พราะเข้าไปช่วยชีวิตผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชีวิตดั่งเจ้าหญิงของเฮเซลเปลี่ยนไปตลอดกาล
พราะเข้าไปช่วยชีวิตผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชีวิตดั่งเจ้าหญิงของเฮเซลเปลี่ยนไปตลอดกาล
เพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชีวิตของเฮเซล อ็อกเดนเปลี่ยนไปตลอดกาล หล่อนต้องออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน เพราะดวงตาคู่สวยของเธอเกิดมองไม่เห็น ผิวพรรณที่เคยสวยงามมีร่องรอยแผลเป็นที่เกิดจากไฟไหม้
โชคดีที่ครอบครัวเธอค่อนข้างมีฐานะและมีอิทธิพลในเมือง เมื่อต้องออกจากมหาวิทยาลัยหรือไม่ได้เรียนต่อชีวิตเจ้าหล่อนก็ไม่ลำบากนัก เพราะมีครอบครัวคอยซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ โชคดีอีกอย่างหนึ่งคือแผลเป็นน่าเกลียดนั่นไม่ได้ส่งกระทบใบหน้าสวยงามของเธอแม้แต่น้อย เธอยังคงเป็นเด็กสาวแสนงดงามเหมือนเช่นเคย
และด้วยที่เป็นคนคิดบวกเลยมองโลกในแง่ดีทำให้หล่อนไม่ใส่ใจเรื่องรูปร่างหน้าตามากนัก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเฮเซลยังมีครอบครัว มีคุณตา ที่รักและเอาใจใส่เธอ
ส่วนสาเหตุน่ะเหรอ ก็เพราะวันนั้นเธอใจดีเกินไป วิ่งโร่เข้าไปช่วยชีวิตผู้ชายคนหนึ่งออกจากกองเพลิง ความร้อนจากเปลวไฟในอุบัติเหตุ ทำให้ดวงตาของหล่อนมีปัญหามาตั้งแต่ตอนนั้น เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มแสนอารมณ์ดีคนนี้ ไม่นึกเสียใจที่ได้ช่วยชีวิตผู้ชายคนนั้นเอาไว้
แม้จะล่วงเลยมาแล้วราว 3 ปี เฮเซล อ็อกเดนก็ไม่เคยลืมวันนั้นเลยสักครั้ง
หญิงสาววัย 20 ปี เดินเตร็ดเตร่อยู่ในย่านเมืองเก่า คนตัวเล็กมักจะมาเดินเล่นแถวนี้เพราะร้านสินค้ามือสองพวกนี้มักจะมีของเก่าหายากให้เธอได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปตั้งไว้ในห้องสะสมผลงาน เพราะเป็นนักเรียนสายศิลปะ ทำให้เฮเซลชอบงานอาร์ตพวกนี้เป็นอย่างยิ่ง ยิ่งเก่าเก็บเธอยิ่งชอบ
ไม่แน่ในสักวันหนึ่งเธออาจเจอผลงานหายากปะปนอยู่ในของพวกนี้ก็ได้
เดินเล่นจนกระทั่งแสงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไป พระอาทิตย์ของเมืองนี้กว่าจะตกดินก็เกือบสามทุ่ม ผู้คนในเมืองนี้มักจะออกมาใช้ชีวิตกันก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน
และหลังจากนั้นเมืองทั้งเมืองก็จะเข้าสู่ความเงียบสงบ
ที่นี่เป็นเมืองใหญ่ แต่คดีอาชญากรรมก็น้อยมาก เฮเซลใช้ชีวิตที่นี่ยามค่ำคืนได้อย่างสบายใจ เธอเคยผ่านการถ่ายแบบนิตยสารวัยรุ่นมาหลายฉบับ รูปร่างของเฮเซลยิ่งไม่ต้องพูดถึงเธอดูแลตัวเองเป็นอย่างดี นอกจากสายงานศิลปะแล้วคนตัวเล็กยังรักงานในวงการบันเทิงด้วยเช่นกัน
เอี๊ยด!! เสียงเบรกรถยนต์ลากยาวดังลั่น ตามมาด้วยเสียงโครมครั้งใหญ่ รถแอสตั้นมาติลสีเงินพลิกคว่ำหลายตลบ เกิดระเบิดเบา ๆ ขึ้นหนึ่งครั้ง
แย่แล้ว!!
ไม่มีเวลาให้หญิงสาวตกใจไปมากกว่านี้ เธอทิ้งทุกอย่างที่อยู่ในมือวิ่งเข้าไปสำรวจดูอุบัติเหตุตรงนั้น ดวงตาสีฟ้าคู่สวยของเฮเซลเพ่งมองว่ามีใครบ้างอยู่ในรถคันบ้างและพยายามหาสัญญาณของการมีชีวิต
“คุณ” คนตัวเล็กเคาะกระจกเรียก เธอเห็นผู้ชายใส่สูทคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่บนรถ ทั้งตัวเปียกโชกไปด้วยเลือด
เฮเซลพยายามมองรอบด้าน ที่นี่แทบจะเป็นสุดถนนของเมืองนี้แล้ว ไม่มีผู้คน และไม่มีใครออกมาดูหรือตกใจกับอุบัติเหตุครั้งนี้
เธอพยายามเรียกเขาอีกครั้ง “คุณ คุณ” ดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินเธอ
จู่ ๆ หน้ารถก็ถูกไฟลุกท่วม ไม่มีเวลาเรียกหาใครทั้งสิ้นหากเธอปล่อยเอาไว้ เขาอาจจะเสียชีวิตคากองเพลิง ก้อนหินแถวนั้นถูกใช้เป็นตัวทำลายกระจก เมื่อกระจกแตกมือของเฮเซลก็กวาดกระจกตรงขอบให้เรียบที่สุด คนตัวเล็กพยายามเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนเปิดประตู แต่มันเปิดไม่ออก
เฮเซลหายใจหอบเหนื่อย พยายามมุดตัวเข้าไปช่วยเหลือผู้ชายคนนั้น ซ้ำยังเรียกเขาให้ตื่นขึ้นเผื่อว่าเขาจะประคองตัวเองออกมาได้
“คุณ”
เขาส่งเสียงร้องเบา ๆ เฮเซลปลดเข็มขัดนิรภัยอย่างอยากลำบาก ความร้อนภายในตัวรถเพิ่มมากขึ้น เธอไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบช่วยเขาออกไปให้เร็วที่สุด
เคลก เมคเคนซี ได้ยินเสียงใส ๆ เรียกสติเขา ชายหนุ่มพยายามลืมตาและกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขามองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังพยายามลากร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลออกมาจากตัวรถ ใบหน้าของเธอเลือนราง เคลกจำได้แค่กลิ่นน้ำหอมเท่านั้น เธอเรียกเขาเสียงดัง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากตอบ แต่เพราะหมดแรงจะตอบ
พวกมันตัดสายเบรกรถยนต์ของเขา เป็นเพราะชะล่าใจเกินไปและคิดว่ายังไงก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับเขา ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นได้
คนตัวใหญ่ปล่อยตัวตามสบาย เธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งแต่พยายามช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่ หากเขารอดไปได้จะต้องตอบแทนผู้หญิงคนนี้อย่าถึงที่สุด
แม้เราทั้งคู่เป็นเพียงคนที่ผ่านมาเจอกันบนถนนเท่านั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
“คุณ” เธอเรียกเขาอีกครั้ง
ผู้ชายคนนี้เสียเลือดมากไปแล้ว เฮเซลใช่แรงทั้งหมดที่มีลากเขาออกจากตัวรถอย่างยากลำบาก ผู้ชายตัวสูงคนนี้หลุดออกจากรถแล้ว
“โทรศัพท์” ชายแปลกหน้าพูดถึงโทรศัพท์ “ไปเอาโทรศัพท์ให้หน่อยมันสำคัญกับผมมาก ๆ” เขารวบรวมแรงครั้งสุดท้ายบอกกับเธอ ในนั้นมีข้อมูลสำคัญที่เคลกเสียไปไม่ได้ มันสำคัญสำหรับธุรกิจเขา
เธอลากเขาออกไปนอนบนถนนลังเลว่าจะกลับไปที่รถดีหรือไม่ ไฟเริ่มโหมแรงขึ้น ในที่สุดคนตัวเล็กก็ยอมทำตามคำขอ
“ไม่น่าเป็นคนดีเลยเฮเซล” เธอสบถ และวิ่งกลับไปที่รถ ความร้อนภายในรถน่าจะเกินร้อยองศา ตัวรถร้อนจนเธอสัมผัสแทบไม่ได้
ดวงตาสีฟ้าสวยงามมองไปรอบตัวรถ ในที่สุดเธอก็เจอโทรศัพท์นั่น มันหล่นอยู่ตรงเกียร์รถ หญิงสาวมุดเข้าไปหยิบ
ครั้งนี้มันร้อนรุนแรงจนเธอต้องหลับตา ดูเหมือนว่าสายตาเธอจะพร่ามัวไปชั่วขณะ เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองให้รอดจึงรีบออกมา แต่ก้าวได้เพียงสามก้าว
รถคันนั้นก็ระเบิดแรงระเบิดทำให้ร่างบอบบางของเฮเซลกระเด็นห่างออกไปหลายเมตร เปลวเพลิงเผาไหม้แผ่นหลังของเธอ เฮเซลหมดสติทันทีแต่ในมือยังกำโทรศัพท์เครื่องสำคัญเอาไว้แน่น
เคลกลืมตาขึ้นเพราะเสียงระเบิด เขาเห็นร่างบอบบางกระเด็นออกไปจากรัศมีของรถ ความรู้สึกผิดแผ่ซ่านไปทั้งใจ เขาไม่ควรให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามายุ่งเรื่องของเขาเลย
เป็นเขาที่เอาแต่ใจ เคลกพยายามคลานไปหาเธอที่นอนหมดสติ แต่ก็ไปไม่ถึง...
เพราะคืนนี้ทำให้ด้ายแดงเริ่มทำงานผูกพันธ์หัวใจของทุกคนไว้ด้วยกัน มาดูกันสิะว่าพวกเขาจะแก้เรื่องราวยุ่งเหยิงนี้ได้หรือไม่ นัทธนิษฐ์ นักธุรกิจสาวชาวไทยวัย 30 ปี ที่กำลังสร้างแบรนด์เครื่องสำอางให้ติดตลาดเอเชีย กลับต้องกลายเป็นคู่นอนข้ามคืนของซู่เหลียงฉีนักธุรกิจคู่แข่งคนสำคัญของเธอ กลายเป็นว่าพอรู้ตัวอีกที เธอก็ลืมคืนนั้นไม่ได้ ส่วนเขาล่ะยังจำคืนนั้นได้หรือเปล่า
เพราะความแค้นและจมไม่ลงของณิชา ทำให้เธอต้องลงสนามเข้าสู่วังวนของความสัมพันธ์ต้องห้ามของเธอกับพ่อของอดีตแฟน ครั้งแรกของเธอถูกมอบให้กับชยนต์เพื่อแลกกับการได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ "มาเถอะฉันจะสอนเธอเอง" เธอต้องการทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ ทำให้ณิชาตัดสินใจยอมเดินเข้าไปหาพ่อของผู้ชายที่ทิ้งเธอไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น เขาถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะยอมทำข้อตกลงกับเขาใช่ไหม และเธอก็ตอบตกลงรับข้อเสนอของเขาอย่างไม่ลังเล
คุณหนูเสิ่นใช้ชีวิตเป็นคุณหนูผู้ร่ำรวยแสนร้ายกาจอยู่ดี ๆ ก็หลุดเข้ามาในการ์ตูนที่เปิดอ่านผ่าน ๆ ซะอย่างนั้น (อ่านฟรีวันละ 1 ตอนจนกว่าจะจบ)
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
หนานอันพริตตี้สาวสู้ชีวิตอายุยี่สิบปีแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอย่างหนักและอยากได้เขามาเป็นแฟนใจจะขาด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเธอ หญิงสาวได้ไปดูดวงแม่หมอคนนั้นจึงบอกให้เธอมาขอพรที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ในอำเภอแห่งหนึ่งที่ห่างไกลเพื่อให้เธอสมหวังและต้องไปในวันที่ฟ้ามืดที่สุดของเดือนในอีกสองวันข้างหน้าถึงจะเห็นผล หนานอันเชื่อแม่หมอเพราะอยากได้ผัว เธอจึงไม่รอช้ารีบคว้ากระเป๋าเป้เดินทางมายังศาลเจ้าทันที เมื่อหนานอันเข้าไปภายในศาลเจ้าก็พบว่า มีสตรีสูงวัยคนหนึ่งอายุราวหกสิบกว่าปีกำลังกวาดศาลเจ้าอยู่ ...... "ได้ของสิ่งนี้ไปต้องสมหวังอย่างแน่นอน" คุณยายพูดพร้อมกับรอยยิ้ม น้ำเสียงนี้ฟังดูเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง หนานอันยิ้มให้คุณยายจู่ ๆ ขนแขนของเธอก็ตั้งชันขึ้นมา เธอกำลังจะลุกขึ้นในตอนนั้นก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา หนานอันหวีดร้องด้วยความตกใจทว่าเมื่อหันไปมองคุณยายเธอไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว หนานอันประหลาดใจมากร้องเรียกคุณยายอยู่หลายคำ แต่ว่าในตอนนี้เธอก็ไม่มีเวลาให้คิดสิ่งใดแล้วเพราะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อฟ้าผ่าลงมาที่ศาลเจ้าเข้าอย่างจังหนานอันที่อยู่ด้านในจึงถูกฟ้าผ่าไปด้วยและสติดับวูบลงไปทันใด ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่หนานอันตกอยู่ในความมืดมิด และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาทุกอย่างรอบกายของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...
เขาร้อนแรง เซ็กส์จัด และต้องการเพียงนางบำเรอบนเตียงเท่านั้น เธอเรียบร้อย เฉิ่มเชย ประดุจดั่งแม่ชี เมื่อการแต่งงานที่เจ้าบ่าวไม่พอใจบังเกิดขึ้น เพราะความต้องการของผู้ใหญ่ ทำให้เขาเลือกที่จะจองจำเธอเอาไว้ด้วยแรงพิศวาสดั่งเยี่ยงไฟป่า จนกระทั่งมันแผดเผาทั้งเขาและเธอจนเกรียมไหม้ พร้อมกับเขาที่ไม่อาจจะสลัดเธอทิ้งได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ตอนแรก และตกหลุมรักแม่ชีน้อยคนนี้เข้าเต็มหัวใจ
ในสายตาของเขา เธอเป็นคนขี้โกหก ในสายตาของเธอ เขาเป็นคนไร้หัวใจ เดิมทีถังหว่านคิดว่าเธอคือคนพิเศษหลังจากอยู่กับเสิ่นติงหลานมาสองปี แต่สุดท้ายก็พบว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นที่สามารถทิ้งได้อย่างตามใจเมื่อไม่มีค่าอีกต่อไป จนกระทั่งถังหว่านเห็นว่าเสิ่นติงหลานพาคนรักของเขาไปตรวจครรภ์ เธอจึงยอมแพ้แล้ว เธอหยุดติดตามเขาอีก แต่จู่ๆ เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไป "ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน ทำไมคุณไม่ปล่อยฉันไปล่ะ?" ชายผู้เคยหยิ่งยะโสขนาดนั้น ตอนนี้ก้มหัวลงและขอร้องว่า "หวานหว่าน ฉันผิดไปแล้ว โปรดอย่าทิ้งฉันไป"
ภารกิจสายลับฉบับมือใหม่ที่ ‘ศรินภัสร์’ ตบปากรับคำชายคนที่ตนแอบรักว่าจะแฝงตัวเข้าไปสืบคดีตัดไม้เถื่อนที่ปางไม้แห่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่เธอไม่ชอบงานแบบนี้นักเพราะล้วนแต่อันตรายรอบด้านแต่เพื่อรักจึงยอมทำ เมื่อไปถึงปางไม้กลับรู้ว่าที่นั่นเป็นของ ‘วาโย’ คู่หมั้นที่เธอแสนเกลียดชัง วาโยมองศรินภัสร์ในแง่ร้ายในทันทีว่าการที่เธอลงทุนมาหาถึงปางไม้ก็เพราะอยากแต่งงานกับเขาจนตัวสั่น วาโยร้ายกาจกับศรินภัสร์ทุกอย่าง ทำร้ายจิตใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเธอยังไม่ยอมแพ้เขาจึงรุกหนักจากทำร้ายจิตใจก็เริ่มเปลี่ยนมาทำร้ายร่างกายด้วยสัมผัสที่วาบหวาม วาโยรั้งตัวศรินภัสร์ไว้ ด้วยแรงและความสูงของเขาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะวางเธอนอนราบบนโต๊ะอาหารแล้วรวบมือทั้งสองข้างของศรินภัสร์ไว้เหนือศีรษะ รอยฟันบนหัวไหล่เขาที่เธอฝากไว้วันนี้ต้องสะสางพร้อมกัน “อวดดีนักใช่ไหม” เสียงทุ้มดังอยู่ในลำคอ “ปล่อยนะ ปล่อย” ศรินภัสร์ออกแรงยื้อสุดกำลังเพื่อหวังเป็นอิสระ แต่ไม่นานเสียงค้านนั้นก็หายไปเมื่อวาโยประกบริมฝีปากที่ยังมีคราบครีมคาโบนาร่าเกาะอยู่หวังปิดกั้นเสียงค้านที่ไร้ประโยชน์ของศรินภัสร์ เธอพยายามดิ้นรนแต่นั่นยิ่งทำให้คนอ่อนประสบการณ์หมดเรี่ยวแรง จูบครั้งนี้ไม่ได้ต่างจากครั้งแรกวาโยต้องการลงโทษศรินภัสร์ที่กล้าทำแบบนี้กับเขา ลิ้นร้อนๆ ซอกซอนอยู่ในโพรงปากหวานปานน้ำผึ้ง ศรินภัสร์ตาโตตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก อากาศน้อยลงไปทุกขณะเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจใช่ไหม ทำไมถึงได้รู้สึกหูอื้อตาลายมองอะไรก็พร่ามัวไปหมดแบบนี้
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY