คำพูดที่ออกจากปากของคนรักทำให้เธอตัดสินใจออกจากชีวิตของวาคิมพร้อมกับลูกในท้อง ก่อนจะกลับมาอีกครั้งเมื่อตัวเองเข้มแข็งและไม่ต้องการแม้แต่เศษใจของซาตานอย่างเขา
คำพูดที่ออกจากปากของคนรักทำให้เธอตัดสินใจออกจากชีวิตของวาคิมพร้อมกับลูกในท้อง ก่อนจะกลับมาอีกครั้งเมื่อตัวเองเข้มแข็งและไม่ต้องการแม้แต่เศษใจของซาตานอย่างเขา
เมื่อบิดาเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันเมลดาจึงตัดสินใจว่าจะย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยกับมารดาอย่างถาวร ก่อนหน้านี้เมลดาก็เคยคิดจะย้ายกลับไปทำงานที่บริษัทของบิดาแต่ก็รอให้ลูกชายคนเดียวโตพอจะรู้เรื่องซึ่งเธอก็ไม่คิดว่าการย้ายกลับบ้านเกิดครั้งนี้จะมาเร็วกว่าที่เธอคิดเอาไว้
“แม่ครับทำไมเราต้องกลับไปอยู่เมืองไทยด้วยครับ” เด็กชายวัยห้าขวบถามมารดาด้วยความไม่เข้าใจ
“เราต้องกลับไปอยู่กับคุณยายครับบอสตัน” เมลดาพูดกับลูกชายขณะเก็บของใช้จำเป็นลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
“ทำไมเราต้องไปด้วยล่ะครับแม่ ผมไม่อยากไปเลยลุงวินบอกว่าที่เมืองไทยร้อนมากและผมจะละลายเหมือนน้ำแข็ง” เด็กชายคิมหันต์หรือบอสตันหมายถึงมาวินพี่ชายต่างมารดาของเมลดาที่มักจะมาเยี่ยมเขาที่นี่และพูดถึงเมืองไทยให้ฟังบ่อยๆ
“มันร้อนก็จริงแต่ไม่ถึงกับละลายหรอกครับบอสตัน ลุงวินเขาก็พูดโอเวอร์ไปแบบนั้น”
“ผมคงคิดถึงชาร์ลีมาก”
“แม่จะให้ลูกโทรหาชาร์ลีบ่อยๆ ดีไหมครับ”
“แล้วผมจะเล่นกับใคร”
“เราไปที่นั่นแม่จะพาบอสตันไปเข้าโรงเรียนแล้วบอสตันก็จะมีเพื่อนใหม่”
“เพื่อนใหม่ก็ไม่เหมือนชาร์ลี” เด็กชายเริ่มงอแงเพราะไม่อยากจากเพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด
“บอสตันครับครั้งนี้มันจำเป็นจริงๆ แม่ไม่อยากทิ้งคุณยายให้อยู่คนเดียว”
“ทำไมเราไม่พาคุณยายมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ” บอสตันไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมตัวเองจะต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น
“คุณยายมีงานที่ต้องรับผิดชอบที่นั่น”
“ผมไม่เข้าใจ”
“คุณยายของบอสตันเป็นคุณครู ท่านมีหน้าที่สอนหนังสือเด็กนักเรียนอีกเป็นร้อยคน ถ้าท่านมาอยู่ที่นี่กับเราแล้วใครจะสอนเด็กเหล่านั้นละครับ”
“โรงเรียนของผมมีครูตั้งหลายคน ที่นั่นมีคุณยายคนเดียวเหรอครับแม่”
“มีหลายคนเหมือนกับที่นี่ ครับแต่แม่ขอถามหน่อยนะ ถ้าวันหนึ่งครูโทมัสไม่มาสอนบอสตัน บอสตันจะคิดถึงคุณครูไหมครับ”
“คิดถึงครับครูโทมัสสอนสนุกกว่าครูนาธานเยอะเลย”
“คุณยายก็สอนสนุกครับ ถ้าคุณยายมาอยู่ที่นี่นักเรียนของคุณยายก็คงรู้สึกเหมือนกันเวลาที่ครูโทมัสไม่อยู่แล้วให้ครูนาธานมาสอนแทน”
“อ๋อ แต่ผมก็ยังไม่อยากไปเมืองไทยอยู่ดี”
“ที่นั่นเป็นบ้านเกิดของคุณแม่นะครับบอสตัน สักวันเราต้องกลับไปอยู่ที่นั่น”
“แม่บอกว่าผมเกิดที่นี่”
“ใช่ครับลูกเกิดที่นี่แต่ลูกก็คือคนไทย”
“ผมเป็นคนไทยเหมือนแม่กับลุงวินเหรอครับ”
“ครับ เราคือคนไทย”
“เมืองไทยมีเลโก้ไหมครับ” เมื่อคิดว่าต้องย้ายไปเมืองไทยจริงๆ บอสตันก็ถามถึงสิ่งที่ตนเองสนใจ
“มีสิครับ ถ้าบอสตันเป็นเด็กดี พอกลับไปถึงเมืองไทยแม่จะซื้อเลโก้ให้สองกล่องเลยดีไหมครับ”
“สัญญาแล้วนะครับคุณแม่”
“สัญญาครับ” เมลดาเกี่ยวก้อยกับลูกชายก่อนจะดึงเข้ามากอดด้วยความรัก ตอนนี้เธอเหลือแค่เพียงมารดาที่เมืองไทยจึงไม่อยากให้ท่านต้องอยู่คนเดียว
เมลดาไม่มีทางรู้เลยว่าการกลับไปครั้งนี้ของเธอจะเจอกับอะไรบ้างแต่เวลาที่ผ่านมาเกือบปีก็ทำให้หญิงสาวเข้มแข็งมากขึ้นและคิดว่าตนเองพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับคนที่ทำให้เธอต้องอุ้มท้องแล้วหนีมาอยู่ที่นี่
“แม่ครับ แม่ครับ”
“มีอะไรครับบอสตัน”
“เราจะไปกันตอนไหนครับ”
“พรุ่งนี้เช้าครับ”
“เราต้องนั่งเครื่องบินนานไหม” บอสตันไม่เคยไปเมืองไทยมาก่อนจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก
“ค่อนข้างนานเลยครับลูก”
“ผมดูการ์ตูนได้ใช่ไหมครับ”
“ได้ครับบอสตันคงให้ดูการ์ตูนหลายเรื่องเลยกว่าจะกลับถึงเมืองไทย”
เธอเคยพาลูกชายนั่งเครื่องบินไปเที่ยวอยู่หลายครั้งเขาจึงรู้ว่าเวลานั่งเครื่องบินตัวเองจะได้ดูการ์ตูนซึ่งปกติแล้วอยู่ที่บ้านมารดาจะให้ดูวันละไม่เกิน 2 ชั่วโมงเท่านั้น
เมื่ออธิบายให้ลูกชายเข้าใจแล้วว่าต้องเดินทางไกลและจะย้ายไปอยู่ที่เมืองไทยเมลดาก็พาบอสตันเข้านอน ก่อนที่ตนเองจะกลับมาจัดกระเป๋าเดินทางและตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง
เมลดามาอยู่อเมริกาตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้สามเดือน โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนของบิดาที่มาทำธุรกิจที่นี่ ในช่วงแรกที่มาอยู่เธอไม่ได้เรียนหรือทำงานอะไรเลยเพราะหญิงสาวแพ้ท้องอย่างหนักจนกระทั่งอายุครรภ์ได้ห้าเดือนจึงดีขึ้น เธอเลยไปทำงานเป็นแคชเชียร์อยู่ที่ร้านอาหารของคนรู้จัก จนกระทั่งใกล้คลอดก็ลาออกมาอยู่บ้าน จริงๆ แล้วเมลดาไม่ได้ลำบากอะไรมากเพราะทางบ้านก็ส่งเงินมาให้ใช้ตลอด
แต่ที่เธอทำงานก็เพราะไม่อยากอยู่เฉยๆ พอคลอดลูกแล้วก็จ้างคนไทยที่นี่ให้ช่วยเลี้ยงบอสตัน ส่วนตัวเองก็ไปเรียนต่อจนจบปริญญาตรีทางการตลาดและสมัครเข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง
หญิงสาวสำรวจตั๋วเครื่องบินและเวลาเดินทางอีกครั้งก่อนจะหย่อนลงกระเป๋าสะพายและวางไว้เตรียมสำหรับเดินทางพรุ่งนี้เช้า
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นขณะที่เธอกำลังจะปิดไฟเข้านอน เมื่อเห็นคนที่โทรข้ามาคือพี่ชายหญิงสาวกรีบกดรับ
“สวัสดีค่ะพี่วิน”
“ทุกอย่างเรียบร้อยไหมโมเดล เจ้าแสบเป็นยังไงบ้างงอแงไหม”
“ก็นิดหน่อยค่ะพี่วิน พี่วินล่ะคะเป็นยังไงบ้าง” ถึงแม้เมลดากับมาวินจะเกิดจากมารดาคนละคนกันแต่อายุไม่ต่างกันมากกันเธอจึงสนิทกับเขามาก แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันจึงมักมีคนเข้าใจผิดว่าเมลดาและมาวินเป็นแฟนกัน
เธอกับมาวินก็ไม่เคยแก้ไขความเข้าใจผิดเพราะไม่อยากให้กระทบกับครอบครัวของมาวินซึ่งมารดาของชายหนุ่มมีสถานะเป็นภรรยาน้อยสถานะเป็นภรรยาน้อย
“พี่ก็ทำใจได้แล้วอุบัติเหตุก็แบบนี้ มันเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึง” มาวินพยายามจะทำใจให้เร็วที่สุด
“พ่อไปสบายแล้วค่ะ”
“นั่นสิตอนนี้ก็เหลือแค่เราที่ยังต้องลำบากอยู่”
“พี่วินคงเหนื่อยมากใช่ไหม โมเดลขอโทษนะคะที่ทำให้พี่ดูแลบริษัทอยู่คนเดียวมาตั้งหลายปี”
“พี่ยอมรับว่าเหนื่อยนะโมเดล แต่คิดว่าอีกเดี๋ยวก็คงดีขึ้นถ้าโมเดลกลับมาช่วยที่ดูแลบริษัท”
“ค่ะพี่วิน โมเดลจะกลับไปช่วยพี่ทำงานนะคะ”
“แต่พี่ก็อย่าลืมช่วยหาที่เรียนให้เจ้าแสบด้วยนะคะ”
“ไม่มีปัญหาเลยเพื่อนพี่มีหุ้นที่โรงเรียนนานาชาติ เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง โมเดลไม่ต้องเป็นห่วงนะ คืนนี้รีบนอนเถอะ”
“ค่ะพี่วิน เจอกันที่เมืองไทยนะคะ”
“เดินทางปลอดภัยนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ความผิดพลาดในคืนนั้นทำให้ชีวิตของวิรัลพัชรเปลี่ยนไปเมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งท้อง เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำใครคือผู้ชายคนนั้นเป็นใคร แต่เขาจำได้และเมื่อรู้ว่าเธอกำลังท้องลูกของเขาชายหนุ่มก็ก้าวเข้ามาในชีวิตเพียงเพื่อต้องการลูกของเธอเท่านั้น
นานนับปีแล้วที่อรณิชาไม่ได้รับความสุขจากสามี เขาอ้างว่าเพราะงานแต่จริงๆ แล้วเขามีคนอื่นโดยที่อรณิชาไม่รู้ หญิงสาวจึงให้เวลาเขาและเธอหนึ่งเดือนเพื่อจัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิตคู่ หญิงสาวจึงกลับมาที่เมืองไทย และได้เจอกับอดีตคน รักความสุขความผูกพัน ทางใจในอดีตกับกลายเป็นความสัมพันธ์ทางกายในปัจจุบัน ความใกล้ชิดในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้ทั้งสองเผลอใจก้าวข้ามเส้นที่ขีดไว้ไม่สนใจทถูกผิดมองแค่บนเตียงเพียงอย่างเดียว
ความสัมพันธ์ระหว่างนายหัวหนุ่มและนักศึกษาสาว ที่ห่างกันทั้งอายุและระยะทางนายหัวหนุ่มจะทำให้เธอรักเขาได้อย่างที่เขารักเธอหรือไม่คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
ในคืนที่โดนแฟนเอายาปลุกเซ็กซ์ใส่เครื่องดื่ม เธอขอให้ชายคนหนึ่งช่วย พอเช้ามาถึงได้รู้ว่าเขาคือเพื่อนสมัยเรียนเขาขู่ให้เธอยอมเป็นคู่นอนของเขาโดยบอกว่ามีคลิปในคืนนั้นเธอยอมเพราะคำขู่แต่เมื่อรู้ว่าเขาไม่มีคลิปทุกอย่างระหว่างเขากับเธอก็จบแต่เขาไม่ยอมจบเพราะตอนนี้คิดกับเธอมากไปกว่าคู่นอนไปแล้ว
สายตาที่ประสานกันมันบอกอย่างชัดเจนว่าตอนนี้ชายหนุ่มนั้นลืมคำว่าผู้ปกครองกับเด็กในปกครองไปแล้ว **************** หญิงชายสมัยนี้มันเท่าเทียมกันนะบัว เธอคิดว่าจะนอนกับฉันและทิ้งฉันไปง่ายๆ แบบนั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก เธอต้องรับผิดชอบทั้งตัวฉันและความรู้สึกของฉัน
เพราะคู่หมั้นของเธอเป็นต้นเหตุทำให้น้องสาวของเขาเสียชีวิต เธอจึงเป็นหมากตัวสำคัญในการแก้แค้นของเขา แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด กลายเป็นเขาที่รู้สึกผิดและทำทุกอย่างให้หมากตัวนี้เป็นของตนเอง
มีข่าวลือว่า ลูกเลี้ยงของตระกูลเสิ่นทำทุกอย่างเพื่อเข้าวงการแต่งงานกับตระกูลหลิน หลังจากถูกหลินอี้ฟานทิ้ง เธอก็เล็งไปที่หลินเหยียนเซิง แต่ไม่มีใครรู้ว่า ก่อนแต่งงาน เบ่ยหลินถูกหลินเหยียนเซิงวางแผนอย่างไร้ปรานี เมื่อเป็นคุณนายหลินในขณะตั้งครรภ์ เบ่ยหลินเพียงหวังว่าจะได้คลอดลูกอย่างปลอดภัย แม้วันแต่งงานวันแรกหลังจากนั้น จะมีข่าวลือกับรักเก่าของเขาเป็นที่พูดถึงกันทั่วเมือง เธอก็ยังคงเฉยเมย และยังส่งข้อความไปเตือนให้เขาระวังเรื่องปิดม่านครั้งหน้า แต่คืนนั้น เบ่ยหลินก็ถูกเขาดักไว้ที่มุมกำแพง “ภรรยาที่รัก ผมผิดไปแล้ว...” หลังแต่งงาน หลินเหยียนเซิงถึงได้รู้ว่า ที่แท้เมียของเขานั้นยากที่จะเอาอกเอาใจขนาดไหน
คุณลู่ผู้เย่อหยิ่งแสร้งทำตัวเป็นช่างซ่อมรถเพื่อแต่งงานกับเจียงวานก็เพียงเพื่อแก้แค้น ในสายตาของเขา เธอเป็นผู้หญิงใจแคบที่รังเกียจความพิการของเขา เขาแสร้งทำท่าทางเอาอกเอาใจ ดูเหมือนรักใคร่ แต่ในใจกลับเฉยชาไร้ความรู้สึก ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เขากลับตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว หลังหย่าขาด เขากลับรู้สึกเสียดาย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอคืนดี ทว่ากลับได้รับเพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากเธอ “คุณลู่คงจำคนผิดแล้วมั้ง อดีตสามีของฉันเขา... เป็นแค่ช่างซ่อมรถคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของบริษัทลู่ซื่อกรุ๊ปผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของประเทศแบบคุณ ฉันเอื้อมไม่ถึงหรอก” คุณลู่หัวเราะหึ ๆ สองเสียง “ไม่ต้องเอื้อมหรอก งั้นฉันจะลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทแล้วไปเป็นช่างซ่อมรถก็ได้” “??”
คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบแทนมันสูงเธอจ่ายไหวเหรอ?" เอย อรนลิน พิศาลวรางกูล ดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ผันตัวไปรับบทนางร้าย เธอสวย เซ็กซี่ ขี้ยั่วกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "เขาคือดวงไฟที่จุดประกายขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้หลงเริงร่าอยู่ในวังวนแห่งไฟรัก" "อะ อึก จะ เจ็บ เอยเจ็บค่ะคุณคิณ"
ความรักของฉันมันคงเหมือนนาฬิกาทราย.. .. เมื่อด้านหนึ่งถูกเติมเต็ม....อีกด้านกลับว่างเปล่า ..และสูญสิ้นไป..กับกาลเวลา........ "สำหรับฉันเธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า อยู่บนที่สูงแต่ทำตัวต่ำ" "หึ....ขอบคุณค่ะที่ชม จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย จะได้ไปอ่อยผู้ชายต่อ" "อ้อ...ถ้าสนใจ เชิญนะคะ พอดีชอบแบบ ทีเดียวหลายๆคนมันสนุกดี แต่คนดีๆอย่างพี่...."เธอมองเขาอย่างพิจารณา พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินจากไป หมับ!! "มีอะไรอีกคะ หรือว่าสนใจอยากไปร่วมเตียงด้วย" "......" ชายหนุ่มเงียบ มองหน้าเธออย่างเอาเรื่อง และออกแรงบีบข้อมือเล็กอย่างแรง แต่คนตรงหน้ากลับไม่แสดงท่าทีว่าเจ็บ ถึงเธอจะเจ็บเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกเป็นชิ้นๆ "ถ้าไม่ทำอะไรก็ปล่อย พี่ไม่อยากได้แต่คนอื่นเขาอยากได้!" พรึบ!! เธอสะบัดมือเขาอย่างแรงและเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หมับ! "ว้าย เป็นบ้าอะไรปล่อยนะ" แต่ไม่ทันจะเดินไปถึงไหนร่างบางก็ถูกกระชากจนตัวปลิว จนชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรง "ถ้าเธอยังหาเรื่องอุ่นอีก ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!" เขามองเธออย่างเกรี้ยวกราด "หึ...ทำไมค่ะ จะแกล้งแล้วจะทำไม" เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรง ยิ่งได้ยินเขาพูดแบบนี้แล้วมันยิ่งรู้สึกเจ็บ ทำไมนะทำไมต้องรักคนที่ไม่มีใจ "ปล่อย!" "ทำไม จะรีบไปเสนอตัวให้ไอ้บ้านั่นรึไง!"ใบหน้าหล่อคม ยื่นเข้าใกล้ พร้อมตะเบ็งเสียงแข็งใส่หน้าเธอ มือหนาออกแรงบีบท่อนแขนราวกับจะให้มันแหลกละเอียด "ใช่แล้วจะทำไม คืนนี้เรามีนัดกัน จะไปทำอะไรกันคนไม่ต้องให้บอกนะ หรือว่าอยากรู้จะได้ถ่ายคลิปมาให้ดู!" "หึ...ร่าน! ถ้ามันคันมากเดี๋ยวฉันจะสังเคราะห์ให้เธอเอง" "นะ...ฺฮื่อ" ร่างเล็กดิ้นพยายามให้หลุดจากพันธนาการเมื่อ เขาประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางสีแดงอย่างแรง เขาดูดเม้มมันอย่างหนักหน่วง มือหนาลูบบีบขย้ำหน้าอกอย่างแรงเหมือนจะให้มันแหละติดมือออกมา "ฮื่อ" เสียงหวานร้องท้วงในลำคอ เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มปาก จนแทบจะอ้วก -ญี่ปุ่น ณิชาภัทร โชติฐิติเมธานนท์ ดีไซเนอร์สาวสวย เก่งฉลาดไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเอง ลูกสาวคนโตของแด๊ดดี้กันต์ อายุ 24 -แบงค์ นิธิภัทร์ พัชรกานต์กุล วิศวกรหนุ่มไฟแรง หล่อเก่งมีความสามารถทั้งศึกษาวิเคราะห์ คำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลิต....วัย 27 ความผูกพันระหว่างคนเป็นสิ่งมีค่าและมีความหมาย เป็น เสมือนเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่คนทุก ๆ คนไขว่คว้า แต่กลับมีน้อยช่วงเวลา ที่สอนสิ่งดี ๆ ให้เราได้รับรู้ ที่มีค่าให้เรานึกถึง ทุกครั้งที่นึกถึงมัน จะคอยย้ำเตือนเราให้นึกถึงช่วงวันเก่าๆ ที่ดึงทุก ๆ คนไว้ให้อยู่ร่วมกัน สิ่ง ดี ๆ ที่ผ่านไปเป็นเสมือนเม็ดทรายในนาฬิกาที่ร่วงหล่น…… ทุกเม็ดทรายแทน ความหมายของ………………ความผูกพัน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความห่วงใย ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความชิดใกล้ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………การไขว่คว้า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความคิดถึง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความลึกซึ้ง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………วันเวลา ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………สิ่งมีค่า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………จิตใจ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ตัวตน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “รัก” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เรา” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “มิตรภาพ” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เพื่อน” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………” ทุกสิ่งที่เต็มใจ ให้เพื่อเธอ” เม็ดทรายเหล่านี้แม้จะ ร่วงหล่น แต่ก็ยังคงรวมกันในนาฬิกาทราย คอยย้ำเตือนเราถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมา เป็นนาฬิกาที่มีค่าและมีความหมาย อยู่ในความทรงจำของกันและกันตลอดไป … ช่วงเวลาแห่งความสุข อาจไม่เคย อยู่กับเรานานในโลกของความเป็นจริง เป็นเหมือนสิ่งที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านเข้าไป ให้เราได้สัมผัส ให้เราได้รู้สึกดี ๆ ให้เราได้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุข แต่ถึงแม้ช่วง เวลาเหล่านี้อาจจะไม่ยาวนาน แต่มันสร้างสิ่งดี ๆ ให้เรามากมาย มันมีค่าและยิ่งใหญ่ และจะเป็นกำลังใจให้เราตลอดไป มันจะแทนความหมายของความเป็น “เพื่อน” ตลอดไป…… “นาฬิกาทรายใบนี้ ขอให้แทนมิตรภาพของเราตลอดไป ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เราห่างไกล โดยไม่ผูกพัน” ขอบคุณบทความจาก คุณ นุชรัตน์ รักมาก คำเตือน ในทุกเรื่องทุกการกระทำของตัวละครเกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่เรื่องจริงไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำที่ไม่เหมาะสม อันจะนำไปสู่ความสูญเสียความผิดบาปทั้งปวง ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง หากอ่านแล้วไม่มั่นใจว่าหรือไม่เลียนแบบได้หรือไม่แนะนำให้ปรึกษาผู้ปกครองค่ะ นิยายเรื่องนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ หรือการใช้ภาษาโปรดใช้วิจารณญาณและเสพเนื้อหาอย่างมีสตินิยายเรื่องนี้เกิดจากความต้องการจะเขียนของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง รบกวนอ่านคำเตือนก่อนอ่านของนักเขียนแล้วค่อยตัดสินใจหากไม่ชอบไม่เป็นไรค่ะ ©ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่เพียงผู้เดียวการเผยแพร่ทำซ้ำดัดแปลงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายตาม พ. ร. บลิขสิทธิ์ 2537 มาตรา 1527 31 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ไม่อนุญาตให้คัดลอกทำซ้ำดัดแปลงตัดภาพหรือถ่ายภาพไปเผยแพร่ใด ๆ ทั้งสิ้นหากพบจะขอดำเนินคดีตามกฎหมาย❌❌❌ พึ่งหัดแต่งนิยายเป็นมือใหม่หัดแต่งคำบางคำอาจจะใช้ผิดไปต้องขออภัยด้วยนะ คำโปรยเนื้อหาการบรรยายอาจใช้คำได้ไม่สวยเท่ากับนักเขียนท่านอื่นๆ แต่ก็ตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 14 กุมภาฯ 13/01/2022 ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
หลินหว่านยินขอหย่าครั้งที่ 99 ฟู่ซือเหนียนรับโทรศัพท์จากคนรักในดวงใจ ก็ไล่เธอลงจากรถ “กลับไปคิดทบทวนให้ดี ฉันหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอทำงี่เง่าแบบนี้” เพื่อเซี่ยจือเวย เขาทิ้งเธอ ดูถูกเธอทั้งแล้วครั้งเล่า ฟู่ซือเหนียนมั่นใจว่าหลินหว่านยินไปจากเขาก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้ แต่กลับไม่รู้ว่าพี่ชายของเซี่ยจือเวย กำลังแอบใกล้ชิดกับภรรยาของเขาสารพัดเพื่อให้เธอหย่าและเดินทางไปต่างประเทศ
หลินเจียอีหญิงสาวในศตวรรษที่21ตกตายด้วยโรคระบาด วิญญาณของเธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ14 ที่มีชื่อเดียวกับเธอซึ่งสิ้นใจตายระหว่างเดินทางกลับบ้านเดิมของมารด ********* หลินเจียอีลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพบ้านที่ไม่คุ้นชิน เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้เข้ารักษาตัวจากอาการติดเชื้อโรคระบาดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เหตุใดถึงมาโผล่ในบ้านทรงโบราณ รอบกายเธอเต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวล้าสมัย ต่อมาเธอค้นพบว่าตนเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 14 ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเธอ แต่ชะตากรรมของเด็กสาวผู้นี้ช่างน่าสงสารนัก บิดาเพิ่งลาโลก แม่โดนฮุบสมบัติแล้วถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องระหกระเหินพาเจ้าของร่างที่ถูกทุบตีจนสิ้นใจระหว่างทางกลับมาบ้านเดิมที่แสนยากจนข้นแค้น ****ไม่มีฉากอีโรติก เริ่มล็อกเหรียญตอนที่ 25 ก่อนเข้าไปอ่านเนื้อหานิยายอ่านคำเตือนก่อนนะคะ (สำคัญมาก) 1. กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพให้เกียรตินักเขียนและนักอ่านท่านอื่น หากแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในนิยายหรือมุ่งประเด็นด่าทอนักเขียนเพื่อระบายอารมณ์ ความคิดเห็นจะถูกลบออก!! 2. นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน บุคคลและสถานที่ที่เกิดขึ้นไม่มีอยู่จริงในโลก เนื้อหาในนิยายมีทั้งสมเหตุผลและไม่สมเหตุสมผล บางตอนอาจมีฉากที่รุนแรง (ต่อสู้) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 3. ตัวละครในนิยายมีทั้งดีและเลวแต่กต่างกันไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ห้ามคัดลอกดัดแปลงแก้ไขนิยายเรื่องนี้ทุกกรณี หน่วยเงินตรา 1000 อีแปะ 1 ตำลึงเงิน หน่วยวัดตวงน้ำหนัก 1 ชั่ง 500 กรัม หน่วยเวลา 1 จิบน้ำชา ระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ 1 เค่อ 15 นาที 1 ก้านธูป 30 นาที 1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง 12 ชั่วยาม 24 ชั่วโมง ยามจื่อ 23.00-24.59 ยามโฉ่ว 01.00-02.59 ยามอิ๋น 03.00-04.59 ยามเหม่า 05.00-06.59 ยามเฉิน 07.00-08.59 ยามซื่อ 09.00-10.59 ยามอู่ 11.00-12.59 ยามเว่ย 13.00-14.59 ยามเชิน 15.00.16.59 ยาวโหย่ว 17.00-18.59 ยามชวี 19.00-20.59 ยามห้าย 21.00-22.59
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY