“ปล่อยรินค่ะคุณราช” หญิงสาวร้องขึ้นเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่กระชากเธอเอาไว้ได้อย่างชัดเจนซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนเลย นอกเสียจากว่าที่สามีอย่างเหมราชที่ประกาศก้องตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้าว่าไม่ต้องการให้เธอนั้นเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตของเขา
“ปล่อยรินค่ะคุณราช” หญิงสาวร้องขึ้นเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่กระชากเธอเอาไว้ได้อย่างชัดเจนซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนเลย นอกเสียจากว่าที่สามีอย่างเหมราชที่ประกาศก้องตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้าว่าไม่ต้องการให้เธอนั้นเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตของเขา
ปฐมบท
เสียงฝ่ามือหนักๆ ที่กระทบลงใบหน้าของใครบางคนจนเกิดเสียงดังสนั่นอยู่ภายในห้องนอนของ สุนิสา บุตรสาวคนโตของคุณมณีรินทร์และคุณทรงพล เจ้าของห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศทำเอาเหล่าบรรดาสาวใช้ที่ยืนอยู่หน้าห้องต่างพากันสงสารคนถูกกระทำไม่ได้ แต่ใครเลยจะกล้ายื่นมือเข้าไปยุ่งเมื่อต่างก็รู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าฤทธิ์เดชของคุณหนูคนโตแห่งบ้านศุภรักษ์นั้นร้ายกาจเพียงใด
“ฉันบอกแกกี่ครั้งกี่หนแล้วห๊ะนังริน ว่าชุดพวกนี้เวลาซักให้ซักมือเท่านั้น! แกคิดว่าตัวหนึ่งมันราคาเท่าไหร่ห๊ะอีโง่!” สุนิสาตวาดใส่หน้าน้องสาวต่างมารดาที่เธอและผู้เป็นแม่เกลียดชังจับหัวใจก่อนจะปาเอาชุดเดรสแบรนด์เนมหรูในมือ ใส่หน้าของอีกฝ่ายเข้าเต็มแรง
“รินขอโทษค่ะคุณสา เดี๋ยวรินเอาไปซักให้ใหม่นะคะ” ปภาวรินทร์ร้องบอกทั้งน้ำตา ใบหน้าอ่อนหวานมองพี่สาวก็ไม่เคยอนุญาตให้เธอเรียกว่าพี่เลยสักครั้งทั้งๆ ที่เธอกับสุนิสาต่างก็มีพ่อคนเดียวกัน
พ่อที่ไม่เคยเห็นเธอเป็นลูกเลยสักครั้ง…
พ่อที่เลี้ยงดูเธอมาแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่เคยแสแย ไม่เคยสนใจ ไม่เคยแม้กระทั่งส่งมอบความรักความเอาใจใส่ให้กับเธอเลย
อาจเป็นเพราะเธอมันคือลูกคนใช้ ลูกที่เกิดจากมารดาของเธอซึ่งเคยทำงานในบ้านหลังนี้ฐานะคนใช้ หญิงสาวไม่รู้เรื่องอะไรมากนักเพราะไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะเอ่ยเรื่องนี้ออกมา
เธอรู้เพียงแต่ว่าแม่ของเธอเคยทำงานในบ้านหลังนี้ในฐานะคนใช้ก่อนจะได้เสียกับพ่อของเธอและให้กำเนิดเธอขึ้นมา แต่โชคร้ายที่วันนั้นแม่ของเธอตกเลือดมากจึงทำให้เสียชีวิต ทอดทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับความโหดร้ายจากทุกๆ คนส่วนใหญ่ภายในบ้านหลังนี้มักจะมอบให้กันตามลำพัง ไม่ว่าจะเป็นพ่อ พี่สาว หรือแม้แต่แม่เลี้ยงที่แสนจะใจร้าย
ทุกคนต่างลงความเห็นและมักจะพูดกรอกหูอยู่เสมอๆ ว่าเธอไม่สมควรเกิดมาเพื่อเป็นจุดด่างพร้อยให้กับผู้เป็นพ่อแท้ๆ เลย แต่ในเมื่อเกิดมาแล้ว ก็ต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเองต่อไป ชะตากรรมที่เธอเองก็เลือกไม่ได้ต่อให้เธออยากเลือกแค่ไหนก็ทำไม่ได้อยู่ดี
“ย่ะ! อย่าทำพลาดอีกไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่ ออกไปได้แล้ว!” สุนิสาตวาดลั่นอีกรอบ
ทั้งๆ ที่วันนี้มันคือวันสำคัญของเธอแท้ๆ แต่ก็ต้องมาหงุดหงิดแต่เช้าเพราะนังน้องนอกคอกทำเรื่องใส่กัน
หญิงสาวคิดก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดที่คิดว่าสวยที่สุดมาลองสวมใส่ในการออกเดทกับแฟนหนุ่มของตัวเองต่อไป
โดยหารู้เลยไม่ว่าการตัดสินใจออกจากบ้านตั้งแต่เช้าในวันนี้นั้นมันจะทำให้เธอต้องพลาดกับโชคชิ้นใหญ่ไปตลอดกาลเลยก็ว่าได้
รถคันหรูค่อยๆ จอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์หลังงามของเพื่อนรักที่ไม่ได้พบเจอกันมานานนับปีๆ นายมานพ สุริวงศ์ภพ เจ้าของเหมืองแร่ชื่อดังค่อยๆ ก้าวลงมาจากรถก่อนจะลอบมองคฤหาสน์หรูใจกลางกรุงของเพื่อนพร้อมรอยยิ้มพออกพอใจ การชอบทำอะไรให้ยิ่งใหญ่สมฐานะแบบนี้ รับรองว่าเขามาไม่ผิดบ้านแน่
“เดี๋ยวก่อนสิจ๊ะหนู” ชายชราเอ่ยเรียกหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งบังเอิญเดินผ่านมาไว้ จนเมื่ออีกฝ่ายหันมาจึงส่งยิ้มอบอุ่นให้ รอยยิ้มที่ทำให้ปภาวรินทร์รู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนจากคนตรงหน้า ความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยได้รับจากใครคนไหนมาก่อน
“คุณลุง มีอะไรให้หนูช่วยรึเปล่าคะ” ชายชราจ้องมองหญิงสาวที่อายุน่าจะพอกับลูกชายของตนอยู่ครู่ใหญ่ จึงเอ่ยบอกถึงธุระออกไป
“ฉันมาหาคุณทรงพล ไม่ทราบว่าเขาอยู่รึเปล่า”
“คุณพ่อ…เอ่อคุณท่านอยู่ด้านในค่ะ คุณลุงคงจะเป็นแขกที่ท่านรออยู่ เชิญทางนี้เลยค่ะเดี๋ยวหนูพาไป” หญิงสาวที่พลั้งปากเรียกพ่อว่าพ่อหน้าเสียไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อนพร้อมเดินนำอีกฝ่ายเข้ามายังตัวบ้านซึ่งก็มีพ่อกับแม่เลี้ยงเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ว่ายังไงไงไอ้นพ! ไม่ได้เจอกันเสียนาน กว่าจะโผล่หัวออกมาจากเหมืองได้นะ!” คำสนทนาที่สนิทสนมทำให้ปภาวรินทร์คิดเอาเองว่าแขกคนนี้คงจะเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของเธอไม่ผิดแน่ หญิงสาวทำได้เพียงแค่คิดก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่ยังไม่ทันไรเสียงร้องเรียกจากแม่เลี้ยงนั้นก็ดังขึ้นจากด้านหลังเข้าเสียก่อนทำให้หญิงสาวไม่อาจที่จะพาตัวเองเดินจากออกไปอย่างที่ใจเธอต้องการ
“เดี๋ยวก่อนสิยัยริน! เข้าไปหาน้ำมารับแขกด้วยด้วย” คุณหญิงมณีรินทร์เอ่ยขึ้นสั่ง สายตาทอดมองลูกเลี้ยงด้วยความเกลียดชังจับใจจนมานพที่จ้องตามเริ่มรู้สึกแปลกแต่ก็ไม่เอะใจอะไร
“ได้ค่ะคุณผู้หญิง” ปภาวรินทร์ขานรับเพียงสั้นๆ ก่อนจะรีบพาตัวเองเดินหายไป ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่ให้พูดคุยธุระกันตามลำพัง
“ไหนๆ ฉันก็มาถึงแล้ว เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า”คุณมานพเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น ซึ่งจุดประสงค์ของการมาที่นี่ของเขานั้นก็ไม่ใช่เรื่องใดนอกจากเรื่องที่บุคคลตรงหน้าทั้งสองคนตัดสินใจโทรไปขอความช่วยเหลือ ซึ่งเขาเองก็เต็มใจที่จะช่วยเท่าที่พอจะช่วยได้บ้าง
“เอาสิ ก่อนอื่นฉันต้องขอโทษด้วยที่ต้องให้แกมาหาถึงที่ทั้งๆ ที่ฉัน…เป็นฝ่ายจะขอยืนเงินแกแท้ๆ ต้องขอโทษจริงๆ เพื่อน”
“อย่าคิดมากสิวะ เราเพื่อนกัน อะไรที่พอช่วยกันได้ก็ต้องช่วยกันไปก่อน ว่าแต่ครั้งนี้ขาดทุนหนักเลยเหรอ” เจ้าพ่อเหมืองใหญ่เอ่ยถามไถ่ อยากจะได้ข้อมูลมากกว่าที่คุยกันทางโทรศัพย์เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเพื่อนรักที่เคยสนิทสนมกันตั้งแต่ครั้งสมัยเรียนได้ถูกวิธี
“ก็พอตัว ฉันผิดเองที่ไว้ใจคนผิด บอกตามตรงว่าตอนนี้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร จะมีก็แต่แกที่พอจะนึกออก…” ซึ่งคุณมานพเองก็ยินดีที่จะช่วยเพื่อนรัก
หากแต่การช่วยเหลือในครั้งนี้เขาเองก็คงต้องขอแลกเปลี่ยนกับอะไรบางอย่างกับมันเหมือนกัน ข้อแลกเปลี่ยนที่ทรงพลเองก็ลำบากใจไม่น้อยเพราะยังไม่มีโอกาสได้เกริ่นบอกลูกสาวกับภรรยาก่อนล่วงหน้า บางเรื่องที่มันค่อนข้างสำคัญ และเขาไม่สามารถชี้ขาดกับมันได้เพราะต้องถามความคิดเห็นของภรรยาและลูกเสียก่อน
“เรื่องเงินสำหรับฉันมันไม่ใช่ปัญหา…แต่ก็อย่างที่ฉันบอกแกเอาไว้ทางโทรศัพท์ ว่าฉันอยากได้ลูกสาวแกไปแต่งงานกับลูกชายของฉัน บอกตรงๆ ว่าฉันเองก็เครียดกับเรื่องนั้นพอสมควร ซึ่งถ้าแกตกลงเงินก้อนนี้ที่ฉันจะให้แกฉันจะถือเสียว่ามันเป็นค่าสินสอดไปเลย ไม่ต้องหามาคืนฉัน แกจะว่ายังไงไอ้พล…”
“พี่นุยังรักลินอยู่ไหม...” คำถามที่ไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าเธอจะต้องเป็นคนถามมันกับเขาดังขึ้น มันคือคำถามที่เธอไม่เคยอยากได้คำตอบ เพราะกลัวว่าถ้ามันเกิดไม่ตรงใจขึ้นมาเธอคงเจ็บปวดเจียนตายน่าดู แต่เธอทนไม่ไหวอีกแล้ว ทนอยู่กับความรู้สึกบ้าๆ พวกนี้ไม่ไหวแล้ว “ลิน ใจเย็นๆ แล้วฟังพี่ก่อน…” ปรเมศวร์เองก็เริ่มได้สติหลังจากได้เห็นแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความปวดร้าวของอีกคนเข้า มันทำให้เขาคิดได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้นเหตุมันมาจากตรงไหน และก็เป็นเหมือนทุกครั้ง เขาเองที่ผิด ผิดที่พาช่อลดามาที่นี่
“เทียนไม่หวังสูงขนาดนั้นหรอกค่ะ ที่พูดเพราะเป็นห่วงเท่านั้น” พลอยบุหลันตอบเสียงแผ่วก่อนจะพาตัวเองเดินหนีกลับมาที่ห้อง เพราะไม่อยากอยู่ให้เกะกะสายตา หรือสร้างความรำคาญให้กับเขาอีก หญิงสาวนั่งลงบนเตียงก่อนจะเริ่มต้นสวดมนต์เหมือนทุกคืน ไม่นานก็ทิ้งตัวลงนอน และไม่ลืมที่จะยกมือขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ “ฝันดีนะคะตัวเล็กของแม่…”
“ลูกศัตรูอย่างเธอที่โซฟานี่ก็พอมั้ง! เพราะว่าเตียงนั่นฉันเก็บเอาไว้ให้ เมีย ในอนาคตของฉัน!” เขาเน้นย้ำถึงคำว่า เมีย อย่างชัดถ้อยชัดคำ ก่อนจะโยนคนที่เอาแต่นิ่งเงียบลงโซฟาอย่างไม่ออมมือนัก “โอ้ย! บุญเจ็บค่ะ…”
“กล้าดียังไงเที่ยวไปให้ท่าไอ้สารวัตรนั่น!” ชรัสตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่หล่อนทำลงไปในวันนี้มันหักหน้าเขาเป็นอย่างมาก เขาไม่ชอบให้เธอทำเรื่องพวกนี้ขณะที่ยังเป็นเมียเขาอยู่! “อินทำอย่างนั้นตอนไหนอย่างนั้นเหรอคะ”
“ทะ…ทำไมคุณไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยล่ะคะ” คนได้ยินไม่ได้นึกตำหนิอะไรคนช่างถาม เขายิ้มก่อนจะเอ่ยตอบไปตามความจริง “จะต้องใส่ให้เสียเวลาทำไมล่ะครับ เพราะอีกเดี๋ยว…ก็ต้องถอดออกอยู่ดี” คำตอบที่มาพร้อมจูบหนักๆ ที่แก้มขวาทำเอาคนที่ยังเตรียมใจรับกับสิ่งเหล่านี้ไม่ไหว ย่นคอหลบหนีความซาบซ่านพัลวัน “คะ…คุณลูซคะ คะ…ว่าภัส…”
“ฉันตั้งใจจะบอกเรื่องลูกในวันที่แกวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกฉันว่าคุณป่านตอบตกลงจะแต่งงานกับแก!” ความจริงที่ได้รู้กลับกลายเป็นธเนศเสียเองที่พูดอะไรไม่ออก เขายังจำภาพของเอื้องทรายที่กอดเขาร้องไห้ปานจะขาดใจในวันนั้นที่ว่าได้ดี แต่เพราะมัวหลงดีใจมากไปเลยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเธอไม่ได้ร้องไห้เพราะดีใจที่เขาสมหวังกับอดีตคนรัก แต่มันคือความเสียใจ...ความเสียใจที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยจนกระทั่งวันนี้ที่ต้องมารับฟังมันจากปากของเธอเอง ความโกรธก่อนหน้าค่อยๆ หายไปอย่างช้าๆ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเสียใจในที่สุด
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
ในช่วงสามปีที่หลูเฉียนหนิงอยู่ข้างๆ เขา โจวเป่ยจิ้งคิดอยู่เสมอว่าเธอเป็นเพียงผู้ช่วยพิเศษ เธอต้องการเงินเพื่อรักษาอาการป่วยของแม่ และจะไม่มีวันจากตนเองไป ครั้งแล้วครั้งเล่า ให้เงินแลกกับความต้องการอย่างชัดเจน ในที่สุด เมื่อเขาเกือบจะหลงใหลนั้น หลูเฉียนหนิงก็ไม่อดทนอีกต่อไป "มีคนรักในใจแล้ว ยังนอนกับฉันทุกวัน คุณชั่วชัดๆ" เมื่อข้อตกลงการหย่าถูกโยนต่อหน้าต่อตา โจวเป่ยจิ้งก็ตระหนักว่าภรรยาลึกลับที่เขาแต่งงานเมื่อหกปีที่แล้วกลับคือเธอ? จากนั้นเป็นต้นมา เขาก็ขึ้นชื่อเป็นชายเจ้าชู้อละตามจีบภรรยาทั้งยังเอาเปรียบเธอ! เขาอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนด้วยทัศนคติที่เผด็จการและเอาใจเธออย่างเต็มที่ เมื่อทุกคนรังเกียจที่เธอมีภูมิหลังที่ต่ำต้อย เขาก็มอบทรัพย์สินและหุ้นของตระกูลทั้งหมดอย่างตรงๆ และเข้าไปอยู่บ้านของตระกูลหลู จู่ๆ เธอก็กลายเป็นประธานหลู ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินนับไม่ถ้วน และทุกคนอิจฉา แต่โจวเป่ยจิ้งกลับตกลงไปในวังวนที่ใหญ่กว่านั้น...
เส้าหยวนหยวนแต่งงานกับแม่ทัพเทพทรงพลังที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนส่งผลกระทบต่อทางจิตใจหลังจาดที่เธอย้อนเวลา เธอไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับการสมรู้ร่วมคิด และต้องการร่วมมือกับเขาเพื่อแสวงหาอิสรภาพ เธอก่อตั้งธุรกิจ รักษาโรคของคนไข้ และช่วยชีวิตผู้คน เป็นคนที่ยอดเยี่ยม กลายเป็นผู้ช่วยที่ดีของแม่ทัพ แต่ต่อมาแม่ทัพกลับคืนคำ ไหนตกลงไว้ว่าจะหย่าล่ะ?
[การแก้แค้น + ซ่อนตัวตน + เนื้อเรื่องสะใจ + หวานละมุนเอาใจซึ่งกันและกัน] หลังจากได้เกิดใหม่อีกครั้ง ชิจิวเหนียน มองดูสามีสุดหล่อที่อยู่ตรงหน้า หล่อจนแทบทำให้เธอหน้ามืดไป กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ชาติที่แล้วเธอตาบอดไปหรืออย่างไร ถึงไม่เห็นค่าของสามีที่ดีขนาดนี้ กลับไปเชื่อคำของชายชั่วหญิงเลว สุดท้ายครอบครัวพังพินาศ ชีวิตพังไม่เหลือชิ้นดี! ชาตินี้เธอจะกลับมาทั้งความงามและสติปัญญา เริ่มต้นเส้นทางการเหยียบย่ำคนเลวและเกาะขาคนมีอำนาจ! แต่พลาดไปแค่นิดเดียว ดันกลายเป็นคนใหญ่คนโตเสียเอง! ปลอกบังหน้าเยอะสุดๆ! เบื้องหลังหนาแน่นเป็นกอง!องค์กรนักฆ่าที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องสะดุ้ง: ใครกล้าท้าทายเจ้านายเรา ฉันจะยิงให้เป็นรูเลย! เหล่าตระกูลใหญ่ว่ากันว่าขัดแย้งกันหนัก: ใครกล้าแกล้งคนโปรดของเรา จะให้ปืนใหญ่ถล่มเขา! ตระกูลชั้นสูงลึกลับ: ยินดีต้อนรับคุณหนูผู้ยิ่งใหญ่กลับบ้าน!ชายผู้มีเสน่ห์ร้ายกาจยิ้มนิด ๆ โอบเอวสาวน้อยไว้ แล้วพูดว่า “ขอแนะนำ นี่คือภรรยาของผม!”
นางเจ็บปวดปางตายเมื่อเขาโยนร่างบอบช้ำทิ้งไว้หลังจวนโดยไม่แยแส เมิ่งลี่เฟยน้ำตาไหลพรากทว่ากลับไม่ทำให้คนที่เพิ่งเหยียบย่ำร่างกายเล็กเห็นใจแต่ประการใด"เฝ้านางเอาไว้ให้ดีอย่าให้ออกมาทำเรื่องชั่วอีก"
กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY