"ตบแล้วทำไม จะจูบแบบในละครไง?"ฉันหัวเราะเมื่อแกล้งตบตรงรอยช้ำที่ผิวแก้มของเพื่อนสนิทเพื่อยั่วประสาทมันเล่นๆ ไอ้เตย์ชักสีหน้าไม่พอใจ"ตบจูบมันน้อยไปนะเวย์..." มันยกยิ้ม "ระดับพี่เตย์ต้องตบตับ!!!"
"ตบแล้วทำไม จะจูบแบบในละครไง?"ฉันหัวเราะเมื่อแกล้งตบตรงรอยช้ำที่ผิวแก้มของเพื่อนสนิทเพื่อยั่วประสาทมันเล่นๆ ไอ้เตย์ชักสีหน้าไม่พอใจ"ตบจูบมันน้อยไปนะเวย์..." มันยกยิ้ม "ระดับพี่เตย์ต้องตบตับ!!!"
เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระแทกเข้าเบ้าหน้าสวยๆของผมหนึ่งทีพร้อมกับน้ำตาหลายหยด เออ ผมพูดไม่ผิดหรอกว่าสวย ผมสวยจริงๆ สวยกว่าผู้หญิงตรงหน้าผมตอนนี้ด้วยซ้ำ…
“เลว” ร่างเล็กสบถพร้อมเม้มริมฝีปากแรงๆอย่างไม่พอใจ นัยน์ตาเธอแดงก่ำคุกรุ่นไปด้วยความเคียดแค้นเมื่อเธอได้รับรู้ความจริงเรื่องที่เธอไม่ใช่แฟนผม...เพียงคนเดียวน่ะนะ เหอๆ เกิดเป็นชายทั้งทีต้องมีสีสันกันบ้างป่ะวะ เอาเหอะ ขอเก๊กหน้านอยด์ให้เข้ากับสถานการณ์แป๊ป
“เตย์ทำแบบนี้กับเราได้ไง” คนตรงหน้าพยายามพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะสั่นระริกไปทั้งตัวทำให้ผมรู้สึกผิดนิดหน่อย...นิดนึงจริงๆ
“ขอโทษนะ แนนนี่ เตย์ผิดไปแล้ว” ผมพูดเสียงอ่อยตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเอาซะดื้อๆ ผู้หญิงง้อง่ายจะตาย กะพริบตาอ้อนสองทีก็ยอมผมแล้ว เชื่อดิ ระดับไอ้เตย์
“เราชื่อนานา - -”
ชิบหาย กูจำผิดคน -_-; ผมหัวเราะเหอะๆในขณะที่สาวเจ้าสะบัดหลังมือฟาดเข้ากับหน้าผมอีกรอบ!
เพี๊ยะ! หน้าผมหันไปตามแรงฝ่ามือก่อนจะรู้สึกแสบร้อนตรงแก้มยิบๆ แม้ผมอยากจะเข้าไปกระชากคอเสื้อผู้หญิงตรงหน้าสักเท่าไหร่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้เพราะอยู่ในที่สาธารณะ เดี๋ยวจะเสียภาพพจน์พี่เตย์คนจริงประจำคณะวิทยาหมด เหอะ ถ้าอยู่มุมมืดนี่ไม่เหลือ...
“เตย์ใจร้าย ฮึก เราอุตส่าห์ทำตัวเป็นแฟนที่ดี ตอบแทนกับแบบนี้เหรอ @%@!!$$@!” เสียงพร่ำพรรณนาปนสะอื้นสาปส่งความชั่วของผมยาวพอๆกับกำแพงเมืองจีน ผมยืนก้มหน้างุดเอาเท้าเขี่ยดินแล้วถอนหายใจยาวอย่างเซ็งๆ ก็จริงที่ผมชอบผู้หญิงสวย ซึ่งคนตรงหน้าก็ถือว่าใช้ได้ หน้านมผมเป๊ะ เสียอย่างเดียว…งี่เง่า
“เอาสั้นๆพอ อย่าเยอะ รำคาญ” ผมเบ้หน้าไม่พอใจ ไหนๆก็จะจบกันแล้วก็เผยสันดานสักหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอก จริงมั้ย? หญิงร่างบางตรงหน้าชะงักไปนิดนึงเมื่อได้ยินเสียงห้วนๆกับเบ้าหน้าไม่พอใจของผม เธอกัดริมฝีปากอย่างแรงก่อนจะสรุปใจความร้อยสิบประโยคนั่นให้ผมเพียงสองคำ...
“ไอ้เหี้ย!!!”
ชัดเจน เปลี่ยน! โอเค นั่นคือชีวิตปกติประจำวันของผม ‘อาเตย์’ หรือ เตชินท์ รัตนชินทร์ รุ่นพี่ปีสี่หน้าสวยแห่งคณะวิทยา และดูเหมือนว่าจะได้อยู่ถึงปีห้าด้วยแหละ เหอะๆ ดีใจดีป่ะวะ เกิดมาเบ้าหน้าดีทำให้ชะนีไร้ที่ยืนเนี่ย (- -*) และสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดในชีวิตคืออะไรรู้ป่ะ ไอ้ฉายาทุเรศๆอย่างเช่น...
“ไอ้สวย”
เออ ฉายานี้เลย คือผมเป็นผู้ชาย ควรเรียกไอ้หล่อถึงจะถูกต้อง ผมเบ้หน้าลุกขึ้นมาจากที่นอนมองไอ้คนกวนประสาทที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยตีนเท่าฝาหอยนั่งอ่านการ์ตูนบนโซฟาพร้อมชี้ปลายเท้ามาทางหน้าผมอีกต่างหาก มันชื่อ ‘อะเวย์’ เรียกสั้นๆว่าไอ้เวย์ ผมว่าชื่อผมแปลกละนะ ชื่อแม่งแปลกกว่าผมอีก มันบอกว่าชื่อมันมาจากรากศัพท์ภาษากรีกแปลว่าจงมีความสุข เหอะๆ เป็นคนไทยแท้ๆเสือกตั้งชื่อเป็นภาษากรีก... พูดให้ดีคือ ไม่ซ้ำใคร พูดให้แย่คือ กระแดะชิบหาย
“อยากตายไง” ผมจิ๊ปากแล้วโยนหมอนไปทางมันหนึ่งที แต่ไอ้นี่แม่งชาติก่อนเป็นลิงลมรึเปล่าไม่รู้ พลิ้วชิบหาย หลบได้หลบดี ผมถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะปรี๊ดอีกรอบเมื่อมันหัวเราะตัวงอพร้อมกับปิดหนังสือการ์ตูนมองหน้าผม
“ไม่ดีไง มึงสวยกว่ากูอีก” มันว่าแล้วหัวเราะพรืดกับท่าทีฟึดฟัดอย่างออกนอกหน้าของผม แม่งกวนตีนละ -_-^ อ้อ ใช่ ผมลืมบอกไป ไอ้เวย์เป็นผู้หญิงแต่ติดจะห่ามๆนิสัยผู้ชายปากคอเราะร้ายโคตรๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะครอบครัวมันมีแต่ผู้ชายก็เป็นได้ ถึงอย่างนั้นก็เหอะ ถ้าไม่นับนิสัยเวรๆนั่นมันก็เป็นผู้หญิงที่ใช้ได้ ไม่ดิ…โคตรจะดีเลย ห่งหุ่นทรวดทรงองค์เอวโคตรจะเป๊ะ อีกอย่างนะ อื้อหือ นมนั้นท่านได้แต่ใดมา บึ้มได้อีก ชอบชิบหาย! พูดให้ดีคือ เซ็กซี่ พูดให้แย่คือ น่าล่อมาก เหอๆ ขออภัยใช้มุขซ้ำ -_-//
“เรียกดีๆ” ผมพยายามข่มอารมณ์แล้วถูแก้มเบาๆ ให้ตายเหอะ ไอ้ความรู้สึกแสบหน้ามันยังไม่หายไปเลยว่ะ ตบมาได้ คนเขายิ่งบอบช้ำง่ายอยู่ เอ้ออออ
“โอเค เตชิต” ไอ้เวย์ว่าก่อนจะหัวเราะร่วนในขณะที่ผมแทบจะพุ่งเข้าไปทำร้ายแม่งรัวๆ ติดแต่ว่าขี้เกียจลุกเท่านั้นแหละเลยได้แต่หยิบหมอนอีกอันปาใส่หน้ามันอีกที
“ชื่อพ่อกู -_-”
“ล้อเล่น โอ๋ๆ ทำเป็นนอยด์ โดนตบมานิดหน่อยเอ๊งงง” ไอ้เวย์แกล้งทำเสียงสูง อย่างที่มันว่าโดนตบนิดหน่อย แต่ทยอยคนละทีมันไหวป่ะวะ หน้านะไม่ใช่กระเบื้องตบเอาตบเอา อาทิตย์นี้ก็ปาเข้าไป...กี่คนละเนี่ย
ตายๆ ลืมนับ ฮอตไปก็อยู่ยากอ่ะโลกนี้ (-_-;;)
“ก็พี่เตย์คนจริงอยากคบเยอะทำไมล่ะ มีแฟนทั้งทีมีคนเดียวพอ...นอกนั้นสถานะชู้”
เกือบเป็นคนดีในสายตากูละ =_=
ไอ้เวย์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ได้แซวผมก่อนจะเดินเข้ามาพร้อมกับชะโงกหน้าเรียวเข้ามาพินิจพิจารณาผมจนลมหายใจร้อนๆเป่ารดผิวแก้มทำเอาพี่เตย์คนจริงร้อนรุ่มขึ้นมาทันที อื้อหือ กลิ่นน้ำหอมแม่งยั่วมาก บางทีก็อยากจะด่ามันนะที่เอาหน้าเข้ามาใกล้ผมขนาดนี้ คือผมก็ผู้ชายปะวะ มันก็ต้องมีอารมณ์พลุ่งพล่านกันบ้าง แต่นี่แม่งไม่เคยจะระวังตัวเลย ยังไม่ทันให้ผมปรับอารมณ์ให้อยู่ในระดับปกติ ไอ้เวย์ก็ดันกระตุ้นฮอร์โมนวัยว้าวุ่นของผมอีกด้วยการใช้นิ้วเรียวแตะที่ใบหน้าและพลิกมันไปมาเพื่อดูร่องรอยประวัติศาสตร์แห่งการถูกทำร้ายของผม
“แก้มแดงแบบไม่ต้องปัดบลัชออนเลยว่ะ” มันกระซิบเสียงต่ำทำเอาผมกลืนน้ำลายเอื๊อก นัยน์ตาเรียวรีสีน้ำตาลเข้มนั่นสบตากับผมให้ความรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตแปล๊บปล๊าบจนเกือบกระทำการอุกอาจผิดศีลธรรม ผมเลยต้องกำมือแน่นพลางเตือนสติตัวเองในใจว่า นั่นเพื่อน ใจร่มๆไว้ไอ้เตย์ เพื่อนจ้า เพื่อน
“เจ้าชู้ก็งี้ สมควร” ไอ้เวย์หรี่ตาต่ำแล้วตบแก้มผมเบาๆสองสามทีเป็นการตอกย้ำความชั่วช้าของผม แต่ให้ตาย ไอ้คำพูดของมันไม่ได้เข้าสมองผมเท่าไหร่ เพราะไอ้การที่คุณเธอหรี่ตานั่นมันขับความเซ็กซี่เพิ่มเข้าไปอีกสามล้านเปอร์ ผู้หญิงบ้าอะไรวะแค่หน้าตาก็อ่อยเหลือขนาดน่าฟาดฟัดมาก… อาเตย์อยากกิน
“ไม่ได้เจ้าชู้ แค่เฟรนด์ลี่” ผมยกยิ้มหวานแล้วยักคิ้วสองทีกวนประสาทจนมันหัวเราะเหอะๆแล้วตบหน้าผากผมดังแป๊ะ!
“แรด” ไอ้เวย์ว่าทำให้ผมไหวไหล่ไม่สนใจ ไม่ต้องชมนะ คนอย่างอาเตย์รู้ตัวมานานละ นอกจากแรดแล้วยังร่านด้วย แลดูภูมิใจป่ะ ฮ่าๆ
“ตบกู รู้มั้ยว่าพลาดมาก” ผมว่าแล้วตีหน้าขรึมทั้งๆที่ความจริงแอบหัวเราะในใจ ปกติผมจะไม่ขึ้นกูมึงกับไอ้เวย์นอกจากเวลาโกรธหรืออยากกวนตีน เพราะยังไงมันก็เป็นผู้หญิงถึงนิสัยมันสมควรจะเป็นผู้ชายก็เหอะ
“ทำไม จะตบจูบแบบคุณหฤษฎิ์จำเลยรักไง” ไอ้เวย์หัวเราะแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกทีขนาดที่ถ้าเขยิบมาอีกนิดจะจูบกันละ พูดก็พูดเหอะ แม่งยั่วกันชัดๆ ที่สำคัญมันไม่เคยรู้ตัวเลยนี่ดิ โคตรเอาเปรียบกันเลยว่าป่ะ ตอนแรกผมก็ว่าจะไม่ละนะ พอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆนั่นอีกทีเท่านั้นแหละ สติแทบจะหลุด! ผมหรี่ตาแล้วมองหน้าไอ้เวย์นิ่งๆ ริมฝีปากหยักบางสีชมพูระเรื่อทำให้ผมกลืนน้ำลายเอื๊อก อ่าฮะ อันนั้นว่าแย่แล้วแต่พอเหลือบตาต่ำเท่านั้นแหละ อื้อหือ คัพซีมันทำให้พี่เตย์คนจริงอยากจะแปลงร่างเป็นไอ้เหี้ยเตย์แทนเลยครับ
“เหอๆ ดูถูกกันไปมั้งเวย์” ผมยกยิ้มร้ายก่อนจะไล้ปลายนิ้วมือที่ริมฝีปากนั่นพร้อมๆกับกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน อุณหภูมิตอนนี้ 24 องศาเซลเซียสแต่ผมกลับรู้สึกร้อนเหมือนอยู่ในทะเลทรายซาฮาร่ายังไงยังงั้น จากริมฝีปากลากมาที่ไหล่บางก่อนจะกระชากร่างบางกดลงกับเตียงทันทีแบบไม่มีสัญญาณเตือน!!
“!!!” คนตรงหน้าเบิกตาโตอย่างตกใจเมื่อจู่ๆก็โดนจู่โจมแบบไม่ให้ตั้งตัว ผมกดไหล่ทั้งสองข้างของร่างบางลงกับเตียงนุ่มแรงๆก่อนจะขึ้นทาบทับตรึงไม่ให้มันขยับเขยื้อน ถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ตอบง่ายมาก...
คัพซีของไอ้เวย์มันได้ครอบงำอาเตย์แล้ว
“อะไรเนี่ย?” เธอโวยวายแล้วพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่ก็อย่างว่าแรงผู้ชายกับผู้หญิงมันผิดกันจะตาย ไม่หลุดง่ายๆหรอกไอ้น้อง พี่บอกเลย เหอๆ ไม่ไหวละ ระดับความหื่นมันพุ่งปรี๊ดถึงเพดานรู้สึกได้จากไอ้เตย์น้อยเนี่ยแหละ ยอมรับว่าตอนนี้ยังพอมีสติสัมปชัญญะแต่ว่าไม่อยากใช้ เพราะไอ้สัญชาตญาณผู้ชายมันกำลังโหมกระหน่ำทำเอาผมคลั่งโคตรๆ
ผมปรายตามองคนใต้ร่างแล้วหัวเราะชั่วๆ ก่อนจะกวนประสาทตบท้ายด้วยประโยคทุเรศๆ
“ตบจูบมันน้อยไปนะเวย์... ระดับพี่เตย์ต้องตบตับ!!!”
“ไม่ต้องห่วงหรอก"ฉันเอ่ยปากพลางตบบ่าไอ้นุ่นเพื่อให้มันคลายความกังวลใจเรื่องที่ฉันอยู่มหาลัยจนจะปีสี่แล้วยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเค้าสักที "ถ้าหาใครไม่ได้ กูก็จะเอามึงนี่ล่ะ"
“โรคนี้ รักษาได้อยู่สามวิธีนะ ใช้ยา ผ่าตัดและ... ท้อง” คำตอบของคุณหมอทำให้หญิงสาวเงียบไปอึดใจก่อนจะตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ “งั้นวิธีสุดท้ายแล้วกันค่ะ...รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ"
เพราะฉันดันไปสาดน้ำมันพรายใส่ผิดคน จากหนุ่มหล่อเนิร์ดกลายเป็นไอ้บ้าหน้าเลือดที่น่ากลัวสุดๆ ฉันหาข้ออ้างให้เขาหายไป หากแต่เขาชี้ปลายมีดมาเข้าที่หน้าฉัน "มาเป็นแฟนฉัน ไม่งั้นตาย" กลัวแล้ว ;-;
หลินเจียอีหญิงสาวในศตวรรษที่21ตกตายด้วยโรคระบาด วิญญาณของเธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ14 ที่มีชื่อเดียวกับเธอซึ่งสิ้นใจตายระหว่างเดินทางกลับบ้านเดิมของมารด ********* หลินเจียอีลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพบ้านที่ไม่คุ้นชิน เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้เข้ารักษาตัวจากอาการติดเชื้อโรคระบาดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เหตุใดถึงมาโผล่ในบ้านทรงโบราณ รอบกายเธอเต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวล้าสมัย ต่อมาเธอค้นพบว่าตนเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 14 ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเธอ แต่ชะตากรรมของเด็กสาวผู้นี้ช่างน่าสงสารนัก บิดาเพิ่งลาโลก แม่โดนฮุบสมบัติแล้วถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องระหกระเหินพาเจ้าของร่างที่ถูกทุบตีจนสิ้นใจระหว่างทางกลับมาบ้านเดิมที่แสนยากจนข้นแค้น ****ไม่มีฉากอีโรติก เริ่มล็อกเหรียญตอนที่ 25 ก่อนเข้าไปอ่านเนื้อหานิยายอ่านคำเตือนก่อนนะคะ (สำคัญมาก) 1. กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพให้เกียรตินักเขียนและนักอ่านท่านอื่น หากแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในนิยายหรือมุ่งประเด็นด่าทอนักเขียนเพื่อระบายอารมณ์ ความคิดเห็นจะถูกลบออก!! 2. นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน บุคคลและสถานที่ที่เกิดขึ้นไม่มีอยู่จริงในโลก เนื้อหาในนิยายมีทั้งสมเหตุผลและไม่สมเหตุสมผล บางตอนอาจมีฉากที่รุนแรง (ต่อสู้) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 3. ตัวละครในนิยายมีทั้งดีและเลวแต่กต่างกันไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ห้ามคัดลอกดัดแปลงแก้ไขนิยายเรื่องนี้ทุกกรณี หน่วยเงินตรา 1000 อีแปะ 1 ตำลึงเงิน หน่วยวัดตวงน้ำหนัก 1 ชั่ง 500 กรัม หน่วยเวลา 1 จิบน้ำชา ระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ 1 เค่อ 15 นาที 1 ก้านธูป 30 นาที 1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง 12 ชั่วยาม 24 ชั่วโมง ยามจื่อ 23.00-24.59 ยามโฉ่ว 01.00-02.59 ยามอิ๋น 03.00-04.59 ยามเหม่า 05.00-06.59 ยามเฉิน 07.00-08.59 ยามซื่อ 09.00-10.59 ยามอู่ 11.00-12.59 ยามเว่ย 13.00-14.59 ยามเชิน 15.00.16.59 ยาวโหย่ว 17.00-18.59 ยามชวี 19.00-20.59 ยามห้าย 21.00-22.59
ซ่งชิงเหอโดนหักหลังและกลายเป็นฆาตกรในสายตาคนอื่น เธอจึงหย่ากับสีจั้นถิง สามีของเธอ และเดินทางออกจากเมืองหวยไปด้วยความเกลียดชัง หกปีต่อมา เธอหวนกลับมาราวกับนกฟีนิกซ์พร้อมกับคู่แข่งของสามีเก่าเธอ เธอเติบโตขึ้นกลายเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เธอสาบานกับตัวเองว่าจะทำให้ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำไว้กับเธอ เธอยอมร่วมมือกับเขาเพียงเพื่อแก้แค้น โดยไม่รู้เลยว่าเธอตกเป็นเหยื่อของเขาไปแล้ว ในเกมแห่งความรักและความปรารถนา ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ชนะที่แท้จริงจะเป็นใคร
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว
เซียวหลิ่นตาบอดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลูกสาวคนรวยทุกคนต่างหลีกเลี่ยงเขา มีแต่สวี่โยวหรานยอมแต่งงานกับเขาโดยไม่ลังเล สามปีต่อมา เซียวหลิ่นกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง จากนั้รเขา็ยื่นข้อตกลงการหย่าเพื่อยุติการแต่งงานนี้ เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า "ฉันพลาดกับชิงชิงมานนานมากพอแล้ว ฉันไม่อยากให้เธอต้องรอนานกว่านี้!" สวี่โยวหรานลงนามในข้อตกลงการหย่าโดยไม่ลังเล ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะเธอตลอด - หัวเราะเยาะว่าที่เธอแต่งเข้าตระกูลเซียวถือว่าเกาะผู้มีอิทธิพลเข้า จากนั้นก็มาหัวเราะเยาะเธอที่ถูกทอดทิ้ง เป็นหญิงที่ไร้ค่า แต่ทุกคนกลับไม่รู้ว่า เธอคือหมออัศจรรย์ที่รักษาดวงตาของเซียวหลิ่นให้หายดี เป็นผู้ออกแบบเครื่องประดับมูลค่าหลักร้อยล้าน ผู้เป็นมือหนึ่งแห่งหุ้นที่ครองตลาดหุ้น และแม้แต่แฮกเกอร์ระดับแนวหน้าและลูกสาวแท้ๆ ของผู้มีอิทธิพล อดีตสามีมาขอร้องขอคืนดี ซีอีโอผู้เผด็จการก็โยนเซียวหลิ่นออกไปนอกประตูอย่างเย็นชา "ดูดีๆ นี่ภรรยาของผม"
ตระกูลซูล่มสลาย จวนเจิ้นกั๋วทั้งตระกูลถูกประหารชีวิตในคืนเดียว ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งถูกน้องสาวหลอกใช้ ถูกชายเจ้าชู้เล่นตลก ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่แคว้นเป่ยเหลียงสิบกว่าปี แต่กลับถูกกล่าวหาว่าคบคิดกับศัตรู คนทั้งแคว้นเซิ่งถังต่างก็ด่าทอยกใหญ่ ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งต้องยืนมองน้องสาวกับรักแรกของตนสนิทสนมกัน ครองโลก ส่วนตัวเองกลับโดนประหารชีวิต เลือดสาดตะวัน เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง… ซูเฉิงอิ้งถือดาบกลับมา ฟาดแรก… ตัดสายเลือด ฟันน้องสาวอกตัญญู ฟาดที่สอง… ตัดความรัก ฟันรักแรกที่หน้าเนื้อใจเสือ ฟาดที่สาม… ตัดคำพูด ฟันทุกเสียงนินทาของเป่ยเหลียงที่บิดเบือนความจริง ฟาดที่สี่… ตงฟางไป๋เยว่ “หรือว่าฮูหยินอยากจะฆ่าสามีผู้นี้ด้วยหรือ” ซูเฉิงอิ้ง“หุบปาก…”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY