นสิ ลืมเลยเที่ยงกว่าแล้วเหรอเนี่ย” แอ้มมองนาฬิกาบนผนังแล้วเอามือทาบอกแล้วเลื่อนลงไปตรงหน้าท้องที่ตอนนี้ร้องโครกครากเชียว
“ทำงานจนลืมกินข้าวอีกแล้วนะคะพี่แอ้ม” แพรนวลติงด้วยความไม่ชอบใจเพราะอุษาสวรรค์บ้างานเหลือเกิน ถ้างานไม่เสร็จอย่าหวังเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะกินจะนอนกับเขา
“โอ๊ยๆๆ หนูดาวจ๋าช่วยน้าแอ้มด้วย น้าแอ้มโดนดุอีกแล้ว” อุษาสวรรค์ลงไปนั่งคุกเข่าแล้วเขี่ยแก้มเด็กหญิงทะเลดาวด้วยความมันเขี้ยว เธอไม่เคยพบเจอเด็กที่ไหนน่ารักและยิ้มง่ายแบบหนูดาวมาก่อนเลย
“คุณแอ้มไปทานข้าวเถอะครับแล้วบ่ายสองค่อยขึ้นไปข้างบน” วินสตันกล่าวแล้วเข็นรถลูกสาวเข้าลิฟต์ส่วนข้างกายคือภรรยาที่ถือสัมภาระเด็กอ่อนและกระเป๋าเอกสารหนึ่งใบ
ห้องทำงานของวินสตันเปลี่ยนไปมากพอดู ตอนนี้ห้องกระจกที่เคยเป็นห้องครัวกลายเป็นห้องเด็กอ่อนที่ภรรยากับลูกสาวจะวุ่นกันอยู่ในนั้น ส่วนโต๊ะที่ภรรยาเคยนั่งทำรายงานโดนยกออกไปแล้วแทนที่ด้วยโต๊ะตัวใหม่พร้อมเครื่องใช้สำนักงานครบครัน ตรงนี้คือที่นั่งของอุษาสวรรค์
วินสตันจะยกโรงแรมให้น้องดู เขาและครอบครัวจะย้ายไปอยู่ที่เขาใหญ่แบบถาวรจะได้ดูแลสนามกอล์ฟที่เพิ่งเริ่มสร้างได้เต็มที่และที่สำคัญภรรยาของเขาชอบที่นั่นมาก
“พี่แอ้มนี่น่าตีนักเชียว” แพรนวลยังไม่ยอมหยุดบ่น เธอไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้กินข้าวตรงเวลาสักวันแต่ก็น่าแปลกที่ไม่เห็นจะป่วยจะไข้สักที
“บ่นทุกวันเลยไม่เบื่อเหรอครับที่รัก”
“พี่วินว่าแพรเหรอ”
“โอ๋ๆๆ พี่ผิดไปแล้ว ขอโทษนะครับ”
ชายหนุ่มรวบตัวภรรยาแล้วมอบจุมพิตแสนดูดดื่มให้ ถึงจะอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมาเป็นปีๆ แต่เขาก็ไม่เคยเบื่อเธอแม้สักนาทีเดียว
“พี่วิน” เมื่อริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเป็นอิสระพวงแก้มของเธอก็ขึ้นสีแดงเข้ม เขาชอบจู่โจมโดยไม่ให้ตั้งตัวตลอดเลย
“จ๋า เรียกนี่อยากให้จูบอีกครั้งใช่ไหมครับ”
“ทำงานเลยค่ะ แพรจะไปเล่นกับลูกแล้ว” แพรนวลว่าแล้วเข็นลูกเข้าห้องกระจกเพื่อกลบความอาย ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็ประหม่าอยู่ดีเวลาแนบชิดกัน
วินสตันจึงนั่งประจำที่ ส่วนแพรนวลพาทะเลดาวเข้าห้องกระจก สองแม่ลูกจะทำกิจกรรมด้วยกันอาทิเช่น ระบายสี อ่านหนังสือ ฟังเพลง ที่ต้องหอบลูกมาทำงานทุกวันก็เพราะสามีอ้อนวอนว่าไม่อยากให้เธอกับลูกอยู่ห่างสายตา
“ก็พี่คิดถึง ยิ่งตอนทำงานเหนื่อยๆ แล้วได้กอดแพรกับลูกมันดีมากเลยนะครับ” นั่นคือคำที่เขาใช้แล้วใครจะใจร้ายได้ลงคอและที่สำคัญเธอก็ไม่อยากอยู่ไกลเขาด้วย
โรงอาหารของพนักงาน
อุษาสวรรค์ยืนอยู่กลางห้องโถงสีขาวสะอาดและกำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะกินอะไรดีและเธอก็ตกเป็นเป้าสายตาให้หนุ่มๆ โลมเลียเหมือนทุกวัน
เธอคือสาวไทยแท้หน้าสวยเฉี่ยววัยยี่สิบแปดปี ผมของเธอซอยสั้นและทำสีโทนน้ำตาลแดงแต่ส่วนที่เย้ายวนที่สุดก็คือริมฝีปากรูปกระจับที่เผยอนิดๆ
ร่างสูงระหงยืนคิดเพียงอึดใจแล้วก้าวอย่างว่องไวไปซุ้มอาหารที่ต้องการ อุษาสวรรค์เป็นคนกระฉับกระเฉง คิดเร็วถ้าต้องตัดสินใจเรื่องไหนก็จะคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วลงมือทำทันทีแต่การคิดของเธอใช้เวลาไม่นานเพราะเธอไม่ชอบความยืดยาด
“นั่งด้วยนะแอ้ม” อชิระหรือโอผู้จัดการฝ่ายขายเอ่ยขอโดยไม่รอคำตอบ อุษาสวรรค์ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเธอก็รู้จักและสนิทสนมกับอีกฝ่ายพอสมควร
“วันนี้กับข้าวเยอะมากเลยเนอะ” อชิระชวนคุย
“อืม” อุษาสวรรค์ตอบแบบผ่านๆ เพราะหัวสมองของเธอกำลังวางแผนงานรอบบ่ายอยู่
“คืนนี้ไปเที่ยวกันไหมแอ้ม เด็กๆ ในแผนกก็ไป วันเกิดตุ๊ดตู่อ่ะ”
“ขอโทษนะโอ ช่วงนี้แอ้มงานยุ่งเดี๋ยวคุณบรูโน่จะมาแล้วแอ้มต้องเตรียมเอกสารบรีฟงานเยอะมาก ฝากสุขสันต์วันเกิดตุ๊ดตู่ด้วยนะ”
“เสียดายจัง” อชิระตอบแบบเซ็งๆ เขาหาทางชวนอุษาสวรรค์ไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ แต่เหมือนเธอจะรู้ตัวเพราะถ้าไปกันตามลำพังเธอไม่เคยไปด้วยสักครั้ง จะมีก็แต่งานวันเกิดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่เธอจะยอมมาด้วย พูดง่ายๆ ก็คือเธอไม่เปิดโอกาสให้เลยสักนิดแม้จะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม
อชิระชื่นชมและหลงรักอุษาสวรรค์มาหลายปีแน่แหละเพราะเธอสวยสะดุดตา เดินไปทางไหนหนุ่มๆ ก็มองจนตาเหล่แต่เธอมีดีกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นความคิดอันเฉียบคม ความแม่นยำเรื่องงาน
อุษาสวรรค์เป็นผู้หญิงที่มีพลังล้นเหลือ ตั้งแต่รู้จักกันแทบไม่เคยเห็นเธอทำหน้าเศร้าเหงาหงอยเลยสักวัน เธอสดใส คล่องแคล่ว ไหวพริบดี เซ็กซี่แต่ก็แฝงความบริสุทธิ์อ่อนหวานซ่อนอยู่ข้างในเพราะถึงจะเป็นคนหัวสมัยใหม่แต่ก็รักนวลสงวนตัวสุดๆ
“งานยุ่งไหมคะ” เมื่อตกผลึกความคิดเรียบร้อย อุษาสวรรค์จึงพาตัวเองกลับมาอยู่กับคนตรงหน้า เธอรู้ว่าอชิระชอบเธอแต่เธอไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักนิดบทสนทนาที่ปลอดภัยจึงควรเป็นเรื่องงานเพราะเธอไม่อยากให้ความหวังใคร
“ยุ่งแต่ไม่เท่าแอ้มหรอก” ชายหนุ่มตอบแล้วส่งยิ้มหวานให้
อุษาสวรรค์คันปากเหลือเกินเธออยากบอกว่าให้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ สักทีแต่ก็ยั้งปากไว้เพราะการทำลายหัวใจคนอื่นมันไม่ดีแน่ ตราบใดที่เธอวางตัวอยู่ในฐานะเพื่อนร่วมงานก็จะไม่มีใครต้องเจ็บปวด
“หาเวลาพักบ้างนะแอ้ม”
“ขอบใจจ้า แล้วเจอกันนะ” อุษาสวรรค์บอกแล้วลุกออกไป
“เชิญจ้ะ ตามสบายนะ” กอบสุขบอกด้วยเสียงสั่นๆ เพราะดำรงไม่ได้มาคนเดียวแต่พาเพื่อนมาอีกสองคน “คุณกอบจำเรื่องที่เคยบอกผมได้ไหมครับ” ดำรงถาม “จำได้จ้ะ เรื่องนั้นใช่ไหม” “คุณกอบต้องพูดให้ชัดเจนนะครับ กระซิบบอกผมคนเดียวก็ได้เพราะทุกอย่างจะเกิดขึ้นเพียงทางเดียวเท่านั้นคือคุณกอบยินยอม” “ฉันอยาก xxx” กอบสุขสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเชิดหน้าบอกอย่างมั่นใจ เธอต้องการมันและไม่ใช่เรื่องผิดบาปใดๆ ที่ผู้หญิงอยากทำแบบนี้ หากมันไม่เดือดร้อนใคร ทำไมจะทำไม่ได้ เพื่อนๆ ของดำรงไม่รีรอเมื่อคนชวนมาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต
♡ แรกๆ ก็เอ็นดู หลังๆ ก็อยากให้ดูเอ็น ♡ บางส่วนจากนิยาย: กิตตินอนมองเอมิลี่แต่งตัวอย่างเพลิดเพลินแล้วความคิดซุกซนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่อยากให้เธอใส่เสื้อผ้าเลยให้ตายสิ อยากถอดเสื้อจัง อยากถอดกางเกงด้วย ชุดชั้นในก็ไม่ต้องใส่หรอกบดบังของสวยๆ ทำไม “แล้วพี่โก้ไม่แต่งตัวเหรอคะ” “แต่ง … แต่งครับ รอเดี๋ยวเดียวนะ” กิตติต้องหยุดความคิดฟุ้งซ่านลงก่อน “พี่โก้ไม่อยากไปใช่ไหมคะ” เอมิลี่เดินกลับไปหาคนที่ยังไม่ลงจากเตียง “อยากครับ ไปสิไปกันเลย พี่แต่งตัวอึดใจเดียวก็เสร็จแล้ว” “ไม่จริงหรอกค่ะ ทำอยู่ตั้งนานกว่าพี่โก้จะเสร็จ” คำเตือน: มีการสูญเสีย มีเหตุการณ์สะเทือนใจ
ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”
เพื่อค่ารักษาของพ่อ ฟางจิ้งหร่านยอมแทนที่น้องสาว แต่งงานกับชายผู้เสื่อมเสียชื่อเสียงและหูหนวก คืนแรกของวันแต่งงาน เธอค่อยๆ ถอดชุดทีละชิ้น ด้วยความคาดหวัง... แต่กลับได้ยินเพียงคำเตือนเย็นชาจากเขา "การแต่งงานของเราเป็นแค่สัญญา" อยู่ข้างกายชายเจ้าอารมณ์คนนี้ ฟางจิ้งหร่านต้องระมัดระวังทุกเมื่อ โดยกลัวว่าจะทำเขาไม่พอใจเข้า ทุกคนรอคอยดูเธอเสียหน้า... แต่ใครจะไปคิดว่า สามีคนนี้กลับกลายเป็น"ที่พึ่งที่มั่นคงที่สุด"ของเธอ จนกระทั่งวันที่สัญญาครบกำหนด ฟางจิ้งหร่านถือกระเป๋าเตรียมตัวจะจากไป... ชายคนนั้นกลับมีดวงตาแดงก่ำ กระซิบขอร้องว่า "อย่าไป..."
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
ในชาติก่อน ถูกผู้ชายใจร้ายใช้เป็นเครื่องมือ ทำให้ตัวเองต้องตาย และยังทำให้อาของเขาที่มีอิทธิพลสูงต้องพินาศด้วย เมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ในวันที่ขอแต่งงาน เธอตัดสินใจแต่งงานใหม่กับลี่โม่เป่ย อาเล็กของผู้ชายเฮงซวย คิดว่ามันจะเป็นแค่การตกลงเป็นพันธมิตร หลังจากแต่งงานกลับกลายเป็นว่าเขาคอยเอาใจเธอเป็นอย่างดี จากนั้นเธอจัดการกับชายเลว ส่วนเขาซ้ำเติม เธอฆ่าคน เขาก็ช่วยเก็บกวาด เธอทำเรื่องใหญ่โต เขาก็ช่วยแก้ไขปัญหา เมื่อสัญญาสิ้นสุด ตู้เซียวเซียวต้องการจะจากไป แต่เขากลับไม่พอใจ เขาขวางเธอไว้ที่ประตู น้ำเสียงเว้าวอน “เซียวเซียว เธอจะทิ้งฉันหรือ?” ตู้เซียวเซียวใจอ่อน “งั้นต่อสัญญาอีกปีดีไหม?” แต่สถานการณ์กลับยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวก่อน ไหนบอกว่าไม่สามารถมีลูกได้ แล้วทำไมท้องของเธอถึงโตขึ้นล่ะ!
หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY