“กล้าดียังไงเที่ยวไปให้ท่าไอ้สารวัตรนั่น!” ชรัสตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่หล่อนทำลงไปในวันนี้มันหักหน้าเขาเป็นอย่างมาก เขาไม่ชอบให้เธอทำเรื่องพวกนี้ขณะที่ยังเป็นเมียเขาอยู่! “อินทำอย่างนั้นตอนไหนอย่างนั้นเหรอคะ”
“กล้าดียังไงเที่ยวไปให้ท่าไอ้สารวัตรนั่น!” ชรัสตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่หล่อนทำลงไปในวันนี้มันหักหน้าเขาเป็นอย่างมาก เขาไม่ชอบให้เธอทำเรื่องพวกนี้ขณะที่ยังเป็นเมียเขาอยู่! “อินทำอย่างนั้นตอนไหนอย่างนั้นเหรอคะ”
ปฐมบท
“ผมไม่แต่ง! คุณย่าจะมาบังคับให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้!” เสียงโวยวายที่ดังสนั่นบ้านไม้ใจกลางบ้านไร่เรือนดาวส่งผลให้เหล่าบรรดาคนใช้นับสิบต่างก็พากันสะดุ้งไปตามๆ กัน จะมีก็แต่เจ้าของบ้านผู้เป็นใหญ่สุดที่ยกแก้วชาในมือขึ้นจิบเบาๆ อย่างใจเย็น ทำราวกับว่าไม่หยี่ระต่อคำปฏิเสธของหลานชายเลยสักนิดเดียว
“แกต้องแต่ง! ไม่อย่างนั้นฉันจะเล่นงานทุกคนที่แกรักให้ไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน เริ่มจากใครดี แม่แพรวพราวนั่นเลยเป็นไง!”
“คุณย่า!”
“ฉันไม่เห็นว่าหนูองค์อินของฉันจะมีอะไรแย่ตรงไหน น้องเองก็รักแกมาตั้งนานนม อีกอย่าง…แกลืมคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่บัวตองแม่ของแกไปแล้วหรือไงตาสอง!” เมื่อเจอเข้ากับคำถามที่เกือบๆ จะลืมไปจากความทรงจำเข้าชรัส สุนธรวิทย์ หลานชายคนเดียวของคุณบุษบาเจ้าของไร่องุ่นขนาดใหญ่ที่สุดของเชียงรายก็ถึงกลับเงียบนิ่งไป มันพาลทำให้เขาคิดไปถึงคำสั่งเสียสุดท้ายของผู้เป็นมารดาขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ คำสั่งเสียสุดท้ายของท่านที่เขาต้องตอบรับเอาไว้ก่อนที่ท่านจะสิ้นใจคาอ้อมกอดของเขาไปด้วยรอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยน รอยยิ้มที่มันทำให้คิดถึงทุกครั้งเมื่อละลึกถึงขึ้นมา
“แม่อยากให้สองแต่งงานกับคุณหนูองค์อินเมื่อน้องโตพอที่จะมีครอบครัวได้ สองสัญญากับแม่ได้ไหมว่าไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่มีวันทอดทิ้งน้อง…นะสอง สัญญากับแม่สิ…”
เขารู้ดีว่าครอบครัวของเขาเป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่ของผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้นมากแค่ไหน เรื่องมันเกิดขึ้นเป็นเพราะพ่อกับแม่เธอที่เคยช่วยเหลือธุรกิจของบ้านเขาตอนที่เกือบๆ จะล้มละลายไป แต่ใครจะไปคิดว่าบุญคุณบ้าๆ นั่นมันจะมากเสียจนทำให้พวกผู้ใหญ่เห็นดีเห็นงามที่จะจับคู่เขากับหล่อน ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้าแบบนั้น
องค์อิน ผู้หญิงที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็น่ารำคาญในสายตาเขาไปหมด!
“จริงเหรอคะคุณย่า! พี่สองจะแต่งงานกับหนูจริงๆ เหรอคะ!” น้ำเสียงตื่นเต้นที่ดังออกมาถึงนอกบ้านทำให้นางอุ่นเรือน อดที่จะอมยิ้มตามคุณหนูของตนเองขึ้นมาไม่ได้เมื่อบังเอิญมาได้ยินเรื่องราวอันน่ายินดีที่คุณหนูของนางรอมานาน
“ได้ค่ะ หนูอินเรียนจบแล้วค่ะ แล้วพบกันนะคะคุณย่า หนูอินรักคุณย่าที่สุดเลยค่ะ” องค์อิน เลิศภักดี หญิงสาววัยยี่สิบสองเอ่ยทิ้งท้าย ก่อนจะกดวางสายพร้อมกับหัวใจที่เบิกบานมากกว่าวันไหนๆ
“มีข่าวดีจากเชียงรายเหรอคะคุณหนู”
“ยิ่งกว่าข่าวดีเสียอีกคะนม คุณย่าโทรมาบอกเมื่อกี้เองค่ะว่าตอนนี้พี่สองเขาตอบตกลงจะแต่งงานกับหนูอินแล้ว หนูอินดีใจที่สุดเลยคะนม!” หญิงสาวตอบเสียงหวานก่อนจะโผเข้ากอดแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมานับตั้งแต่ที่พ่อกับแม่ของเธอเสียไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อหลายสิบปีก่อนอย่างมีความสุขที่ในที่สุดความฝันที่รอมานานนับสิบๆ ปีก็ใกล้จะเป็นจริงเสียที ความฝันที่อาจจะมีแค่เธอที่มีความสุขไปกับมัน
“นมดีใจด้วยจริงๆ นะคะ แล้วนี่คุณหนูจะลงไปเชียงรายเมื่อไหร่คะ” คนถูกถามยิ้มก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“อีกสามวันค่ะนม คุณย่าบอกว่าอยากให้หนูอินลงไปเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ” องค์อินตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส นานกี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้เจอกัน แต่ถึงจะนานแค่ไหนสำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนั้นก็ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจเสมอ แม้เธอจะไม่เคยเป็นที่หนึ่งในใจเขาเลยก็ตาม
แต่เธอก็ยังเชื่อว่าสักวันความรักของเธอมันจะส่งไปถึงใจของเขาบ้าง สักวันชรัสจะรักเธอเหมือนอย่างที่เธอยังรักเขาเรื่อยมา
เชียงรายสามวันต่อมา
“คุณสองให้ผมมารับครับคุณหนูอินครับ” สีหน้าของคนที่เพิ่งจะเหยียบแผ่นดินเชียงรายเป็นอันต้องเศร้าสลดเมื่อพบว่าคนที่มารอรับเธอนั้นไม่ใช่คนเดียวกับคนที่เธอกำลังชะเง้อหาแต่อย่างใด
“แล้วพี่สองของพี่เก้าไปไหนเสียล่ะคะ ทำไมเขาไม่มารับอินด้วยตัวเอง” องค์อินถามกลับอย่างอดเคืองว่าที่สามีขึ้นมาไม่ได้ ก็ไหนคุณย่าบอกว่าเขาจะมารับเธอด้วยตัวเองยังไงล่ะ แล้วนี่เขาหายไปไหน ทำไมถึงเป็นพี่เก้าคนสนิทของคนเขาที่มารับเธอแบบนี้
“เอ่อ คือว่าตอนนี้นาย…ติดธุระสำคัญอยู่น่ะครับ ก็เลยให้ผมมารับคุณหนูแทน” แม้จะอยากถามต่อว่าธุระอะไรของเขาที่มันสำคัญไปกว่าเธอแต่องค์อินก็เลือกที่จะเก็บเงียบเพราะไม่อยากสร้างเรื่องตั้งแต่วันแรกที่มาถึง อย่างน้อยเขาก็ยังพอมีน้ำใจส่งคนของตัวเองมารับ ไม่ใจร้ายปล่อยให้เธอหาทางไปที่ไร่ด้วยตัวเองแค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว
“ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์มารับอิน เราไปกันเลยไหมคะ” นายเก้าพยักหน้ารับก่อนจะอาสาช่วยถือกระเป๋าเสื้อผ้าถึงสามใบให้กับว่าที่เมียนายอย่างเต็มใจ ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่าคุณหนูองค์อินที่เมื่อก่อนยังตัวเล็กเท่าลูกแมวคนเดิมที่เคยวิ่งตามตูดเจ้านายของเขาไปซะทั่วไร่ บัดนี้เติบโตขึ้นเป็นสาวสวยสะพรั่งแบบนี้
สวยเสียจนเขาอยากจะเห็นหน้านายตอนได้เจอว่าที่เมียเข้าจริงๆ ว่าจะทำหน้าแบบไหน…
ตลอดการเดินทางอันยาวไกลทำให้องค์อินมีโอกาสมองดูความเปลี่ยนไปของจังหวัดเชียงรายไปในตัว และนั่นมันทำให้เธอยิ่งคิดถึงอดีตในวัยเด็กของตัวเองขึ้นมา เธอเกิดและเคยใช้ชีวิตที่นี่ถึงอายุเจ็ดขวบก่อนจะย้ายตามพ่อกับแม่ไปอยู่กรุงเทพในที่สุด และถ้าหากเลือกได้จริงเธออยากเลือกอยู่ที่นี่มากกว่าอะไรทั้งหมด เพราะที่นี่มันไม่ได้เป็นแค่บ้านเกิด แต่ยังเป็นที่ที่ทำให้เธอได้พบกับใครคนนั้น คนที่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจเสมอ คนที่แม้จะใจร้ายแต่เธอก็ยังรัก และคงจะรักเขาไปแบบนี้อีกนานเท่านานเลยทีเดียว
“คิดถึงที่นี่จังเลยค่ะ รู้สึกเหมือนอินได้กลับบ้านยังไงก็ไม่รู้สิคะ” นายเก้าทำได้แค่พยักหน้ารับก่อนจะยิ้มตาม ด้วยอาจเพราะเป็นคนคุยไม่เก่งเท่าไหร่นัก อีกทั้งสถานะของตัวเองก็แค่ลูกจ้างธรรมดาคนหนึ่ง เขาจึงไม่อาจเอื้อมที่จะพูดคุยกับว่าที่เมียนายอย่างที่ใจคิด
สุดท้าย..ก็เลยต้องปล่อยให้คุณหนูองค์อินพูดคนเดียวต่อไป
ร่างสมส่วนที่กำลังก้มลงกราบเท้าของตนเองด้วยท่าทีนุ่มนวลน่ารักตรงหน้าถูกรวบเข้าไปกอดแทบทันทีเมื่อมาถึง องค์อินยิ้มรับก่อนสวมกอดคุณย่าของชรัสด้วยความรู้สึกคิดถึงท่านจับหัวใจ
“อินคิดถึงคุณย่ามากเลยค่ะ”
“พี่นุยังรักลินอยู่ไหม...” คำถามที่ไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าเธอจะต้องเป็นคนถามมันกับเขาดังขึ้น มันคือคำถามที่เธอไม่เคยอยากได้คำตอบ เพราะกลัวว่าถ้ามันเกิดไม่ตรงใจขึ้นมาเธอคงเจ็บปวดเจียนตายน่าดู แต่เธอทนไม่ไหวอีกแล้ว ทนอยู่กับความรู้สึกบ้าๆ พวกนี้ไม่ไหวแล้ว “ลิน ใจเย็นๆ แล้วฟังพี่ก่อน…” ปรเมศวร์เองก็เริ่มได้สติหลังจากได้เห็นแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความปวดร้าวของอีกคนเข้า มันทำให้เขาคิดได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้นเหตุมันมาจากตรงไหน และก็เป็นเหมือนทุกครั้ง เขาเองที่ผิด ผิดที่พาช่อลดามาที่นี่
“เทียนไม่หวังสูงขนาดนั้นหรอกค่ะ ที่พูดเพราะเป็นห่วงเท่านั้น” พลอยบุหลันตอบเสียงแผ่วก่อนจะพาตัวเองเดินหนีกลับมาที่ห้อง เพราะไม่อยากอยู่ให้เกะกะสายตา หรือสร้างความรำคาญให้กับเขาอีก หญิงสาวนั่งลงบนเตียงก่อนจะเริ่มต้นสวดมนต์เหมือนทุกคืน ไม่นานก็ทิ้งตัวลงนอน และไม่ลืมที่จะยกมือขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ “ฝันดีนะคะตัวเล็กของแม่…”
“ลูกศัตรูอย่างเธอที่โซฟานี่ก็พอมั้ง! เพราะว่าเตียงนั่นฉันเก็บเอาไว้ให้ เมีย ในอนาคตของฉัน!” เขาเน้นย้ำถึงคำว่า เมีย อย่างชัดถ้อยชัดคำ ก่อนจะโยนคนที่เอาแต่นิ่งเงียบลงโซฟาอย่างไม่ออมมือนัก “โอ้ย! บุญเจ็บค่ะ…”
“ทะ…ทำไมคุณไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยล่ะคะ” คนได้ยินไม่ได้นึกตำหนิอะไรคนช่างถาม เขายิ้มก่อนจะเอ่ยตอบไปตามความจริง “จะต้องใส่ให้เสียเวลาทำไมล่ะครับ เพราะอีกเดี๋ยว…ก็ต้องถอดออกอยู่ดี” คำตอบที่มาพร้อมจูบหนักๆ ที่แก้มขวาทำเอาคนที่ยังเตรียมใจรับกับสิ่งเหล่านี้ไม่ไหว ย่นคอหลบหนีความซาบซ่านพัลวัน “คะ…คุณลูซคะ คะ…ว่าภัส…”
“ฉันตั้งใจจะบอกเรื่องลูกในวันที่แกวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกฉันว่าคุณป่านตอบตกลงจะแต่งงานกับแก!” ความจริงที่ได้รู้กลับกลายเป็นธเนศเสียเองที่พูดอะไรไม่ออก เขายังจำภาพของเอื้องทรายที่กอดเขาร้องไห้ปานจะขาดใจในวันนั้นที่ว่าได้ดี แต่เพราะมัวหลงดีใจมากไปเลยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเธอไม่ได้ร้องไห้เพราะดีใจที่เขาสมหวังกับอดีตคนรัก แต่มันคือความเสียใจ...ความเสียใจที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยจนกระทั่งวันนี้ที่ต้องมารับฟังมันจากปากของเธอเอง ความโกรธก่อนหน้าค่อยๆ หายไปอย่างช้าๆ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเสียใจในที่สุด
“ผมไม่หย่า! ต่อให้คุณจะเกลียดผมไปจนวันตายยังไงผมก็ไม่หย่า” “ทำไมล่ะคะ คุณจะเก็บฉันเอาไว้ทำไมในเมื่อคุณไม่สามารถทำให้ฉันมีความสุขได้เลยสักวันเดียว! เป็นฉันเองที่ต้องทนอยู่กับคนใจร้ายที่ไม่เคยมีฉันอยู่ในสายตา ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาคุณรู้บ้างไหมคะวาฉันต้องเจ็บปวดทรมานมากแค่ไหนที่ต้องฝืนทนอยู่กับคนไม่มีหัวใจอย่างคุณ อ๊ะ!!” คำต่อว่าที่รุนแรงทำให้ตรีภพเป็นฝ่ายที่ทนไม่ไหวอีกต่อไป มือทั้งสองกระชากใบหน้าหวานเข้ามาใกล้ก่อนจะกระแทกริมฝีปากเข้าหาอย่างรุนแรงแม้ว่าอีกฝ่ายจะดิ้นรนขัดขืนแต่ก็ทำเช่นนั้นได้ไม่นานเท่าไหร่ สุดท้ายเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเขาอยู่ดี รสสัมผัสที่รุนแรงหยาบกระด้างค่อยๆ แผ่วเบาลงตามลำดับแต่พอได้เห็นหยดน้ำตาใสที่ไหลรินออกมาจากแก้มเนียนทุกๆ สิ่งถึงได้หยุดลงพร้อมๆ กับใบหน้าคมคายที่ผละตัวออกห่าง... “ผมขอโทษ ขอโทษที่ใจร้ายกับคุณมาตลอด แต่ขอโอกาสให้ผมอีกสักครั้งได้ไหม ผมจะไม่มีวันทำให้คุณต้องเสียใจอีก”
“หมี่ขาว” สาววิศวะที่โสดขึ้นดอยเป็นปีที่สาม เธอไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นคนนั้น แต่ทว่าเพราะคำท้าที่รับปากเพื่อนด้วยความคึกคะนอง ทำให้เธอตกปากรับคำชวนของ “เก้าอี้” ตัวละครลับของภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งวันนี้เขากลายเป็นพี่ปีสี่ ผูดผ้าคาด SOTUS สีแดง และวิ่งถือธงเกียร์นำขึ้นดอย เพียงเพราะเขาเดินมาทักและชวนเธอด้วยถ้อยคำเรียบง่าย “ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ”
เฉียวลู่ นักแสดงแถวหน้าของจีนมีข่าวฉาวออกมาทำให้ทางต้นสังกัดของเธอสั่งให้เธองดออกสื่อชั่วคราว จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับคนงานยุ่งตลอดทั้งปีของเธอที่จะได้พักผ่อน เฉียวลู่เดินทางกลับบ้านเกิดของเธอและการกลับไปครั้งนี้ทำให้ชีวิตของเฉียวลู่เปลี่ยนไปตลอดการ ฉีหมิงเยี่ยน อนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้แห่งแคว้นฉี ถูกลอบปลงพระชนม์ระหว่างที่เดินทางมาทำหน้าที่เจรจาสงบศึกกับเเเคว้นเซียว เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้ชินอ๋องความจำเสื่อมและได้รับการช่วยเหลือจากพ่อลูกตระกูลเฉียว เซียวยิ่น ฮ่องเต้แคว้นเซียวมีพระสนมมากมายเเต่กลับไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสได้โหรหลวงได้ทำนายเอาไว้ว่า ในอนาคตองค์รัชทายาทที่แท้จริงจะกลับมาเซียวยิ่นจึงมีรับสั่งให้ทหารออกตามหาพระโอรสและอดีตฮองเฮาของตนอย่างลับๆ ฉินอี้เหยา ได้รับบาดเจ็บสาหัสร่างลอยตามแม่น้ำมาพร้อมกับเด็กทารกในอ้อมแขนเมื่อฟื้นขึ้นมานางจึงแสร้งจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ เพื่อให้นางและบุตรชายมีชีวิตรอดต่อไป
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงว่านหนิงรักเย่เชินมานานหลายปี เธอที่มักจะว่านอนสอนง่ายและน่ารักเสมอ ได้สักลายเพื่อเขาและยอมทนอยู่ใต้อำนาจผู้อื่น เมื่อเธอถูกทุกคนใส่ร้ายจนโดนตำหนิ เขากลับนิ่งเฉยและยังถึงขั้นให้เธอคุกเข่าให้แฟนเก่าของเขาอีกด้วย เธอที่รู้สึกอับอาย ในที่สุดก็หมดหวัง หลังจากยกเลิกการหมั้น เธอก็หันไปแต่งงานกับทายาทพันล้านทันที คืนนั้นเอง ใบทะเบียนสมรสของทั้งคู่ก็กลายเป็นข่าวฮิตบนโลกออนไลน์ เย่เชินที่เคยคิดว่าตัวเองเก่งกาจที่สุดก็เริ่มวิตกและพูดออกมาด้วยความโกรธว่า "อย่าเพ้อฝันไปเลย นายคิดว่าเธอรักนายจริงๆ งั้นเหรอ เธอแค่ต้องการใช้พลังอำนาจของตระกูลฟู่เพื่อแก้แค้นฉันเท่านั้นเอง" ฟู่จิงเซินจูบหญิงสาวในอ้อมกอดและตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า "แล้วจะเป็นไรไปล่ะ ก็พอดีว่าฉันมีทั้งเงินและอำนาจนี่"
เธอคือพสุธาที่ "เหือดแห้ง" ส่วนเขาคือ "แสงแดดที่แผดเผา" ----------------------------------- พี่หิน หนุ่มน้อยนิรนาม ผู้มามอบโลกใบใหม่ที่สดใสสวยงามให้น้องเอ๋ย และจากไปพร้อมกับโลกใบนั้น ทิ้งไว้แต่โลกมืด โลกไร้สุขและสิ้นหวังเอาไว้ให้ น้องสาวที่เขาเองก็รักปานดวงใจ ‘พี่รักเอ๋ยนะจ๊ะ สามสี่วันที่ออกเรือ พี่คงจะต้องเป็นบ้าแน่ๆ เพราะคิดถึงเอ๋ย แล้วเอ๋ยล่ะ รักพี่และจะคิดถึงพี่หรือเปล่า’ ‘ไหนบอกให้พี่ชื่นใจหน่อยสิจ๊ะคนดี’ ‘บอกให้พี่ได้ยินหน่อยสิจ๊ะคนดีของพี่ เดี๋ยวเราต้องรีบกลับเข้าบ้านกันแล้วนะ’ ‘ถ้าเอ๋ยไม่บอก พี่ต้องตายเพราะอยากรู้แน่ๆ เลย นะนะ บอกพี่ที’ ‘ถ้าเอ๋ยไม่บอก พี่ต้องตายเพราะอยากรู้แน่ๆ เลย นะนะ บอกพี่ที’ ‘ถ้าเอ๋ยไม่บอก พี่ต้องตายเพราะอยากรู้แน่ๆ เลย นะนะ บอกพี่ที’ -------------- วรินรำไพ หรือ เอ๋ย หญิงสาวผู้ไม่หลงเหลือหัวใจให้ใครได้แล้ว นอกจาก 'พี่หิน' คนเดียวเท่านั้น “พี่หินจ๋า! เอ๋ยมารับพี่หินแล้ว พี่หินอยู่ไหนจ๊ะ พี่หินกลับมาหาเอ๋ยสิจ๊ะ” น้ำตาที่ไม่เคยเหือดแห้งนั้น หลั่งไหลลงมาอีกมากมาย เมื่อภาพในค่ำคืนนั้นลอยมาอยู่ตรงหน้าสาวน้อยที่กำลังเจ็บเสียด แน่นที่อกเพราะความเสียใจ “เอ๋ยรักพี่หินจ๊ะ พี่หินได้ยินมั้ยจ๊ะ ว่าเอ๋ยรักพี่หิน” “เอ๋ยจะรักเพียงพี่หินคนเดียวเท่านั้น พี่หินต้องกลับมาหาเอ๋ยนะจ๊ะ เอ๋ยรู้ว่าพี่หินยังไม่ตาย” ร่างเล็กยกเสื้อผ้าพี่ชายขึ้นมากอดไว้ ก่อนจะแนบแก้มลงไปหา ปล่อยให้หยาดหยดน้ำตาไหลรินลงไปใส่ ประหนึ่งอยากให้พี่ชายที่แสนดีมาซับน้ำตาที่หลั่งรินออกมาเพราะความเสียใจอย่างสุดซึ้งก็ไม่ปาน “เอ๋ยจะรอพี่หินอยู่ตรงนี้ตลอดไป พี่หินได้ยินมั้ยจ๊ะ ว่าเอ๋ยจะรอพี่หินคนเดียว และจะรักพี่หินคนเดียวเท่านั้น” -------------- ชลธิป จิระธนานนท์ หรือ คุณร๊อค ผู้บริหารหนุ่มเจ้าของ‘ตาเบบูญา บางปูปาร์ค รีโซเทล แอนด์ สปา’ ผู้ที่หวนกลับมาทำร้ายคนที่เขารักปานดวงใจ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว กระทั่งวินาทีสุดท้าย “อย่า!!! ได้โปรดอย่าทำ...” เรี่ยวแรงในกายที่เคยมีตอนนี้หดหายไปหมดแล้ว เมื่อถูกอีกกายตรึงไว้กับเตียงใหญ่ แล้วระดมจูบอย่างรุนแรง ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ จนเดาได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเอง เมื่อเขายื่นความจำนงค์ให้รู้อย่างโจ่งแจ้ง “อย่า!!! ได้โปรด!!! อย่าทำอย่างนี้กับฉัน!!!” “อย่ามาขอชีวิตจากยมบาลอย่างผม! เพราะไม่มีทางที่ผมจะปล่อยให้คุณลอยนวลอยู่ได้โดยไม่ต้องชดใช้อะไรแน่!!! คุณต้องตาย! และต้องตายทั้งเป็นด้วย!!!” -------------- ดลยา นิติพงษ์พาณิชย์ หรือ คุณย่า สาวผู้เกิดมามีทุกอย่างพร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็นรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และมีเป็นที่รักของผู้คนรอบข้าง เพราะเธอนั้นแสนดีจนเป็นที่เลื่องชื่อ จนได้หัวใจของชลธิปไปครอบครอง “สวัสดีค่ะคุณเอ๋ย ได้เจอตัวกันสักทีนะคะ หลังจากที่คาดกันมาสองสามรอบแล้ว” ดลยาเป็นฝ่ายเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสก่อน วริญรำไพที่ยกมือไหว้ดวงกมลแล้วถึงได้หันไปหาลูกค้าซุปเปอร์วีไอพี “สวัสดีค่ะคุณย่า ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” แล้วก็ยกมือไหว้ทักทายพร้อมส่งยิ้มบางๆ เพียงเล็กน้อยให้ตามสไตล์ที่ทุกคนมักจะคุ้นเคย “เช่นกันค่ะ ยังไงก็ต้องใช้ฝีมือถ่ายภาพย่าออกมาให้สวยที่สุดเลยนะคะ”
ชายหนุ่มผู้ที่วิ่งหนีข้อผูกมัด แต่ต้องมาเจอหญิงสาวที่สุดแสนธรรมดาผูกมัดและล่ามเขาไว้ในสถานะ'สามีที่ถูกต้องตามกฏหมาย' คราแรกรังเกียจนักหนา แต่เอาไปเอามากลับเป็นเขาที่วิ่งตามล่า&มัดเธอไว้กับเขาตลอดกาล ------------------------------ แสงตะวัน หนุ่มใหญ่วัยสามสิบหก เจ้าของฟาร์มแสงตะวัน ซึ่งเป็นฟาร์มม้าใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้มากด้วยเงินทองและเสน่ห์ --------- เหมือนดาว สาวแสนสวย เปรี้ยว เฉี่ยวและน่ารัก ผู้มีมาดมั่น และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ êตัวอย่างสักเล็กน้อย [น้ำจิ้ม] ê "ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่หย่า ผมแค่บอกว่าจะยืดเวลาหย่าไปอีกสามปี เพื่อเหมือนดาวจะได้พิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่าสามารถดูแลอะไรต่อมิอะไรได้เอง ไม่ใช่เอาไปทำโดยไม่มีประสบการณ์ไม่นานเดี๋ยวก็เจ้ง หรือไม่ก็ขาดทุนเหมือนครั้งก่อนจนผมต้องเหนื่อยมาทำให้มันฟื้นขึ้นมาอีก” แสงตะวันเลยอธิบายด้วยความใจเย็นอีกครั้งหลังจากทนายบอกไปในรอบแรก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีใครอยากเชื่อ “ถ้าถึงสามปีแล้วคุณเห็นว่าฉันยังไม่พร้อมเหมือนวันนี้ล่ะ”คนไม่ยอมใครเลยรีบยิงคำถามตรงๆ “คุณก็คงต้องไปฟ้องเอาแล้วล่ะ และผมขอแนะนำให้หาทนายเก่งๆ ไว้ด้วยนะ เพราะคุณสุทินฝีมือไม่เป็นสองรองใคร แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาเบิกจากผมแม้แต่บาทเดียว” “ว่ายังไงล่ะ จะเอายังไงก็บอกมา คุณสุทินจะได้ทำข้อตกลงร่วมกันอีกรอบ” แสงตะวันไม่ใคร่จะแยแสนักว่าเด็กสาวตรงหน้าจะคิดยังไง เพราะรู้ดีว่าไม่อาจจะปล่อยทุกอย่างให้พังลงมาอีกรอบได้แน่ “ฉันจะไม่หย่าและจะทำงานที่นี่อย่างที่คุณต้องการ ถ้าคุณตกลงจะจัดงานแต่งงานระหว่างเราให้ทุกคนรอบข้างคุณและฉันรับรู้ ฉันจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านของคุณในฐานะภรรยาไม่ใช่ฐานะพนักงานธรรมดาๆ ทุกคนรอบข้างคุณจะต้องให้ความนับหน้าถือตาว่าฉันที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเท่าๆ กับคุณในทุกๆ เรื่อง พอครบสามปีหรืออาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้นที่คุณเห็นว่าฉันมีความสามารถจะบริหารงานเองได้ เราถึงจะหย่ากัน” “ผมไม่ได้อยากมีเมีย และไม่คิดว่าจะมีด้วย โดยเฉพาะเมียเด็กที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดด้วยซ้ำ” “ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามของคุณเท่านั้น เราจะไม่เกี่ยวข้องกันใดๆ เหมือนที่เคยเป็นมา ยกเว้นให้คนรอบข้างรับรู้ และฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกับคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเหนือบรรดาคู่นอนของคุณเท่านั้น ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้หรอก เพราะฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน เราจะให้อิสระกันและกันในเรื่องนี้ คุณจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ฉันไม่สน และในทางเดียวกันคุณก็ต้องไม่สนด้วยว่าฉันจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ แฟร์ไหมคะวิธีนี้” “ทำไมผมต้องยอมด้วยล่ะ ในเมื่อผมไม่ใช่คนที่อยากจะได้อำนาจบริหารคืนเหมือนคุณนี่”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY